ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2855 ร่างปีศาจที่แข็งแกร่ง
มีเพียงตั้วที่สงบเป็นอย่างมาก แม้ว่าครั้งที่แล้วจะลงมือต่อสู้กับเฉียนซีโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่เขาก็รู้ดีว่าความแข็งแกร่งทางกายภาพของเฉียนซีนั้นน่าทึ่งมากเพียงใด
พลังของทั้งสองคนปะทะกัน หลังจากนั้นมู่เฉียนซีก็ลอยออกไป และกระโดดขึ้นมาราวกับคนที่ไม่เป็นอะไรก็มิปาน จากนั้นก็เริ่มลงมือโจมตีเอ้าอีกครั้ง
ปัง ปัง ปัง!
ระหว่างประกายไฟ ก็ไม่รู้ว่าทั้งสองปะทะกันไปกี่ครั้งแล้ว
ผิวหนังที่ดูอ่อนนุ่มของหญิงสาวมนุษย์ ดูเหมือนว่าจะมีความแข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่ง
“คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะใช้เคล็ดวิชาขัดเกลาร่างกาย มิแปลกใจเลยจริง ๆ!”เอ้ากล่าวพลางจ้องมองไปที่มู่เฉียนซี
นอกจากนี้สิ่งที่ฝึกฝนยังไม่ใช่เคล็ดวิชาการขัดเกลาร่างกายธรรมดา มิเช่นนั้นมันไม่มีทางทำให้มู่เฉียนซีมีความแข็งแกร่งพอที่จะต่อต้านพลังของเขาได้หรอก
“ใช่แล้ว! เช่นนั้นท่านเตรียมพร้อมที่จะรับความพ่ายแพ้แล้วหรือยัง” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างหยิ่งผยอง
“คนที่ควรจะเตรียมใจให้พร้อมรับความพ่ายแพ้ ก็คือเจ้า!” ความเร็วของเอ้ารวดเร็วมากขึ้นไปอีก และตอนนี้เขาจะลงมืออย่างจริงจังแล้ว
“ก่อนหน้านี้ข้ายอมให้เจ้า เพราะเจ้าเป็นเพียงมนุษย์และผู้หญิงเท่านั้น หากให้ข้าพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อต่อสู้กับเจ้ามันก็น่าขายหน้าเกินไป แต่ว่าเจ้ามันน่าโมโหเหลือเกิน เช่นนั้นก็รอถูกข้าทุบตีจนพ่ายแพ้อย่างรุนแรงเสียเถอะ” เอ้ากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา
“ความจริงแล้วหากท่านไม่สู้อย่างเต็มที่ก็สู้ข้าไม่ได้สินะ! อย่าแสแสร้งอีกเลย จริงใจให้มากและเสแสร้งให้น้อยลงหน่อยเถอะ” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างหยอกล้อ
ท่านเจ้าเมืองผู้นี้ไม่สามารถเอาชนะมู่เฉียนซีด้วยการต่อล้อต่อเถียงได้ ดังนั้นจึงใช้การโจมตีที่รวดเร็วตอบโต้นาง เพื่อให้บทเรียนแก่หญิงสาวผู้นี้
ปัง! ปัง ปัง!
เสียงของการปะทะกันดังขึ้นมาอย่างรุนแรง
ร่างเงาของมู่เฉียนซีพุ่งโจมตีเขาอย่างรวดเร็วปานสายฟ้า
“ความจริงแล้ว! ก่อนหน้านี้ข้าเองก็ไม่ได้พยายามอย่างเต็มที่เช่นกัน เพราะท่านเมื่อครู่ ยังไม่ถึงระดับที่ข้าจะต้องพยายามอย่างเต็มที่น่ะ” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเรียบเฉย
ผู้คนต่างอุทานออกมา “มนุษย์คนหนึ่งที่สามารถฝึกฝนทางกายภาพได้ถึงขนาดนี้ นี่มันช่างน่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!”
“พลังกายภาพเช่นนี้ ช่างทำให้เผ่าปีศาจอับอายขายหน้าเป็นอย่างยิ่ง!”
