ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2825 สัตว์ร้ายจิ่วอิง
อ๋องจิ่วเยี่ยรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก เขาเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าของมู่เฉียนซี จากนั้นก็กอดมู่เฉียนซีอย่างแรง และประทับจูบลงไปทันที
มู่เฉียนซีจ้องมองคนที่อยู่เบื้องหน้า จากนั้นพวกเขาก็ปล้นลมหายใจของกันและกันอย่างตะกละตะกลาม
ตอนนี้เจ้าหมอนี่จะต้องถูกกระตุ้นเล็กน้อย ถึงจะมีความกล้าขึ้นมาบ้างอย่างนั้นหรือ
นางยังจูบได้ไม่หายอยาก แต่เจ้าหมอนี่ก็กลับกลายเป็นตุ๊กตาจำลองไปแล้วจริง ๆ
มู่เฉียนซีถือมันเอาไว้ในมือ จากนั้นก็จ้องมองมันด้วยแววตาที่สดใส
“อะแฮ่ม ๆ ๆ! คนงาม คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะมีรสนิยมเช่นนี้” จื่อโยวเอ่ยปาก
“ทำไมล่ะ เจ้ามีปัญหาอะไรอย่างนั้นหรือ” มู่เฉียนซีเลิกคิ้วกล่าว
“มิกล้า มิกล้า ข้าจะกล้าได้อย่างไร คนงามชอบก็พอแล้ว ขอให้เจ้าอยู่กับเยี่ยอย่างมีความสุขนะ” จื่อโยวกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“เช่นนั้นทำไมเจ้ายังไม่ไปอีกล่ะ” มู่เฉียนซีกล่าว
เยี่ยไล่เขาไม่พอ คนงามก็ยังจะมาไล่เขาอีกหรือ!
เมื่อจื่อโยวรู้สึกเพียงแค่ว่าบนโลกใบนี้ไม่มีพื้นที่สำหรับเขาอีกแล้ว ภายในใจของเขาก็รู้สึกอ้างว้างเป็นอย่างมาก
“คนงาม เจ้าจะให้ทำเช่นไร”
“การเคลื่อนไหวของข้าในแดนภูตค่อนข้างใหญ่มาก ฉะนั้นข้าไม่อยากให้แดนเทพเข้ามาวุ่นวาย หากเจ้าสามารถจัดการได้เจ้าก็จัดการเสียเถอะ แต่ถ้าไม่สามารถจัดการได้ก็ไปบอกอาเล็กของข้า” มู่เฉียนซีกล่าว
“ใช่ ๆ ใช่แล้ว! ข้าจะไปเดี๋ยวนี้ จะปล่อยให้หมาแมวที่ไหนมาขวางทางไม่ได้ คนงามเจ้าวางใจเถอะ!” หลังจากนั้นเขาก็จากไปอย่างเด็ดเดี่ยว
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “พวกเรากลับไปที่เกาะหมื่นภูตกันเถอะ ส่วนหอหมอปีศาจของที่นี่ รอจนกว่าเรื่องจะคลี่คลายแล้วค่อยสร้างใหม่อีกครั้ง”
“ขอรับ!”
ณ พระราชวังศักดิ์สิทธิ์หมื่นภูต มู่เฉียนซีได้จับสัตว์ประหลาดเขาเดียวแห่งความมืดมาทั้งเป็น ซึ่งสีหน้าของสัตว์ประหลาดเขาเดียวแห่งความมืดในเวลานี้ก็มองไปทางจอมราชาภูตอย่างร้องขอความเมตตา “พี่ใหญ่ ช่วยด้วย! ช่วยข้าด้วย!”
จอมราชาภูตกล่าวว่า “แผนที่อยู่ที่ไหน เจ้าสร้างปัญหามากมายขนาดนี้ หากเจ้ายังไม่นำของที่ท่านมู่ต้องการออกมา แม้ว่าเจ้าจะขอร้องข้า แต่ข้าก็ไม่สามารถรักษาชีวิตของเจ้าเอาไว้ได้อยู่ดี! เจ้าทำตัวให้ดีจะดีกว่า!”
