ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2826 รวมแผนที่
จิ่วเยี่ยเพียงแค่พูดไปเรื่อยเปื่อยเท่านั้น เพราะการเข้าใกล้ และอยู่ใกล้ชิดซีมากเกินไป อาจจะเป็นการกระตุ้นให้พลังของทัณฑ์สวรรค์ลงโทษซีได้
และหากมีการเชื่อมโยงกันด้วยพันธสัญญาจริง ๆ สวรรค์ได้ระเบิดด้วยความโกรธเคืองเป็นแน่
ในเมื่อศัตรูไม่เคลื่อนไหวเขาก็ไม่ขยับเช่นกัน ซึ่งมู่เฉียนซีก็มีจิ่วเยี่ยคอยติดตามไปเป็นเพื่อน
ทุกครั้งจิ่วเยี่ยจะไม่กล้าสนิทสนมกับซีนานเกินไปนัก หลังจากนั้นเขาก็จะกลายร่างเป็นตุ๊กตาจำลอง
และเมื่อมู่เฉียนซีได้เห็นตุ๊กตาจำลองก็มีความสุขเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งมันก็ทำให้การควบคุมของจิ่วเยี่ยกำลังจะล้มเหลวลงแล้ว
แม้จะรู้ว่าสัตว์ร้ายอย่างจิ่วอิงไม่มีทางเอาแผนที่มาแลกคนของตนเองกลับไปแน่นอน แต่มู่เฉียนซีก็ยังคงเสนอข้อเสนอนี้อยู่ดี
ภูตร้ายแห่งความตายเปลี่ยนเป็นสงบมากขึ้น และในที่สุดพวกเขาก็ส่งคนออกมาเสนออะไรบางอย่าง
พวกเขามีแผนที่ครึ่งหนึ่ง มู่เฉียนซีก็มีแผนที่อีกครึ่งหนึ่ง
นางไม่ได้เป็นเผ่าภูต แต่ทำเพื่อสมบัติในสุสานของจักรพรรดิภูตเท่านั้น ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตายกับพวกเขาเลย
พวกเขาต้องการให้ร่วมมือกันเพื่อรวมแผนที่ทั้งหมด และเปิดสุสานของจักรพรรดิภูต
เมื่อถึงเวลานั้นผู้ใดสามารถเอาสมบัติอะไรไปได้ ก็ดูที่ความสามารถของตนเอง
เพราะหากยังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป คาดว่าถึงพวกเขาจะต้องใช้เวลาเป็นสิบปีหรือหลายสิบปี พวกเขาก็คงไม่สามารถแย่งชิงแผนที่ที่อยู่ในมือของแต่ละคน และรวบรวมจนสมบูรณ์ได้แน่
จำเป็นต้องบอกว่าคำพูดของอีกฝ่ายนั้นมีเหตุผลมากเลยทีเดียว
มู่เฉียนซีไปสอบถามจอมราชาภูตว่า “จอมราชาภูต เจ้าคิดเห็นเช่นไร”
“แผนที่อยู่ในมือของท่าน ท่านมู่ต้องการทำเช่นไร ท่านก็ทำตามนั้นเถิด!” จอมราชาภูตกล่าว
“ข้าว่าจะยอมตกลง ใช่แล้ว! เพราะข้าเองก็ไม่อยากที่จะรอนานเกินไปเช่นกัน จิ่วเยี่ย เจ้าคิดอย่างไร”
“ข้าก็คิดแบบนั้นเช่นกัน” ตัวของจิ่วเยี่ยเองก็ทนความเจ็บปวดนี้ไม่ไหวแล้ว เขาอยากที่จะกำจัดสวรรค์ เพื่อไม่ให้มันมีโอกาสมาทำอันตรายใด ๆ ซีได้อีก
เมื่อตัดสินใจเรื่องนี้ได้แล้ว พวกเขาก็นัดพบกันบนพื้นทะเลที่อยู่นอกเกาะหมื่นภูตไปร้อยลี้
