ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2839 ไปเจอพ่อบุญธรรม
จูเชว่กล่าวว่า “นั่นเป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้ว เผ่าเทพปฏิบัติต่อข้าเช่นไรท่านก็เห็นอยู่! พวกเราไม่มีทางยอมจำนนให้กับเผ่าเทพอีกแล้ว ตราบใดที่ข้ายังมีชีวิตอยู่ แดนภูตจะไม่มีทางไปคลุกคลีกับเผ่าเทพเป็นอันขาด”
“นอกจากนี้เผ่าเทพยังคิดที่จะจับตัวซีซีอีกด้วย ไม่ว่าอย่างไรข้าก็ไม่มีทางปล่อยให้พวกเขาทำได้สำเร็จอยู่แล้ว แน่นอนว่าต้องเป็นศัตรูกัน อีกทั้งช่วงนี้เผ่าเทพมากมายต่างก็มาตายอยู่ในแดนภูต ฉะนั้นพวกเขาย่อมไม่มีทางปล่อยข้าไป”
แดนภูตและแดนวิญญาณได้บรรลุผลข้อตกลงของทั้งสองดินแดนในระหว่างการพูดคุยของพวกเขา ส่วนจอมราชาภูตก็แสดงท่าทีว่าไม่คัดค้าน
เพื่อที่จะไม่ทำให้อาเล็กกับจิ่วเยี่ยต้องต่อสู้กันจนนองเลือด จิ่วเยี่ยจึงซ่อนตัวอย่างเชื่อฟัง หลังจากนั้นมู่เฉียนซีก็อยู่เป็นเพื่อนอาเล็กหลายวัน พร้อมทั้งเล่าเรื่องสถานการณ์ที่แปลกประหลาด และสงครามใหญ่ของเผ่าต่าง ๆ ในแดนภูตให้เขาฟัง
นี่เป็นเรื่องแรกของมู่อวู่ซวงในช่วงเวลานี้ เขากล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า “ซีเอ๋อร์ ยังเหลือต้นกำเนิดแห่งแดนปีศาจ ข้ายังไม่ได้รับข่าวคราวของเจ้าโม่หลีนั่นเลย”
“เจ้าหมอนั่นหลับใหลมาหลายหมื่นปี ดูเหมือนว่าจะพึ่งพาไม่ได้แล้ว ฉะนั้นคงพึ่งได้แต่ตนเองเท่านั้น”
“ข้าเองก็เห็นด้วย”
ทันทีที่อ๋องจิ่วเยี่ยที่กำลังซ่อนตัวอยู่เอ่ยปากก็ถูกมู่อวู่ซวงค้นพบทันที ตอนที่อยู่แดนวิญญาณอ๋องจิ่วเยี่ยเป็นคนยักษ์ที่สวมชุดเกราะขนาดใหญ่ แต่ปรากฏว่าเมื่อมาถึงแดนภูตอ๋องจิ่วเยี่ยกลับมีขนาดที่เล็กมาก
และมู่อวู่ซวงในเวลานี้ก็ค้นพบว่าจิ่วเยี่ยจิ๋วนี้อยู่ใกล้ชิดกับซีเอ๋อร์เป็นอย่างมาก ซึ่งมันก็ทำให้ดวงตาที่อบอุ่นเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือกขึ้นมาทันที
“เจ้ารีบไสหัวออกมาจากตัวของซีเอ๋อร์เดี๋ยวนี้!”
