ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2827 สุสานจักรพรรดิภูต
ทางฝ่ายของพวกเขาไม่มีคนที่เหมือนกับจอมราชาภูต และเหล่าผู้อาวุโสของเผ่าภูตสองสามคนก็กล่าวด้วยเสียงที่สั่นเครือว่า “ท่านจักรพรรดินี ท่านโปรดรอสักครู่เถิดขอรับ อีกเดี๋ยวพวกเราก็จะค้นคว้ามันออกมาได้แล้ว”
“เร็วเข้าเถอะ!” จักรพรรดินีเผ่าวิหคเก้าหัวกล่าวอย่างหมดความอดทน
เพราะตอนนี้ตามหลังคนเหล่านั้นมามากแล้ว ดังนั้นจะไม่ให้จักรพรรดินีเผ่าวิหคเก้าหัวร้อนใจได้อย่างไร
“ขอรับ!”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า! ตอนนี้เจ้าพวกนกโง่ฝูงนั้นคงจะกำลังแย่งแผนที่นั่นอย่างโง่เขลาอยู่สินะ” หลังจากที่พวกเขาเดินทางไกลออกมาแล้ว จูเชว่ก็หัวเราะขึ้นมาอย่างมีความสุข
ก่อนหน้านี้วิหคเก้าหัวเหล่านั้นช่างหยิ่งผยองมากเหลือเกิน ฉะนั้นตอนนี้ทุกคนจึงมีความสุขมากที่เห็นพวกมันต้องมาพ่ายแพ้เช่นนี้
“เร่งความเร็วหน่อยเถอะ แม้ว่าเจ้าพวกนั้นจะช้าไปกว่าพวกเราก้าวหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้อ่อนแอเลย! มีเพียงแต่ต้องไปถึงสุสานของจักรพรรดิภูตก่อนเท่านั้น จึงจะสามารถครอบครองโอกาสได้เล็กน้อย” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ
“ขอรับ!”
พวกเขามาถึงน่านน้ำแห่งหนึ่ง ซึ่งน่านน้ำแห่งนี้เต็มไปด้วยน้ำวนอยู่ทั่วทุกที่
แม้ว่าจะอยู่กลางอากาศ แต่น้ำวนเหล่านี้ก็มีแรงดึงดูดที่แข็งแกร่งมาก จนทำให้คนที่อยู่กลางอากาศถูกดูดลงไป ฉะนั้นพวกเขาจำเป็นต้องรับมืออย่างระมัดระวัง
ฉื้อเม่ยกล่าวว่า “ที่นี่คือทางเข้า ไม่มีผู้ใดเข้ามาในน่านน้ำแห่งนี้นับหมื่นปีแล้ว พวกเราจะเข้าไปได้อย่างไร”
จอมราชาภูตกล่าวตอบว่า “อันที่จริงแผนที่ได้บอกทั้งหมดกับพวกเราแล้ว ทุกคนระวังตัวด้วย รอให้ข้าเปิดประตูใหญ่ของสุสานจักรพรรดิภูตก่อน”
“ตกลง!” จอมราชาภูตพุ่งทะยานผ่านไป ด้วยท่าทางที่ดูเหมือนว่าเขาจะมีความมั่นใจในการเปิดประตูเป็นอย่างมาก
แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นเช่นนี้ แต่พวกเขาก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้จริง ๆ
อย่างที่รู้กันว่าพลังในการต่อสู้ของจอมราชาภูตนั้นต่ำมาก ซึ่งพวกเขาก็กลัวว่าเขาจะถูกน้ำวนนั้นดูดกลืนหายไป
“ราชินีเผ่าไก่ฟ้า ผู้นำเผ่าโลหิต พวกท่านไปคุ้มกันจอมราชาภูตเถอะ!” มู่เฉียนซีกล่าว
“ได้!”