มู่เฉียนซีกล่าวถามว่า “จอมราชาภูต การฝึกฝนของจูเชว่ถึงระดับไหนแล้วอย่างนั้นหรือ”
“ความแข็งแกร่งของเขาเทียบเท่ากับระดับของพลังวิญญาณของเขาก่อนหน้านี้แล้ว เขาช่างมีพรสวรรค์จริง ๆ แต่ทว่าความสามารถเช่นนี้ยังคงไม่เพียงพอ ฉะนั้นข้าจะแจ้งไปยังเผ่าหลักทั้งสิบสอง ให้พวกเขาส่งเผ่าภูตรุ่นเยาว์ที่มีพรสวรรค์ของพวกเขามาด้วย”
“อื้ม!” เป้าหมายของภูตร้ายแห่งความตายก็คือต้องการได้รับพลังของจักรพรรดิภูต และควบคุมแดนภูตทั้งหมดเอาไว้
ซึ่งพวกเขาก็น่าจะมีการเตรียมพร้อมเช่นกัน พวกเขาไม่มีทางชะล่าใจแน่นอนอยู่แล้ว
ใครจะเป็นจักรพรรดิภูตไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับพวกเขา แต่หากคนของตนเองไม่ได้เป็นจักรพรรดิภูต การจะได้รับต้นกำเนิดแห่งแดนภูตเกรงว่าน่าจะกลายเป็นปัญหาได้
และในวันที่มีการนัดพบ จูเชว่ก็ได้ออกมาจากการเก็บตัวแล้ว
เขารู้สึกกังวลมากเมื่อได้รับรู้เรื่องราวในตอนนี้ เขากล่าวว่า “ซีซี ข้าจะพยายาม ข้าไม่มีทางปล่อยให้เจ้าคนเหล่านั้นประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน”
“อื้ม!”
“ทุกคน ออกเดินทางได้!” ขบวนทัพที่มู่เฉียนซีพาไปด้วยนั้นไม่อ่อนแอเลย
เหนือคลื่นน้ำ อีกฝ่ายเองก็ส่งคนมาด้วยเช่นกัน พวกเขามีวิหคเก้าหัวเป็นกองกำลังแนวหน้า หลังจากนั้นพวกเขาแต่ละคนก็ได้มาถึง
ในบรรดาคนเหล่านั้นนางไม่รู้สึกว่ามีกลิ่นอายของสัตว์เทพจิ่วอิงซ่อนอยู่เลย
จักรพรรดินีเผ่าวิหคเก้าหัวกวาดสายตามองผ่านพวกของมู่เฉียนซีไป นางกล่าวว่า “พวกเจ้าเองก็พาคนมาไม่น้อยเช่นกัน ดูเหมือนว่ากำลังมุ่งเป้าไปที่พลังของจักรพรรดิภูตอยู่อย่างนั้นสินะ! ทว่ามันก็เป็นเป้าหมายของพวกเราเช่นกัน”
“แต่เจ้าเด็กเหลือขอพวกนี้ต่างก็เติบโตขึ้นมาในชีวิตที่สุขสบาย ไหนเลยจะมาเทียบกับคนของพวกเราที่ถูกเลี้ยงดูมาโดยเจ้านายได้อย่างไร ฉะนั้นคนเหล่านี้ไม่สามารถแข่งกับข้าได้อย่างแน่นอน”
ทางฝ่ายของจักรพรรดินีเผ่าวิหคเก้าหัวก็มีเผ่าภูตรุ่นเยาว์มากมายเช่นกัน เผ่าภูตเหล่านี้มีความหยิ่งผยองเป็นอย่างมาก และคนที่เป็นผู้นำก็มีกลิ่นอายของวิหคเก้าหัวแพร่กระจายออกมา ซึ่งเห็นได้ชัดว่าน่าจะเป็นนายน้อยของเผ่าวิหคเก้าหัวหรืออะไรทำนองนั้น
การดูถูกของจักรพรรดินีเผ่าวิหคเก้าหัว ทำให้เผ่าภูตรุ่นเยาว์คนอื่น ๆ ไม่พอใจเป็นอย่างมาก
อีกฝ่ายระเบิดพลังแห่งภูตออกมา ซึ่งราวกับว่าต้องการจะแสดงพลังอำนาจออกมาอย่างไรอย่างนั้น