“ข้า…แผนที่ไม่ได้อยู่ที่ข้า! แผนที่อยู่กับเจ้านายหมดแล้ว” สัตว์ประหลาดเขาเดียวแห่งความมืดกล่าว
“เจ้านายรึ ที่แท้เบื้องหลังของเจ้ายังมีผู้ยิ่งใหญ่อยู่สินะ! เขาเป็นใครล่ะ” ด้วยความสามารถของสัตว์ประหลาดเขาเดียวแห่งความมืด นางสามารถคาดการณ์ได้ว่าเบื้องหลังของมันยังมีเจ้านายอยู่อีก
“เจ้านายของพวกเราคือสัตว์ร้ายที่เป็นลูกน้องอันดับหนึ่งของท่านเทพมรณะ หรือก็คือสัตว์ร้ายจิ่วอิง เขาใกล้ที่จะคืนชีพขึ้นมาแล้ว เมื่อถึงเวลานั้นแดนเทพทั้งหมดก็จะต้องเป็นของเขา! พี่ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นท่านหรือว่าเผ่าหลักทั้งสิบสองก็ไม่สามารถหยุดเขาได้ หรือจะบอกว่าท่านอยากทำตัวอ่อนน้อมขอความเมตตาจากเผ่าเทพต่อไปล่ะ”
“อย่าไร้เดียงสาไปหน่อยเลย! สัตว์ประหลาดเขาเดียวแห่งแสงของเทพศักดิ์สิทธิ์ แดนภูตเป็นเพียงของเล่นในสายตาของเผ่าเทพเท่านั้น เมื่อสัตว์ร้ายจิ่วอิงถือกำเนิดขึ้น แม้แต่เผ่าเทพก็คงต้องลงนรกไปด้วยเช่นกัน จะมามากเท่าไรก็ต้องตายเท่านั้นนั่นแหละ! พวกเขาไม่กล้าหรอก”
สัตว์ประหลาดเขาเดียวแห่งความมืดแสดงท่าทางที่ภาคภูมิใจออกมา มันยอมให้แดนภูตตกสู่เหวลึกแห่งความตาย ดีกว่าปล่อยให้แดนภูตถูกผู้สูงส่งอย่างเผ่าเทพทำเหมือนว่าเป็นของเล่นที่สามารถควบคุมได้ตามใจชอบ
สัตว์ประหลาดเขาเดียวแห่งแสงผงะไปเล็กน้อย “คิดไม่ถึงว่าจะเป็นจิ่วอิง!”
มันคือสัตว์ร้ายในตำนานที่น่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง อ้านกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า “ตอนแรกข้าผนึกมันเอาไว้ที่แดนภูตแห่งนี้ แต่เมื่อวันเวลาเปลี่ยนไป คิดไม่ถึงเลยว่าตอนนี้มันจะมีความสามารถพอที่จะคลายผนึกได้แล้ว ดูเหมือนว่าเทพมรณะกำลังจะถือกำเนิดแล้วสินะ”
อ้านมีความเข้าใจในผนึกของตนเองเป็นอย่างดี หากไม่ใช่สถานการณ์ที่พิเศษ มันไม่มีทางคลายผนึกและออกมาสร้างปัญหาได้แน่นอน
และมีเพียงเหตุผลเดียวเท่านั้นที่ทำให้มันสามารถทำลายผนึกได้ นั่นก็คือเทพมรณะนั่นเอง