จอมราชาภูตเดินอยู่ท่ามกลางน้ำวนสองสามแห่ง จากนั้นก็ใส่พลังแห่งภูตเข้าไปข้างในนั้น
บางทีอาจจะมีความลับอื่นอยู่ภายใน แต่เนื่องจากว่ามู่เฉียนซีไม่ใช่คนของแดนภูตจึงไม่เข้าใจ
พลังแห่งภูตทั้งหมดเก้าสิบสายพุ่งจู่โจมเข้ามา ทำให้การก้าวเดินของจอมราชาภูตไม่มั่นคงเล็กน้อย ซึ่งมู่เฉียนซีก็ได้มอบยาลูกกลอนให้จอมราชาภูตเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บของเขา
หลังจากที่สีหน้าของจอมราชาภูตดีขึ้นแล้ว เขาก็กล่าวว่า “พวกเจ้าถอยไปให้หมด ถอยออกไปให้ไกลหน่อย”
“ขอรับ!”
จอมราชาภูตยืนอยู่กลางอากาศ พร้อมกับเสื้อคลุมที่ปลิวไสว และพลังแห่งภูตก็ควบแน่นจนกลายเป็นมีด หลังจากนั้นก็ตกลงมาจากกลางอากาศทันที
ตูมมม!
มีเสียงระเบิดดังกึกก้องออกมา จนเกิดระลอกคลื่นนับพันบนผิวน้ำ และทั่วทั้งแดนภูตต่างก็สั่นสะเทือนอย่างไม่ทราบสาเหตุ
หลังจากนั้นก็ได้ปรากฏรอยแยกขึ้นระหว่างทะเล และน้ำทะเลทั้งหมดก็ไหลเข้าไปสู่ใจกลาง ซึ่งดูน่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างยิ่ง
จอมราชาภูตกล่าวว่า “นี่คือทางเข้าสุสานของจักรพรรดิภูต ประตูใหญ่ได้ถูกเปิดออกแล้ว พวกเจ้าเข้าไปกันเถอะ! หวังว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะเป็นไปได้อย่างราบรื่น”
“ขอรับ!” และร่างเงาจำนวนนับไม่ถ้วนพุ่งทะยานเข้าไปที่กลางทะเลแห่งนั้นทันที
แม้ว่าจะใช้พลังแห่งภูตป้องกันร่างกาย แต่ก็ยังรู้สึกได้ถึงแรงกระแทกที่รุนแรงของน้ำทะเลนั้น ซึ่งมันก็ทำให้มีบางคนที่เกือบจะทนรับมันไม่ไหวเลยทีเดียว
และพวกเขาก็รู้สึกว่ามู่เฉียนซีเป็นมนุษย์ที่แปลกประหลาดคนหนึ่ง เพราะถึงนางจะไม่ใช้พลังวิญญาณแต่ก็สามารถทนต่อแรงกดดันของน้ำทะเลนี้ได้อย่างง่ายดาย
ขนาดถูกฟ้าผ่านางยังเคยผ่านมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แรงกดดันของน้ำทะเลแค่นี้ย่อมไม่ส่งผลกระทบต่อร่างกายของนางอยู่แล้ว
หลังจากที่ส่งยอดฝีมือของเผ่าต่าง ๆ เข้าไปคุ้มกันเผ่าภูตรุ่นเยาว์เหล่านั้นแล้ว เหล่าผู้นำก็ไม่ได้ตามเข้าไปด้วย
เนื่องจากว่าพวกเขายังมีเรื่องสำคัญที่จะต้องทำ นั่นก็คือการขวางภูตร้ายแห่งความตายเหล่านั้นเอาไว้ และไม่ปล่อยให้พวกเขาเข้าไปขวางทางได้
จักรพรรดินีเผ่าวิหคเก้าหัวที่มาถึงช้ากล่าวว่า “สมกับที่เป็นจอมราชาภูต ถึงท่านจะไม่เชี่ยวชาญเรื่องการต่อสู้ แต่ท่านสามารถจัดการเรื่องอื่นได้อย่างรวดเร็วเลยทีเดียว ในเมื่อประตูใหญ่ถูกเปิดออกแล้ว เช่นนั้นพวกเราจะได้ไม่ต้องลงมือ”
“เจ้าคิดว่าพวกเจ้าจะเข้าไปได้อย่างนั้นหรือ” ราชินีเผ่าไก่ฟ้ากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา
เวลาเปิดของประตูใหญ่นั้นมีจำกัด พวกเขาจะต้องพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อขวางคนเหล่านี้ไว้ และทำให้พวกเขาไม่สามารถเข้าไปในสุสานของจักรพรรดิภูตได้
“ข้าไม่เชื่อว่าพวกเจ้าจะสามารถขวางพวกข้าเอาไว้ได้ ฝ่าเข้าไป!” จักรพรรดินีเผ่าวิหคเก้าหัวกล่าวอย่างดุเดือด
ตูมม โครมมม!
