ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2840 ต้องจูบให้คุ้ม
มันแย่มากเลยจริง ๆ! จูเชว่กล่าวในใจ
แต่ทว่าเขาไม่สามารถกล่าวคำพูดนี้ออกไปได้ เพราะซีซีได้ขอร้องเขาเอาไว้เป็นพิเศษ
“ซีซีค่อนข้างสบายดีเลยล่ะขอรับ ตอนนี้หอหมอปีศาจของนางขยายไปยังดินแดนต่าง ๆ แล้ว แม้แต่ในแดนภูตและแดนวิญญาณต่างก็มีอยู่ทั่วทุกที่ นอกจากนี้นางยังเจอกับอาเล็กของนาง…”
“อวู่ซวงหรือ!” ทันใดนั้นเขาก็เอ่ยชื่อออกมาด้วยเสียงที่ทุ้มต่ำ
“ตอนนี้เขาเป็นองค์จักรพรรดิอวู่ซวงที่มีชื่อเสียงมาก...”
ถึงแม้จะรู้ว่าซีเอ๋อร์สบายดี และอวู่ซวงก็สบายดี แต่อารมณ์ของเขาก็ยังคงไม่สามารถสงบลงได้
เขาอยากเจอนาง…
ได้เจอนางแล้วอย่างไรล่ะ เขาเป็นคนที่กำลังจะตายอยู่แล้ว…
“คิดไม่ถึงว่าเจ้าหนูนี่จะกลับมาแล้ว” ชายที่สวมชุดคลุมสีดำสนิทรูปร่างสูงโปร่งปราดเปรียวคนหนึ่งเดินเข้ามา
“อื้ม! นอกจากนี้ยังนำข่าวเกี่ยวกับซีเอ๋อร์และอวู่ซวงกลับมาด้วย” รอยยิ้มปรากฏขึ้นมาบนมุมปากของเขา แม้ว่าการที่ได้ยินข่าวเพียงเล็กน้อย จะทำให้เขายิ่งโหยหา แต่มันก็ทำให้เขาพึงพอใจมากแล้ว
เมื่อจูเชว่เห็นทั้งสองแบ่งปันข่าวของมู่เฉียนซี พวกเขากลับดูมีความสุขราวกับเป็นเด็กน้อยก็มิปาน และเขาก็รู้สึกว่าพ่อบุญธรรมดูคล้ายกับอารองของซีซีอย่างอธิบายไม่ถูก!
มู่เฟิงหลิงกล่าวว่า “เจ้าบอกว่าปัญหาของเจ้าหวงจิ่วเยี่ยผู้นั้นได้รับการแก้ไขแล้วอย่างนั้นหรือ เช่นนั้นเขาก็น่าจะไม่สามารถครอบครองซีเอ๋อร์ไว้เพียงลำพังได้ แล้วซีเอ๋อร์จะกลับมาเมื่อไรล่ะ”
แม้ว่าพี่ใหญ่จะไม่อยากยอมรับซีเอ๋อร์ แต่หากซีเอ๋อร์สามารถอยู่ข้างกายของเขาได้ก็ดีมิใช่หรือ!
จูเชว่กล่าวว่า “ซีซีไปหาศิษย์พี่ที่แดนปีศาจเพราะมีเรื่องบางอย่าง หลังจากที่จัดการเสร็จแล้วน่าจะกลับมาหาพ่อบุญธรรมขอรับ เมื่อถึงตอนนั้นซีซีอาจจะหาวิธีรักษาพ่อบุญธรรมได้แล้ว”
“จริงหรือ” มู่เฟิงหลิงตื่นเต้นเล็กน้อย และเขาก็มีความเชื่อมั่นในทักษะทางการแพทย์ของซีเอ๋อร์เป็นอย่างมาก
“ขอรับ!” จูเชว่พยักหน้ากล่าว อย่างไรเสียซีซีจะต้องเอาต้นกำเนิดแห่งแดนปีศาจมาได้แน่นอน
มู่เฟิงอวิ๋นกล่าวว่า “ทักษะการแพทย์ของซีเอ๋อร์ยอดเยี่ยมมาก แต่สภาพร่างกายของข้ามีความพิเศษ ดังนั้นไม่สู้ให้นางดูแลตัวเองให้ดี ยังดีเสียกว่ามากังวลเรื่องของข้า”
แววตาของจูเชว่มืดลง ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่รู้ว่าพลังที่อยู่ในร่างกายของพ่อบุญธรรมคืออะไรกันแน่ แต่ตอนนี้เขารู้แล้ว
แต่ราคาของการรับรู้กลับเป็นการที่ซีซีต้องถูกพลังนี้ทรมาน อีกทั้งยังรุนแรงมากอีกด้วย
ซึ่งมันก็คือพลังแห่งทัณฑ์สวรรค์นั่นเอง!
