ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2863 ต้อนรับอย่างอบอุ่น
“มีสิทธิ์อะไร เจ้าไม่ใช่คนของข้า เจ้าคิดว่าเจ้าเมืองอย่างข้าจะมีเวลาว่างมากถึงขนาดไปขอยาแก้พิษมาให้เจ้าเลยอย่างนั้นหรือ”
เขาทำได้เพียงยอมรับว่าตนเองโชคร้ายเท่านั้น แล้วจะขอร้องคนผู้นี้สำเร็จได้อย่างไร
“เจ้าหอของพวกเจ้าละ” เอ้ากล่าวถาม
“เจ้าหอของพวกเรากำลังเตรียมออกเดินทางไปยังเมืองแห่งความริษยา ดังนั้นตอนนี้จึงกำลังเก็บตัวเพื่อกลั่นยา เพราะเกรงว่าหลังจากที่นางไปแล้ว ยาลูกกลอนของหอหมอปีศาจในเมืองแห่งความเย่อหยิ่งจะไม่เพียงพอต่อความต้องการขอรับ” ผู้ร่วมงานของหอหมอปีศาจกล่าวตอบ
“อะไรนะ ไม่ใช่ว่านางโยนคนออกไปแล้วอย่างนั้นหรือ เหตุใดยังต้องไปอีก”
“ท่านเจ้าเมือง ท่านคิดว่าหอหมอปีศาจในแดนปีศาจ จะมีเพียงแค่สองเมืองเท่านั้นหรือขอรับ” ผู้ร่วมงานกล่าวอย่างตรงไปตรงมา
“แน่นอนว่าไม่มีทางอยู่แล้ว!”
“อยากจะไปก็ไป! ข้าเองก็ไม่สนใจหรอกว่านางจะอยู่ทำให้ข้าโมโหหรือไม่” แม้ว่าจะโกรธ เอ้าก็ยังคงรออยู่ดี
แต่มู่เฉียนซีต้องการกลั่นยาลูกกลอนมากแค่ไหนกันแน่ จนป่านนี้แล้วก็ยังไม่ออกมาอีก
เมื่อรอจนเขารู้สึกโกรธมาก จึงต้องกลับไปยังจวนเจ้าเมืองของตนเอง
การบีบคั้นพลังหวนคืนสามารถกลั่นยาลูกกลอนได้มากมาย และนางเองก็สามารถกลั่นยาด้วยตนเองได้เป็นจำนวนมาก
ครึ่งหนึ่งถูกทิ้งเอาไว้ที่เมืองแห่งความเย่อหยิ่ง ส่วนอีกครึ่งหนึ่งถูกส่งไปที่เมืองแห่งความเกียจคร้าน และมู่เฉียนซีก็เตรียมออกเดินทาง
ฉึก!
เข็มยาเล่มหนึ่งแทงลงไปบนแขนของคนผู้นั้น
มู่เฉียนซีกล่าวถามว่า “เจ้าเป็นคนของเจ้าเมืองแห่งความริษยาสินะ เจ้าชื่อว่าอะไรล่ะ”
“ข้าคือผู้ติดตามของเจ้าเมืองแห่งความริษยา มีชื่อว่าอาหมิงขอรับ ต้องขอบคุณท่านมู่ที่แก้พิษให้ข้า ท่านมู่ช่างเป็นคนดีและยอดเยี่ยมมากจริง ๆ ข้าซาบซึ้งใจยิ่งนัก” เขากล่าวพลางหรี่ตาอย่างขมขื่น
“เจ้านี่ช่างพูดจาไปเรื่อยเปื่อยได้ค่อนข้างเก่งเลยทีเดียว! ท่านเจ้าเมืองของเจ้าอบรมมาเป็นพิเศษอย่างนั้นหรือ” มุมปากของมู่เฉียนซีกระตุกเล็กน้อย
ถูกคนอื่นวางยาพิษจนต้องนอนอยู่บนพื้นหลายสิบชั่วยาม คิดไม่ถึงเลยว่าจะยังสามารถยกย่องคนผู้นั้นได้ คาดว่าทักษะการพูดจาเรื่อยเปื่อยเช่นนี้ของเขาน่าจะต้องอยู่ในระดับสูงสุดแล้วเป็นแน่
“ยังรีบเดินทางอยู่ได้หรือไม่ รีบออกเดินทางกันเถอะขอรับ”
“แน่นอนว่าได้อยู่แล้ว!”
