ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2838 มีคนสนับสนุน
“พวกเขาช่างรนหาที่ตายนัก!” น้ำเสียงที่เย็นชาของหวงจิ่วเยี่ยดังออกมา
“ให้ข้าจัดการเอง!”
หลังจากที่คนของเผ่าเทพเหล่านั้นบุกมาถึง พวกเขาก็ได้ค้นพบว่าคนที่พวกเขาต้องการจะจับตัวถูกชิงตัวไปก่อนก้าวหนึ่งแล้ว
และคนผู้นี้ ก็คืออ๋องจิ่วเยี่ยที่เป็นบุคคลที่ทำให้พวกเขารู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่งนั่นเอง
“ฝะ…ฝ่าบาทจิ่วเยี่ย!”
“หนีเร็วเข้า!”
ในตอนที่เห็นจิ่วเยี่ย คนเหล่านี้ถูกทำให้ตื่นกลัวจนโง่งมอย่างเห็นได้ชัด ไหนเลยจะมาสนใจเรื่องจับมู่เฉียนซีอยู่อีก พวกเขารีบอพยพอย่างรวดเร็วยิ่งกว่าไปเกิดใหม่เสียอีก
ทันใดนั้นเบื้องหน้าพวกเขาก็มีร่างเงาสีขาวร่างหนึ่งปรากฏขึ้นมาอย่างกะทันหัน ชายผู้นั้นอ่อนโยนราวกับหยกแต่กลับก้าวร้าวอย่างหาที่เปรียบมิได้ นอกจากนี้เบื้องหลังของเขายังตามมาด้วยกองกำลังขนาดใหญ่เป็นอย่างยิ่งอีกด้วย
“พวกเจ้าคิดว่าหากมารังแกซีเอ๋อร์ของข้าในแดนภูตแล้ว ข้าจะเข้ามายุ่งไม่ได้จริง ๆ อย่างนั้นหรือ” แววตาที่เย็นชาของมู่อวู่ซวงกวาดมองไปทางพวกเขา
“องค์จักรพรรดิอวู่ซวง” พวกเขาจ้องมองไปที่มู่อวู่ซวงด้วยความตื่นตกใจ
ผู้ปกครองแดนวิญญาณผู้นี้ ไม่เพียงแต่เข้ามาในแดนภูตอย่างบู่มบ่ามเช่นนี้เท่านั้น นอกจากนี้ยังพากองกำลังมามากมายอีกด้วย!
“องค์จักรพรรดิอวู่ซวง ที่นี่คือแดนภูตไม่ใช่แดนวิญญาณ นี่ท่านจะทำลายความสมดุลของทั้งสามโลกอย่างนั้นหรือ” คนของเผ่าเทพกล่าวอย่างก้าวร้าว
“อย่าพูดจริงจังขนาดนั้นสิ ข้าเพียงแค่มากำจัดแมลงวันที่ขวางหน้าหลานสาวตัวน้อยของข้าเท่านั้นเอง ข้าไม่ได้สนใจเผ่าภูตหรอก” มู่อวู่ซวงกล่าวอย่างใจเย็น
“เจ้า…” องค์จักรพรรดิอวู่ซวงยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ถึงพวกเขาจะโกรธจนหน้าดำหน้าแดง แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้อยู่ดี
ถึงจะสู้ก็ไม่สามารถเอาชนะเขาได้!
“องค์จักรพรรดิอวู่ซวง วันนี้พวกข้าไม่ได้มาล่วงเกินฝ่าบาทน้อยเฉียนซี เพียงแต่พวกข้ามาเพื่อเชิญจักรพรรดิภูตเท่านั้น องค์จักรพรรดิอวู่ซวงโปรดอย่าขวางทางพวกเราเลย” เมื่อรู้ว่ามีผู้ยิ่งใหญ่ขนาดนี้และยังมีฝ่าบาทจิ่วเยี่ยอยู่ด้วย ดังนั้นไม่ว่าอย่างไรพวกเขาในวันนี้ก็ไม่สามารถพาหลานสาวหัวแก้วหัวแหวนขององค์จักรพรรดิอวู่ซวงไปได้ และพวกเขาก็ทำได้เพียงล่าถอยไปเท่านั้น
จักรพรรดิภูตรึ!
