ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2807 จิ้งจอกเข้าปากหมาป่า
ผู้นำเผ่าหมาป่ากำลังหมกมุ่นอยู่ในความฝันอันแสนหวานของเขา ถึงแม้ว่าสีหน้าของฉื้อเม่ยจะยังคงเย็นชาเช่นเคย แต่ทว่าภายในใจของนางกลับตื่นตระหนกเล็กน้อย
คิดไม่ถึงเลยว่าเหยียนเอ๋อร์จะกลับไป และคิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะยอมเป็นผู้นำเผ่า นอกจากนี้ยังจะมาที่เผ่าหมาป่าอีก นี่มันช่างวุ่นวายจริง ๆ!
“วางใจเถอะ ลูกชายของเจ้าก็คือลูกชายของข้า เมื่อถึงเวลานั้น แม้ว่าเขาจะค่อนข้างซุกซนหรือก่อความวุ่นวาย ข้าก็จะไม่มีทางเอาชีวิตเขาแน่นอน เจ้าแต่งงานกับข้าอย่างสบายใจเถอะ!”
เผ่าหมาป่ากำลังเตรียมงานแต่งงานของผู้นำเผ่าอย่างยิ่งใหญ่ ต้องพูดว่าผู้นำเผ่าของพวกเขาชื่นชอบผู้นำเผ่าฉื้อเม่ยของเผ่าจิ้งจอกมาเป็นเวลานานมากแล้ว แต่กลับคิดไม่ถึงเลยว่าผู้นำเผ่าของเผ่าจิ้งจอกจะตาบอดไปชื่นชอบมนุษย์คนหนึ่งเสียได้
และในตอนนี้ที่ผู้นำเผ่าของพวกเขาสามารถแต่งงานกับผู้นำเผ่าฉื้อเม่ยได้ดั่งที่ใจปรารถนา มันก็ได้ทำให้พวกเขาทั้งเผ่าหมาป่าล้วนตื่นเต้นมากจริง ๆ
เวลาสามวันผ่านไปอย่างรวดเร็วมาก เพราะวันนี้เป็นวันแต่งงานของผู้นำเผ่าหมาป่านั่นเอง
เขาสั่งการไปว่าวันนี้จะไม่มีการโจมตีเผ่าแห่งฝันและเผ่าผีเสื้อ ส่วนเรื่องทั้งหมดหลังจากที่จบงานแต่งแล้วค่อยว่ากันอีกที
และในขณะที่พวกของมู่เฉียนซีและจูเชว่กำลังมุ่งหน้าไปยังท่าเรือของเผ่าหมาป่า การเดินทางก็เป็นไปอย่างราบรื่น นอกจากนี้ยังไม่เจอโจรสลัดที่หยิ่งผยองเหล่านั้นบนท้องทะเลเลยแม้แต่คนเดียวอีกด้วย
ตอนที่เรือกำลังเทียบท่า! ก็เห็นจากที่ไกล ๆ ว่ามีเผ่าหมาป่าที่แต่งตัวสำหรับงานพิธีกลุ่มหนึ่งกำลังรอการมาถึงของผู้นำเผ่าจิ้งจอกคนใหม่อย่างฉื้อเหยียนอยู่
ที่นี่คือท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดของเผ่าหมาป่า ซึ่งโครงสร้างของท่าเรือนี้ก็เหมือนกับปากขนาดใหญ่ของหมาป่ายักษ์อย่างไรอย่างนั้น
ด้วยลักษณะเช่นนี้ทำให้พวกเขาเหมือนกับว่ากลายเป็นจิ้งจอกเข้าไปในปากของหมาป่าอย่างไม่ต้องสงสัยเลย และหลังจากนั้นจูเชว่ก็เดินขึ้นไปบนเกาะหมาป่าอย่างนิ่งสงบเป็นอย่างยิ่ง
“ยินดีต้อนรับการมาถึงของท่านผู้นำเผ่าจิ้งจอกฉื้อเหยียน เชิญขึ้นรถเถิดขอรับ”
รถม้าคันนี้มีความหรูหราเป็นอย่างยิ่ง และถึงแม้จะเห็นว่าผู้นำเผ่าหมาป่าให้ความสำคัญต่อฉื้อเหยียนมากขนาดนี้ แต่การให้ความสำคัญเช่นนี้ก็ดูจะไม่มีเจตนาที่ดีเลย
“ซีซี พวกเราไปกันเถอะ!” จูเชว่กล่าว
“อื้ม!”
