ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2856 มีท่าไม้ตาย
มีอาการง่วงงุนปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของเขา แต่หากไม่ได้เห็นผลด้วยตาตนเอง เขาคงไม่มีทางนอนหลับได้แน่นอน
ปัง ปัง ปัง!
มีเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นมา และมู่เฉียนซีก็ไม่มีหนทางให้หลบซ่อนอีกแล้ว
เขาคว้าตัวมู่เฉียนซีเอาไว้อีกครั้ง และนี่ก็ไม่ใช่สิ่งที่มู่เฉียนซีจะสามารถหลุดรอดออกไปได้
“มู่เฉียนซี ยอมแพ้เสียเถอะ! มิเช่นนั้นแขนของเจ้าได้ถูกข้าหักแน่” เอ้ากล่าวพลางมองไปยังใบหน้าที่ซีดเซียวของมู่เฉียนซี
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ไม่! คนที่แพ้ต้องเป็นท่าน เจ้าเมืองของเมืองแห่งความเย่อหยิ่ง”
“มาถึงขนาดนี้แล้ว เจ้ายังไม่ยอม…”
เอ้ายังไม่ทันที่จะกล่าวจบ เขาก็รู้สึกตัวแข็งทื่อขึ้นมาทันที เขาไม่สามารถขยับตัวได้ ทั้งยังมีเหงื่อเย็นผุดขึ้นมาบนหน้าผากอีกด้วย
มู่เฉียนซีแงะกรงเล็บปีศาจที่หนีบอยู่ออกจากแขนของนาง หลังจากนั้นก็เตะไปหนึ่งที ซึ่งมันก็ทำให้เจ้าเมืองของเมืองแห่งความเย่อหยิ่ง ถูกเตะจนตกลงไปบนสนามการแข่งขัน
ตึงง!
และเขาก็ทำให้เกิดหลุมขนาดใหญ่ขึ้นมาบนสนามการแข่งขัน
ทันใดนั้นก็มีเสียงอู้อี้ดังออกมา เอ้ากล่าวอย่างโกรธเคืองว่า “มู่เฉียนซี คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะแอบลอบโจมตีข้า”
“ก่อนการแข่งขัน ข้าบอกเพียงแค่ไม่สามารถใช้พลังวิญญาณได้ แต่ไม่ได้บอกว่าจะไม่ใช้พิษนี่นา! ท่านก็รู้อยู่ว่าข้าคือนักปรุงยาแต่กลับไม่ป้องกัน ตอนนี้พอโดนพิษแล้วจะมาโทษข้าได้อย่างไร! ท่านประมาทเอง” มู่เฉียนซีที่ยืนอยู่บนสนามประลอง จ้องมองลงมาที่เจ้าเมืองผู้นี้ด้วยท่าทางของผู้ชนะ
“ข้าไม่ยอมรับ!” เขากล่าวอย่างหยิ่งผยอง
“ท่านสามารถใช้ร่างปีศาจได้ แล้วเหตุใดข้าถึงไม่สามารถใช้พิษได้ล่ะ ท่านเจ้าเมือง พูดกันอย่างมีเหตุผลหน่อยเถอะ!” มู่เฉียนซีกล่าว
“สู้กันอีกรอบ เจ้าห้ามใช้พิษ!” เอ้ากล่าว
“ความสามารถของข้าในตอนนี้อยู่ในระดับเก้าส่วนจากระดับสูงสุด หากว่าข้าฟื้นตัวได้อย่างสมบูรณ์แล้ว ข้าค่อยสู้กับท่านใหม่! โดยที่ไม่ต้องใช้พิษก็ได้ และท่านเองก็สามารถใช้ร่างปีศาจได้ตามใจชอบด้วย ดีหรือไม่” มู่เฉียนซีกล่าว
ผู้คนเองต่างก็ประหลาดใจเป็นอย่างมากเช่นกัน ระดับสูงสุด? ตอนนี้ความแข็งแกร่งทางกายภาพของมนุษย์ผู้นี้ยังไม่ถึงจุดสูงสุดของนางอีกอย่างนั้นหรือ!
“อะไรนะ” ตอนนี้นางยังไม่ได้อยู่ในระดับที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างนั้นหรือ!
