ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2823 กล้ายั่วยุนาง
“ส่งเหยื่อมาให้ถึงที่ หากไม่อยู่เล่นเป็นเพื่อนพวกเจ้าคงน่าเสียได้แย่ อย่างไรเสียช่วงนี้เจ้านายของพวกเจ้าก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวขั้นต่อไป มันทำให้ข้าเองก็รู้สึกเบื่อมากแล้วเช่นกัน!” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเย็นชา
เมื่อกาลเวลาย้อนกลับ พลังวิญญาณที่อยู่ในร่างของมู่เฉียนซีก็แพร่กระจายออกมา
พลังธาตุอัคคีอันเข้มข้นของกระบี่ที่มู่เฉียนซีกวัดแกว่งออกไปได้ระเบิดออกมาในทันที และมันก็ได้แผ่ซ่านไปทั่วทั้งเกาะแห่งนี้
“เพลิงนภาพิฆาต!”
ส่วนพลังธาตุวารีก็กำลังพลุ่งพล่าน อย่างไรเสียสถานที่แห่งนี้ก็อยู่เหนือน้ำทะเล ดังนั้นน้ำทะเลที่อยู่โดยรอบจึงเต็มไปด้วยเกลียวคลื่นมากมาย
“มังกรวารีจงบังเกิด!”
หลังจากนั้นลมทะเลที่เย็นยะเยือกก็พัดโหมเข้ามา
“พลังวายุทำลาย ดาวกระจาย!”
ทันทีที่มู่เฉียนซีปรากฏตัวขึ้น พลังวิญญาณธาตุทั้งสามก็ระเบิดออกมาอย่างสมบูรณ์ และจิตสังหารที่เย็นยะเยือกก็อบอวลไปในอากาศ
ครืนนนนน!
ทันใดนั้นก็มีเสียงอันน่าสะพรึงกลัวดังกึกก้องออกมา ซึ่งมันก็ทำให้ทั่วทั้งเกาะเกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
ด้วยเหตุนี้ศัตรูที่ซ่อนอยู่ในที่ลับทั้งหมดจึงปรากฏตัวออกมา พวกเขากล่าวว่า “ท่านหมอปีศาจ วันนี้ท่านมาคนเดียวหรือ ในหอหมอปีศาจมีคนที่มีความสามารถอยู่มากมายมิใช่หรือ! เหตุใดท่านถึงไม่พามาด้วยสักหน่อยเล่า”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ก็แค่จัดการกับขยะอย่างพวกเจ้าเพียงแค่กลุ่มเดียว จำเป็นต้องเปลืองแรงคนของข้าขนาดนั้นเลยหรือ ข้ารู้สึกว่าแค่ข้าก็เพียงพอแล้ว”
“อวดดีนัก!”
แม้ว่าการระเบิดพลังวิญญาณธาตุทั้งสามของมู่เฉียนซีจะค่อนข้างน่ากลัว แต่พวกเขาไม่คิดเลยสักนิดว่ามู่เฉียนซีที่เป็นมนุษย์คนหนึ่งจะแข็งแกร่งได้มากสักแค่ไหน
“พวกเจ้าสามารถพิสูจน์ได้ ว่าเป็นข้าที่อวดดี หรือพวกเจ้าที่ดีใจเร็วเกินไปกันแน่!”
ในตอนที่พวกเขากำลังกระโจนเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง ร่างเงาสีดำร่างหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน
ม่านพลังแห่งความมืดแพร่กระจายออกไปโดยมีมู่เฉียนซีเป็นจุดศูนย์กลาง จากนั้นก็โจมตีพวกเขาทั้งหมดจนลอยกระเด็นออกไป
“โฮกกกก!” ทันใดนั้นที่น่านน้ำทะเลก็มีเสียงร้องคำรามออกมา
ทันทีที่พวกเขาจ้องมองไปในอากาศ ก็ค้นพบว่าเกาะเล็ก ๆ แห่งนี้ได้ถูกสัตว์ทะเลที่แข็งแกร่งมากมายล้อมเอาไว้หมดแล้ว
มุมปากของมู่เฉียนซียกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยพลางกล่าวว่า “ไม่ใช่พวกเจ้าที่ล้อมข้าเอาไว้ แต่เป็นพวกเจ้าเองที่ถูกล้อมต่างหาก”
ตูมม โครมม!