ซีซีไม่ยอมให้พ่อบุญธรรมรู้และเป็นกังวลเกี่ยวกับร่างกายของนาง ดังนั้นจูเชว่จึงกล่าวอย่างระมัดระวังว่า “พ่อบุญธรรม ท่านต้องเชื่อซีซีนะขอรับ ขนาดคำสาปของอ๋องจิ่วเยี่ยแข็งแกร่งขนาดนั้น ซีซียังสามารถกำจัดได้อย่างสมบูรณ์ และตอนนี้ซีซีก็ตรวจสอบจนรู้ถึงปัญหาของสภาพร่างกายของท่านแล้ว รอให้นางรวบรวมสิ่งของครบถ้วนเมื่อไรจะต้องมีหนทางแก้ไขอย่างแน่นอน”
ภายในใจของมู่เฟิงอวิ๋นรู้สึกถูกโจมตีเล็กน้อย หากเขาสามารถมีชีวิตต่อไปได้ เขาจะทนไม่ยอมรับลูกสาวได้อย่างไร
“ข้าเชื่อนาง ก่อนที่ซีเอ๋อร์จะกลับมา ข้าเองก็จะต้องทำอะไรบ้าง ดูเหมือนว่าคงต้องรีบจัดการคนของราชวงศ์ตงหวงเหล่านั้นให้เร็วที่สุดเสียแล้ว” มู่เฟิงอวิ๋นกล่าวอย่างเรียบเฉย
ส่วนจูเชว่ที่จะต้องกลับไปเป็นจักรพรรดิภูตของแดนภูต เขาบอกว่าจะจัดการภารกิจของหน่วยข่าวกรองให้เรียบร้อย และหาผู้สืบทอดที่เหมาะสม ซึ่งมู่เฟิงอวิ๋นก็สนับสนุนการตัดสินใจของเขา
“แม้ว่าแดนภูตจะไม่สามารถยื่นมือมาที่แดนซวนเทียนอย่างเปิดเผยได้ แต่หลังจากที่ข้าแข็งแกร่งขึ้นแล้ว ข้าจะหาทางแอบช่วยเหลือพ่อบุญธรรม เพื่อทำลายคนเหล่านั้นให้สิ้นซากไปเสีย”
ทั้งสามดินแดนไม่สามารถยื่นมือเข้ามายุ่งเรื่องของแดนซวนเทียนได้ เพราะแค่การดึงดูดแดนเทพเข้ามาแทรกแซงก็เพียงพอที่จะทำให้เรื่องวุ่นวายมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว เขาต้องการที่จะช่วยเหลือไม่ได้อยากสร้างปัญหาเสียหน่อย
หลังจากที่รีดเรื่องที่เกี่ยวข้องกับซีเอ๋อร์ทั้งหมดออกมาจากจูเชว่จนแห้งแล้ว เขาก็เริ่มสอนถึงการกลายเป็นเจ้าผู้ปกครองดินแดนกับจูเชว่
องค์รัชทายาทเฟิงอวิ๋นเคยเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์อันน่าอัศจรรย์ที่แต่ละดินแดนยากที่จะพบได้ในรอบหมื่นปี จุดที่ต่ำสุดของเขาบางส่วน ยังแข็งแกร่งกว่าจอมราชาภูตที่มีชีวิตอยู่มามากกว่าหมื่นปีเสียอีก ซึ่งมันก็เป็นประโยชน์ต่อจูเชว่มากทีเดียว
จูเชว่จู่โจมตัวเองตามคำชี้แนะของพ่อบุญธรรม หลังจากที่กล่าวอำลากับเหล่าพี่น้องแล้ว เขาก็กลับไปยังแดนภูต
มู่เฟิงอวิ๋นกล่าวว่า “เฟิงหลิง หากตอนที่ซีเอ๋อร์กลับมาและทุกสิ่งทุกอย่างในแคว้นตงหวงก็เข้าที่เข้าทางแล้ว เพื่อที่นางจะสามารถทำเรื่องที่ต้องการได้ตามใจชอบ ดังนั้นการกำจัดผู้ใดก็ตามที่กล้าทำร้ายนางให้สิ้นซาก นี่น่าจะเป็นเรื่องเดียวที่ข้าทำเพื่อนางได้ใช่หรือไม่”