คนของเผ่าหมาป่าเหล่านั้นผงะไปเล็กน้อย มนุษย์ คนที่ดูอ่อนแอมากคนนี้ก็คือมนุษย์นั่นเอง
ก่อนหน้านี้คนที่ผู้นำเผ่าฉื้อเม่ยชอบก็คือมนุษย์ แต่คิดไม่ถึงเลยว่าผู้นำเผ่าฉื้อเหยียนที่เป็นลูกชายแท้ ๆ ของนาง ก็จะมีความสนใจในตัวมนุษย์เหมือนกันกับนางเช่นนี้
ขบวนผู้ติดตามของเผ่าจิ้งจอกมีจำนวนที่ไม่น้อยเลย คิดไม่ถึงเลยว่าหนึ่งในนั้นจะมีมนุษย์อยู่ด้วย
แต่ดูเหมือนว่าผู้นำเผ่าหมาป่าจะมั่นใจว่าเขาได้รับชัยชนะในแผนการของเขาแล้ว ดังนั้นแม้ว่าเผ่าจิ้งจอกจะพายอดฝีมือมามากมาย เขาก็ยังคงปล่อยไปอย่างใจกว้างอยู่ดี
ดูเหมือนว่าจะไม่มีการสมคบคิดอะไร และเป็นเพียงงานแต่งงานหนึ่งเท่านั้น นอกจากนี้เขายังเตรียมต้อนรับแขกของเขาอย่างจริงใจอีกด้วย
ทั่วทั้งสถานที่จัดงานแต่ง ได้รับการตกแต่งที่งดงาม อีกทั้งยังมีพื้นที่ที่กว้างขวางเป็นอย่างยิ่ง
นอกจากคนของเผ่าจิ้งจอกที่มาเข้าร่วมงานแต่งแล้ว ก็มีเผ่าอื่น ๆ สองสามเผ่าที่ส่งคนมา และแน่นอนว่าเผ่าหลักทั้งสิบสองเผ่าล้วนส่งคนมาด้วยเช่นกัน
ยกตัวอย่างเช่นเผ่าวิหคเก้าหัว เผ่าอินทรีเป็นต้น…
และดูเหมือนว่าจะมีแค่เผ่าแห่งความฝัน เผ่าผีเสื้อ เผ่าอสรพิษและเผ่าโลหิตที่กำลังต่อสู้กับเผ่าหมาป่าเท่านั้น ที่ไม่ส่งคนมา
เผ่าหมาป่าเองก็เคยส่งคนไปเชิญจอมราชาภูตมาก่อน และคิดที่จะได้รับคำอวยพรจากจอมราชาภูต แต่กลับถูกจอมราชาภูตปฏิเสธ
เนื่องจากว่างานแต่งงานนี้ถูกกำหนดขึ้นอย่างไม่สงบ ดังนั้นเขาจึงไม่ควรไปเพื่อเพิ่มความวุ่นวาย
เหล่าแขกเหรื่อเริ่มทยอยเดินทางมากันอย่างครบครัน และผู้นำเผ่าหมาป่าก็ปรากฏตัวในฐานะเจ้าบ่าว
เขาแต่งตัวอย่างพิถีพิถันซึ่งดูแล้วไม่เลวเลยทีเดียว เขาต้อนรับแขกอย่างอบอุ่น ซึ่งดูกระปรี้กระเปร่าราวกับเด็กน้อยที่แต่งงานเป็นครั้งแรกอย่างไรอย่างนั้น
แต่ตามที่พวกเขาได้รู้มา ผู้นำเผ่าหมาป่าผู้นี้ไม่รู้ว่าแต่งภรรยามามากมายแค่ไหนแล้ว
เมื่อถึงฤกษ์งามยามดี เจ้าสาวก็ถูกส่งตัวออกมาทันที
แม้ว่าทุกคนจะไม่เห็นใบหน้าของนาง แต่รูปร่างที่มีเสน่ห์นั้นของนาง ก็ทำให้ผู้คนต่างเฝ้าคะนึงหา แต่ผู้นำเผ่าจิ้งจอกฉื้อเม่ยผู้นี้เป็นอย่างยิ่ง
พลังจิตวิญญาณของมู่เฉียนซีมุ่งเป้าไปที่ร่างของฉื้อเม่ย และแม้ว่าฉื้อเม่ยในเวลานี้จะไม่ได้ถูกควบคุม แต่พลังแห่งภูตของนางกลับไม่สามารถใช้ได้อย่างสิ้นเชิง
ไม่เพียงแต่ไม่สามารถใช้พลังแห่งภูตไม่ได้เท่านั้น แม้แต่ร่างกายของนางก็ยังอ่อนแอเป็นอย่างยิ่ง แค่เดินก้าวเดียวก็ยังต้องให้สาวใช้มาคอยพยุงเลยทีเดียว
พวกเขาเดินมาถึงหน้าแท่นหินสาบานรัก ผู้นำเผ่าของเผ่าหมาป่ากล่าวว่า “ข้าผู้นำเผ่าหมาป่าหลางเตียนยินดีที่จะแต่งฉื้อเม่ยแห่งเผ่าจิ้งจอกมาเป็นฮูหยินของข้า ทั้งสวรรค์และโลกโปรดเป็นพยานด้วย”
“เม่ยเอ๋อร์ เจ้ายอมหรือไม่?”