มู่อวู่ซวงมองไปยังชุดสีแดงดุจเปลวเพลิงผู้นั้น ซึ่งชายหนุ่มในชุดสีแดงมีเสน่ห์เป็นอย่างยิ่ง นี่คือจักรพรรดิภูตคนปัจจุบันอย่างนั้นหรือ
เขามองไปทางมู่เฉียนซีพลางกล่าวว่า “ซีเอ๋อร์ เขาคือสหายของเจ้าหรือ?”
“เจ้าค่ะ!” มู่เฉียนซีพยักหน้าเล็กน้อย
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เจ้าตัดสินใจจะทำเช่นไร”
“เว้นแต่ว่าเขาจะอาสาไปด้วยตนเอง ใครก็อย่าคิดที่จะพาจูเชว่ไปได้เลย ตอนนี้ข้ามีคนคอยสนับสนุนแล้ว นอกจากนี้ยังมีมากกว่าหนึ่งคนอีกด้วย แม้ว่าพวกเจ้าจะเป็นเผ่าเทพ ก็ลองกล้ามาบังคับดูสิ” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา
จิ่วเยี่ยอยู่ข้างกายนาง อาเล็กอยู่ข้างหน้าของนาง ดังนั้นเผ่าเทพที่ไม่เอาไหนเหล่านี้จึงทำได้เพียงหมอบลงเท่านั้น
สีหน้าของพวกเขาเปลี่ยนเป็นบูดบึ้งมากขึ้นไปอีก หากเป็นเวลาปกติ สาวน้อยที่ไม่มีความสามารถเลยแม้แต่น้อยอย่างนาง หากกล้ามาหยิ่งผยองต่อหน้าพวกเขาเช่นนี้ พวกเขาคงจะฆ่านางไปแล้ว
แต่ทว่าคนผู้นี้ไม่ได้ เป็นอย่างที่นางกล่าว และคนที่สนับสนุนนางก็เป็นคนที่พวกเขาไม่อาจรุกรานได้เลย
“พวกเราไป!”
“รีบไปกันเถอะ!”
พวกเขาเข้าใจแล้วว่าไม่เหมาะที่จะอยู่ที่นี่อีกต่อไป
และน้ำเสียงที่เย็นชาของจิ่วเยี่ยก็ดังออกมา “ข้าอนุญาตให้พวกเจ้าไปแล้วอย่างนั้นหรือ?”
“ข้าไม่ได้เจอซีเอ๋อร์มานานขนาดนี้ ดังนั้นต้องทำอะไรเพื่อซีเอ๋อร์บ้าง” ทันใดนั้นสายตาของมู่อวู่ซวงก็กวาดมองไปทางพวกเขาอย่างเย็นชา
บรรยากาศโดยรอบเปลี่ยนเป็นหนาวเหน็บขึ้นมาทันที จิ่วเยี่ยลงมือ และมู่อวู่ซวงเองก็เริ่มลงมือด้วยเช่นกัน ซึ่งดูเหมือนว่าทั้งสองคนจะกำลังแข่งขัน เพื่อดูว่าผู้ใดจะสังหารเจ้าพวกนี้ได้มากกว่ากัน
ดังนั้นเผ่าเทพเหล่านี้ที่ตกอยู่ในวังวนแห่งพลังอันบ้าคลั่ง จึงไม่เหลือแม้แต่ช่องทางให้ดิ้นรน ซ้ำยังถูกพลังอันรุนแรงกวาดล้างจนไม่เหลือร่องรอยเลยแม้แต่น้อย
และเผ่าเทพกลุ่มนี้ได้ถูกทำลายล้างจนสิ้นซากไปภายในเวลาไม่นาน
คนของแดนภูตตระหนักได้ถึงความแตกต่างระหว่างแดนภูตกับแดนวิญญาณ องค์จักรพรรดิอวู่ซวงผู้นี้แข็งแกร่งมาก นอกจากนี้ยังมีฝ่าบาทจิ่วเยี่ยแห่งแดนนรกผู้นั้นอีก
หลังจากที่เก็บกวาดแมลงวันเสร็จแล้ว แน่นอนว่ามู่อวู่ซวงก็อยากที่จะพูดคุยกับหลานสาวของตนเอง เพราะอย่างไรเสียพวกเขาก็ไม่ได้เจอกันมานานแล้ว
