ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2842 ท่านเจ้าเมือง
ไม่ใช่ว่าเมืองแห่งความเกียจคร้านจะไม่มีนักปรุงยา แต่กลับมีอยู่มากมาย ทว่าเมื่อพวกเขาได้ทราบข่าวนี้ต่างก็พากันส่ายหน้า
“พวกข้าทำไม่ได้!”
“วันนี้ขอปิดร้านไม่รับแขก ฉะนั้นวันนี้ใครมาก็ไม่รับทั้งนั้น”
“ข้ามันไร้ความสามารถ”
สำหรับภารกิจการรักษาในครั้งนี้ นักปรุงยาแต่ละคนต่างก็พากันปฏิเสธอย่างแข็งขัน
ในเวลานี้ ก็มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินออกมาพลางกล่าวว่า “เช่นนั้น ข้าสามารถลองดูได้หรือไม่”
“มนุษย์หรือ!” ผู้ดูแลของเผ่าปีศาจจ้องมองไปทางมู่เฉียนซีด้วยความประหลาดใจ
ไม่ใช่ว่าพวกเขาดูถูกมนุษย์ แต่มนุษย์ผู้นี้ค่อนข้างอ่อนเยาว์เกินไปหน่อยจริง ๆ
“เจ้าแน่ใจอย่างนั้นหรือ การรักษาท่านเจ้าเมืองของพวกเราเป็นเรื่องที่อันตรายมาก ข้าแนะนำให้เจ้าลืมมันไปเสียเถอะ” แม้ว่าจะไม่มีคนไปรักษาท่านเจ้าเมืองของพวกเขา แต่เขาก็ไม่อยากให้แม่นางมนุษย์น้อยคนหนึ่งต้องกลายเป็นเหยื่อที่เข้าไปในปากเสืออยู่ดี
“ข้ามีความมั่นใจในทักษะทางการแพทย์ของข้าเป็นอย่างมาก เลยอยากจะไปลองดูสักหน่อย! บางทีอาจจะสามารถช่วยท่านเจ้าเมืองได้ก็เป็นได้”
“ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่ทักษะทางการแพทย์ แต่…”
เรื่องของท่านเจ้าเมือง แม้ว่าเขาจะมีความกล้าหาญมากเพียงใด แต่ก็ไม่กล้าพูดออกไปอยู่ดี
“หากเจ้าแน่ใจแล้วละก็ เช่นนั้นก็ตามข้ามาเถอะ!” ในเมื่อแม่นางมนุษย์น้อยยืนกรานเช่นนั้น เขาเองก็ทำได้เพียงเท่านี้แล้ว เพราะอย่างไรเสียพวกเขาก็จำเป็นต้องทำให้ท่านเจ้าเมืองตื่นขึ้นมาให้ได้
“ได้สิ!” มู่เฉียนซีกล่าวพลางพยักหน้าเล็กน้อย
ถึงจวนของเจ้าเมืองแห่งความเกียจคร้านนั้นจะต้องทั้งงดงามและยิ่งใหญ่ตระการตาอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่ทว่าภายในกลับแทบไม่ได้ยินเสียงใด ๆ เลยแม้แต่น้อย
พวกเขาแต่ละคนต่างเดินกันอย่างเงียบเชียบ ขนาดพูดคุยยังใช้การสื่อสารทางจิต
ดูเหมือนว่าท่านเจ้าเมืองผู้นี้จะไม่เพียงแต่มีอาการนอนหลับมากเกินไปเท่านั้น แต่ยังไม่อยากให้ใครมาปลุกอีกด้วย
“หานักปรุงยามาได้แล้ว เป็นมนุษย์คนหนึ่ง ข้าพานางมาพบท่านเจ้าเมือง อีกฝ่ายเป็นเพียงแม่นางน้อยคนหนึ่งเท่านั้น เมื่อถึงตอนนั้นพวกเจ้าจะต้องตอบสนองให้เร็วขึ้นหน่อย พยายามช่วยเท่าที่ช่วยได้” เมื่อพามู่เฉียนซีมาถึงเรือนของเจ้าเมือง คนผู้นั้นก็กล่าวกับคนอื่น ๆ