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “พวกเจ้าดีใจตอนนี้มันไม่เร็วเกินไปหน่อยหรือ สุดท้ายแล้วผู้ชนะจะเป็นใคร หากยังไม่ถึงที่สุด ก็ไม่สามารถบอกได้หรอกนะ”
จักรพรรดินีเผ่าวิหคเก้าหัวเชิดหน้าขึ้นอย่างหยิ่งผยองพลางกล่าวว่า “ดูเหมือนว่าเจ้าจะมั่นใจในตนเองมากเลยสินะ! เพราะเผ่าจิ้งจอกเลือดบริสุทธิ์ที่อยู่ข้างกายของเจ้าอย่างนั้นหรือ”
“ช่างอ่อนแอจริง ๆ!” สีหน้าของนางเต็มไปด้วยการเหยียดหยามและดูถูก
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ข้าไม่อยากฟังคำพูดไร้สาระของเจ้าแล้ว ดังนั้นมาเริ่มกันเถอะ! เอาแผนที่ของพวกเจ้าออกมาซะ”
“นี่มันไม่ยุติธรรม ทุกคนเอาออกมาเหมือนกันหมด ดีหรือไม่?” จักรพรรดินีเผ่าวิหคเก้าหัวกล่าว
“ได้! เจ้าเอาออกมาก่อนสิ!” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเรียบเฉย
“ข้าก่อนก็ได้” ทันทีที่จักรพรรดินีเผ่าวิหคเก้าหัวยกมือขึ้น ผลึกเจ็ดสิบสองด้านสีดำชิ้นหนึ่งก็ลอยออกมา นี่คือแผนที่ของเผ่าหมาป่า
“ตาเจ้าแล้ว!”
มู่เฉียนซียกมือขึ้น ผลึกสีแดงเลือดชิ้นหนึ่งพลันลอยออกมา นี่คือของเผ่าโลหิต
ผลึกสองชิ้นสีดำหนึ่งสีแดงหนึ่งลอยอยู่กลางอากาศ และมันก็ดึงดูดซึ่งกันและกัน
หลังจากนั้นพวกเขาแต่ละคนก็ปล่อยผลึกทั้งหกชิ้นออกมาอย่างต่อเนื่อง และในตอนที่ผลึกทั้งสิบสองลอยอยู่กลางอากาศ จักรพรรดินีเผ่าวิหคเก้าหัวก็ต้องการที่จะแย่งชิงมันมาเป็นของตนเอง
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว!
เข็มยาจำนวนนับไม่ถ้วนที่อยู่ในมือของมู่เฉียนซีก็บินออกไป
“นี่เจ้ากำลังฝ่าฝืนกฎแล้วนะ จักรพรรดินีเผ่าวิหคเก้าหัว”
ในตอนที่การต่อสู้ได้เริ่มต้นขึ้น ผลึกทั้งสิบสองชิ้นก็ได้ผสานเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์
พลังแห่งภูตอันยิ่งใหญ่ได้ระเบิดออกมา ผู้คนที่อยู่บริเวณโดยรอบต่างลอยกระเด็นออกไป ซึ่งมันก็ทำให้พวกเขาไม่สามารถเข้าไปใกล้ได้เลย
จากนั้นลำแสงทั้งสิบสองก็พุ่งทะยานเข้าไปในขอบฟ้า มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ที่แท้ต้องให้แผนที่ทั้งหมดรวมเข้าด้วยกันถึงจะมีการตอบสนองนี่เอง”
“นายท่าน รออีกเดี๋ยวค่อยเข้าไปเถิดขอรับ พลังของมันในตอนนี้อันตรายเกินไป” อ้านกล่าวพลางขวางมู่เฉียนซีเอาไว้
“อื้ม!”
