ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2770 ข้าอยากเห็นเจ้า
“นี่เป็นเพราะว่าอวู่ซวงให้พวกเราส่งไปให้! เขาบอกว่าสู้กับคนที่ชื่อว่าหวงจิ่วเยี่ยนั้นน่าเบื่อเกินไปแล้วน่ะ!” ลูกบอลน้อยกล่าว
“เจ้าอยากจะดูสักหน่อยหรือไม่” มันกล่าวถามมู่เฉียนซี
“ดูสิ! เจ้าสามารถทำได้อย่างนั้นหรือ?”
“แน่นอนว่าได้อยู่แล้ว! สำหรับพวกเขาถึงจะอยู่นอกแดนวิญญาณ แต่ก็เป็นสถานที่ที่พลังของข้าสร้างขึ้นเช่นกัน ฉะนั้นข้าสามารถทำได้ง่ายดายมาก!” แม้ว่าพลังในการต่อสู้ของต้นกำเนิดแห่งแดนวิญญาณจะเกือบเป็นศูนย์ แต่กลับมีประโยชน์ทางด้านอื่นอีกไม่น้อยเลย
นอกจากจะสามารถขับไล่ศัตรูออกไปนอกแดนวิญญาณได้แล้ว ยังสามารถตรวจสอบสถานการณ์ต่าง ๆ ของแดนวิญญาณ และนอกจากนี้ยังตรวจสอบภายนอกได้อีกด้วย
ลำแสงสีดำปรากฏขึ้นมากลางอากาศ และคนของเผ่าเทพที่หายไปเหล่านั้นก็ได้มาถึงใจกลางของสถานที่ที่มู่อวู่ซวงและหวงจิ่วเยี่ยต่อสู้กันอย่างกะทันหัน!
“อ๊ากกก!” ด้วยเหตุนี้ ทำให้มีเสียงร้องโหยหวนดังออกมาอย่างรวดเร็ว
มู่เฉียนซีไม่สามารถออกไปจากแดนวิญญาณได้ และยิ่งไม่สามารถเข้าใกล้จิ่วเยี่ยที่ไม่ได้สวมชุดเกราะได้เช่นกัน แต่เพราะมีความช่วยเหลือต้นกำเนิดแห่งแดนวิญญาณ ซึ่งทำให้มู่เฉียนซีเห็นว่าตอนนี้จิ่วเยี่ยกำลังทำอะไรอยู่ด้วยวิธีการนี้
คนของเผ่าเทพเหล่านั้นในเวลานี้อยากจะเอาหัวโขกตายไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด เมื่อครู่นี้เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ พวกเขามาปรากฏตัวอยู่ในสถานที่อันตรายเช่นนี้โดยที่ไม่ทันรู้ตัวได้อย่างไรกัน
ทันทีที่คิดถึงฝ่าบาทจิ่วเยี่ย พวกเขาก็อดที่จะตัวสั่นเทาไม่ได้เลยจริง ๆ
พวกเขายิ้มเยาะพลางเอ่ยว่า “องค์จักรพรรดิอวู่ซวง เผ่าเทพของพวกเราก็มีความแค้นกับฝ่าบาทจิ่วเยี่ยเช่นกัน ดูเหมือนว่าการที่ท่านต้องการจะจัดการฝ่าบาทจิ่วเยี่ยเพียงลำพังจะรับมือได้ยากไปหน่อย พวกเรามาร่วมมือกันดีหรือไม่?”
เนื่องจากมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่อย่างกะทันหัน จึงทำให้พวกเขาหนีไม่ทัน
พวกเขาไม่อยากจะตายด้วยน้ำมือของฝ่าบาทจิ่วเยี่ย เขาจำเป็นที่จะต้องดึงเอาผู้แข็งแกร่งมาเป็นผู้ช่วย เพื่อจัดการกับฝ่าบาทจิ่วเยี่ย
และคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งผู้นั้น แน่นอนว่าต้องเป็นองค์จักรพรรดิอวู่ซวงอยู่แล้ว
มู่อวู่ซวงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “พวกเจ้าคิดว่าข้าไม่รู้เรื่องที่พวกเจ้าแอบลอบเข้าไปในแดนวิญญาณอย่างลับ ๆ อย่างนั้นหรือ พวกเจ้าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าพวกเจ้าอยากจะทำอะไรที่แดนวิญญาณอย่างนั้นสินะ ในเมื่อกล้าทำ และยังหวังจะมาแย่งสิ่งของของซีเอ๋อร์ของข้า เช่นนั้นพวกเจ้าก็จงไปตายเสียเถอะ!”
