ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2808 ทักษะมหาเสน่ห์อันทรงพลัง
“โฮกกกก!” ทันใดนั้นก็มีกลิ่นคาวเลือดลอยออกมา หลังจากนั้นสัตว์ภูตที่รูปร่างหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวก็พุ่งทะยานออกมาตัวแล้วตัวเล่า
“โอ้! ข้าได้ยินมาอีกว่า ผู้นำเผ่าของเผ่าหมาป่ามีรสนิยมที่แปลกประหลาด และดูเหมือนว่าจะชื่นชอบสัตว์ภูตชนิดนี้เป็นพิเศษ ข้าจึงได้นำมันมามอบให้เจ้า แค่พวกมันก็น่าจะเพียงพอสำหรับเจ้าแล้ว ดังนั้นเจ้าควรจะยกเลิกเรื่องแต่งงานกับมารดาของข้าเสียเถอะ!” จูเชว่กล่าวพลางแสยะยิ้มอย่างชั่วร้ายออกมา
ทุกคนต่างรู้สึกว่าการกระทำของผู้นำเผ่าจิ้งจอกนั่นช่างกล้าหาญยิ่งนัก ซึ่งนี่ก็เป็นการสร้างปัญหาในอาณาเขตของเผ่าหมาป่าอย่างสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังเป็นการสาดน้ำโคลนใส่ผู้นำเผ่าของเผ่าหมาป่าอีกด้วย
เมื่อมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องเท็จ แต่ผู้นำเผ่าของเผ่าหมาป่าก็ยังอับอายอยู่ดี
สีหน้าของผู้นำเผ่าหมาป่าเปลี่ยนดำคล้ำยิ่งกว่าก้นหม้อ เขาตะโกนกล่าวอย่างโกรธเคืองว่า “ฉื้อเหยียน เจ้าเป็นคนหนุ่มที่ไร้ยางอายเกินไปแล้ว”
“นี่คือของขวัญที่ข้ามอบให้ด้วยความจริงใจ สิ่งของที่ส่งให้ล้วนเป็นสิ่งของที่ผู้นำเผ่าหมาป่าอย่างเจ้าชื่นชอบทั้งนั้น มีปัญหาอะไรอย่างนั้นหรือ” จูเชว่กล่าว
“หากวันนี้เจ้าไม่เก็บของขวัญของเจ้ากลับไป เกรงว่าคงได้เกิดความขัดแย้งระหว่างพวกเราทั้งสองเผ่าเป็นแน่” ผู้นำเผ่าหมาป่าขมวดคิ้วเล็กน้อย
เดิมทีคิดว่าเขาจะลงมือหลังจากที่แต่งงานเรียบร้อยแล้ว แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าหนูฉื้อเหยียนผู้นี้จะไม่รู้จักว่าสิ่งใดควรสิ่งใดไม่ควร เช่นนั้นเขาก็คงต้องสั่งสอนสักหน่อยแล้ว เพื่อทำให้เขาได้รู้ว่าตอนนี้เขากำลังยืนอยู่ในอาณาเขตใครกันแน่
“ของขวัญที่ข้ามอบให้นี้มิอาจนำกลับคืนได้ ส่วนเรื่องที่เผ่าหมาป่าของพวกเจ้าติดหนี้เผ่าจิ้งจอกของพวกเรา เผ่าจิ้งจอกของพวกเราก็จะเอาคืนเช่นกัน อย่าพูดเรื่องขัดแย้งอะไรนั่นเลย! ทำอะไรให้มันซื่อสัตย์หน่อยเถอะ ก็แค่เปิดศึกมิใช่หรือ” จูเชว่กล่าวอย่างตรงไปตรงมาไม่คิดอ้อมค้อม
เมื่อบอกจะเปิดศึกก็เปิดศึก และร่างเงาของจูเชว่ก็สว่างวาบขึ้นมาทันที หลังจากนั้นก็มีอาวุธลับที่เต็มไปด้วยพิษจู่โจมเข้ามาทุกทิศทาง
คิดไม่ถึงว่าเผ่าจิ้งจอกจะแย่งประกาศเปิดศึกก่อน แต่ทว่าภายในชั่วพริบตา เหล่าคนของเผ่าหมาป่าที่ซุ่มอยู่โดยรอบก็พุ่งทะยานออกมา
เหมยเจี้ยนนำกลุ่มคนของเผ่าจิ้งจอกลงมือโจมตี ตูม! ตูมม ตูมม!
