ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2809 ผู้ช่วยอันทรงพลัง
สงครามในครั้งนี้ ล้วนเป็นการต่อสู้ที่ดุเดือด ไม่ว่าจะสำหรับเผ่าจิ้งจอกหรือว่าเผ่าหมาป่าก็ตาม
แต่ถ้าผลการต่อสู้ยังไม่ออกมา เผ่าจิ้งจอกของพวกเขาไม่มีทางหยุดแน่นอน
แม้การต่อสู้จะผลาญพลังของเผ่าจิ้งจอก แต่อย่างไรเสียหอหมอปีศาจก็ได้เตรียมยาน้ำเอาไว้ให้พวกเขาอย่างเพียงพอแล้ว
และการช่วยเหลือของหอหมอปีศาจ ทำให้พวกเขาแต่ละคนต่างใช้โอกาสนี้ให้คุ้มค่าที่สุด
ทันทีที่พวกเขาเจอโอกาสก็ลงมือสังหารคนของเผ่าหมาป่าโดยตรง ขอเพียงถูกคนของหอหมอปีศาจทำให้ได้รับบาดเจ็บ ก็แสดงว่าพวกเขาได้ถูกพิษแล้วอย่างแน่นอน
ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ!
คนของเผ่าหมาป่าล้มฟุบลงไปอีกแล้ว
“พวกสารแล้ว ท่านผู้นำเผ่า พวกเขาใช้พิษ! เจ้ามนุษย์เหล่านี้ใช้พิษ”
“คิดไม่ถึงเลยว่าคนที่เผ่าจิ้งจอกเชิญมากลุ่มนี้จะไร้ยางอายถึงเพียงนี้”
“…”
ซึ่งเรื่องนี้ก็ได้ทำให้เผ่าหมาป่าโกรธเคืองเป็นอย่างมาก
“พวกเจ้าต้านพิษไม่ได้ แล้วจะมาโทษพวกข้าได้อย่างไร!” คนของหอหมอปีศาจกล่าวอย่างเอาแต่ใจ
พรวดดดด!
และนี่ก็ทำให้คนของเผ่าหมาป่าโกรธจนกระอักเลือดออกมาเลยทีเดียว
เผ่าหมาป่าในตอนนี้เสียหายมากกว่าเผ่าจิ้งจอกเสียอีก ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเพราะผู้ช่วยที่เผ่าจิ้งจอกเชิญมาเหล่านั้น
สีหน้าของหลางเตียนยิ่งน่าเกลียดมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว และตัวเขาเองก็ได้ถูกฉื้อเม่ยล้มลงได้สำเร็จ
ความงามนี้ทำให้เขาลำบากมาก ซึ่งมันก็เป็นเพราะทักษะมหาเสน่ห์ของฉื้อเม่ยนั้นแข็งแกร่งมากจริง ๆ
“เม่ยเอ๋อร์ เจ้าอย่าบีบข้าเลย ข้าไม่อยากทำร้ายเจ้าจริง ๆ” หลางเตียนจ้องมองไปยังหญิงสาวที่ก้าวร้าวผู้นี้อย่างจนปัญญา
ฉื้อเม่ยกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ข้าอยากจะฆ่าเจ้า”
“ดูเหมือนว่าเจ้าจะโหดเหี้ยมกับข้าเหลือเกิน แต่ไม่เป็นไร รอให้เจ้าพวกนี้ถูกทำลายไปจนสิ้นซากเมื่อไร เจ้าก็จะเห็นถึงความแข็งแกร่งของข้า และยอมรับทุกสิ่งทุกอย่างเอง” หลางเตียนกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ
เนื่องจากว่าเขาไม่ต้องการให้เผ่าหมาป่าบาดเจ็บล้มตายอย่างน่าเวทนาเกินไป ดังนั้นพวกเขาก็ควรที่จะปลดปล่อยพลังที่แข็งแกร่งมากนี้ออกมา และฆ่าศัตรูให้สิ้นซากไปเสีย
“วันนี้คนที่มาลงมือโจมตีเผ่าหมาป่าเหล่านั้น นอกจากลูกชายของเจ้าแล้ว คนอื่นจะถูกฆ่าทั้งหมด ดีหรือไม่” มุมปากของหลางเตียนแสยะยิ้มชั่วร้ายออกมา
“เจ้ากล้าหรือ?” ฉื้อเม่ยกล่าวอย่างเย็นชา
“เจ้าหยุดข้าไม่ได้หรอก คนในเผ่าทั้งหมด จงฟังคำสั่งของข้า พวกเจ้าจงปลดปล่อยพลังทั้งหมดของพวกเจ้าออกมา! นอกจากเผ่าจิ้งจอกสายเลือดบริสุทธิ์ผู้นั้นแล้ว คนอื่น ๆ ให้ฆ่าทิ้งให้หมด!” หลางเตียนออกคำสั่งอย่างโหดเหี้ยม
ทันทีที่เขากล่าวจบ พลังแห่งความตายที่น่ารังเกียจก็ปกคลุมไปทั่วทั้งเกาะหมาป่า
ใช่แล้ว ทั่วทั้งเกาะหมาป่าเลยจริง ๆ!
