ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2828 จิ้งจอกน้อยย่าง
บนเกาะแห่งนี้มีวิญญาณภูตนับหมื่นนับพันตัว และพวกเขาก็ได้เห็นถึงความพยายามและความอุตสาหะของคนหนุ่มสาวเหล่านี้
แต่ทว่าเพียงเท่านี้ พวกเขายังไม่สามารถได้รับสืบทอดมรดกของจักรพรรดิภูตได้อยู่ดี
และตอนนี้พวกเขาก็ค้นพบคนที่พิษเศษคนหนึ่งอยู่บนเกาะด้วย ซึ่งก็คือมนุษย์นั่นเอง
ที่นี่คือสุสานของจักรพรรดิภูต และไม่ยินดีที่มีมนุษย์มาที่นี่ ดังนั้นพวกเขาจึงแสดงความไม่ชอบต่อมู่เฉียนซี ทั้งยังต้องการขับไล่นางออกไปอีกด้วย
ในตอนที่พวกเขากำลังจะปิดล้อมนางเอาไว้ ทันใดนั้นพวกเขาก็สัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวของพลังจิตวิญญาณที่น่าสะพรึงกลัว และพลังนั้นก็ทำให้พวกเขาไม่สามารถเข้าใกล้มู่เฉียนซีได้เลยแม้เพียงครึ่งก้าว
และด้วยพลังจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งนี้ ทำให้พวกเขาสัมผัสได้ว่าจิตวิญญาณของพวกเขากำลังจะถูกบดขยี้อย่างหนัก
“มนุษย์ผู้นี้” พวกเขากล่าวอย่างตื่นตกใจ
“ข้าไม่ได้มีเจตนาร้าย และข้าก็ไม่ได้อยากสืบทอดมรดกของจักรพรรดิภูตด้วย ดังนั้นพวกเจ้าไม่จำเป็นต้องโจมตีข้าหรอก! แม้ว่าพวกเจ้าจะโจมตีข้า ก็มีแต่จะหาเรื่องให้ลำบากใจเท่านั้น”
เนื่องจากว่าพลังจิตวิญญาณของมู่เฉียนซีแข็งแกร่งมาก จึงทำให้เหล่าวิญญาณภูตที่คอยเฝ้าสุสานของจักรพรรดิภูตไม่กล้าที่จะทำอะไรบุ่มบ่ามอีก
“มนุษย์ หากเจ้าไม่ได้มาเพื่อสืบทอดมรดกของฝ่าบาทจักรพรรดิภูต เช่นนั้นเจ้ามาเพื่ออะไรกัน”
“ข้าอยากจะมาพบต้นกำเนิดแห่งแดนภูตเสียหน่อย!”
“มนุษย์ เจ้านี่มันช่างบังอาจเกินไปแล้ว!”
ผู้ที่เหลืออยู่ที่นี่ล้วนเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาที่ภักดีต่อจักรพรรดิภูตทั้งนั้น
แม้ว่าจะเป็นพวกเขาเอง ก็ยังไม่เคยพบต้นกำเนิดแห่งแดนภูตมาก่อนเลยด้วยซ้ำ
ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตเป็นการดำรงอยู่ของสิ่งที่พิเศษที่สุดของแดนภูต และมีเพียงฝ่าบาทจักรพรรดิภูตเท่านั้นที่มีคุณสมบัติพอที่จะได้พบมัน
แต่ทว่ามนุษย์ผู้นี้ คิดไม่ถึงเลยว่าจะกล้าร้องขอเรื่องเช่นนี้ออกมา!