เขาอยากที่จะทำลายเจ้าตัวขนาดนิ้วหัวแม่โป้งมือนั่นให้แหลกละเอียดจริง ๆ เลย
มู่เฉียนซีถือจิ่วเยี่ยเอาไว้พลางกล่าวว่า “อาเล็ก ท่านพูดถูกแล้ว หากศิษย์พี่ชอบนอนก็ปล่อยให้เขานอนไปเถอะ! ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ รอให้จัดการเรื่องทางแดนภูตเสร็จสิ้นแล้ว ข้าค่อยไปที่แดนปีศาจ”
อย่างไรเสียต้นกำเนิดของดินแดนก็ใช่ว่าจะหากันได้ง่าย ๆ มันไม่ใช่สัตว์ภูตสัตว์วิญญาณ ที่จะจับมันเอามาไว้ตรงหน้าก็ได้แล้วเช่นนั้น
เส้นทางทั้งหมดต้องเดินด้วยตนเอง มิเช่นนั้นต้นกำเนิดแห่งแดนปีศาจคงไม่มีทางยอมมอบพลังของมันให้นางอย่างเต็มใจแน่นอน
ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตกล่าวว่า “พลังของทัณฑ์สวรรค์นั้นสงบมากแล้ว ตอนนั้นเจ้าก็ใช้ชีวิตไปอย่างสงบไม่ดีกว่าหรือ เจ้าต้นกำเนิดแห่งแดนปีศาจนั่นโหดร้ายยิ่งกว่าข้ามากมายนัก ข้ารู้สึกว่าเจ้าอย่าได้ไปยั่วยุมันจะดีกว่า”
“ไม่ได้ ข้าต้องการให้มันหายไปอย่างสมบูรณ์ นี่ก็สำเร็จไปหนึ่งในสามแล้ว ฉะนั้นข้าจะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด” มู่เฉียนซีกล่าว
“จำเป็นต้องจัดการเจ้าสิ่งนั้น” จิ่วเยี่ยปรากฏตัวออกมา และกล่าวอย่างไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย
เขาจะยอมปล่อยให้สิ่งที่อาจจะทำร้ายซีอยู่ในร่างกายของนางได้อย่างไร ไม่ว่าสิ่งใดก็ตามที่เป็นอันตรายต่อซีจำเป็นต้องหายไปให้หมด
ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตกล่าวอย่างจนปัญญาว่า “เอาเถอะ! ดูเหมือนว่าเจ้าจะตัดสินใจแล้ว แต่ข้าขอเตือนเจ้าเลย เจ้าหมอนั่นไม่ใช่คนที่นิสัยดีเท่าไรนัก”
“ขอบคุณมากที่กล่าวเตือนเจ้าค่ะ”
มู่อวู่ซวงต้องไปแล้ว แต่เขายังคงไม่อยากไป มู่เฉียนซีจึงกล่าวว่า “อาเล็ก ในเมื่อท่านมาหาข้าที่แดนภูตแล้วครั้งหนึ่ง เช่นนั้นหลังจากที่ข้าจัดการเรื่องของหอหมอปีศาจของทางด้านนี้เสร็จสิ้นแล้ว ข้าจะไปหาท่านที่แดนวิญญาณดีหรือไม่ ข้าเองก็อยากไปเจอคนอื่นด้วยเช่นกัน อย่างพวกเจ้ามังกรร้าย เจ้าผลไม้น้อย…”
“อื้ม!” รอยยิ้มที่อบอุ่นปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของมู่อวู่ซวง ในที่สุดเขาก็ไม่ได้อาลัยอาวรณ์ขนาดนั้นอีกแล้ว
หลังจากสงครามได้มีการซ่อมแซมทั้งหมด เมื่อจัดตั้งระบบของหอหมอปีศาจในแต่ละแห่งให้ดีแล้ว ต่อไปนางก็ทำแค่นั่งนับเงินเท่านั้น
จูเชว่กล่าวว่า “ซีซี ข้าลองคิดดูแล้ว ข้าต้องไปที่แดนซวนเทียนสักครั้งแล้วล่ะ!”