“ช่างเป็นคนที่วิปลาสจริง”
ตั้วจ้องมองไปยังร่างเงาสีขาวและม่วงที่กำลังปะทะกันอยู่กลางอากาศด้วยความสนใจ พร้อมกับแววตาที่ส่องประกายแวววาว
“ความแข็งแกร่งทางกายภาพของเฉียนซีแข็งแกร่งกว่าที่ข้าจิตนาการเอาไว้เสียอีก แม้ว่าจะสูญเสียพลังวิญญาณไป แต่นางกลับไม่เคยยอมแพ้ที่จะกลายเป็นผู้แข็งแกร่งคนหนึ่งเลย” ตั้วพึมพำกล่าว
“ใช่แล้ว! หากมนุษย์คนหนึ่งต้องการมีพลังกายภาพเช่นนี้ จำเป็นต้องจ่ายค่าตอบแทนมหาศาล ไม่รู้เลยว่าท่านมู่รอดชีวิตมาได้อย่างไร” โม่เป่ยที่อยู่ข้างกายตั้วกล่าว
“ไม่รู้ว่ามีวิธีไหนบ้างที่สามารถทำให้เฉียนซีฝึกฝนได้” ตั้วกล่าวถาม
มู่เฉียนซีได้กลายเป็นสหายที่เขาใส่ใจไปจริง ๆ แล้ว นอกจากพวกเขาสองสามคนแล้ว นางเป็นสหายที่เขาใส่ใจมากที่สุด
ก่อนหน้านี้เป็นเพียงความสัมพันธ์ที่ร่วมมือกัน แต่ในตอนที่เห็นความสามารถเช่นนี้ของนาง มันก็ทำให้ตั้วรู้สึกชื่นชมนางมากจริง ๆ
แม้จะไม่มีพลังบำเพ็ญก็ยังพยายามอย่างหนักเพื่อทำให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้น และฝืนชะตาฟ้า แล้วเหตุใดเขาจะไม่สามารถควบคุมบาปดั้งเดิมเพื่อฝืนชะตาฟ้าบ้าง
เขาต้องทำได้ และเขาก็หวังว่าเฉียนซีจะสามารถฝึกฝนใหม่เพื่อแข็งแกร่งยิ่งขึ้นกว่าเดิมได้เช่นกัน
เอ้าเองก็ประหลาดใจในพลังการต่อสู้ของมู่เฉียนซีเป็นอย่างยิ่ง พลังแห่งการต่อสู้ของหญิงสาวผู้นี้เกินกว่าที่เขาจิตนาการเอาไว้เสียอีก
ไม่เพียงแต่มีพลังทางกายภาพที่น่าทึ่งเท่านั้น จิตสำนึกในการต่อสู้ และประสบการณ์ในการต่อสู้ของนาง ก็ไม่เหมือนกับหญิงสาวที่อายุยังไม่ถึงยี่สิบปีควรมีเลยด้วยซ้ำ
นี่คือประสบการณ์ที่กลั่นกรองออกมานับพันปี นอกจากนี้คนผู้นี้ยังเจ้าเล่ห์มากอีกด้วย ทั้งจุดในการโจมตียังซับซ้อนมาก หากตรงไหนเจ็บนางก็จะพุ่งเป้าโจมตีตรงนั้น ซึ่งมันก็ทำให้เขาเสียเปรียบไม่น้อยเลย
ตูมม โครมม!
การต่อสู้อย่างต่อเนื่องในครั้งนี้กินเวลามานานมาก แต่เอ้าก็ยังไม่สามารถเอาชนะมู่เฉียนซีได้อยู่ดี ส่วนมู่เฉียนซีเองก็เช่นกัน
จากนี้ไปเป็นการแข่งขันด้านความอดทนและความแข็งแกร่งของร่างกาย
ในแง่ของความอดทนนั้นมู่เฉียนซีเอาชนะได้
แต่ในแง่ของความแข็งแกร่งของร่างกาย ในฐานะที่เป็นเผ่าปีศาจ ความแข็งแกร่งทางร่างกายของเอ้าต้องทนทานกว่ามู่เฉียนซีมากอยู่แล้ว
แต่เขากลับคิดไม่ถึงว่า แม้ความแข็งแกร่งทางร่างกายของมู่เฉียนซีจะถูกผลาญไปจนหมด แต่นางก็มีหนทางเติมเต็มมัน เพราะนางเอายาน้ำมาด้วยมากมายนั่นเอง!