เดิมทีเป็นงานเฉลิมฉลองการแต่งงาน แต่ภายในพริบตาเดียวมันกลับกลายเป็นการต่อสู้กันของทั้งสองเผ่าไปเสียแล้ว
เผ่าอื่นที่ไม่ได้เข้าร่วมการต่อสู้ในสงครามนี้รีบล่าถอยไปอย่างรวดเร็ว เพื่อหลีกเลี่ยงการได้รับผลกระทบ
แน่นอนว่ายังมีบางเผ่าที่สมรู้ร่วมคิดกับเผ่าหมาป่า แต่นี่ก็ไม่ได้ช่วยให้เผ่าหมาป่าสามารถจัดการเผ่าจิ้งจอกได้เลย
คนของเผ่าหมาป่าปรากฏตัวออกมามากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ทว่าเผ่าจิ้งจอกก็พาคนมาด้วยไม่น้อยเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีแม้กระทั่งมนุษย์อีกด้วย
ผู้นำเผ่าของเผ่าหมาป่ากล่าวอย่างเยาะเย้ยว่า “ดูแล้วเผ่าจิ้งจอกของพวกเจ้าจะต่ำช้ามากจริง ๆ สินะ! คิดไม่ถึงเลยว่าจะยกกองกำลังของมนุษย์มาเป็นกำลังเสริมเช่นนี้”
จูเชว่กล่าวว่า “สหายของข้ามาช่วยทำลายล้างเศษสวะอย่างพวกเจ้า เจ้ามีปัญหาอย่างนั้นหรือ! ข้าว่าเจ้าน่าจะอิจฉาตาร้อนมากกว่า! วันนี้เผ่าหมาป่าของพวกเจ้ารอประสบกับเคราะห์ร้ายเสียเถอะ!”
“คนอย่างพวกเจ้า อย่าคิดว่าจะมาสร้างความวุ่นวายอะไรในเผ่าหมาป่าของข้าได้นะ! รนหาที่ตายนัก!” ภายในแววตาของผู้นำเผ่าหมาป่าฉายความโหดเหี้ยมออกมา
ภายในชั่วพริบตาเดียว เผ่าหมาป่าก็โต้กลับอย่างรุนแรง เพราะพวกเขาได้เตรียมการรับมือเผ่าจิ้งจอกเอาไว้เรียบร้อยแล้ว
นับตั้งแต่เริ่มการต่อสู้ มู่เฉียนซีก็ได้ซ่อนร่างเงาของตนเองเอาไว้
จิตวิญญาณของนางปกคลุมไปทั่วทั้งพระราชวังของเผ่าหมาป่า นอกจากนี้พลังแห่งความตายที่กระจายไปทั่วทุกแห่งก็ทำให้ผู้คนอึดอัดเป็นอย่างมากอีกด้วย
การพัฒนาของภูตร้ายแห่งความตายในอาณาเขตของเผ่าหมาป่า มีความรุนแรงยิ่งกว่าในเผ่าอสรพิษเสียอีก
ตอนนี้นางกำลังหาโอกาส หาโอกาสในการช่วยเหลือผู้นำเผ่าฉื้อเม่ย
หลังจากที่สงครามนี้วุ่นวายมากขึ้นเรื่อย ๆ และฉื้อเม่ยถูกคนพาตัวไป โอกาสที่นางรอก็ได้มาถึงเสียที
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว!
เข็มยาจำนวนนับไม่ถ้วนได้พุ่งทะยานออกไปราวกับสายฟ้าฟาดก็มิปาน และมันก็ได้ข่วนไปบนผิวหนังของสาวใช้สองสามคนที่อยู่ข้างกายของฉื้อเม่ย
ตึง ตึง ตึง!