“เจ้า เจ้า เจ้า…ข้าโกรธมาก! ข้าไม่อนุญาตให้เจ้าไป” ต้นกำเนิดแห่งแดนภูตตะโกนกล่าว
จอมราชาภูตผงะไปเล็กน้อย พลางกล่าวว่า “ฝ่าบาท ท่านแน่ใจหรือขอรับ”
“แน่นอน ข้าไปแล้วจะรีบกลับมา ข้าเพียงแค่อยากจะไปเจอพี่น้องของข้า ไปเจอพ่อบุญธรรมของข้าสักหน่อยเท่านั้น ข้าว่าจะไปฟังความคิดเห็นของพ่อบุญธรรม หากข้าจะรับผิดชอบแดนภูต ข้าจำเป็นต้องมีพลังของแดนภูตที่สมบูรณ์แบบ ข้าอยากจะเป็นเหมือนองค์จักรพรรดิอวู่ซวง ทำให้เผ่าเทพไม่กล้าหุนหันพลันแล่น และสามารถปกป้องคนที่อยากจะปกป้องได้” จูเชว่กล่าวกับพวกเขา
เนื่องจากเผ่าเทพไม่ยอมปล่อยให้แดนภูตมีเวลาหายใจ แม้ว่าจะมีพันธมิตร เขาก็ไม่สามารถพึ่งพาพวกเขาไปตลอดได้ ดังนั้นจะมาทำอะไรครึ่ง ๆ กลาง ๆ ไม่ได้หรอก
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “จูเชว่ ข้าสนับสนุนเจ้า! เจ้าออกมานานขนาดนี้ ทั้งพ่อบุญธรรมของเจ้าและพวกของไป๋เจ๋อจะต้องเป็นห่วงเจ้ามากเป็นแน่ กลับไปแจ้งข่าวว่าปลอดภัยดีก็เป็นเรื่องที่ควรทำแล้ว”
จอมราชาภูตกล่าว “ฝ่าบาทตัดสินใจเช่นนี้ เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว! เป็นข้าที่ไม่พิจารณาให้รอบคอบเอง”
“เจ้าอย่าโกหกข้า จะต้องกลับมานะ หากเจ้าไม่ยอมกลับมาแล้วละก็ ข้า…ข้า…”
เมื่อมันค้นพบว่าตนเองไม่สามารถทำอะไรได้เลย มันก็โกรธหนักมากขึ้นไปอีก
“ซีซี เจ้าต้องการให้บอกพ่อบุญธรรมเกี่ยวกับเรื่องของเจ้าหรือไม่ พ่อบุญธรรมเขาชอบเจ้า น่าจะคิดถึงเจ้ามากเช่นกัน” จูเชว่ต้องรู้อยู่แล้วว่าซีซีเป็นคนพิเศษสำหรับพ่อบุญธรรม และเขาก็ไม่เคยเห็นพ่อบุญธรรมปฏิบัติต่อใครเป็นพิเศษแบบนี้มาก่อนเช่นกัน
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ข้าอ่อนแอมากขนาดนี้ เช่นนั้นก็ไม่ต้องบอกเขาหรอก จะได้ไม่ต้องมีคนเป็นกังวลเรื่องของข้าเพิ่มขึ้นมาอีกคน รอหลังจากที่ข้ารวบรวมต้นกำเนิดสามโลกาได้เมื่อไร ข้าจะทำให้เขาประหลาดใจเอง ดังนั้นเจ้าต้องรักษาความลับให้ข้า ได้ยินไหม”
“ตกลง! ซีซีว่าอย่างไร ก็เอาตามนั้นแหละ” จูเชว่กล่าว
“รอเดี๋ยว ในเมื่อเจ้าจะไปเจอพ่อบุญธรรม ข้าก็จะไปเตรียมยาลูกกลอนให้เขาสักหน่อย หวังว่ามันจะดีสำหรับเขาในตอนนี้” หลังจากที่มู่เฉียนซีคิดอะไรขึ้นมาได้ ก็รีบวิ่งไปทันที