เขาถูกบีบมาจนถึงขั้นนี้แล้ว และด้วยความเย่อหยิ่งของเขา แน่นอนว่าไม่มีทางท้าทายมู่เฉียนซีในสภาพเช่นนี้ได้แน่นอน
“ตกลง! คำไหนคำนั้น ทางที่ดีเจ้าอย่าหลอกข้าจะดีที่สุด” เอ้ากล่าวตอบด้วยความไม่พอใจ
โม่เป่ยกล่าวว่า “ท่านมู่ ท่านเจ้าเมืองของพวกเราบอกว่าจะไปส่งท่านกลับหอหมอปีศาจขอรับ”
ปรากฏว่ามู่เฉียนซีกลับเห็นชายคนหนึ่งกำลังนอนกรนอยู่ ซึ่งมันก็ทำให้มุมปากของนางกระตุกเล็กน้อย “บอกว่าจะไปส่งข้า แต่สุดท้ายตัวเองก็มานอนกรนอยู่ตรงนี้ สรุปแล้วเขาจะไปส่งข้า หรือว่าข้าต้องไปส่งเขากันแน่”
โม่เป่ยกล่าวว่า “ท่านมู่ นี่น่าจะไม่แตกต่างกันเท่าไร เจ้าเมืองของพวกเราไม่อยากไปที่จวนเจ้าเมืองของเมืองแห่งความเย่อหยิ่ง และต้องการขอยืมหอหมอปีศาจของท่านเพื่อใช้เวลานอน คาดว่าหลังจากที่ตื่นขึ้นมาแล้ว ก็น่าจะต้องกลับไปที่เมืองแห่งความเกียจคร้านทันที เพราะท่านเจ้าเมืองยังมีงานอีกมากมายที่ยังไม่ได้จัดการขอรับ”
“เช่นนั้นก็ไปที่หอหมอปีศาจกันเถอะ!” มู่เฉียนซีกล่าว
สภาวะการนอนของตั้วนั้นสามารถตรวจจับได้ และเมื่อตรวจจับได้ว่าการนอนหลับตามปกติของเขาเพียงพอแล้ว โม่เป่ยก็จะใช้กลอุบายนานาชนิดเพื่อปลุกเจ้าเมืองของเขาขึ้นมา
และทั้งหมดนี้ก็คือวิธีการที่ท่านมู่คิดขึ้นมาทั้งนั้น
ตั้วลืมตาขึ้น ซึ่งบริเวณโดยรอบก็อบอวลไปด้วยกลิ่นของยาจาง ๆ เขากล่าวว่า “ที่นี่คือหอหมอปีศาจของเมืองแห่งความเย่อหยิ่งหรือ”
“ใช่แล้วล่ะ!” มู่เฉียนซีกล่าว
“ในเมื่อตื่นแล้ว และท่านเองก็เป็นคนที่งานยุ่งมาก จะกลับเมื่อไรล่ะ” มู่เฉียนซีกล่าวถาม
“เฉียนซี นี่เจ้ามีรักใหม่แล้วลืมรักเก่าอย่างนั้นหรือ แม้ว่าข้าจะขี้เกียจไปหน่อย แต่สุดท้ายแล้วก็น่ารักกว่าเจ้าคนหยิ่งผยองอย่างเจ้าหมอนั่นใช่หรือไม่” ตั้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“เหอะ! ยังมีหน้ามาพูดเช่นนี้อีกหรือ เจ้าเมืองอย่างข้าอยากมีความแข็งแกร่งก็มีความแข็งแกร่ง อยากมีพรสวรรค์ก็มีพรสวรรค์ อยากหน้าตาดีก็หน้าตาดี เจ้ามีอะไรที่สามารถเทียบกับข้าได้กัน” และวันรุ่งขึ้นเอ้าก็ได้มาที่หอหมอปีศาจ