คาดว่าคนในเผ่าหมาป่าทั้งหมดน่าจะปนเปื้อนพลังแห่งความตาย และกลายเป็นเบี้ยของสัตว์ประหลาดแห่งความตายเหล่านั้นไปแล้ว
และเพราะพลังแห่งความตายที่แข็งแกร่งเหล่านี้ ได้ทำให้พลังในการต่อสู้ของเผ่าหมาป่าพุ่งทะยานสูงขึ้น
“คิดไว้อยู่แล้วว่าผลจะต้องเป็นเช่นนี้ เผ่าหมาป่าเหล่านี้อยากรนหาที่ตายด้วยตัวเองสินะ!” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ
“ลงมือ!” นางกล่าวสั่งคนของหอหมอปีศาจทันที
เพล้ง เพล้ง เพล้ง!
มีเสียงขวดระเบิดดังออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า และยาน้ำจำนวนนับไม่ถ้วนก็โปรยปรายลงมา
ยาน้ำเหล่านี้เต็มไปด้วยพลังแห่งชีวิต ซึ่งมันได้ช่วยลดพลังในการต่อสู้ของบางคนที่เพิ่มความแข็งแกร่งขึ้นจากพลังแห่งความตายลงได้เป็นอย่างมาก
เพียงแต่ว่าที่นี่คืออาณาเขตของเผ่าหมาป่า ฉะนั้นจึงมีเผ่าหมาป่าจำนวนมาก ซึ่งพลังแห่งความตายที่ปรากฏออกมานั้นก็ยังคงสร้างปัญหาให้กับคนของเผ่าจิ้งจอกอยู่ดี
นอกจากนี้ยาน้ำก็ยังไม่สามารถชำระล้างพลังแห่งความตายที่ฝังรากลึกอยู่ในคนของเผ่าหมาป่าอย่างสมบูรณ์ได้อีกด้วย
ปัง ปัง ปัง!
ความแข็งแกร่งของหลางเตียนทะยานสูงขึ้น ทั่งทั้งร่างของเขาเต็มไปด้วยพลังแห่งความตาย และแม้แต่ทักษะมหาเสน่ห์ของฉื้อเม่ยก็ใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป
เขาโจมตีกลับครั้งแล้วครั้งเล่า ซึ่งมันก็ทำให้ฉื้อเม่ยยากที่จะรับมือได้ และเมื่อยืนยันได้ว่าฉื้อเม่ยได้รับบาดเจ็บ ร่างเงาสีแดงเพลิงก็พุ่งทะยานออกไปทันที
แต่ทว่าสภาพของจูเชว่ในเวลานี้ก็ย่ำแย่เช่นกัน ซึ่งเขาก็ถูกปิดล้อมเอาไว้แล้ว
เมื่อฉื้อเม่ยเห็นดังนั้น ก็รีบเข้าไปช่วยเขาทันที หลังจากนั้นลูกบอลเพลิงก็ได้โจมตีคนที่กล้าเข้ามาล้อมลูกชายของนางเอาไว้เหล่านั้น
นางกล่าวว่า “เหยียนเอ๋อร์ สถานการณ์ในตอนนี้ไม่ดีเท่าไรนัก เจ้าพาคนในเผ่าออกไปจากเกาะหมาป่าก่อน ข้าจะรั้งท้ายเอาไว้เอง”
“ข้ากลัวว่าหากท่านรั้งท้ายจะถูกเจ้าหมาป่าตัวนั้นคาบไปอีก ไปด้วยกันเถอะ!” จูเชว่จ้องมองไปยังสตรีที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ที่อยู่ตรงหน้าเขาผู้นั้น
“วางใจเถอะ ครั้งนี้ไม่มีทางเป็นเช่นนั้นแน่นอน! รีบไปเร็ว!”