“ซีเอ๋อร์ เจ้าสามารถหาต้นกำเนิดแห่งแดนภูตได้อย่างราบรื่น ช่างดีเหลือเกิน” เขาเองก็สังเกตเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงบนร่างกายของมู่เฉียนซี และรอยยิ้มราวกับสายลมฤดูใบไม้ผลิก็เผยออกมาบนใบหน้าของเขา ซึ่งมันช่างแตกต่างจากตอนที่ทำลายล้างเผ่าเทพก่อนหน้านี้อย่างกับคนละคนเลยทีเดียว
“เจ้าค่ะ! ถือว่าราบรื่นเลย” ส่วนตอนที่ถูกสวรรค์ค้นพบ และเรื่องที่ถูกอสนีบาตลงทัณฑ์เหล่านั้น มู่เฉียนซีคิดว่าซ่อนมันเอาไว้น่าจะดีกว่า
“แม้ว่าซีเอ๋อร์จะหาต้นกำเนิดแห่งแดนภูตเจอแล้ว แต่ตอนนี้เจ้าก็อยู่ใกล้ซีเอ๋อร์มากเกินไปเช่นกัน อีกทั้งยังนานเกินไปแล้วด้วย รีบกลับดินแดนของเจ้าไปซะ มีข้าคอยดูแลซีเอ๋อร์อยู่ที่นี่ เผ่าเทพคงไม่กล้าเข้ามารุกรานอีกเป็นแน่” มู่อวู่ซวงมองไปทางจิ่วเยี่ยด้วยความรังเกียจเป็นอย่างยิ่ง หากไม่คำนึงถึงซีเอ๋อร์ที่อยู่ตรงหน้าของเขา เขาคงลงมือขับไล่คนผู้นี้ไปนานแล้ว
ปกติแล้วจิ่วเยี่ยมักจะทนรอไม่ไหวที่จะหายไปต่อหน้าต่อตามู่เฉียนซีอย่างระมัดระวัง แต่เขาในตอนนี้จะไม่ไปอีกแล้ว
เขากอดมู่เฉียนซีแน่นขึ้นไปอีก หลังจากนั้นก็เหลือบมองไปทางมู่อวู่ซวงอย่างเย็นชา พลางกล่าวว่า “ซีไม่อยากให้ข้าไป ข้าก็ต้องอยู่!”
องค์จักรพรรดิอวู่ซวงแผ่กระจายไอเย็นที่น่าตกใจยิ่งออกมา มู่เฉียนซีจึงกล่าวว่า “อาเล็ก ข้าไม่เป็นอะไรจริง ๆ เจ้าค่ะ! หลังจากที่ได้รับพลังของต้นกำเนิดแห่งแดนภูตมาแล้ว ทุกอย่างก็ดีขึ้นมากเลย”
องค์จักรพรรดิกุ่ยจวินมายังแดนภูตในฐานะแขก และจอมราชาภูตก็ให้จูเชว่ต้อนรับเขาอย่างดี
และแน่นอนว่าจูเชว่ย่อมต้องต้อนรับอย่างอบอุ่นอยู่แล้ว! แม้ว่าเขาจะเคยเห็นอารองของซีซีมาก่อน แต่กลับถูกรังเกียจอย่างหนัก ดังนั้นเขาจึงพยายามอย่างเต็มที่เพื่อทำให้อาเล็กของซีซีพอใจ
อย่างไรเสียอ๋องจิ่วเยี่ยก็ทำให้อาเล็กรังเกียจขนาดนี้ หากเขาสามารถทำให้อาเล็กชอบได้ อย่างน้อยเขาก็สามารถเทียบกับอ๋องจิ่วเยี่ยได้บ้าง ซึ่งนี่ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีเช่นกัน
แต่ทว่าจูเชว่คิดในแง่ดีมากเกินไป มู่อวู่ซวงไม่ชอบจิ่วเยี่ย แต่เขาก็เย็นชากับจูเชว่มากเช่นกัน
จูเชว่คิดว่าตนเองหน้าตางดงามถึงเพียงนี้ เหตุใดถึงขยะแขยงกันล่ะ