ตูมมม โครมม!
พลังแห่งภูตวิญญาณที่น่าสะพรึงกลัวระเบิดออกมา การต่อสู้กับหวงจิ่วเยี่ยไม่มีความน่าสนใจเลยแม้แต่น้อย ไม่สู้สังหารคนจากเผ่าเทพเหล่านี้ไม่ดีกว่าหรือ
จิ่วเยี่ยเองก็ลงมือแล้วเช่นกัน เขากล่าวอย่างเย็นชาว่า “กล้ามาแย่งของที่ข้ามอบให้ซีอย่างนั้นหรือ พวกเจ้าช่างกล้าหาญมากจริง ๆ”
คนของเผ่าเทพเหล่านั้นต่างตื่นตระหนกกันไปหมด เหตุใดคนที่เข่นฆ่ากันก่อนหน้านี้อย่างองค์จักรพรรดิอวู่ซวงและฝ่าบาทจิ่วเยี่ยถึงได้ร่วมมือกันจัดการพวกเขาล่ะ เรื่องนี้มันจะผิดปกติมากเกินไปแล้ว
การที่ต่อสู้กันเมื่อครู่นี้ หรือว่ามันจะเป็นเพียงเรื่องล้อเล่น! แต่ไม่ว่าพวกเขาจะมองอย่างไรก็ไม่เหมือนเลยจริงๆ นี่!
อย่างที่รู้กันว่าหากพวกเขาร่วมมือกัน และเป็นเหมือนตอนที่เห็นพวกเขาครั้งแรก พวกเขาคงไม่กล้าแม้แต่จะแอบเข้าไปในแดนวิญญาณเลยด้วยซ้ำ!
“อ๊ากกกก!”
ภายในใจของพวกเขาทั้งสองในเวลานี้ล้วนไม่มีความสุขเป็นอย่างมาก และนี่ก็คือคุณค่าครั้งสุดท้ายของเจ้าพวกกระสอบทรายเหล่านี้
นอกจากคนหนึ่งที่เหลือรอดแล้ว คนอื่น ๆ ล้วนถูกจัดการไปจนหมดสิ้น
หลังจากที่การต่อสู้สิ้นสุดลง พวกเขาก็รู้สึกว่ากระสอบทรายของเผ่าเทพยังคงไม่เพียงพอ
“แดนวิญญาณบอกข้า ว่าซีเอ๋อร์ฟื้นแล้ว ข้าจะไปหาซีเอ๋อร์ ไม่อยู่เสียเวลากับเจ้าอีกแล้ว” มู่อวู่ซวงจับนักโทษคนนั้นเอาไว้ และกลับไปยังแดนวิญญาณ
แน่นอนว่าจิ่วเยี่ยเองก็อยากที่จะตามมาด้วย แต่ทว่าเขากลับหยุดอยู่ที่ต้นกำเนิดของแดนวิญญาณ
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “เฮยหยวนฉิวน้อย ให้อาเล็กถ่ายทอดคำพูดแทนข้าที บอกจิ่วเยี่ย ว่าข้าอยากเจอเขา และห้ามปฏิเสธด้วย!”
“ได้เลย!”
สีหน้าของมู่อวู่ซวงมืดมนลงทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น ซีเอ๋อร์อยากเจอเขา อยากเจอเขาอย่างนั้นหรือ!