“โอ้! แม้แต่พวกเจ้าก็ไม่รู้อย่างนั้นหรือ”
พวกเขาเตรียมที่จะใช้พลังจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งข่มขู่ เพื่อสั่งสอนมู่เฉียนซี แต่ผลปรากฏว่ากลับถูกมู่เฉียนซีแสดงพลังอำนาจแทน
“อ๊ากกก!” ทันใดนั้นก็มีเสียงกรีดร้องที่น่าสังเวชดังออกมา
“หากเป็นในตอนที่พวกเจ้ายังมีชีวิตอยู่ บางทีข้าอาจจะทำอะไรพวกเจ้าไม่ได้ แต่ทว่าตอนนี้พวกเจ้าได้กลายเป็นเพียงวิญญาณภูตแล้ว และหากเทียบพลังจิตวิญญาณ แม้ว่าพวกเจ้าจะตายมานานมากเพียงใดก็ไม่สามารถทำอะไรข้าได้อยู่ดี”
หลังจากนั้นร่างสีม่วงก็พุ่งทะยานไปยังใจกลางของเกาะ ซึ่งตอนนี้ก็ไม่มีวิญญาณภูตผู้พิทักษ์ตนใดกล้าขัดขวางมู่เฉียนซีอีกแล้ว
“มีมนุษย์มาอีกแล้ว!” วิญญาณภูตผู้พิทักษ์เหล่านั้นกล่าวอย่างหยิ่งผยอง
“นอกจากนี้ยังแพร่กระจายพลังแห่งความตายที่มีกลิ่นอายเทียบเท่ากับพวกเราอีกด้วย การที่เผ่าภูตมีกลิ่นอายเช่นนี้ปะปนอยู่ ถือว่าเป็นลางบอกเหตุมิใช่หรือ”
“ขวางพวกเขาเอาไว้!”
ทันใดนั้นเปลวเพลิงสีแดงฉานก็ลุกโชนไปทั่วทั้งเกาะ ซึ่งมันก็ทำให้มีคนที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจำนวนไม่น้อย นอกจากนี้ยังไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้อีกด้วย
ทั้งร่างกาย จิตวิญญาณ ทั่วทั้งร่างของจูเชว่ต่างก็ได้รับบาดเจ็บ แต่ทว่าเขากลับไม่ล้มฟุบลงไปแต่อย่างใด
“ข้าเคยสัญญากับซีซีเอาไว้แล้ว ว่าข้าจะต้องเป็นจักรพรรดิภูตให้ได้ ดังนั้นไม่ว่าใครก็อย่าคิดจะมาขวางทางข้า” จูเชว่คำรามกล่าว
“ภูตจิ้งจอกน้อย สายเลือดของเจ้ามีความบริสุทธิ์มาก แต่ว่าเจ้าอ่อนแอมากเกินไป อ่อนแอมากเกินไปจริง ๆ!”
“ข้าไม่มีทางยอมแพ้หรอก!” หลังจากนั้นพลังแห่งภูตก็ระเบิดออกมา
จูเชว่ฝึกฝนกับจอมราชาภูต ทำให้ความสามารถของเขาก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด แต่ทว่าเมื่อมาอยู่ในสุสานของจักรพรรดิภูต ความเร็วในการเปลี่ยนเป็นแข็งแกร่งของเขาทำให้เผ่าภูตคนอื่น ๆ ตื่นตกใจจนพูดไม่ออกเลยทีเดียว
นายน้อยเผ่าจิ้งจอกผู้นี้แข็งแกร่งมากจริง ๆ
“ขอโทษนะ หากจะสู้กันก็รอให้ข้าจัดการบาดแผลให้จูเชว่สักหน่อยก่อนค่อยสู้กันต่อเถอะ”
ในระหว่างที่พวกเขากำลังเดินหน้าไป ก็ค้นพบว่ามนุษย์อย่างมู่เฉียนซีได้หายไปแล้ว
เดิมทีคิดว่านางประสบอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน แต่สุดท้ายกลับค้นพบว่านางสวมใส่เสื้อผ้าเรียบร้อย และเดินผ่านวิญญาณภูตเหล่านั้นไปราวกับกำลังเดินเล่นอยู่ในสวนก็มิปาน
ท่าทางที่ผ่อนคลายมากเช่นนี้ ราวกับว่านางไม่ได้ถูกวิญญาณภูตผู้พิทักษ์โจมตีเลยอย่างไรอย่างนั้น
ในตอนที่มู่เฉียนซีกล่าวคำนี้ออกมา พวกเขาก็หยุดโจมตีภูตน้อยเหล่านี้ ซึ่งมันก็ทำให้คนกลุ่มนั้นตะลึงงันไปทันที
มู่เฉียนซีเป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่งเท่านั้น! เหตุใดวิญญาณภูตผู้พิทักษ์เหล่านั้นต้องเชื่อฟังนางถึงขนาดนั้นด้วย นี่มันจะน่าเหลือเชื่อเกินไปหน่อยแล้ว
“รีบรักษาตัวเร็วเข้า เจ้าพวกสารเลวภูตร้ายแห่งความตายเหล่านั้นไล่ตามมาแล้ว” มู่เฉียนซีกล่าวกับพวกเขา
นางจะไม่ช่วยพวกเขาข้ามผ่านอุปสรรคนี้ แต่สามารถช่วยสนับสนุน ให้พวกเขามีโอกาสได้หายใจหายคอกันบ้าง
“ตกลง!” จูเชว่พยักหน้ากล่าว
พวกเขาแต่ละคนนำยาลูกกลอนของหอหมอปีศาจมาด้วยตนเอง และกินมันลงไปอย่างรีบร้อน ส่วนวิญญาณภูตผู้พิทักษ์เหล่านั้นก็มองมาที่มู่เฉียนซีด้วยสีหน้าที่ไร้อารมณ์
นางมีพลังจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งจนพวกเขาไม่สามารถยั่วยุได้ ก็แค่ให้พวกเขาได้รักษาตัวเท่านั้น แต่หากจะให้พวกเขาอ่อนข้อให้ แน่นอนว่าเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว
ปัง ปัง ปัง!