“ซีซีเจ้าไม่ต้องรีบ ข้ายังไม่ได้ไปตอนนี้เสียหน่อย!” จูเชว่กล่าว
ถึงเขาจะบอกว่าพ่อบุญธรรมชื่นชอบซีซี แต่ซีซีเองก็ชื่นชอบพ่อบุญธรรมเป็นพิเศษเช่นกัน แน่นอนว่า นางชื่นชอบเขาเหมือนกับที่ชื่นชอบอาเล็กของตนเอง
ในเมื่อมีหญ้าแห่งชีวิต และรู้เหตุผลแล้วว่าเพราะอะไรร่างกายของเขาถึงได้กลายเป็นเช่นนั้น มู่เฉียนซีจึงมีความคิดใหม่ และได้ปรุงยาน้ำแบบใหม่ออกมามากมาย
“มีแค่เจ้าพวกนี้แหละ! ช่วยเอาไปมอบให้เขาที!” มู่เฉียนซีกล่าว
“ได้! ข้าจะเอาไปให้เขาเอง แต่หากเขาถามขึ้นมาข้าจะทำอย่างไรล่ะ” จูเชว่กล่าวถาม
“เจ้าก็แค่บอกไปว่าข้าขยายกิจการหอหมอปีศาจมาถึงแดนภูตและได้เจอกับเจ้าไง แค่อย่าพูดเรื่องที่ข้าสูญเสียพลังวิญญาณไปก็พอแล้ว” มู่เฉียนซีกล่าว
“ข้าเข้าใจแล้ว หวังว่าทักษะการแสดงของข้าจะดีพอ และไม่ถูกพ่อบุญธรรมรู้ทันก็แล้วกัน” ความจริงแล้วจูเชว่ไม่แน่ใจเลยจริง ๆ หากเขาถูกจับได้จนถือว่าทำเรื่องที่รับปากกับซีซีไว้ไม่ได้ แล้วถูกซีซีโกรธจะทำเช่นไร
“การแสดงของเจ้าดีจะตายไป ตอนแรกที่แสร้งทำเป็นผู้หญิงออกจะเหมือนขนาดนั้น อย่าถ่อมตัวไปหน่อยเลย” มู่เฉียนซีนึกถึงเรื่องเมื่อตอนอยู่ที่ดินแดนทางทิศใต้ในตอนแรกขึ้นมาได้ รอยยิ้มที่สดใสก็พลันปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของนาง
“ไม่ใช่ว่าสุดท้ายก็ถูกซีซีจับได้หรอกหรือ” จูเชว่กล่าว
เวลาเปลี่ยนแปลงไป ตอนนั้นที่พวกเขาอยู่ในแดนซวนเทียนต่างก็พยายามอย่างหนักเพื่อบรรลุเป้าหมายของตนเอง ใครจะคิดว่าสุดท้ายจะกลายมาเป็นเช่นนี้ คิดไม่ถึงว่าจะได้กลายมาเป็นเจ้าผู้ปกครองแดนภูตแล้วจริง ๆ
ในตอนที่จูเชว่ออกไปจากแดนภูตและมุ่งหน้าไปยังแดนซวนเทียน มู่เฉียนซีก็ไปหาอาเล็กของนางที่แดนวิญญาณด้วยเช่นกัน
ในตอนที่ฝ่าบาทน้อยเฉียนซีกลับมา คนของแดนวิญญาณต่างก็จัดงานเลี้ยงต้อนรับนางอย่างกระตือรือร้น
จูเชว่มีความกังวลมากจริง ๆ และในตอนที่พ่อบุญธรรมเห็นเขาหยิบยาที่มู่เฉียนซีกลั่นออกมา ภายในใจของเขาก็ว้าวุ่นไปหมดแล้ว
“เจ้า…เจ้าเจอซีเอ๋อร์แล้วหรือ!”
จูเชว่ไม่ทันสังเกตว่าคำเรียกมู่เฉียนซีของพ่อบุญธรรมได้เปลี่ยนไปแล้ว เขาพยักหน้าอย่างเชื่อฟังว่า “ใช่ขอรับ! พ่อบุญธรรม ข้าเจอซีซีที่แดนภูต!”
“นางสบายดีหรือไม่?” เขาอยากจะถามคำถามมากมาย แต่สุดท้ายกลับพูดออกมาเพียงประโยคเดียวเท่านั้น
.
.