“เร็วกว่านี้อีกหรือ พวกเราเร็วไม่เท่าท่านเจ้าเมืองหรอก! หรือว่าจะลืมมันไปซะ”
“ไม่มีนักปรุงยาที่ไหนกล้ามาแล้ว ข้าจะทำอะไรได้ล่ะ”
และคนผู้นั้นก็พามู่เฉียนซีเข้าไปในห้องนอนของเจ้าเมืองแห่งความเกียจคร้าน “เชิญด้านใน”
ภายในห้องนอน มีเตียงนอนขนาดใหญ่ที่ดูอ่อนนุ่มเตียงหนึ่งซึ่งมันก็ได้ครอบครองพื้นที่ถึงสองในสามของห้องนอนไปเลยทีเดียว
บนเตียงนอนมีชายหนุ่มที่ดูหล่อเหลาคนหนึ่งนอนอยู่ ซึ่งนี่ก็คือเจ้าเมืองของเมืองแห่งความเกียจคร้านนั่นเอง
ในตอนที่มู่เฉียนซีกำลังจะเข้าไปดูใกล้ ๆ องครักษ์ผู้นั้นก็กล่าวว่า “แม่นาง…”
คนที่เดิมทีนอนหลับอยู่ก็พลันลุกขึ้นมาอย่างกะทันหันราวกับเดินละเมอก็มิปาน ดวงตาของเขายังคงปิดสนิท ซึ่งทำให้รู้สึกเหมือนกับคนเกียจคร้านคนหนึ่ง และเขาก็พุ่งเข้ามาคว้ามู่เฉียนซีโดยตรง
ปัง!
มู่เฉียนซีหลบหลีกอย่างรวดเร็ว
เพราะเจ้าเมืองของเมืองแห่งความเกียจคร้านผู้นี้ ไม่ได้ใช้พลังปีศาจในขณะที่กำลังอยู่ในห้วงนิทรา ดังนั้นนางจึงสามารถใช้ความแข็งแกร่งทางกายภาพในตอนนี้หลบหลีกได้
คนที่ยืนอยู่ตรงทางเข้าเองก็ประหลาดใจมากเช่นกัน คิดไม่ถึงว่าแม่นางน้อยที่ดูเปราะบางคนนี้จะสามารถหลบหลีกการโจมตีของท่านเจ้าเมืองของพวกเขาได้ ช่างเป็นการตอบสนองที่เร็วมากจริง ๆ! แต่…
ความเร็วของท่านเจ้าเมืองของพวกเขาจะรวดเร็วมากขึ้นเรื่อย ๆ!
ปัง ปัง ปัง
ครู่ต่อมา มู่เฉียนซีก็ได้เริ่มต่อสู้กับเขา
อย่างไรก็ตามขอเพียงเขาไม่ใช้พลังปีศาจ นางก็ไม่กลัวเจ้าเมืองผู้นี้หรอก
แม้ว่าจะเดินละเมอแต่ก็ไม่สามารถโจมตีคนส่งเดชได้นะ!
“พวกเจ้ายังไม่ลงมืออีกหรือ”
“คิดไม่ถึงเลยว่าแม่สาวน้อยผู้นี้จะฝึกฝนจนมีพลังกายภาพที่แข็งแกร่งมากขนาดนั้น มองไม่ออกเลยจริง ๆ ตอนนี้พวกเราไม่จำเป็นต้องเคลื่อนไหวหรอก”
ในตอนที่มู่เฉียนซีกำลังรับมือกับการโจมตีของเจ้าเมืองผู้นี้ นางก็ฉวยโอกาสตรวจสอบสภาพร่างกายของเขาไปด้วย ซึ่งมู่เฉียนซีก็รู้สึกสงสัยในผลการตรวจสอบของตนเองเล็กน้อย
เหตุผลที่ท่านเจ้าเมืองผู้นี้หลับใหลเป็นเวลาสามวันไม่ยอมตื่น เหตุผลหลักเป็นเพราะว่าคนผู้นี้เหนื่อยล้ามากเกินไป ร่างกายจึงปรับตัวเองและทำให้เขาเข้าสู่สภาวะของการจำศีล
แต่การเป็นเจ้าเมืองของเมืองแห่งความเกียจคร้านมันเหนื่อยด้วยหรือ?