คนงานตัวน้อยของหอหมอปีศาจคนหนึ่งกล่าวว่า “ท่านเจ้าหอ ก่อนหน้านี้ท่านเจ้าเมืองมาหาท่าน ไม่ไปกล่าวลาเขาหน่อยหรือขอรับ”
“ไม่ไปหรอก แน่นอนว่าต้องไม่มีเรื่องอะไรดี ๆ อยู่แล้ว! มีเรื่องอะไรให้น่าไปกัน” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเรียบเฉย
ด้วยเหตุนี้นางจึงออกเดินทางทันที และหลังจากที่เอ้ารู้ข่าวก็ไล่ตามออกมา นางที่อยู่เบื้องหน้าก็กลายเป็นเพียงจุดเล็ก ๆ และหายไปในที่สุด
“มู่เฉียนซี เจ้าคิดว่าเมืองแห่งความเย่อหยิ่งของข้าคิดอยากจะมาก็มา คิดอยากจะไปก็ไปอย่างนั้นหรือ”
แม้ว่าเอ้าจะโกรธขึ้นมาอีกครั้ง แต่มู่เฉียนซีก็ไม่ได้ยินอยู่ดี
“ท่านเจ้าเมืองต้องการให้พวกเราไล่ตามไปหรือไม่ขอรับ”
“จะไล่ตามนางไปทำไม หากอยากจะไล่ตามไป พวกเจ้าก็ไปเองเถอะ ข้าไม่ไปหรอก!” และเอ้าก็กลับไปทันที
ลูกน้องของเขาไล่ตามนางไปจริง ๆ แต่น่าเสียดายที่ไล่ตามไปไม่ทันเสียแล้ว เพราะตอนที่พวกเขาเห็นมู่เฉียนซี ก็เป็นตอนที่นางไปถึงเมืองแห่งความริษยาแล้วนั่นเอง
แย่งชิงคนกับเจ้าเมืองแห่งความริษยาอย่างนั้นหรือ นั่นเป็นเรื่องที่น่ากลัวมากเรื่องหนึ่ง อย่างไรเสียพวกเขาก็ยังอยากจะมีชีวิตอยู่อีกหลายปี
ในตอนที่อาหมิงกำลังจะพามู่เฉียนซีไปที่จวนเจ้าเมือง เจ้าเมืองก็ได้ให้คนมาส่งข่าวว่า “ไม่ต้องไปจวนเจ้าเมืองแล้ว ท่านเจ้าเมืองรอท่านมู่อยู่ที่หอหมอปีศาจแล้วขอรับ”
หอหมอปีศาจอย่างนั้นหรือ! มู่เฉียนซีผงะไปเล็กน้อย นางยังไม่ทันมาถึงเมืองแห่งความริษยา แต่กลับมีหอหมอปีศาจแล้ว
อาหมิงเป็นคนฉลาดที่สามารถดูสีหน้าผู้คนออก เขากล่าวว่า “ท่านมู่ ท่านเจ้าเมืองของพวกเราอยากเจอท่านมานานมากแล้ว หลังจากที่รู้เรื่องโอกาสทองของหอหมอปีศาจในเมืองแห่งความเกียจคร้าน เขาก็ได้สั่งให้คนสร้างหอหมอปีศาจ และเมื่อรู้ว่าใกล้จะสร้างเสร็จ ถึงได้ส่งข้าไปเชิญแม่นางมู่มาขอรับ”
“เจ้าเมืองของพวกเราดูแลการก่อสร้างหอหมอปีศาจนี้ด้วยตนเอง เขาปรับปรุงตามโครงสร้างหอหมอปีศาจของทั้งสองเมือง และมันจะต้องเป็นหอหมอปีศาจที่สมบูรณ์แบบมากที่สุดในแดนปีศาจอย่างแน่นอน ดังนั้นมันจึงทำให้เสียเวลามากไปหน่อยน่ะขอรับ”