และทันใดนั้นก็มีเสียงระเบิดดังกึกก้องขึ้นเหนือผิวน้ำทะเล
ผู้แข็งแกร่งของเผ่าภูตหลักทั้งสิบสองพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อขวางเผ่าวิหคเก้าหัวเอาไว้ นอกจากนี้ยังมีภูตร้ายแห่งความตายมากมายอีกด้วย
ปัง ปัง ปัง!
เมื่อเห็นว่าทางผ่านกำลังจะถูกปิดลง จักรพรรดินีเผ่าวิหคเก้าหัวก็แอบคิดในใจว่าแย่แน่ เจ้าพวกนี้จงใจจะถ่วงเวลาพวกเขาเอาไว้
“พวกเราจะพยายามขวางพวกเขาเอาไว้! และจำเป็นต้องส่งคนส่วนหนึ่งเข้าไปแทน เร็วเข้า!” นางตะโกนกล่าวเสียงดัง
ในเมื่อไม่สามารถเข้าไปทั้งหมดได้ อย่างน้อยก็ต้องส่งคนที่มีความหวังที่จะได้รับสืบทอดมรดกของจักรพรรดิภูตมากที่สุดเข้าไปก็ยังดี
ให้ตายเถอะ หากพวกเขาไม่ตอบสนองช้าไปก้าวหนึ่ง ตอนนี้ก็คงไม่ต้องเป็นฝ่ายถูกกระทำถึงขนาดนี้
ตูมม โครมมม!
ภูตร้ายแห่งความตายและคนอื่น ๆ พยายามอย่างเต็มที่ จนสามารถส่งคนกลุ่มหนึ่งเข้าไปจนได้
“ให้ตายเถอะ!” สีหน้าของฉื้อเม่ยมืดมนลงทันที
หากคนเหล่านี้เข้าไปได้ ก็เท่ากับว่าเหยียนเอ๋อร์มีคู่แข่งที่แข็งแกร่งเพิ่มขึ้นอีก และเขาก็จะมีอันตรายมากยิ่งขึ้นด้วย
พวกเขาสามารถเข้าไปได้ในเสี้ยวอึดใจสุดท้าย และหลังจากที่คนกลุ่มหนึ่งเข้าไปได้แล้ว ประตูของสุสานจักรพรรดิภูตก็ปิดลงทันที แต่ทว่าการต่อสู้ของพวกเขายังคงไม่สิ้นสุดลง
“เหอะ! พวกเจ้าแพ้แน่ การต่อต้านสุดท้ายก่อนตายในสายตาของข้า ก็เป็นเพียงแค่เรื่องตลกเท่านั้น”
สำหรับพวกเขาแล้วถึงจะต่อสู้ต่อไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย ฉะนั้นจักรพรรดินีเผ่าวิหคเก้าหัวจึงกล่าวว่า “พวกเจ้าคอยดูเถอะ อีกไม่นานวันแห่งการทำลายล้างของพวกเจ้าก็จะมาถึงแล้ว! จอมราชาภูต เจ้านายของข้าต้องการที่จะประกาศสงครามกับเจ้าอย่างเป็นทางการ”
จอมราชาภูตกล่าวว่า “พวกเราไม่มีทางปล่อยให้พวกเจ้าทำเรื่องวุ่นวายแน่นอน”
หลังจากนั้นจักรพรรดินีเผ่าวิหคเก้าหัวก็จากไป จอมราชาภูตเองก็สามารถคาดเดาได้แล้วว่ากำลังจะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น
เขากล่าวว่า “ผู้นำเผ่าทุกท่าน พวกเจ้าจะต้องให้แต่ละเผ่าเตรียมตัวเอาไว้ พวกเจ้าจะต้องระดมกำลังทั้งหมด ช่วงเวลาแห่งความวุ่นวายของแดนภูตกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว”
บนใบหน้าของทุกคนเผยท่าทางเคร่งขรึมออกมา ไม่ว่าอย่างไรก็ตามพวกเขาไม่สามารถพ่ายแพ้ได้
…
พวกของมู่เฉียนซีในเวลานี้ได้ก้าวเข้าสู่เกาะโบราณที่เงียบสงบแห่งหนึ่ง เกาะแห่งนี้มีขนาดใหญ่มาก และบริเวณโดยรอบก็มีน่านน้ำทะเลที่ไม่มีที่สิ้นสุดอีกด้วย
“นี่ก็คือสุสานของจักรพรรดิภูต” มู่เฉียนซีกล่าว
“ไปกันเถอะ!”