หลังจากที่พวกเขารักษาบาดแผลเสร็จก็ต่อสู้กันต่อ มู่เฉียนซีอยู่ในสถานะที่ไม่ถูกโจมตีเลย ซึ่งนั่นก็ทำให้เผ่าภูตค่อนข้างอิจฉาเล็กน้อย
“บางทีเพราะเป็นมนุษย์จึงไม่ถูกโจมตีก็เป็นได้”
“มนุษย์ไม่สามารถสืบทอดมรดกของจักรพรรดิภูตได้ และคาดว่าวิญญาณภูตผู้พิทักษ์เหล่านี้คิดว่าการโจมตีนางเป็นการเปลืองแรงเปล่าน่ะสิ!”
“……”
วิญญาณภูตผู้พิทักษ์เหล่านี้คิดเพียงแค่ว่าหนุ่มสาวเหล่านั้นช่างโง่เขลาและไร้เดียงสามากจริง ๆ นางเป็นผู้ที่มีพลังจิตวิญญาณแข็งแกร่งพอจะทำลายล้างวิญญาณภูตผู้พิทักษ์บนเกาะของพวกเขาทั้งหมดได้ ฉะนั้นพวกเขาจึงไม่มีทางโจมตีนางอยู่แล้ว
ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงใจกลางของเกาะแห่งนี้ ถึงบริเวณโดยรอบจะล้อมรอบไปด้วยทะเล แต่ทว่าใจกลางเกาะกลับมีเปลวเพลิงที่อันตราย ซึ่งเปลวเพลิงนี้ก็ทำให้พวกเขารู้สึกอันตรายเป็นอย่างยิ่ง
“อ๊ากกก!” ในตอนที่ก้าวผ่านเปลวเพลิงนั้น การป้องกันของพลังแห่งภูตไม่เป็นผลเลยแม้แต่น้อย ซึ่งพวกเขากทำได้เพียงเฝ้าดูตนเองโดนแผดเผา และกลิ้งออกมาเท่านั้น
พรึ่บบบ!
กลิ่นหอมของเนื้อที่ไหม้เกรียมนั้นช่างทำให้ยากที่จะทนได้จริง ๆ
“การป้องกันทางพลังแห่งภูตไม่เป็นผลอย่างสิ้นเชิง ต้องอาศัยร่างกายของตนเองพุ่งเข้าไป นี่มันช่างน่ากลัวมากจริง ๆ”
“ยอมแพ้รึ! จะให้มายอมแพ้ตอนนี้ คิดว่าจะยอมหรือ” จูเชว่กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำ
เปลวเพลิงที่อยู่บนร่างของเขาระเบิดออกมา พลางกล่าวว่า “ข้าอยากจะลองดูหน่อย!”
“ข้าก็ด้วย!”
“……”
พรึ่บ พรึ่บ พรึ่บ!
การเดินเข้าไปในเปลวเพลิง เป็นเรื่องที่น่าสังเวชใจเป็นอย่างยิ่ง
บางคนล่าถอย บางคนก็ก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่ลังเล
“ย้อนกาลเวลา!” มู่เฉียนซีกระซิบกล่าว
ลำแสงสีเขียวอ่อนปกคลุมมู่เฉียนซีเอาไว้ หลังจากนั้นมู่เฉียนซีเริ่มใช้พลังวิญญาณธาตุอัคคี และเมื่อเปลวเพลิงแห่งราชันย์ปกคลุมนางเอาไว้แล้ว นางจึงเดินเข้าไปทันที
ปังง!