และร่างของพวกนางก็เริ่มเซไปเซมา ยังไม่ทันร้องให้คนอื่นช่วย ร่างสีม่วงก็ปรากฏตัวขึ้นมากลางอากาศ และพาฉื้อเม่ยออกไปจากสถานที่แห่งนี้ทันที
“ปรมาจารย์หลาน ผนึกต้องห้ามที่อยู่บนร่างกายของผู้นำเผ่าฉื้อเม่ยท่านสามารถปลดได้หรือไม่ ข้าไม่ค่อยเข้าใจวิธีการของเผ่าภูตของพวกท่านเท่าไรนัก” มู่เฉียนซีกล่าว
“ข้าจะลองดู!” ปรมาจารย์หลานกล่าวตอบ
ปรมาจารย์หลานมีความสามารถที่เพียงพอ ทั้งยังมีความรู้มากมาย ซึ่งมันก็ทำให้ผนึกต้องห้ามของผู้นำเผ่าฉื้อเม่ยถูกปลดออกชั้นแล้วชั้นเล่า
แต่เมื่อถึงช่วงที่มีความสำคัญมากที่สุด เขากลับต้องเผชิญหน้ากับการโต้กลับของพลังแห่งความตาย ซึ่งมันก็ทำให้แม้แต่ปรมาจารย์หลานก็ตกอยู่ในอันตรายเช่นกัน
เมื่อผนึกต้องห้ามของฉื้อเม่ยกำลังจะถูกคลายออก มันก็ได้ดึงดูดความสนใจของผู้นำเผ่าหมาป่า และมันก็ทำให้แววตาของผู้นำเผ่าหมาป่ามืดมนลงทันที
เขากล่าวว่า “บัดซบ! ผู้หญิงของข้าถูกช่วยไปแล้ว แต่คิดว่าแค่ช่วยไปได้ก็พอแล้วอย่างนั้นหรือ อย่างไรเสียก็ไม่มีทางคลายผนึกต้องห้ามนั้นได้หรอก”
สายตาของเขาเหลือบมองไปยังทิศทางที่มีพลังแห่งความตายแพร่กระจายออกมา ขอเพียงผนึกต้องห้ามไม่ถูกคลายออก ฉื้อเม่ยก็จะยังคงเป็นของเขา นางหนีไปไหนไม่รอดหรอก
ปัง ปัง ปัง!
แต่เขาในเวลานี้ถูกผู้อาวุโสของเผ่าจิ้งจอกตรึงเอาไว้ จึงทำให้ไม่สามารถไปไหนได้ชั่วคราว
“พลังแห่งความตายเพียงเล็กน้อยแค่นี้ ยังกล้าอาละวาดอีกหรือ!” มู่เฉียนซีดึงหญ้าแห่งชีวิตออกมาจากมิติต้นหนึ่ง หลังจากนั้นก็มัดพลังแห่งความตายเอาไว้ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย
สีหน้าของฉื้อเม่ยฟื้นฟูกลับมาเป็นปกติ และพลังแห่งภูตของนางกลับมาไหลเวียนได้อีกครั้ง ซึ่งนางในตอนนี้ก็ต้องการที่จะกลับไปแก้แค้น
มู่เฉียนซีฉีดยาให้ฉื้อเม่ยสองสามขวดพลางกล่าวว่า “แม้ว่าผนึกต้องห้ามของผู้นำเผ่าฉื้อเม่ยจะถูกปลดออกไปแล้ว แต่พลังก็ได้รับความเสียหายไปมากเช่นกัน ท่านฟื้นตัวก่อน จากนั้นค่อยไปแก้แค้นเถอะ!”
ฉื้อเม่ยดื่มยาน้ำของมู่เฉียนซีลงไป หลังจากนั้นนางก็รู้สึกว่าพลังแห่งภูตที่อยู่ทั่วทั้งร่างของนางเพิ่มขึ้นมาจนเต็มเปี่ยม
ไม่ว่าความเหนื่อยล้าทางร่างกายหรือว่าจิตใจต่างก็ถูกชำระล้าง และสภาพของนางในตอนนี้ก็ฟื้นฟูจนกลับมาอยู่ในจุดสูงสุดแล้ว
ฉื้อเม่ยประหลาดใจเล็กน้อย นางกล่าวว่า “ยานี่ไม่เลวเลย”
ปรมาจารย์หลานกล่าวว่า “ทักษะทางการแพทย์ของแม่นางมู่สูงกว่าข้าเสียอีก นอกจากนี้ยาน้ำของนางยังสมบูรณ์แบบมาก ซึ่งผลลัพท์ของมันก็ดีกว่าที่ข้าเคยเห็นมาอีกด้วย”
“ขอบคุณมาก!” ร่างเงาสีแดงฉานพุ่งทะยานออกไป และแววตาที่เย็นยะเยือกของนางก็จ้องมองไปทางผู้นำของเผ่าหมาป่า
“หลางเตียน มาทำให้จบกันเถอะ! คราวที่แล้วข้าถูกคนที่เชื่อใจลอบทำร้ายจึงทำให้เจ้ามีโอกาสเอาเปรียบ คราวนี้ข้าไม่ให้โอกาสนั้นกับใครอีกแล้ว”