“จูเชว่ ไปเถอะ! ที่นี่คือเมืองหลวงของเผ่าหมาป่า มีพลังแห่งความตายเข้มข้นที่สุด หากไปถึงขอบชายแดนได้น่าจะดีกว่านี้ ภาพลวงตาของที่นี่ไม่เป็นผลดีต่อเราเลย” มู่เฉียนซีเอ่ยปาก
ฤกษ์ดีไม่สู้ทำเลดี เพื่อไม่ให้พวกเขาได้เปรียบ จึงจำเป็นต้องทำการปรับเปลี่ยนเล็กน้อย
จูเชว่ยังคงเชื่อฟังคำพูดของมู่เฉียนซี เขากล่าวว่า “ทุกคนฟังคำสั่ง จงฝ่าออกไป”
ลูกชายไม่ฟังคำพูดของนางที่เป็นมารดา คิดไม่ถึงเลยจะเชื่อฟังมนุษย์สาวน้อยผู้นั้นมากขนาดนี้ ซึ่งภายในใจของฉื้อเม่ยรู้สึกอิจฉาเล็กน้อย
แต่เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่ง ฉื้อเม่ยจึงจำเป็นต้องมีสมาธิอยู่กับการต่อสู้กับหลางเตียน
“คิดหนีหรือ อย่าแม้แต่จะคิดเลย! เผ่าหมาป่าของข้าไม่ใช่ที่ที่พวกเจ้าคิดจะมาก็มา คิดจะไปแล้วจะสามารถไปได้หรอกนะ หยุดพวกเขาเอาไว้” หลางเตียนตะโกนกล่าว
ต้องสร้างปัญหาให้คนของเผ่าหมาป่า เพื่อรั้งพวกเขาเอาไว้!
ครืนนนน!
ทันใดนั้นก็มีหนามแหลมจำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งออกมาจากพื้นดิน และเผ่าหมาป่าก็กล่าวอย่างประหลาดใจว่า “พืชกลายพันธุ์ คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีพืชกลายพันธุ์ด้วย”
ฟื้ว ฟื้ว ฟื้วว!
หลังจากนั้นอาวุธลับจำนวนนับไม่ถ้วนก็พุ่งทะยานออกไปราวกับไม่ต้องใช้เงินก็มิปาน
แม้ว่าเผ่าหมาป่าจะไล่ตามไปอย่างไม่ลดละ แต่ก็ประสบกับความสูญเสียอย่างหนักเช่นกัน นอกจากนี้พวกเขาก็ได้รับรู้แล้วว่ามนุษย์ที่ช่วยเผ่าจิ้งจอกเหล่านี้รับมือได้ยากเพียงใด
ตูมมม!