“เจ้า…ผนึกจิ่วอิง เจ้า…เจ้าเป็นใครกัน” สัตว์ประหลาดเขาเดียวแห่งความมืดตะลึงงันไปทันที
“เจ้า…” จอมราชาภูตมองไปยังน้องชายของตนเองด้วยสายตาที่สับซ้อนเล็กน้อย
ในตอนแรกที่เขานับถือท่านอ้านขนาดนั้น ก็เป็นเพราะว่าน้องชายของตนเองก็นับถือมากเช่นกัน อย่างไรเสียตัวเขาก็เป็นสัตว์ประหลาดเขาเดียวที่ครอบครองพลังธาตุแห่งความมืด
พลังธาตุแห่งความมืด ในโลกใบนี้ผู้ที่ครอบครองพลังธาตุแห่งความมืดที่แข็งแกร่งมากที่สุด แน่นอนว่าย่อมต้องเป็นหอคอยฝึกอสูรแห่งความมืดของหอคอยนิรันดร์นั่นเอง
“คิดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นท่านหอคอยนิรันดร์ หอคอยฝึกอสูรแห่งความมืด! มิน่า…” คนที่สามารถควบคุมสัตว์ทะเลและสัตว์ภูตต่าง ๆ เพื่อต่อสู้กับมันได้ตามใจชอบ ก็มีเพียงนายท่านหอคอยนิรันดร์เท่านั้นที่มีความสามารถพอจะทำได้
“นายท่านรีบออกไปจากแดนภูตเถิดขอรับ ข้าสัมผัสได้ว่าความสามารถของท่านไม่แข็งแกร่งเหมือนก่อนหน้านี้ แม้จะเป็นเจ้านายเองก็แข็งแกร่งกว่าท่าน หากเขารู้ว่าท่านอยู่ที่นี่ เขาจะต้องไม่มีวันยอมแพ้แน่นอน!” อย่างไรเสียเขาก็เป็นคนที่เคยเคารพนับถือ แม้ว่าสัตว์ประหลาดเขาเดียวแห่งความมืดจะเลวร้ายตั้งแต่ต้นจนจบ แต่ก็ไม่อยากให้เกิดเรื่องกับอ้านเช่นกัน
อ้านกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “อ้านจะอยู่ข้างกายเจ้านายเสมอ ไม่ว่าเจ้านายจะอยู่ที่ใด ข้าก็จะอยู่ที่นั่น”
เมื่อเทียบกับผุ้ชายตรงหน้าสิ่งที่ทำให้สัตว์ประหลาดเขาเดียวประหลาดใจยิ่งกว่าก็คือสาวน้อยที่อยู่ตรงหน้าผู้นี้ คิดไม่ถึงเลยว่านางจะเป็นเจ้านายของหอคอยนิรันดร์
“ในเมื่อยังไม่ได้สิ่งของมาไว้ในมือ ข้ากับอ้านก็ไม่สามารถออกไปจากแดนภูตได้ เจ้าว่าหากข้าเอาเจ้าไปแลกกับแผนที่ เจ้าคิดว่าจิ่วอิงจะยอมแลกกับข้าหรือไม่” มู่เฉียนซีกล่าวถาม
“แม้ว่าข้าจะเป็นผู้ติดตามอันดับหนึ่งของนายท่านจิ่วอิง แต่ก็ไม่มีทางที่เขาจะยอมแพ้เรื่องการควบคุมแดนภูตทั้งหมดเพื่อข้าอยู่ดี ดังนั้นเขาไม่มีทางยอมรับข้อเสนอหรอก ท่านยอมแพ้เสียเถอะ!” สัตว์ประหลาดเขาเดียวแห่งความมืดกล่าว
ฉึก!