เขาไม่อยากที่จะถ่ายทอดคำพูดนี้เลยจริง ๆ แต่ทว่านี่เป็นถึงคำขอของซีเอ๋อร์ นอกจากนี้เขายังไม่อยากให้นางที่กำลังฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บไม่มีความสุขอีกด้วย
ดังนั้นมู่อวู่ซวงจึงหยุดฝีเท้าลง เขาหันกลับไปมองทางจิ่วเยี่ยพลางกล่าวว่า “ซีเอ๋อร์อยากเจอเจ้า ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด!”
ดวงตาสีฟ้าเย็นยะเยือกของจิ่วเยี่ยเปล่งประกายอย่างแปลกประหลาด และมุมปากของเขาก็ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย
แน่นอนว่าเขาไม่ได้ตรงไปหานางทันที แต่สวมชุดเกราะเสียก่อน เช่นนี้ถึงจะสามารถทำให้เขาสบายใจขึ้นมาเล็กน้อยได้
หลังจากที่ม่านแสงของต้นกำเนิดแห่งแดนวิญญาณหายไป มู่อวู่ซวงและจิ่วเยี่ยก็มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าของมู่เฉียนซี
มู่อวู่ซวงกล่าวถามว่า “ซีเอ๋อร์การฟื้นตัวเป็นอย่างไรบ้าง”
“ข้าเป็นถึงนักปรุงยาเลยนะเจ้าคะ ฉะนั้นข้าต้องฟื้นตัวได้ดีมากอยู่แล้ว! นอกจากนี้ยังได้กินผลของพืชศักดิ์สิทธิ์ด้วย ตอนนี้ข้าสามารถกระโดดโลดเต้นได้แล้วด้วยซ้ำ” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยรอยยิ้ม
จิ่วเยี่ยจ้องมองรอยยิ้มอันเจิดจรัสของมู่เฉียนซีหลังจากที่ฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บสาหัสได้แล้วอย่างสงบ และไม่พูดไม่จาเลยสักคำ
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “จิ่วเยี่ย ทำไมเจ้าถึงไม่พูดกันล่ะ เจ้าคงจะยังไม่ได้ลืม ว่าเจ้าเป็นคนของใครใช่หรือไม่ ข้าต้องการให้เจ้าพูด เจ้าจะทำตัวเป็นน้ำเต้าปากทึบ (คนพูดน้อย) ไม่ได้นะ”
“ซีเอ๋อร์!” จิ่วเยี่ยกอดมู่เฉียนซีเอาไว้ในอ้อมแขน แม้ว่าเขาจะสวมชุดเกราะที่แข็งทื่อนี้อยู่ก็ตาม
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันครั้งที่แล้วทำให้เขาหวาดกลัว ซึ่งเขาก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นอีก
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ข้าลองคิดดูแล้ว เราไม่สามารถดูถูกพลังของต้นกำเนิดแห่งแดนวิญญาณได้ หากมีมันอยู่ พวกเราสามารถพูดคุยกันได้อย่างไม่มีปัญหา จิ่วเยี่ยถึงแม้ว่าเจ้าจะถอดชุดเกราะออกก็น่าจะไม่มีปัญหาเช่นกัน!”
“ไม่ได้!”
“ถอดไม่ได้!”
มู่เฉียนซีรู้สึกว่ามันทำได้ แต่จิ่วเยี่ยกับอาเล็กของนางกลับกังวลมากยิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งมันก็ทำให้ไม่สามารถทำแบบนั้นได้
“ข้าเดาว่าครั้งที่แล้วเพราะพวกเราจูบกันนานเกินไปถึงทำให้เกิดเรื่องขึ้น เรื่องนั้นน่าจะมีขีดจำกัด ขอเพียงพวกเราสัมผัสภายในขอบเขตที่จำกัด ข้าก็จะไม่เป็นอะไรจริง ๆ หรือพวกเราจะลองดูอีกดีหรือไม่” มู่เฉียนซีกล่าวแนะนำ
และในตอนนี้สีหน้าของมู่อวู่ซวงก็ยิ่งดำมากขึ้นไปอีก เพียงเพราะจูบนานเกินไปหรือ จูบกัน แถมยังนานมากอีกด้วยหรือ!