มู่เฉียนซีที่เพิ่งจะมาถึงแสดงความไม่เข้าใจออกมา แต่อย่างไรเสียอาการป่วยของคนไข้ก็เป็นเช่นนี้ นางแค่รับผิดชอบในการรักษาก็เพียงพอแล้ว
แสงสีเงินสว่างวาบขึ้น ในขณะที่กำลังต่อสู้กับเจ้าเมืองแห่งความเกียจคร้าน มู่เฉียนซีก็ได้ใช้เข็มยาเล่มหนึ่งฝังลงไปบนต้นแขนของเขา
ฉึก!
หลังจากที่แทงเข็มนั้นไปแล้ว เจ้าเมืองแห่งความเกียจคร้านก็ล้มฟุบลงไปอีกครั้ง ในที่สุดเขาก็ไม่ได้ลงมือโจมตีมู่เฉียนซีอีกแล้ว
“นักปรุงยา เจ้าวางยาพิษท่านเจ้าเมืองของพวกเราหรือ” ชายผู้หนึ่งทำหน้าเคร่งขรึมเดินออกมา
“ไม่ใช่! ข้ากำลังรักษาเขาอยู่ สาเหตุที่ทำให้เขาถูกปลุกขึ้นมาก่อนหน้านี้ เป็นเพราะเขานอนหลับไม่ลึกพอ ตอนนี้ข้าช่วยทำให้เขาเข้าสู่ภาวะหลับลึกแล้ว” มู่เฉียนซีเพิกเฉยต่อแรงกดดันของเขา และตอบกลับอย่างใจเย็น
“สภาวะหลับลึกหรือ? ให้เจ้ามารักษาท่านเจ้าเมือง แต่เจ้ากลับทำให้เขาหลับลึกขึ้นไปอีก ทำเช่นนี้ได้อย่างไร” พวกเขากล่าวด้วยความตกใจ
“แต่เขาเหนื่อยมากเกินไปแล้ว”
เจ้าเมืองเหนื่อยเกินไป พวกเขาต่างเงียบไปทันที นางพูดได้ถูกต้องแล้ว
“วางใจเถอะ! เมื่อเข้าสู่ภาวะหลับลึกแล้ว ใช้เวลาอีกไม่นานเขาก็จะตื่นขึ้นมาเอง ความเหนื่อยล้าของเขาก็น่าจะหายไปมากแล้วเช่นกัน”
เจ้าเมืองของเมืองแห่งความเกียจคร้านตื่นขึ้นมาเร็วกว่าที่คาดการณ์เอาไว้ ดวงตาคู่นั้นของเขาลืมขึ้นพลางกล่าวอย่างง่วงงุนว่า “ข้านอนหลับไปอีกแล้วหรือ หลับไปบนพื้นอีกแล้วสินะ”
“ไม่ได้ ข้ายังมีเรื่องที่ยังไม่ได้จัดการอยู่อีก”
เมื่อพูดจบ เจ้าเมืองของเมืองแห่งความเกียจคร้านก็หายตัวไปอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าฟาด และตั้งแต่ต้นจนจบเขาก็ไม่ทันสังเกตเห็นมู่เฉียนซีที่ทำให้เขาต้องนอนอยู่บนพื้นเลยแม้แต่น้อย
และมู่เฉียนซีก็ถูกมองข้ามไปทั้งอย่างนั้น คนผู้นั้นจึงกล่าวขึ้นมาว่า “สวัสดีขอรับท่านปรมาจารย์มู่ ข้าคือโม่เป่ยเป็นผู้ติดตามของท่านเจ้าเมือง ตอนนี้ท่านเจ้าเมืองของพวกเรากำลังยุ่ง ท่านมีเรื่องอะไรสามารถพูดกับข้าได้ ส่วนจะคิดค่ารักษาอย่างไร ข้าจะเป็นผู้รับผิดชอบเอง”
เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นว่ามีคนที่รักษาท่านเจ้าเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพเช่นนี้ ดังนั้นโม่เป่ยจึงปฏิบัติต่อนางอย่างเคารพมากขึ้นหลายส่วน