มู่เฉียนซีรู้สึกถึงกลิ่นอายที่แข็งแกร่งจำนวนนับไม่ถ้วนบนเกาะแห่งนี้ และเป็นไปตามที่คาดไว้ เพราะหลังจากที่พวกเขาขึ้นมาบนเกาะได้ไม่นาน ก็ต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีทันที
“หลบเร็ว!”
ปัง ปัง ปัง!
มีร่างเงาของวิญญาณสองสามร่างปรากฏขึ้น “ในสุสานของจักรพรรดิภูต ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่สามารถรบกวนการหลับใหลของจักรพรรดิภูตได้ จึงรีบออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้”
จูเชว่ที่สวมชุดสีแดงราวกับเปลวเพลิง กล่าวว่า “ข้าออกไปจากที่นี่ไม่ได้ ข้าต้องการรับสืบทอดมรดกของจักรพรรดิภูต”
“เผ่าจิ้งจอก! เป็นเพียงแค่ภูตจิ้งจอกตัวน้อยแต่อยากสืบทอดมรดกของจักรพรรดิภูต เพ้อเจ้อเกินไปแล้ว! หากต้องการจะผ่านไป ต้องเอาชนะพวกข้าให้ได้เสียก่อน พวกข้าไม่มีทางออมมือให้แน่นอน!”
“สู้ก็สู้สิ! คิดว่าข้าจะกลัวพวกเจ้าหรือไม่”
ตูมม โครมมม!
สำหรับพวกเขาแล้ว นี่เป็นการต่อสู้ที่ดุเดือดมากทีเดียว
มู่เฉียนซีกล่าวด้วยเสียงที่ทุ้มต่ำว่า “อ้าน ความจริงแล้วการเอาชนะพวกเขาเป็นเรื่องที่ง่ายดายมาก แต่ข้าจะยังไม่ยื่นมือเข้าไปยุ่งตอนนี้ พวกเขาต้องได้รับสืบทอดมรดกของจักรพรรดิภูต จำเป็นต้องผ่านการทดสอบของจักรพรรดิภูตเสียก่อน”
“ขอรับ! นายท่านกล่าวได้ถูกต้องแล้ว” อ้านกล่าวตอบ
“เจ้าสัมผัสถึงกลิ่นอายของต้นกำเนิดแห่งแดนภูตได้บ้างหรือไม่” มู่เฉียนซีกล่าว
“ไม่มี/ไม่มีเลยขอรับ!” จิ่วเยี่ยและอ้านต่างก็ตอบเช่นนี้เหมือนกัน
“ตอนนี้ยังอยู่แค่รอบนอกเท่านั้น รอเข้าไปดูในที่ตั้งของสุสานก่อนก็แล้วกัน หากจอมราชาภูตไม่ผิดพลาดละก็ มันน่าจะอยู่ที่นี่แหละ” มู่เฉียนซีกล่าว
นี่เป็นการต่อสู้ที่นองเลือด พวกเขาไม่ยอมแพ้ และไม่ยอมถอยแน่นอน!
พวกเขาเริ่มต้นกันไปทีละก้าว แม้ว่าจะเต็มไปด้วยเลือด แต่พวกเขาก็สามารถยืดหยัดจนมุ่งหน้าไปจนถึงในกลางของเกาะแห่งนี้ได้
ถึงแม้ว่าพวกเขาจะอายุยังน้อย แต่ก็รู้ว่าแดนภูตในตอนนี้กำลังมาถึงจุดวิกฤตที่สำคัญยิ่งแล้ว
หากพวกเขาไม่พยายามอย่างหนัก แดนภูตก็คงไม่มีทางกลับไปมีวันที่สุขสงบเหมือนอย่างเคยได้อีกตลอดกาล
.
.