อาหมิงอธิบายออกมาอย่างละเอียด และทำให้ได้รู้ว่าพวกเขาเฝ้ารอนางในฐานะแขกผู้มีเกียรติมากเพียงใด
เมื่อมู่เฉียนซีมาถึงหอหมอปีศาจ มันเป็นแค่เพียงหอที่สร้างเสร็จแล้วเท่านั้น และเพราะนางยังไม่มาถึง ที่นี่จึงยังไม่เต็มไปด้วยยา อีกทั้งยังไม่เปิดกิจการอีกด้วย
ริมหน้าต่างที่อยู่ชั้นบนสุด มีชายที่ดูงามสดใสมากคนหนึ่งนั่งอยู่ อีกทั้งยังสวมเสื้อผ้าที่งดงามหรูหราเป็นอย่างยิ่ง และดวงตาของเขาก็งดงามราวกับไพลินก็มิปาน
และคนผู้นี้ก็คือเจ้าเมืองของเมืองแห่งความริษยานั่นเอง!
มู่เฉียนซีเดินขึ้นไปยังชั้นบน และเมื่อเขามองเห็นมู่เฉียนซีก็เอ่ยปากกล่าว “เฉียนซีท่านช่างเป็นคนที่หน้าตางดงามมาก นี่เป็นใบหน้าของหญิงสาวที่ตรงกับใจข้าเหลือเกิน ข้าชื่นชอบจริง ๆ”
ทันทีที่พูดคำว่าชอบออกมา ร่างของอาหมิงที่ยืนอยู่ข้างกายมู่เฉียนซีก็สั่นเทาขึ้นมาทันที
มู่เฉียนซีเองก็ผงะไปเล็กน้อยเช่นกัน เจ้าเจ้าเมืองแห่งความริษยาผู้นี้นี่
ความชอบที่เขาพูดถึง ไม่ได้เป็นเพียงความชอบที่บริสุทธิ์เท่านั้น แต่มีความอิจฉาเล็กน้อยอีกด้วย
มีบางครั้งที่ความอิจฉาเพียงเล็กน้อยยกระดับจนกลายเป็นความอิจฉามาก ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องที่อันตรายมากเรื่องหนึ่ง
“เจ้าเมืองแห่งความริษยา นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เจอกัน ข้าคือมู่เฉียนซี”
“อย่าเรียกข้าอย่างยุ่งยากขนาดนั้นเลย ข้าคือตู้ เรียกข้าว่าอาตู้ก็ได้ ก่อนหน้านี้เจ้าเองก็เรียกตั้วและเอ้าเช่นนั้นเหมือนกันมิใช่หรือ ดังนั้นก็อย่าได้สุภาพกับข้าขนาดนั้นเลย เพราะข้าจะหึงเอาได้”
เมื่อถูกดวงตาที่งดงามราวกับไพลินก็มิปานคู่นั้นจ้องมอง นอกจากนี้ยังเป็นคนที่หล่อเหลาและดูสง่างามมากเช่นนี้อีกด้วย ไม่ว่าใครก็มิอาจปฏิเสธคนเช่นนี้ได้หรอก
“อาตู้ ขอบคุณมากที่เตรียมสิ่งเหล่านี้เอาไว้ให้ข้า หอหมอปีศาจไม่มีทางทำให้ท่านผิดหวังแน่นอน” นางยังไม่รู้ว่าจะเข้ากับเจ้าเมืองผู้นี้ได้อย่างไร แต่มู่เฉียนซีก็ตัดสินใจว่าแค่ทำตามใจก็เพียงพอแล้ว
“แน่นอน! ข้าได้เห็นผลลัพธ์ของเมืองแห่งความเกียจคร้านและเมืองแห่งความเย่อหยิ่งแล้ว เจ้าว่า หอหมอปีศาจของที่นี่ดีกว่าอีกสองเมืองใช่หรือไม่!”