“พี่ใหญ่ ก่อนหน้านี้พี่สอนข้าว่าจะทำเรื่องใหญ่อย่าได้ใจร้อน ทำไมตอนนี้พี่กลับทำเรื่องที่ผิดพลาดเช่นนี้ได้ ร่างกายของพี่ทนรับการทำสงครามของพี่ไม่ไหวหรอกนะ” มู่เฟิงหลิงขมวดคิ้วเล็กน้อย
“ข้าไม่อยากให้คนเหล่านั้นมาขวางหูขวางตาซีเอ๋อร์” มู่เฟิงอวิ๋นขมวดคิ้วมุ่น
“ก็จริง! เรื่องเหล่านี้ ข้าจะพยายามอย่างเต็มที่เอง พี่ใหญ่ท่านต้องรักษาตัวให้ดี หรือพี่อยากจะให้อาการป่วยของพี่หนักขึ้น และทำให้การรักษายากขึ้นเมื่อซีเอ๋อร์กลับมาอย่างนั้นหรือ?” มู่เฟิงหลิงกล่าว
เขาทนไม่ไหวหรอก!
ตอนนี้มู่เฉียนซีไม่รู้เลยว่า ตนเองกำลังถูกญาติที่สำคัญที่สุดในชีวิตทั้งสองคนคิดถึงอยู่ ซึ่งนางในตอนนี้ก็กำลังอยู่เป็นเพื่อนอาเล็กของตนเองที่แดนวิญญาณ และถือโอกาสทำงานไปด้วย
ลูกน้องของนางแต่ละคนแบ่งงานกันอย่างชัดเจน ฉะนั้นเรื่องที่มาถึงมือของนางจึงมีจำนวนน้อยมาก แต่ทว่าหอหมอปีศาจกำลังพัฒนาไปยังดินแดนต่าง ๆ ทำให้ความจริงแล้วเรื่องสำคัญในแต่ละพื้นที่ค่อนข้างมากเลยทีเดียว
“จิ่วเยี่ย ออกมาช่วยข้าหน่อย! ไม่ต้องซ่อนแล้ว”
“ได้สิ!” และจิ่วเยี่ยก็นั่งทำงานอยู่ข้างกายมู่เฉียนซีอย่างสงบ
หากจิ่วเยี่ยในตอนที่อยู่ต่อหน้าจื่อโยวเชื่อฟังและให้ความร่วมมือขนาดนี้ละก็ คาดว่าจื่อโยวจะต้องร้องไห้อย่างตื้นตันแน่นอน แต่ทว่าจิ่วเยี่ยทำแบบนี้เฉพาะต่อหน้าภรรยาในอนาคตของเขาเท่านั้นแหละ
แม้จะอยู่ในแดนวิญญาณมู่เฉียนซีก็ไม่สงบสุขเช่นกัน เพราะมหาวัตถุศักดิ์สิทธิ์นิรันดร์ทำให้พวกเขาพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้ได้มันมา นางได้เห็นคนเหล่านั้นใช้วิธีการต่าง ๆ เพื่อแอบแทรกซึมเข้ามาในแดนวิญญาณ หลังจากนั้นก็ลอบโจมตีมู่เฉียนซี และอยากจะพามู่เฉียนซีไปด้วย
แต่พวกเขากลับไม่รู้ว่า ข้างกายของมู่เฉียนซีมีสิ่งมีชีวิตที่เป็นฝันร้ายของเผ่าเทพอยู่ ผลปรากฏว่ามาหนึ่งก็หายไปหนึ่ง ทั้งยังไม่เหลือแม้แต่ซากอีกด้วย
อย่างไรเสียพวกเขาก็ไม่มีทางคาดถึงว่า ฝ่าบาทจิ่วเยี่ยที่มีความสามารถวิปลาสเช่นนี้ จะกลายมาเป็นผู้ช่วยและคอยเฝ้าอยู่ข้างกายของมู่เฉียนซีคนนี้
แม้ว่ามู่อวู่ซวงจะไม่ค่อยชอบจิ่วเยี่ย แต่การมีจิ่วเยี่ยอยู่ก็ถือว่าสะดวกมากเลยทีเดียว
คนที่มาก่อกวนจูเชว่น้อยลงไปมาก แต่ตอนที่จูเชว่ได้ยินถึงสถานการณ์ของทางฝ่ายมู่เฉียนซีก็รู้สึกโกรธเคืองเป็นอย่างมาก
“ช่างบังอาจจริง ๆ ข้าต้องรีบสืบทอดพลังของจักรพรรดิภูตให้สมบูรณ์โดยเร็วที่สุด และทำให้พวกเผ่าเทพที่จับจ้องซีซีด้วยความโลภเหล่านั้นตายไปให้หมด!”