แต่ทว่าองค์จักรพรรดิกุ่ยจวินไม่สามารถออกจากแดนวิญญาณเป็นเวลานานได้ มิเช่นนั้นก็จะไม่รู้ว่าเผ่าเทพจะสร้างเรื่องอะไรออกมาอีก
เหตุผลหลักที่เขามาที่นี่ก็เพื่อมาหาหลานสาวของตนเอง นอกจากนี้ยังมีบางเรื่องที่อยากจะหารือกับแดนภูตอีกด้วย
“เนื่องจากว่าซีเอ๋อร์ได้รับพลังของต้นกำเนิดแห่งแดนภูตมาแล้ว เช่นนั้นก็เท่ากับว่านางคือเจ้านายอีกคนหนึ่งของแดนภูต หากแดนภูตมีเรื่องลำบากอะไร แดนวิญญาณของข้าจะต้องให้ความช่วยเหลืออย่างแน่นอน แต่ว่าดินแดนหนึ่งก็ไม่สามารถเอาแต่พึ่งพาคนอื่นได้ตลอดเวลา อย่างไรเสียก็จำเป็นต้องรีบแข็งแกร่งขึ้น และที่สำคัญที่สุด เจ้าผู้ปกครองแดนภูตนั้นจะต้องทรงพลังมาก!” หลังจากนั้นมู่อวู่ซวงก็กวาดตามองไปที่จูเชว่
“ถึงจะได้รับสิบทอดมรดกมาแล้ว แต่ก็ยังห่างไกลจากจักรพรรดิภูตคนก่อนมาก ดูเหมือนว่าต้องเก็บตัวสักร้อยปีสินะ!” น้ำเสียงของมู่อวู่ซวงดูเหมือนว่าจะรังเกียจเล็กน้อย
จูเชว่สะกดจิตตัวเอง เขาจะต้องฟังผิดเป็นแน่
เก็บตัวร้อยปี เมื่อถึงตอนนั้นก็สายไปแล้วเถอะ คาดว่าเหล่าพี่น้องของเขาคงหาผู้ชนะได้แล้ว และซีซีก็คงจะมีลูกกับอ๋องจิ่วเยี่ยไปแล้วเป็นแน่
และความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะมีชีวิตรอดของจูเชว่ก็ลุกโชนขึ้น เขากล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “องค์จักรพรรดิอวู่ซวง ท่านอย่าดูถูกข้ามากเกินไปนักเลย จักรพรรดิภูตเลือกข้า เช่นนั้นก็หมายความว่าข้าต้องมีคุณสมบัติเพียงพออยู่แล้ว ข้าจะต้องสามารถแข็งแกร่งขึ้นได้ภายในระยะเวลาอันสั้นอย่างแน่นอน ดังนั้นไม่จำเป็นต้องใช้เวลาถึงร้อยปีเลย”
“นอกจากนี้ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง นั่นก็คือข้าหวังว่าพวกเราจะมีจุดยืนเดียวกัน! และแดนภูตจะไม่สามารถยืนอยู่ฝ่ายเดียวกับเผ่าเทพได้อีก” มู่อวู่ซวงกล่าวอย่างจริงจัง
ทันทีที่ซีเอ๋อร์ถูกเผ่าเทพค้นพบว่านางมีมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ ทั้งเขา และแดนวิญญาณก็เตรียมตั้งตัวเป็นศัตรูกับเผ่าเทพแล้ว เพราะเผ่าเทพไม่มีวันปล่อยมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ไปอย่างแน่นอน
เนื่องจากว่าพลังของทั้งสามดินแดนไม่ได้ด้อยไปกว่าการมีอยู่ของเผ่าเทพเลย หากดึงพันธมิตรมาได้ก็ยิ่งสามารถป้องกันซีเอ๋อร์ได้มากขึ้นหลายส่วน