มู่เฉียนซีดื่มยาน้ำราวกับน้ำเปล่า ซึ่งมันก็ทำให้นางสามารถฟื้นฟูความแข็งแกร่งของร่างกายได้อย่างรวดเร็ว
ยาน้ำของหมอปีศาจนั้นมีประสิทธิภาพมาก ซึ่งเผ่าปีศาจของทั้งสองเมืองต่างก็เคยพิสูจน์มาแล้ว
“ยาที่ท่านมู่ใช้คือยาน้ำของหมอปีศาจสินะ! มันช่างฟื้นฟูได้รวดเร็วมากจริง ๆ”
“ไม่รู้ว่าท่านเจ้าเมืองได้เตรียมยาน้ำมาบ้างหรือไม่ มิเช่นนั้นต้องเสียเปรียบแน่นอน!”
สีหน้าของเอ้าย่ำแย่เป็นอย่างมาก นับตั้งแต่วันที่หอหมอปีศาจเปิดกิจการวันนั้น เนื่องจากยาถูกขายไปจนหมด เขาจึงไม่สามารถซื้อได้ และด้วยความโกรธเขาจึงไม่ได้ไปที่หอหมอปีศาจอีก นอกจากนี้ยังไม่ได้ให้ลูกน้องไปซื้อมาให้อีกด้วย
“ชิ! เจ้ามีแล้วคิดว่าข้าจะไม่มีอย่างนั้นหรือ มันก็ยาเหมือนกันหมด จะแตกต่างกันมากแค่ไหนเชียว” ยาลูกกลอนฟื้นฟูพลังทางร่างกายของเอ้านั้นเป็นยาที่นักปรุงยาของจวนเจ้าเมืองกลั่นออกมา
นักปรุงยาเหล่านั้นถูกทำให้ตื่นตกใจเป็นอย่างยิ่ง เขาลุกขึ้นมาแล้วกล่าวว่า “แย่แล้ว แย่แล้ว ท่านเจ้าเมืองเหตุใดถึงได้โง่เขลาเพียงนี้ ข้าจะสามารถไปเทียบกับท่านมู่ได้อย่างไร หากผลลัพธ์ออกมาไม่ดี ท่านเจ้าเมืองจะต้องไม่ละเว้นข้าอย่างแน่นอน”
เพื่อนร่วมงานของเขาตบไหล่พลางกล่าวว่า “ตอนนี้กลัวไปก็ไม่มีประโยชน์ ผ่อนคลายเสียเถอะ! ขอเพียงท่านเจ้าเมืองชนะ เขาก็น่าจะไม่สนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วล่ะ”
“ข้าก็ทำได้เพียงขอคำอวยพรจากเทพเจ้าให้ท่านเจ้าเมืองได้รัยชัยชนะแล้วล่ะ”
ในตอนแรกเริ่ม ความแข็งแกร่งทางร่างกายของเอ้าแข็งแกร่ง ดังนั้นจึงไม่มีความแตกต่างกันมากเท่าไรนัก
แต่หลังจากที่เวลาลากยาวไปนานมากขึ้นเรื่อย ๆ เขาก็รับรู้ได้อย่างชัดเจนแล้วว่าความเร็วในการฟื้นตัวของทั้งสองแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง และตอนนี้เขาก็ตกอยู่ในสถานะที่เสียเปรียบ
“ตอนแรกจะให้ยาท่านโดยไม่คิดเงินก็ไม่เอา ตอนนี้เริ่มเสียเปรียบแล้วสินะ! ท่านเจ้าเมือง” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างหยอกล้อ
“ข้าไม่ต้องการ ยาของเจ้ามันไม่ได้ยอดเยี่ยมอะไรนักหรอก” เจ้าเมืองผู้นี้ ก็ยังคงเต็มไปด้วยความหยิ่งผยองเช่นเคย
ร่างของทั้งสองชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อเย็น แม้ว่าจะสู้กันมาเป็นเวลานาน แต่ก็ยังไม่มีใครล่าถอยอยู่ดี และถึงแม้ว่าจะไม่ได้ใช้พลังปีศาจและพลังวิญญาณในการต่อสู้ มันก็ยังคงเป็นการแข่งที่น่าตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งมันก็ทำให้เลือดของคนที่ได้ดูพลุ่งพล่านขึ้น
แม้ว่าจะมียาน้ำฟื้นฟูพลังกายของนาง แต่มู่เฉียนซีได้มาถึงขีดจำกัดแล้ว และเอ้าเองก็ถึงขีดจำกัดด้วยเช่นกัน
“มู่เฉียนซี เจ้าอย่าลืมว่าข้าคือเผ่าปีศาจ!” และดวงตาคู่นั้นของเอ้าก็เปลี่ยนเป็นเย็นชาขึ้นมาทันที
“ถึงจะไม่สามารถใช้พลังปีศาจได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะใช้ร่างปีศาจไม่ได้!”