การแต่งงานของเผ่าภูตดูเหมือนว่าจะไม่ได้มีพิธีการมากมายเหมือนเผ่ามนุษย์ เพราะแค่อยู่บนแท่นหินสาบานรักเพื่อรายงานไปยังสวรรค์และโลก และทั้งสองฝ่ายต่างยินยอม เพียงเท่านี้ก็แต่งงานสำเร็จแล้ว
ฉื้อเม่ยไม่ยอมกล่าวตอบ แต่หลังจากที่เงียบมาเป็นเวลานาน ริมฝีปากแดงของฉื้อเม่ยเริ่มเปิดออกเลยน้อย และมือที่อยู่ในแขนเสื้อนั้นก็กำแน่นขึ้นมาทันที
ทันใดนั้นเองก็มีเสียงที่ก้องกังวานเสียงหนึ่งดังขึ้นมา “ข้าไม่ยอม!”
ทุกคนต่างประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะเสียงนั้นดังมาจากผู้นำเผ่าฉื้อเหยียน ผู้เป็นลูกชายแท้ ๆ ของเจ้าสาวนั่นเอง
ก่อนหน้านี้พวกเขาต่างคาดเดากันว่าเจ้าหนูผู้นี้จะทนได้นานแค่ไหน คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะอดทนมาถึงตอนนี้แล้วจึงค่อยลงมือ
แววตาของหลางเตียนจ้องมองไปที่จูเชว่ หลังจากนั้นเขาก็ใช้น้ำเสียงที่เป็นผู้ใหญ่กว่ากล่าวว่า “ที่แท้ก็เป็นเหยียนเอ๋อร์นี่เอง! เจ้ามีอะไรที่ไม่พอใจก็สามารถพูดออกมาได้ วางใจเถอะ! ข้าสามารถปกป้องมารดาแท้ ๆ ของเจ้าได้อย่างแน่นอน ข้าจะไม่มีทางทำให้นางน้อยใจเลยแม้แต่น้อย”
หลางเตียนแสดงความรักอย่างเต็มเปี่ยม ทว่าคนอย่างจูเชว่จะถูกหลอกจากการแสดงเช่นนี้ได้อย่างไร
เขากล่าวว่า “เจ้ามีรูปร่างหน้าตาที่อัปลักษณ์มาก ไม่เหมาะสมกับท่านแม่ของข้าเลยแม้แต่น้อย!”
ฉื้อเม่ยผงะไปเล็กน้อย อย่างที่รู้กันว่าก่อนหน้านี้เหยียนเอ๋อร์มักจะเรียกนางว่าผู้นำเผ่า และไม่เคยเรียกนางว่าแม่เลยสักครั้งเดียว
แต่กลับคิดไม่ถึงว่าครั้งแรกที่นางได้ยินเขาเรียกคำนี้ออกมา จะเป็นสถานการณ์เช่นนี้ไปเสียได้
“ภูตจิ้งจอกของเผ่าจิ้งจอกอย่างพวกเจ้าล้วนงดงามมาก เผ่าหมาป่าอย่างพวกเราเทียบไปติดอยู่แล้ว! แต่ทว่าผู้ชายจะดีหรือไม่ดีนั้นหน้าตาไม่สำคัญเลย เพียงแค่มีความสามารถ และมีความเป็นลูกผู้ชายมากกว่าถึงจะสำคัญที่สุด” ผู้นำหมาป่ากล่าว
“ท่านผู้นำเผ่าหมาป่ากล่าวถูกต้องแล้ว!”