หลางเตียนได้นำกองกำลังที่แข็งแกร่งตามมา เพื่อสกัดกั้นกองกำลังของเผ่าจิ้งจอกที่ขอบชายแดนของเกาะหมาป่า
“ข้าก็บอกแล้วว่าพวกเจ้าหนีไม่รอดหรอก อย่าเปลืองแรงต่อไปอีกเลย หากหมดปัญญาสู้แล้วก็ปล่อยให้พวกข้าฆ่าพวกเจ้าให้หมดไปเสียเถอะ อย่ามัวแต่เสียเวลาอยู่เลย ข้ายังต้องแต่งงานต่ออีกนะ!” ผู้นำเผ่าหมาป่าคิดว่าชัยชนะได้อยู่ในกำมือของตนเองแล้ว เผ่าจิ้งจอกเหล่านี้หากเขาสั่งให้ลงมือต้องไม่สามารถดิ้นรนได้แน่
ทันใดนั้นร่างเงาสีม่วงก็พุ่งทะยานออกไป และเข็มยาเข็มแล้วเข็มเล่าก็พุ่งทะยานไปทางหลางเตียน ซึ่งหลางเตียนก็สามารถหลบหลีกมันได้
แต่ภายในสายตาของเขา มนุษย์สาวผู้นี้เป็นเพียงมดปลวกที่อ่อนแอตัวหนึ่งเท่านั้น
พวกเขากล่าวว่า “นางมนุษย์ตัวน้อย อยู่ ๆ เจ้าหนูนั่นก็มีมนุษย์มาช่วยมากมายขนาดนี้ ดูเหมือนว่ามันจะเกี่ยวข้องกับเจ้าอย่างนั้นสินะ!”
“ใช่แล้ว! คนของข้าไม่เลวเลยใช่หรือไม่” มุมปากของมู่เฉียนซียกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย
“ก็แค่พวกหัวมังกุท้ายมังกรเท่านั้น แม่สาวน้อย อีกเพียงไม่นาน เจ้าและพวกเขาก็จะต้องตายอยู่บนเกาะหมาป่าของข้า ช่วยใครไม่ช่วยดันมาช่วยเจ้าจิ้งจอกน้อยสารเลวไร้ประโยชน์นี่เสียได้” หลางเตียนกล่าว
“อยากฆ่าข้า ใครมอบความกล้าให้เจ้ากันแน่ เทพมรณะอย่างนั้นหรือ?” แววตาที่เย็นยะเยือกของนางจ้องมองไปทางหลางเตียน
เห็นได้ชัดว่าบนร่างของสาวน้อยผู้นี้ไม่มีการผันผวนของพลังเลยแม้แต่น้อย แต่เมื่อเขาเห็นท่าทางที่หยิ่งผยองและใจเย็นเช่นนี้ของนาง มันกลับทำให้เขาไม่กล้าดูถูกนางเลยจริง ๆ
“บังอาจนัก! ท่านเทพมรณะ ใช่ผู้ที่สาวน้อยอย่างเจ้าจะมาพูดจาส่งเดชได้อย่างนั้นหรือ!” หลางเตียนกล่าวอย่างเดือดดาล
“ในเมื่อข้าช่วยเผ่าจิ้งจอก เช่นนั้นวันนี้เผ่าหมาป่าของพวกเจ้าจะต้องพ่ายแพ้แน่นอน ฉะนั้นเจ้ารู้จักเอาตัวรอดจะดีกว่า! เจ้าจงมอบแผนที่สุสานจักรพรรดิภูตของเผ่าหมาป่าของพวกเจ้ามาให้ข้า เริ่มยอมจํานน และละทิ้งพลังแห่งความตายนั้นด้วยตนเองเสียเถอะ มิฉะนั้นจุดจบของเจ้าไม่ดีแน่”
หลางเตียนหยิ่งผยองและมั่นใจในชัยชนะของตนเองมาก แต่วันนี้เขาได้รับรู้เรื่องราวมากมาย และได้เผชิญหน้ากับคนบ้าคลั่งอย่างมู่เฉียนซีอีกด้วย
“แม่นางน้อย เจ้านี่ช่างบังอาจนัก! ใครมอบความกล้าให้เจ้าพูดเช่นนี้กัน” หลางเตียนกล่าวอย่างโกรธเคือง ในแดนภูตแห่งนี้แม้แต่จอมราชาภูตก็ยังไม่กล้าหยิ่งผยองต่อหน้าเขาเช่นนี้เลย
“สถานะของข้าทรงพลังมากในสามโลก ฉะนั้นข้าจะใจกล้ามาแค่ไหนก็ได้ เพราะอย่างไรเสียข้าก็สามารถรับมือได้อยู่แล้ว” มู่เฉียนซีกล่าวกล่าวอย่างใจเย็น
.
.