ทางด้านของภูตร้ายแห่งความตายเองก็อยากจะฉวยโอกาสนี้เอาแผนที่มาก่อน แต่เมื่อเข้าไปใกล้ จุดจบเดียวก็คือถูกทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งมันก็ทำให้พวกเขาไม่กล้าที่จะเข้าใกล้อีกแล้ว
หลังจากที่รอให้ลำแสงเหล่านั้นจางลง ผลึกทั้งสิบสองชิ้นที่ลอยอยู่กลางอากาศก็ประกอบเข้าด้วยกัน นอกจากนี้ยังมีแผนที่สลักอยู่ข้างบนนั้นอีกด้วย
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “จอมราชาภูต”
“ข้าเข้าใจแล้ว ไว้เป็นหน้าที่ของข้าเอง” จอมราชาภูตกล่าวตอบ
เมื่อสัมผัสได้ว่าพลังแห่งภูตวิญญาณที่แพร่กระจายออกมา อ่อนแอลงเล็กน้อย จักรพรรดินีเผ่าวิหคเก้าหัวก็พาคนของนางทะยานเข้าไป
“แผนที่นี้ ต้องเป็นของพวกข้า!”
ในตอนที่นางกำลังจะสัมผัสแผนที่นั้น นางก็ถูกพลังโจมตีจนลอยกระเด็นออกไปอีกครั้ง
ตึง ตึง ตึง!
“ให้ตายเถอะ! เหตุใดถึงได้เป็นเช่นนี้” จักรพรรดินีเผ่าวิหคเก้าหัวในเวลานี้คลั่งจนถึงขีดสุดแล้ว
มู่เฉียนซีเรียนรู้บทเรียนจากนาง จึงไม่ได้เข้าไปใกล้อีก
นางและจอมราชาภูตทำเพียงแค่ค้นคว้าแผนที่นี้จากมุมต่าง ๆ จากนั้นก็จดจำทุกรายละเอียดของแผนที่นี้เอาไว้
ไม่จำเป็นต้องเอาแผนที่นี้มา อย่างไรเสียแค่มองเห็นก็เพียงพอแล้ว
มู่เฉียนซีกล่าวถามว่า “จอมราชาภูต ท่านรู้ตำแหน่งของมันหรือไม่”
นางจำแผนที่นี้ได้แล้ว แต่นางไม่คุ้นเคยกับแดนภูตแห่งนี้ ถึงจะมีแผนที่แต่นางก็ไม่รู้ว่าตำแหน่งของมันคือที่ไหนอยู่ดี
หากถามถึงคนที่คุ้นเคยกับแดนภูตมากที่สุด คาดว่าคงไม่มีผู้ใดเกินจอมราชาภูตแล้ว จอมราชาภูตพยักหน้าเล็กน้อยพลางกล่าวว่า “ข้ารู้แล้ว”
“เช่นนั้นก็ดี! พวกเราไปกัน! ท่านจอมราชาภูตนำทางเถอะ!” มู่เฉียนซีกล่าว
“ตกลง!”
จอมราชาภูตออกคำสั่ง และคนอื่น ๆ ก็ล่าถอยอย่างรวดเร็ว
“จักรพรรดินี พวกเขากลัวกันแล้วอย่างนั้นสินะเจ้าคะ ถึงได้ยอมแพ้ไม่ยอมแย่งแผนที่กับพวกเราแล้ว! เช่นนั้นพวกเรามาเก็บแผนที่นี้ให้ได้ในคราวเดียวกันเถอะเจ้าค่ะ”
ปังงง!
ถึงจะมีคนที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน แต่กลับไม่มีโชคและไม่มีความสามารถพอที่จะเอาแผนที่นี้มาได้เลย
สีหน้าของจักรพรรดินีเผ่าวิหคเก้าหัวมืดมนลง พลางกล่าวว่า “ให้ตายเถอะ! แย่แล้ว พวกเราไม่จำเป็นต้องเอาแผนที่นี้มาก็ได้ ขอเพียงหาตำแหน่งในแผนที่นี้เจอก็เพียงพอ พวกของจอมราชาภูตจะต้องรู้และล่วงหน้าไปก่อนแล้วเป็นแน่ พวกเราช้ากว่าพวกเขาไปก้าวหนึ่งแล้ว”
“รีบจดบันทึกแผนที่นี้ซะ อธิบายออกมา ว่ามันคือสถานที่ไหนกันแน่ มีใครมองออกแล้วหรือยัง” จักรพรรดินีเผ่าวิหคเก้าหัวตะโกนสั่ง
.
.