หลังจากนั้นก็มีคนตามเข้ามา เขากล่าวว่า “ท่านเจ้าเมืองตั้ว นี่คือเงินเดิมพันที่ท่านวางไว้ว่าวันนี้ท่านมู่จะได้รับชัยชนะ ข้าน้อยตั้งใจนำมามอบให้ท่านขอรับ”
การประลองระหว่างมู่เฉียนซีกับเอ้าในครั้งนี้ เป็นเรื่องที่ใหญ่มากจริง ๆ
ด้วยเหตุนี้จึงมีคนเริ่มวางเดิมพันกัน และคนส่วนใหญ่ต่างก็เดิมพันว่าเจ้าเมืองของพวกเขาเป็นฝ่ายชนะ แต่มีเพียงส่วนน้อยที่เดิมพันว่าท่านมู่เป็นฝ่ายชนะตามท่านเจ้าเมืองตั้ว ฉะนั้นคนเหล่านี้จึงสามารถทำกำไรได้อย่างมหาศาลเลยทีเดียว
เจ้าเมืองตั้วเองก็เป็นหนึ่งในคนที่ได้เงินมหาศาลเช่นกัน เขาวางเดิมพันจำนวนมากภายในครั้งเดียว ซึ่งมันก็ทำให้พวกเขาต้องเสียเงินเป็นเท่าตัว
แต่พวกเขาจะกล้าเบี้ยวเงินของเจ้าเมืองแห่งความเกียจคร้านได้อย่างไร ดังนั้นจึงได้นำมันมามอบให้ด้วยตนเองเช่นนี้
เพียงแต่ว่าในตอนที่พวกเขามาส่งเงิน ก็ได้บังเอิญเจอเข้ากับเจ้าเมืองเอ้าพอดี ซึ่งแรงกดดันที่อยู่รอบตัวเอ้าในเวลานี้น่ากลัวเป็นอย่างมาก ฉะนั้นหลังจากที่เขามอบเงินเสร็จจึงรีบร้อนหนีไปทันที
“เจ้า…เจ้ารู้แต่แรกแล้วว่านางสามารถใช้พิษได้ คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะไม่เตือนข้า” เอ้ากล่าว
“ก็ข้าอยากจะเห็นคนที่หยิ่งผยองเช่นเจ้าพ่ายแพ้ แน่นอนว่าย่อมไม่มีทางบอกเจ้าอยู่แล้วสิ!” ตั้วกล่าวอย่างมีเหตุผล
“เจ้ามาเพื่อดูข้าเป็นตัวตลกอย่างนั้นสินะ!” เอ้ากล่าวอย่างไม่สบอารมณ์
ตั้วยอมรับอย่างตรงไปตรงมา เขากล่าวพลางหัวเราะคิกคัก “ก็ใช่น่ะสิ!”
“เจ้านี่มันดีจริง ๆ เจ้าคิดว่าตัวเจ้าเองไม่เคยทำเรื่องอื้อฉาวให้ต้องอับอายเลยอย่างนั้นหรือ เจ้า…”
ยังไม่ทันที่เอ้าจะพูดจบ ตั้วก็หาวไปครั้งแล้วครั้งเล่าแล้ว
เขากล่าว “เจ้าพูดให้มันน้อย ๆ หน่อยเถอะ เสียงเจ้านี่ยังเป็นเพลงกล่อมเด็กเหมือนเดิมเลย พอฟังมากไปก็ทำให้ข้ารู้สึกง่วงจนจะตายอยู่แล้ว”
“มันเกี่ยวอะไรกับข้า เห็นอยู่ชัด ๆ ว่าเจ้ามันขี้เกียจเกินไป ขี้เกียจเหมือนหมูแล้วยังมีหน้ามาว่าข้าอีก”
“เจ้าทำตัวสุภาพกับข้าหน่อยเถอะ เมืองแห่งความเย่อหยิ่งของเจ้ายังต้องพึ่งพาข้าให้จัดการเรื่องเล็กน้อยทั่วไปอยู่อีกมิใช่หรือ”
“เรื่องเหล่านั้น ไม่มีค่าพอให้เจ้าเมืองอย่างข้าไปจัดการ...”