บุปผางามที่ได้รับการเลี้ยงดูจากครอบครัวจนงดงามและละเอียดอ่อนเช่นนี้ได้ถูกหมูตัวหนึ่งกินไปแล้ว! ซึ่งมันก็ทำให้มู่อวู่ซวงไม่สามารถควบคุมจิตสังหารของตนเองได้เลย
เขากล่าวว่า “อย่าทำการทดสอบที่อันตรายเช่นนั้น ข้าไม่อนุญาต!”
แค่การได้เข้าใกล้ซี ก็เป็นแรงดึงดูดสำหรับจิ่วเยี่ยมากมายแล้ว
ก่อนหน้านี้เขาเป็นคนเสนอให้ลองสิ่งต่าง ๆ มากมาย จนตอนนี้ไม่ง่ายเลยกว่าจะรอให้ซีเป็นคนเริ่มเสนอขึ้นมาก่อนเช่นนี้ แต่จิ่วเยี่ยกลับเลือกที่จะปฏิเสธ
“ไม่ได้!” ซีเพิ่งจะฟื้นตัว เพราะแค่เพียงเล็กน้อยก็ทำให้เขาอดที่จะสูญเสียการควบคุมไม่ได้แล้ว และเมื่อถึงเวลานั้นนางก็จะได้รับบาดเจ็บอีก
เขาไม่ต้องการให้นางได้รับอันตรายเลยแม้แต่น้อย แม้ว่าเขาจะต้องระงับอารมณ์ที่พลุ่งพล่านของตนเองเอาไว้ก็ตาม
หลังจากที่ถูกมู่อวู่ซวงกับจิ่วเยี่ยปฏิเสธ มู่เฉียนซีก็ทำได้แค่ต้องยอมแพ้เท่านั้น
นางกล่าวว่า “เฮยหยวนฉิวน้อยนี่เก่งกาจมากจริงๆ ต้นกำเนิดแห่งแดนวิญญาณใช้ได้ผล ฉะนั้นอย่างอื่นก็น่าจะได้ผลเช่นกัน หากสามารถรับพลังของพวกเขาทั้งสามได้ บางทีอาจจะสามารถทำถึงขั้นนั้นได้จริง ๆ ก็เป็นได้!”
“อื้ม! ข้าส่งคนไปค้นหาแล้ว ข้าจะต้องหาให้เจอโดยเร็ว และทำให้พลังของทัณฑ์สวรรค์ไม่สามารถทำร้ายเจ้าได้อีก” จิ่วเยี่ยกล่าว
มู่อวู่ซวงกล่าวว่า “พวกเราจะต้องหามันทั้งหมดเจอได้อย่างแน่นอน”
“ยากนะ!” ต้นกำเนิดแห่งแดนวิญญาณกล่าว
“พวกมันไม่ได้พูดง่ายเหมือนข้าหรอก! เพื่อให้ได้รับต้นกำเนิด เช่นนั้นก็ต้องได้รับการยินยอมจากเจ้าผู้ครองดินแดนก่อนถึงจะได้ มิเช่นนั้นต้นกำเนิดของแดนภูตและแดนปีศาจไม่มีทางมอบพลังให้เจ้าแน่ ทั้งราชาภูตแห่งแดนภูต บรรพบุรุษปีศาจของแดนปีศาจก็ไม่ใช่คนที่จัดการได้ง่ายเลย! โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรพบุรุษปีศาจของแดนปีศาจ เขาไม่มีทางสนใจผู้ใดอยู่แล้ว เข้าใจหรือไม่!” ลูกบอลน้อยสีดำกล่าว
“หากเป็นแดนปีศาจละก็ มันน่าจะจัดการได้ง่ายกว่าเล็กน้อย! แม้ว่าศิษย์พี่ของข้าจะขี้เกียจไปหน่อย แต่เขาไม่มีทางเพิกเฉยต่อเรื่องของข้าอยู่แล้ว! เว้นแต่ว่าเขาจะลืมข้าหลังจากที่กลับร่างเดิมไปแล้วน่ะสิ” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