สัตว์ทะเลเหล่านั้นเริ่มเคลื่อนไหว และโจมตีภูตร้ายแห่งความตายเหล่านี้ทันที
“เป็นไปได้อย่างไร คิดไม่ถึงเลยว่าจะสามารถควบคุมสัตว์ทะเลได้”
“นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่”
จำเป็นต้องบอกว่าภูตร้ายแห่งความตายเหล่านี้ยอมทุ่มสุดตัวเพื่อต่อสู้กับนาง พวกมันส่งคนที่แข็งแกร่งพอและมีจำนวนมากพอมาแล้ว แต่ถึงพวกเขาจะมีคนจำนวนมาก แต่อ้านมีสัตว์มากกว่าเสียอีก
หอคอยแห่งความมืดเจ็ดชั้นปรากฏขึ้น นอกจากสัตว์ทะเลแล้ว อ้านยังปล่อยสัตว์วิญญาณออกมาร่วมต่อสู้อีกด้วย
ตูมม โครมมม!
ยังไม่ทันที่พวกของมู่เฉียนซีจะลงมือโจมตี พวกเขาก็ตกอยู่ในความตื่นตระหนกแล้ว
“อ๊ากกกก! ให้ตายเถอะ มีมนุษย์ที่ควบคุมสัตว์ทะเลและสัตว์วิญญาณมากมายเช่นนี้ได้อย่างไร”
จำนวนที่มหาศาลนี้ ได้อยู่เหนือกว่าพวกเขาไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว พวกเขาไม่ต้องอาศัยความสามารถแค่อาศัยจำนวนที่มากกว่าก็บดขยี้พวกเขาได้แล้ว
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “อ้าน! ข้าเองก็จะไปฝึกมือด้วยเช่นกัน”
“ขอรับ!” แค่สัตว์นานาชนิดเหล่านี้ก็เพียงพอที่จะจัดการเจ้าพวกนี้ได้แล้ว
อ้านติดตามอยู่ข้างหลังของมู่เฉียนซีราวกับเงา เพื่อป้องกันเรื่องไม่คาดคิดที่จะเกิดขึ้น!
มู่เฉียนซีกวัดแกว่งกระบี่มังกรเพลิงพิฆาตวิญญาณ พร้อมทั้งทะลวงเข้าไปในกลุ่มของศัตรู และเมื่อใดที่นางสบโอกาส ก็จะลงมือโจมตีทันที
นางมีทั้งความสามารถที่เหมาะสม และการตัดสินใจที่เฉียบขาด แม้ว่าความสามารถจะอ่อนแอเกินไปสักหน่อยแต่ก็ไม่ใช่ปัญหาเลย
พวกเขาวางแผนที่จะใช้แผนที่เป็นเหยื่อล่อให้ปลามาติดกับ แต่ผลปรากฏว่าพวกเขาแต่ละคนได้กลายเป็นเหยื่อของปลาไปแทน
ตึง ตึง ตึง!
และภูตร้ายแห่งความตายเหล่านั้นก็ล้มฟุบลงไปบนพื้นทีละคน
แต่ทว่ากับดักที่ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อจัดการกับมู่เฉียนซี ฉะนั้นไม่มีทางถูกทำลายได้ง่าย ๆ อย่างแน่นอน
หลังจากนั้นก็มีกลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัวกำลังใกล้เข้ามา เผ่าภูตผู้แข็งแกร่งที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืดได้เริ่มลอบโจมตีแล้ว
แม้จะมีความเชี่ยวชาญในการลอบสังหาร แต่เมื่ออยู่ภายใต้การรับรู้ทางพลังจิตวิญญาณของมู่เฉียนซี ทุกสิ่งทุกอย่างเหล่านี้ล้วนไร้ความหมายทั้งสิ้น และยังไม่ทันที่จะได้ลอบโจมตีมู่เฉียนซี ก็ได้ถูกอ้านค้นพบก่อนเสียแล้ว
ตูมม!