พลังแห่งภูตระเบิดออกมารอบกายของฉื้อเม่ย นอกจากนี้พลังแห่งภูตนี้ก็ไม่ได้มีพิษ และยังเต็มไปด้วยกลิ่นอายที่ทรงเสน่ห์ ซึ่งความงามของฉื้อเม่ยไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิงต่างก็ไม่อาจต้านทานได้
นี่คือทักษะมหาเสน่ห์ขั้นสูงที่สุด ซึ่งมันมีไว้ใช้กับศัตรูเท่านั้น
ทักษะเสน่ห์ของเผ่าจิ้งจอกสมกับที่เป็นหนึ่งในแดนภูต ทันทีที่ฉื้อเม่ยลงมือ ยอดฝีมือของเผ่าหมาป่าหลายคนก็ตกอยู่ในภวังค์จนลืมว่าตัวเองกำลังอยู่ในสนามรบ และจ้องมองไปยังฉื้อเม่ยด้วยแววตาที่หลงใหล
มู่เฉียนซีเองก็ได้เห็นถึงทักษะมหาเสน่ห์ของผู้นำเผ่าจิ้งจอก ช่างสมกับที่เป็นสาวงามอันดับหนึ่งของแดนภูตจริง ๆ
เมื่อฉื้อเม่ยลงมือ มันก็ได้สร้างโอกาสให้เผ่าจิ้งจอกโจมตีกลับ ปรมาจารย์หลานบุกไปสังหารศัตรูเก่าคนหนึ่ง ซึ่งนั่นก็คือองค์ชายคนหนึ่งของเผ่าหมาป่านั่นเอง
แน่นอนว่าหลางเตียนมีพลังในการต้านทานพลังเสน่ห์ของฉื้อเม่ยอยู่บ้าง เขากล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ฉื้อเม่ย สมกับที่เจ้าเป็นหญิงสาวที่ข้าชื่นชอบ ผู้ที่เกิดมาพร้อมกับเสน่ห์ ผู้ที่เกิดมาพร้อมกับความงดงาม แต่การปล่อยให้เจ้าเป็นอิสระมันทำให้เผ่าหมาป่าของข้าต้องเจอกับปัญหามากจริง ๆ อย่างไรเสียเจ้าก็ถูกกำหนดให้เป็นผู้หญิงของข้า ฉะนั้นอย่าได้ดิ้นรนเลย”
เขาพยายามสะกดพลังเสน่ห์นั้นเอาไว้ และโจมตีฉื้อเม่ยทันที
ฉื้อเม่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “ฝันไปเถอะ!”
ตูมม โครมม!
การใช้ทักษะมหาเสน่ห์ของฉื้อเม่ย ทำให้พลังในการต่อสู้ของเผ่าหมาป่าลดลงเป็นอย่างมาก ซึ่งมันก็ทำให้เผ่าจิ้งจอกได้เปรียบขึ้นมากเลยทีเดียว
เมื่อการต่อสู้ของเผ่าทั้งสองอย่างเผ่าหมาป่าและเผ่าจิ้งจอกรุนแรงขึ้น มันก็ทำให้ความบาดหมางของพวกเขาเริ่มใหญ่โตมากขึ้นอีกด้วย
มู่เฉียนซีใช้การเคลื่อนย้ายภายในชั่วพริบตา ทะลวงผ่านไปบนสนามรบแห่งนี้ ซึ่งนางก็ใช้ประโยชน์จากความเร็วของตนเอง เก็บกวาดคนของเผ่าหมาป่าคนแล้วคนเล่า
จูเชว่เองก็ถูกทักษะมหาเสน่ห์อันทรงพลังของมารดาตนเองกระตุ้นเช่นกัน ดูเหมือนว่าการฝึกฝนของเขาจะยังไม่เพียงพอสินะ!
เขาใช้ทักษะวิญญาณในการตอบโต้เผ่าหมาป่าไปด้วย และพยายามฝึกใช้ทักษะมหาเสน่ห์กับการต่อสู้ระยะไปชิดไปด้วย ซึ่งมันทำให้เขาใช้ทักษะมหาเสน่ห์ได้อย่างเชี่ยวชาญมากขึ้นเรื่อย ๆแล้ว
ฉัวะ!
ในตอนที่เผ่าหมาป่าถูกทักษะหมาเสน่ห์ของเขาสะกดเอาไว้ จูเชว่ก็จัดการด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น
ทักษะมหาเสน่ห์ของเผ่าจิ้งจอกนั้นทรงพลังมาก แม้ว่าจะเป็นการต่อในระดับที่ก้าวกระโดด แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาเลย
.