นี่คือเปลวเพลิงของจักรพรรดิภูต ซึ่งมันก็ไม่ได้อ่อนแอไปกว่าเปลวเพลิงแห่งราชันย์มากเท่าไรนัก
แม้ว่ามู่เฉียนซีจะเดินเข้ามาโดยอาศัยเปลวเพลิงของมังกรเพลิงและพิฆาตวิญญาณ แต่มันก็ทำให้สีหน้าของนางซีดเซียวเล็กน้อยได้เช่นกัน
และบนพื้นที่อยู่เบื้องหน้านั้นก็มีของเล่นตัวน้อยปรากฏขึ้นมา อย่างเช่นจิ้งจอกเพลิงน้อย เสือน้อย…
พรึ่บ!
เมื่อเข้ามาแล้วและได้เห็นสัตว์ย่างหลากหลายชนิด มันก็ทำให้นางรู้สึกอยากอาหารขึ้นมาทันที
“ซีซี เจ้าเลิกล้อเล่นได้แล้ว” จิ้งจอกเพลิงน้อยเอ่ยปาก
“โอ้! ยังมีแรงอยู่สินะ!”
ฟิ้วว!
เข็มยาที่อยู่ในมือของมู่เฉียนซีบินออกไป จากนั้นก็ฝังลงบนร่างกายของพวกเขา
ภูตตัวน้อยที่ถูกย่างจนกรอบนอกนุ่มในที่เหลือเพียงลมหายใจรวยรินเหล่านั้นฟื้นพลังกลับมาบ้างแล้ว แต่ทว่าตอนนี้พวกเขาถูกย่างจนกลายเป็นร่างเดิม และหากต้องการที่จะฟื้นฟูจนกลายร่างเป็นมนุษย์ได้ ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ง่ายดายขนาดนั้น
ในที่สุดจูเชว่ก็สามารถเคลื่อนไหวได้แล้ว ตนเองเป็นมนุษย์มายี่สิบปี ทำให้ก่อนหน้านี้การยอมรับความจริงว่าตนเองคือเผ่าภูตนั้นเป็นเรื่องที่ยากมากจริง ๆ แต่สุดท้ายตอนนี้ตนเองก็เปลี่ยนกลายเป็นเพียงจิ้งจอกตัวหนึ่งเท่านั้น
แต่ทว่ารูปร่างเช่นนี้ ดูเหมือนมันจะน่ารักมากเลยทีเดียว!
จูเชว่ขดตัวจนกลายเป็นลูกบอลจากนั้นก็กล่าวว่า “ซีซี ข้าได้รับบาดเจ็บแล้ว อุ้มหน่อยสิ!”
การกลายเป็นสัตว์ตัวน้อยก็มีข้อดีเช่นกัน ตัวอย่างเช่น…
จูเชว่อยากที่จะกระโดดเข้าไปในอ้อมแขนของมู่เฉียนซี แต่ผลปรากฏว่าถูกกระแทกออกไปด้วยพลังที่มองไม่เห็น
“รนหาที่ตายนัก!” หลังจากนั้นก็มีน้ำเสียงที่เย็นชาดึงขึ้นมาในสมองของจูเชว่
เป็นชายผู้นั้น อ๋องจิ่วเยี่ย! เขาลืมผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ไปได้อย่างไรกัน
“ซีซี ข้าเจ็บไปหมดทั้งตัวจริง ๆ นะ! มิเช่นนั้นเจ้านวดให้ข้าหน่อยจะได้หรือไม่”
ภูตตัวน้อยตัวอื่น ๆ กลอกตาพลางจ้องมองไปยังนายน้อยของเผ่าจิ้งจอกที่กำลังทำท่าทางกลิ้งไปมาอย่างน่ารัก ตอนนี้พวกเขาได้แต่สาปแช่งอยู่ภายในใจ มันช่างเป็นการทำให้เผ่าภูตผู้สูงศักดิ์อย่างพวกเขาต้องอับอายขายหน้าจริง ๆ!
.