มู่เฉียนซีหยิบเข็มยาออกมาเล่นหนึ่ง จากนั้นก็ฝังลงไปบนหน้าผากของสัตว์ประหลาดเขาเดียวแห่งความมืด
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เจ้าเองก็ไม่มีประโยชน์อีกแล้ว แต่เห็นแก่หน้าจอมราชาภูต ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า! และจับเจ้าขังเอาไว้ก่อน” มู่เฉียนซีกล่าว
“ขอรับ! ท่านมู่”
แววตาของจอมราชาภูตในเวลานี้โศกเศร้าเป็นอย่างมาก เขากล่าวว่า “พวกเราเติบโตมาด้วยกัน มีความฝันแบบเดียวกัน แต่สุดท้ายก็เดินไปบนทางที่สุดขั้ว มันเริ่มตั้งแต่วันที่ข้าเป็นจอมราชาภูต”
“ข้าเลือกที่จะอดทน แต่เขาเลือกที่จะพังพินาศลงพร้อมกัน”
เพราะความเชื่อของพวกเขากำลังแยกออกจากกัน สุดท้ายแล้วก็เดินมาถึงจุดนี้จนได้
“ข้าจะบอกเขา ว่าความอดทนของข้าจะไม่ผิดแน่นอน ข้ารอจนมาเจอท่าน รอจนมาเจอท่านอ้าน แต่จิ่วอิงนั้นอันตรายมากจริง ๆ…”
ยังไม่ทันที่จอมราชาภูตจะพูดจบ น้ำเสียงของจิ่วเยี่ยก็ดังขึ้น “ก็แค่สัตว์ร้ายตัวเดียวเท่านั้น แม้ว่าหอคอยนิรันดร์ในตอนนี้จะไร้ประโยชน์จนทำอะไรไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ก็ยังมีข้าอยู่ด้วย! ไม่มีผู้ใดขัดขวางไม่ให้ซีได้รับต้นกำเนิดแห่งแดนภูตได้ หากมีใครกล้า ข้าก็จะสังหารให้สิ้นซาก”
ร่างเงาสีดำร่างหนึ่งปรากฏตัวขึ้น และพลังที่ทรงพลังนี้ ก็ทำให้จอมราชาภูตตกใจเป็นอย่างยิ่ง
“เพราะข้าคืออ๋องจิ่วเยี่ของแดนนรกอย่างไรล่ะ”
อ๋องจิ่วเยี่ยแห่งแดนนรกเป็นที่รู้จักดีในแต่ละดินแดน แน่นอนว่าสิ่งที่มีชื่อเสียงที่สุดก็คือชื่อเสียงของความดุร้าย แม้แต่เผ่าเทพยังหวาดกลัวคนผู้นี้เลย
จอมราชาภูตกล่าวว่า “คารวะท่านอ๋องจิ่วเยี่ย แต่ที่ท่านอ๋องจิ่วเยี่ยกล่าวกับท่านอ้านเช่นนั้นดูเหมือนจะมากเกินไปหน่อย ท่านอ้านนั้นทรงพลังมากจริง ๆ”
แม้ว่าชื่อเสียงของท่านอ๋องจิ่วเยี่ยจะน่ากลัว แต่จอมราชาภูตก็ยังคนปกป้องคนที่เขาชื่นชอบอยู่ดี
มู่เฉียนซีเองก็บีบมือของจิ่วเยี่ยเอาไว้พลางกล่าวว่า “ที่รังแกอาถิงก็เพราะเจ้านั่นสมควรโดนตี แต่อ้านเป็นคนซื่อสัตย์เช่นนี้เจ้ายังรังแกเขาอีก ฝ่าบาทจิ่วเยี่ย ท่านไม่เชื่อฟังเลยจริง ๆ!”
สีหน้าของอ้านนั้นไร้อารมณ์ ซึ่งทำราวกับว่าเรื่องที่จิ่วเยี่ยพูดก่อนหน้านี้ไม่ใช่เขาก็มิปาน
แม้ว่าคนผู้นี้จะเป็นคู่หูในอนาคตของเจ้านาย แต่เขาก็ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์อะไรกับเขาเลย
สัตว์ร้ายที่เคยถูกเขาผนึก ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่สามารถปล่อยให้มันออกมาทำร้ายเจ้านายของตนเองได้
จิ่วเยี่ยกล่าวว่า “ข้าอิจฉาเขา และก็อิจฉาพวกเขาด้วย ข้ากำลังคิดว่าระหว่างพวกเราควรจะผูกพันธสัญญาด้วยดีหรือไม่”
จิ่วเยี่ยกอดมู่เฉียนซีเอาไว้แน่น เพราะเจ้าพวกนี้สามารถอยู่ข้างกายซีได้ในทุก ๆ วัน
แม้ว่าจะคอยติดตามอยู่ข้างนอกไม่ได้ แต่ก็สามารถจำศีลอยู่ในมิติพันธสัญญาได้ เพียงเท่านี้ก็ได้อยู่ใกล้ซีมากขึ้นแล้ว
แต่เขากลับทำเช่นนี้ไม่ได้!
และครั้งนี้อ้านก็เอ่ยปากออกมาว่า “ไม่ได้!”
.