มีเสียงระเบิดดังออกมา และอ้านก็เริ่มต่อสู้กับคนเหล่านั้น
ตูมม โครมม!
ทั่วทั้งแดนภูตแห่งนี้ มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถเป็นคู่ต่อสู้ของอ้านได้ ดังนั้นพวกเขาย่อมต้องพ่ายแพ้แน่นอนอยู่แล้ว
“ให้ตายเถอะ เจ้านายดูถูกเจ้ามากเกินไป” นักฆ่าผู้นี้กล่าวด้วยสีหน้าที่มืดมน
“แน่นอนอยู่แล้ว! ในเมื่อดูถูกข้าก็ต้องชดใช้อย่างสาสม”
ภูตร้ายแห่งความตายที่อยู่บนเกาะแห่งนี้ ไม่สามารถหนีรอดไปได้แม้แต่ตัวเดียว
หากไม่ได้ตายด้วยน้ำมือของมู่เฉียนซี แต่ต้องตายอยู่ในปากของสัตว์ร้ายนานาชนิด
สัตว์วิญญาณถูกเก็บกลับเข้าไปในหอคอยนิรันดร์ ส่วนสัตว์ทะเลก็แยกย้ายกันกลับไป
ลมพายุพัดโหมกระหน่ำและได้กลืนกินเกาะทั้งหมดไปอย่างสมบูรณ์ เรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ทั้งหมด ก็ไม่มีร่องรอยใด ๆ เหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย
“ซีซี เจ้าจัดการได้งดงามมากจริง ๆ น่าเสียดายที่ข้าไม่สามารถไปเป็นเพื่อนเจ้าได้” จูเชว่รู้ดีว่าเขาต้องมุ่งมั่นในการฝึกฝนเพื่อยกระดับความสามารถของตนเอง และไม่สามารถเป็นตัวถ่วงได้
“น่าเสียดายที่ผลึกที่เจ้าพวกนั้นเอามาด้วยเป็นของปลอม” มู่เฉียนซีกล่าว
เพราะเมื่อได้รู้ข่าวนี้ นางก็มีความหวังว่ามันจะเป็นของจริง
พวกเขาพยายามอย่างหนักกว่าจะเอาของสิ่งนี้มาได้ ฉะนั้นจะปล่อยให้หลุดมือไปอย่างง่ายดายได้อย่างไร
หลังจากนั้นภูตร้ายแห่งความตายก็ยังดำเนินการต่อไป ส่วนมู่เฉียนซียังคงพาอ้านลอบบุกไปสังหารพวกเขาอย่างกล้าหาญ หลังจากนั้นก็จัดการพวกเขาอย่างสมบูรณ์
รอยยิ้มเยาะเย้ยปรากฏขึ้นมาตรงมุมปากของมู่เฉียนซี “พวกเขาส่งคนมาเพื่อยั่วยุข้าเช่นนี้ ไม่กลัวว่าจะไม่มีคนไว้ใช้งานบ้างเลยหรืออย่างไร”
บางทีภูตร้ายแห่งความตายอาจจะมีจำนวนมาก แต่หากต้องสูญเสียกำลังคนไปครั้งแล้วครั้งเล่าเช่นนี้ ก็ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาจะสามารถทนสูญเสียได้เช่นกัน
พวกเขาต่างก็รู้สึกโกรธเคืองเป็นอย่างมาก มู่เฉียนซีได้ทำให้พวกเขาต้องชดใช้อย่างแสนสาหัสจริง ๆ และในเมื่อพวกเขาต้องการที่จะแก้แค้น ดังนั้นจึงเลือกที่จะโจมตีหอหมอปีศาจแทน
พวกเขาต้องการที่จะทำลายหอยาบางส่วน แต่พวกเขากลับประเมินพิษและกลไกของหอหมอปีศาจต่ำจนเกินไป แม้ว่าพวกเขาจะสามารถสร้างความเสียหายให้กับหอหมอปีศาจได้มาก แต่พวกเขาเองก็ไม่ผ่านไปอย่างราบรื่นเช่นกัน