จอมราชาภูตกล่าวว่า “การที่ฝ่าบาทมีจิตวิญญาณในการต่อสู้เป็นเรื่องที่ดี แต่หากใจร้อนเกินไปอาจจะถูกธาตุไฟเข้าแทรกได้ง่าย ฉะนั้นท่านจำเป็นต้องค่อย ๆ ตรวจสอบความคืบหน้าไปทีละน้อย”
“ข้ารู้แล้ว”
สิ่งของที่เมี่ยเทียนทำออกมาอย่างประณีตเพื่อต่อต้านสวรรค์ เป็นสิ่งที่มีเวลาจำกัด ซึ่งตุ๊กตาจำลองตัวน้อยที่อยู่ในมือของมู่เฉียนซีตอนนี้ก็เริ่มมีรอยร้าว และหลังจากนั้นมันก็แตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ในทันที
จิ่วเยี่ยกอดมู่เฉียนซีเอาไว้ จากนั้นก็จุมพิตลงไป เขาต้องไปแล้ว ฉะนั้นครั้งนี้ฝ่าบาทจิ่วเยี่ยจะต้องจูบให้คุ้มที่สุด
ถึงพลังของทัณฑ์สวรรค์ภายในร่างกายไม่กล้าอาละวาด แต่ท้องฟ้ากลับมืดลงแล้ว
มู่เฉียนซีได้แต่ก่นด่าอยู่ในใจ เพราะมีพลังของต้นกำเนิดทั้งสองดินแดนจึงทำให้พลังอยู่ได้เพียงในร่างกายของนางเท่านั้น พอทำอะไรไม่ได้ก็ชอบปล่อยสายฟ้า คิดว่าปล่อยสายฟ้าแล้วใครจะกลัวล่ะ บังเอิญว่านางไม่กลัวหรอก
แม้ว่ามู่เฉียนซีจะไม่กลัวถูกฟ้าผ่า แต่จิ่วเยี่ยก็ไม่อาจทนให้นางถูกฟ้าผ่าอีกครั้งได้เช่นกัน อย่างไรเสียการฝึกฝนเชิงรุกกับการถูกโจมตีเชิงรับมันก็ต่างกันอยู่ดี
“ซี รอข้านะ” จิ่วเยี่ยกระซิบลงที่ข้างหูของมู่เฉียนซี
จิ่วเยี่ยออกไปจากแดนวิญญาณแล้ว ซึ่งก็บังเอิญกับที่จื่อโยวกำลังมาอย่างเร่งรีบพอดี “เยี่ย…”
หลังจากที่ได้ยินสิ่งที่จื่อโยวพูด แววตาของจิ่วเยี่ยก็มืดมนลงเล็กน้อย เขากล่าวว่า “นำทางซะ!”
จื่อโยวกล่าวว่า “จิ่วเยี่ย การตามหาต้นกำเนิดแห่งแดนปีศาจของคนงามไม่ราบรื่นอีกแล้ว ถึงจะหาแดนปีศาจเจอ แต่ทุกอย่างก็จบลงแล้ว ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปเสี่ยง ไม่แน่ว่าเจ้าอู๋หยานั่นอาจจะวางกับดักอะไรไว้ก็ได้ เจ้านั่นมันไว้ใจไม่ได้หรอก!”
.