“……”
“พรูดดด!” เมื่อเห็นตั้วกับเอ้าทะเลาะกัน มู่เฉียนซีก็อดหัวเราะขึ้นมาไม่ได้
“ตั้ว! ที่แท้ปกติแล้วพวกท่านก็ใช้เคล็ดลับนี้จัดการคนที่หยิ่งผยองคนนี้เหมือนกันสินะ! คิดไม่ถึงเลยว่าท่านจะไม่ยอมบอกเคล็ดลับเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้กับข้า ข้าต้องเสียเวลาคิดวิธีนี้อยู่ตั้งนาน” มู่เฉียนซีกล่าวกับตั้ว
“ข้าเองก็ไม่คิดว่าเฉียนซีจะสามารถต่อสู้กับพิษด้วยพิษได้เช่นกัน และการที่ท่านหมอปีศาจหยิ่งผยองขึ้นมาก็ทำให้ข้าประหลาดใจมากเช่นกัน” ตั้วกล่าวตอบ
เมื่อทั้งสองเริ่มพูดคุยกันขึ้นมา ก็เพิกเฉยเอ้าที่อยู่อีกด้านหนึ่งไปทันที
ทันใดนั้นสีหน้าของเอ้าก็เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เขากล่าวว่า “ทั้งสองท่าน ขอโทษด้วย! ข้ามีเรื่องสำคัญที่จะต้องพูดกับแม่นางมู่”
คุณชายที่สง่างามและมีท่าทางที่สุภาพอ่อนน้อมนั้น เป็นเพียงแค่การอำพรางตัวตนที่แท้จริงของเขา
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “เอ้า ท่านอยากจะพูดอะไรอย่างนั้นหรือ”
“การที่ได้ต่อสู้กับเจ้าในวันนี้ ทำให้ข้าได้รับประโยชน์มากมาย ทั้งยังทำให้ได้รู้ข้อบกพร่องของตนเอง ดังนั้นจึงอยากที่จะสู้กับเจ้าอีกครั้ง ความแข็งแกร่งทางกายภาพของเจ้าจะต้องทำเช่นไรถึงจะสามารถฟื้นฟูกลับมาอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ได้อย่างนั้นหรือ ข้าเฝ้ารอที่จะได้สู้กับเจ้าที่เป็นเช่นนั้นมากจริง ๆ” เอ้ากล่าวพลางจ้องมองไปทางมู่เฉียนซี
“ทักษะทางการแพทย์ของเจ้าแข็งแกร่งมาก แต่ปัญหาที่ไม่สามารถฝึกฝนได้เจ้าเองก็ยังหมดหนทาง ฉะนั้นพวกข้าก็น่าจะไม่มีหนทางแก้ไขเช่นกัน! อย่างไรเสียข้าก็ไม่ค่อยเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องการฝึกฝนของมนุษย์เท่าไรนัก ทว่าน่าจะสามารถยกระดับพลังทางกายภาพได้ เพราะร่างกายนั้นอยู่ภายใต้การควบคุมของตนเอง เดิมทีข้าก็อยากจะถามคำถามนี้กับเจ้า แต่ดันถูกเอ้าตัดหน้าไปเสียก่อน” ตั้วเองก็เอ่ยปากเช่นกัน
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ตอนที่ข้าสูญเสียพลังวิญญาณไปในตอนแรก ร่างกายก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน เพียงแต่ข้าก็ค่อย ๆ ฟื้นตัวกลับมาอย่างช้า ๆ! หากต้องการฟื้นฟูให้กลับมาอย่างสมบูรณ์ ก็จำเป็นต้องใช้พืชศักดิ์สิทธิ์หรือไม่ก็ต้องหาอสนีบาตที่ทรงพลัง”
“พืชศักดิ์สิทธิ์ เป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่ง และในแดนปีศาจก็ยิ่งยากขึ้นไปอีก แต่ที่นี่คืออาณาเขตของพวกข้า ข้าสามารถส่งคนออกไปค้นหาได้” ตั้วกล่าว
“ให้ใช้เจ้าอย่างนั้นหรือ คนขี้เกียจอย่างเจ้าจะสามารถช่วยอะไรได้กัน คนที่ต้องการสู้กับนางก็คือข้า ฉะนั้นข้าสามารถไปหาเองได้” เจ้าเมืองที่ถ่อมตนเพิ่งปรากฏออกมาได้เพียงแค่ครู่เดียว เจ้าคนหยิ่งผยองนี่ดันโผล่ออกมาอีกแล้ว
.
.