หอหมอปีศาจที่อยู่ไกลที่สุดและยังทำการก่อสร้างไม่เสร็จสมบูรณ์ ได้ถูกภูตร้ายแห่งความตายยึดครองเอาไว้ ซึ่งเห็นได้ชัดว่านี่ก็เป็นอีกครั้งที่พวกเขาตั้งใจจะล่อมู่เฉียนซีไป
หากนางไม่ไป พวกเขาก็จะฆ่าคนของหอหมอปีศาจที่จับเอาไว้
แววตาของมู่เฉียนซีลุกโชนไปด้วยความเดือดดาล “ดีจริง ๆ! ในที่สุดเจ้าพวกนี้ก็ได้ยั่วยุจนล้ำเส้นข้าเข้าจนได้ คิดว่าหอหมอปีศาจของข้าจะสามารถรังแกได้จริง ๆ หรือ”
คราวนี้มู่เฉียนซีไม่ได้บุกไปเพียงลำพังอีกแล้ว นอกจากนี้ยังเรียกลูกน้องของหอหมอปีศาจมาด้วย
แม้ว่านางจะเคยช่วยเผ่าภูตมาก่อน ซึ่งทำให้ผู้นำเผ่าต่าง ๆ ล้วนเป็นหนี้บุญคุณหมอปีศาจ และหอหมอปีศาจก็มีชื่อเสียงมาจากสงครามใหญ่นั้นด้วย
แต่ทว่าทั้งหมดนี้ ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ภูตร้ายแห่งความตายเหล่านั้นได้รับรู้ถึงพลังของหอหมอปีศาจที่ยากจะยั่วยุได้นี้ ดูเหมือนว่าจะต้องเตือนพวกเขาสักครั้งแล้วสินะ
ในตอนที่มู่เฉียนซีบุกไปถึงที่นั่น ภูตร้ายแห่งความตายก็ได้เตรียมตัวเรียบร้อยแล้ว และการต่อสู้ก็เริ่มต้นขึ้นทันที
“ที่นี่คืออาณาเขตของแดนภูต เหอะ! มนุษย์ เจ้าคิดว่าจอมราชาภูตจะสามารถหนุนหลังเจ้าได้จริง ๆ หรือ เจ้านี่ช่างไม่หวาดกลัวอะไรเสียเลย! เจ้าอาจจะตายเอาได้นะ หอหมอปีศาจอะไรนี่ก็คงไม่ยั่งยืนไปได้นานนักหรอก เพราะแดนภูตนี้จะต้องหายสาบสูญไปอย่างสมบูรณ์ในที่สุด”
หญิงสาวที่ดูยั่วยวนใจในชุดสีดำคนหนึ่งนั่งอยู่บนจุดเหนือสุดของหอหมอปีศาจที่พังทลาย และมองมาที่มู่เฉียนซีอย่างท้าทาย
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “ที่ต้องหายไปอย่างสมบูรณ์คือขยะของแดนภูตอย่างพวกเจ้าต่างหาก เดิมทีข้าขัดแย้งกับพวกเจ้าแค่เรื่องการแย่งแผนที่เท่านั้น ตอนนี้พวกเจ้ากล้าแม้แต่จะแตะต้องหอหมอปีศาจของข้า ช่างรนหาความหายนะให้กับตนเองจริง ๆ”
หญิงสาวในชุดสีดำจ้องมองมาที่มู่เฉียนซีพลางกล่าวว่า “ใบหน้านี้ ผิวหนังนี้! กระดูกนี้! ล้วนเป็นสิ่งที่ไม่เลวเลยจริง ๆ ข้าต้องการแผนที่ของเจ้า และใบหน้านั้นของเจ้า ข้าเองก็ต้องการเช่นกัน! ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”
ร่างเงาสีดำพุ่งทะยานมาทางมู่เฉียนซีราวกับลมบ้าหมูก็มิปาน และทันใดนั้นอ้านก็ปรากฏตัวออกมาเพื่อขวางนางเอาไว้
ปังง!
มีเสียงกึกก้องดังขึ้น แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าหญิงสาวผู้นั้นจะจู่โจมมู่เฉียนซีด้วยการแยกออกเป็นสองส่วนอย่างกะทันหันเช่นนี้
.