แขนของเอ้าเปลี่ยนไป และผิวหนังก็ถูกปกคลุมไปด้วยเกล็ดสีดำขลับ
ตั้วกล่าวว่า “ไม่มีทาง! นี่เจ้าเอ้าถูกบีบจนต้องใช้ร่างปีศาจแล้วหรือ”
ในสมัยโบราณ เผ่าปีศาจไม่ได้มีรูปลักษณ์ที่งดงามเท่าตอนนี้ พวกเขาดุร้าย ชอบการต่อสู้ เนื้อหนังแข็งราวกับก้อนหินก็มิปาน
แต่เมื่อวันเวลาล่วงเลยไป ความงดงามของเผ่าปีศาจเริ่มยกระดับมากขึ้น และมันก็ค่อย ๆ พัฒนาจนมีรูปลักษณ์ที่คล้ายกับมนุษย์อย่างช้า ๆ
แต่ทว่าเผ่าปีศาจสายเลือดบริสุทธิ์ ก็ยังคงสามารถใช้ร่างปีศาจ และการใช้ร่างปีศาจก็ทำให้พลังในการต่อสู้เพิ่มขึ้นถึงสองเท่าได้
แต่ทว่าท่านเจ้าเมืองของเมืองแห่งความเย่อหยิ่งของพวกเขา กลับถูกแม่นางมู่ที่เป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่งบีบจนต้องใช้ท่าไม้ตายเช่นนี้ได้
ปังง!
มู่เฉียนซีปล่อยหมัดราวกับสายฟ้าฟาดออกไป แต่เอ้าก็ยังคงไม่ขยับเขยื้อนอยู่ดี
เขาได้คว้าแขนของมู่เฉียนซีเอาไว้ จากนั้นก็จับมู่เฉียนซีโยนออกไปทันที
มู่เฉียนซีในเวลานี้รู้สึกว่าร่างกายของนางชาไปหมด ซึ่งนางก็รู้ดีว่าร่างกายของตนเองนั้นแข็งแกร่งเพียงใด และนางก็คิดไม่ถึงว่าเอ้าจะสามารถเปลี่ยนรูปร่างมากดดันนางได้
“เจ้าเอ้า เพียงแค่ทำให้แขนข้างหนึ่งเปลี่ยนรูปร่างไปเท่านั้น ไม่ได้เปลี่ยนทั้งร่าง เหตุผลต้องเป็นเพราะว่ามันน่าเกลียดเกินไปเป็นแน่! แต่แขนเพียงข้างเดียว ก็เพียงพอที่จะทำให้เฉียนซีต้องปวดหัวแล้ว” ตั้วกล่าวพลางถอนหายใจ
โม่เป่ยกล่าวว่า “ท่านเจ้าเมือง ท่านมู่จะต้องแพ้หรือขอรับ”
“ไม่มีทางแน่นอน ถึงเอ้าจะมีร่างปีศาจ แต่เจ้าไม่รู้หรือว่าเฉียนซีเองก็มีไม้ตายเช่นกัน” ตั้วกล่าวอย่างเกียจคร้าน
.
.