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ตอนนี้ยังไม่มีเรื่องอะไร ข้าต้องการที่พัก และต้องการที่จะพูดคุยเรื่องบางอย่างกับเจ้าเมืองของพวกเจ้าด้วยตนเอง”
“หากกล่าวถึงเรื่องที่พัก มิเช่นนั้นพักอยู่ที่จวนท่านเจ้าเมืองดีหรือไม่”
“ไม่ล่ะ! เกรงว่าข้าจะไม่สามารถคุ้นชินกับการใช้ชีวิตในจวนเจ้าเมืองอย่างพวกเจ้าได้ นอกจากนี้การพูดคุยด้วยการใช้การสื่อสารทางจิตก็ลำบากมากเกินไป ขนาดเดินหรือหยิบของยังต้องระมัดระวัง คาดว่าข้าน่าจะระวังขนาดนั้นไม่ได้หรอก” มู่เฉียนซีกล่าวตอบ
หลังจากที่เข้ามาในจวนของเจ้าเมือง พวกเขาต่างก็พูดคุยกันผ่านการสื่อสารทางจิตทั้งนั้น
ก่อนหน้านี้เพื่อไม่ให้คนอื่นรู้เรื่อง จึงใช้การสื่อสารทางจิตพูดคุยกันอย่างลับ ๆ แต่หากเป็นการใช้พูดคุยกันอย่างปกติเช่นนี้ นางทำด้วยไม่ได้หรอก
“เรื่องนี้พวกเราเองก็ทำอะไรไม่ได้เช่นกัน ท่านเจ้าเมืองของพวกเราไม่ชอบให้มีเสียงดังเกินไป แต่ในเมื่อท่านมู่ไม่ชอบ เช่นนั้นพวกเราจะเตรียมที่พักในเมืองเอาไว้ให้ท่านเอง ทั้งเมืองแห่งความเกียจคร้านคือเมืองหลวงของพวกเรา ดังนั้นจึงมีที่พักอยู่มากมาย”
สมกับที่เป็นเมืองหลวง มันช่างหรูหราจริง ๆ
“เนื่องจากว่าท่านเจ้าเมืองยุ่งมาก แต่ข้าจะบอกเขาให้แน่นอน ส่วนเขาจะยอมมาพบท่านเมื่อไรนั้น เกรงว่าข้าจะไม่สามารถให้คำตอบที่แน่ชัดแก่ท่านมู่ได้ขอรับ” โม่เป่ยกล่าวตอบ
“ได้! ข้าเข้าใจแล้ว” เป็นเรื่องปกติที่ผู้ติดตามเพียงคนเดียว จะไม่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของเจ้าเมือง
“ข้าจะรอข่าวดีจากเจ้า”
เมื่อมอบที่พักให้แล้ว โม่เป่ยยังส่งคนรับใช้มาให้อีกไม่น้อย นอกจากนี้ยังมอบสมบัติให้มู่เฉียนซีมากมายอีกด้วย
สมกับที่เป็นผู้ติดตามของเจ้าเมือง เขาเป็นคนที่ทำงานได้อย่างรอบคอบและเอาใจใส่เป็นอย่างดีจริง ๆ
“สามารถเอาสมบัติเหล่านี้ไปเปลี่ยนเป็นสมุนไพรวิญญาณได้หรือไม่” มู่เฉียนซีเสนอข้อร้องขอเล็ก ๆ น้อย ๆ
“ลืมไปว่าท่านมู่คือนักปรุงยา ข้าไม่พิจารณาให้รอบคอบ ข้าจะรีบให้คนไปเตรียมสมุนไพรวิญญาณมาให้ทันที ส่วนของเหล่านี้บางทีท่านมู่อาจจะใช้ประโยชน์ได้ ทั้งหมดนี้มอบให้ท่านขอรับ” โม่เป่ยกล่าว
ในเมื่อจวนเจ้าเมืองไม่ขาดแคลนสิ่งของเหล่านี้ มู่เฉียนซีจึงไม่ได้ปฏิเสธแต่อย่างใด
ก่อนที่นางจะออกไปจากจวนเจ้าเมือง ก็ค้นพบว่ามีคนแบกหีบใบแล้วใบเล่าเข้าไปในจวนของเจ้าเมือง
และทันทีที่เงยหน้าขึ้น ก็เห็นว่ามีหีบอยู่กลางอากาศด้วย!
“นี่คืออะไรหรือ” มู่เฉียนซีกล่าวถาม
.
.