“ใช่แล้ว! ความจริงแล้วความสามารถต่างหากที่สำคัญที่สุด และเมื่อคิดดูแล้ว ผู้ชายที่แข็งแกร่งอย่างท่านผู้นำเผ่าของเผ่าหมาป่า ไม่มีทางที่จะไม่มีคนชอบแน่นอน”
เมื่อผู้นำเผ่าหมาป่ากล่าว แน่นอนว่าย่อมต้องมีคนคอยสนับสนุนและยกย่องอยู่แล้ว
ทว่าจูเชว่กลับกล่าวอย่างเฉยเมยว่า “ข้ายังมีของขวัญชิ้นหนึ่งที่จะมอบให้ผู้นำเผ่าหมาป่า หากเจ้าต้องการที่จะแต่งงานแล้วละก็ รับของขวัญนี้ไปก่อนค่อยดำเนินการต่อ ดีหรือไม่”
“เอาสิ! ข้าอยากรู้จริง ๆ ว่าเหยียนเอ๋อร์จะมอบของขวัญอะไรให้กับข้า” ผู้นำเผ่าหมาป่ากล่าว
จูเชว่โบกมือพลางกล่าวว่า “เด็ก ๆ! จงไปนำของขวัญที่เตรียมเอาไว้ให้ท่านผู้นำเผ่าหมาป่ามา”
หลังจากนั้นคนกลุ่มหนึ่งก็เดินเข้ามา พวกเขาทั้งหมดได้แบกกล่องที่มีขนาดใหญ่และดูหนักเข้ามาใบหนึ่ง
ถึงมันจะดูเทอะทะขนาดนี้ แต่ทุกคนต่างรู้สึกว่ามันจะต้องเป็นสิ่งของที่พิเศษมากอย่างแน่นอน
“เปิด!”
ทันทีที่เปิดกล่องไปได้เพียงครึ่งหนึ่ง กล่องที่ทุกคนคาดเดาว่าใส่อะไรไว้ข้างในกลับไม่ใช่สมบัติ แต่เป็นชายที่ดูอุจาดตาคนหนึ่ง
ผู้ชาย ตัวผู้หรือ ของสิ่งนี้ต่างทำให้แขกที่อยู่ภายในงานเหล่านี้ล้วนแต่อ้างปากค้างด้วยความตกตะลึง
นายน้อยผู้นี้ได้นำสิ่งมีชีวิตเพศผู้ที่น่าเกลียดที่สุดในโลกนี้มาอย่างนั้นหรือ
จูเชว่กล่าวว่า “ข้าจะบอกให้นะผู้นำเผ่าหมาป่า ถึงคนอื่นจะไม่รู้แต่ข้าได้ยินมาว่า สิ่งที่เจ้าชอบ ความจริงแล้วคือผู้ชาย! เพื่อที่จะซ่อนความชอบของตัวเองถึงกับใช้วิธีแต่งงานกับสาวงามอันดับหนึ่งแห่งแดนภูตเช่นนี้ มันไม่ไร้ยางอายไปหน่อยหรือ หากเจ้าไปแต่งงานกับคนอื่นข้าคงไม่สนใจ แต่นางคือมารดาของข้า ฉะนั้นข้าไม่สามารถปล่อยให้นางเข้าไปในถ้ำของหมาป่าเช่นเจ้าได้หรอก”
อะไรนะ ทุกคนต่างไม่อยากที่จะเชื่อหูของตนเองเลยจริง ๆ
สีหน้าของผู้นำเผ่าหมาป่าเปลี่ยนเป็นสีเขียวเล็กน้อย “นี่เจ้าพูดจาไร้สาระอะไรกัน ความวุ่นวายเช่นนี้ดูเหมือนว่าจะเกินไปแล้วนะ เด็ก ๆ! มาเชิญผู้นำเผ่าจิ้งจอกลงไป”
“อย่ารีบปฏิเสธสิ! ข้ายังมีของขวัญอีกชิ้นที่ยังไม่ได้เอาออกมามอบให้เจ้าเลยนะ!” จูเชว่กล่าวด้วยรอยยิ้ม
ทันใดนั้น อีกครึ่งหนึ่งของกล่องก็ถูกเปิดออกทันที
.