“นี่มันแน่นอนอยู่แล้ว! ท่านพยายามมากเลยสินะ!” มู่เฉียนซีกล่าวตอบ นี่คือเรื่องจริง
จี๋ตู้มีความสุขมาก เขาคลี่ยิ้มจนดวงตาทั้งคู่ของเขาเปลี่ยนเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวเลยทีเดียว “ข้าได้บอกหรือยัง ว่าเรื่องที่ข้าทำ มันต้องดีที่สุดแน่นอนอยู่แล้ว ใครก็เทียบข้าไม่ได้หรอก”
มู่เฉียนซีได้รู้แล้วว่าตนเองได้เผชิญหน้ากับคนที่รับมือได้ยากคนหนึ่งแล้ว ความหยิ่งผยองก็คือการที่เขารู้สึกว่าตนเองอยู่เหนือคนอื่น และไม่เห็นคนอื่นในสายตาเลย
แต่ความริษยากลับไม่เหมือนกัน เขาไม่พอใจกับสิ่งใดก็ตามที่ดีกว่าเขา แต่หากสามารถทำดีที่สุดได้ ก็จะพึ่งพอใจเป็นอย่างมาก
“ข้าเตรียมงานต้อนรับเจ้าแล้ว ตามข้ามาสิ!”
คาดว่ารถม้าของเจ้าเมืองน่าจะเป็นรถที่งดงามและดีมากที่สุดของแดนปีศาจอย่างแน่นอน
มู่เฉียนซีรู้สึกว่า อย่างไรเสียเจ้าขี้เกียจตั้วผู้นั้นก็ดูเป็นมิตรมากกว่าอยู่ดี
คฤหาสน์ที่งดงามมากที่สุด การตกแต่งที่หรูหรามากที่สุด และเหล่าแขกก็ทยอยมาถึง
แม้ว่าส่วนใหญ่จะมีความอยากรู้อย่างเห็นเรื่องของหมอปีศาจ แต่กลับไม่กล้าพุ่งเป้าไปที่มู่เฉียนซีมากเกินไป และให้ความสนใจไปที่เจ้าเมืองของพวกเขาแทน
มันมีทั้งความชื่นชม ความเคารพ ความลุ่มหลง และไม่ว่าสายตาแบบไหนก็มีทั้งสิ้น ซึ่งดูเหมือนว่าเจ้าเมืองจะเพลิดเพลินกับมันเป็นอย่างยิ่ง
ทั้งอาหารการกินและเครื่องดื่มล้วนเป็นของที่ดีที่สุด เขากล่าวถามว่า “ข้าปฏิบัติต่อเจ้าดีกว่าเจ้าเมืองทั้งสองคนนั้นมากใช่หรือไม่”
มู่เฉียนซีวางอาหารในมือลง และยืนขึ้นกล่าวว่า “ท่านเจ้าเมืองแห่งความริษยา!”
“บอกไปแล้วนี่ ว่าอย่าเรียกข้าเช่นนี้”
“หากว่าท่านต้อนรับข้าอย่างจริงใจ ข้าคงจะดีใจมากจริง ๆ! แต่ทว่าทั้งหมดนี้ล้วนทำเพื่อเปรียบเทียบ เพื่อพิสูจน์ว่าการต้อนรับข้าอย่างอบอุ่นเช่นนี้ของตนเองดีกว่าคนอื่น ๆ พูดตามตรง ข้ารับมันไม่ไหวจริง ๆ”
“พฤติกรรมที่เต็มไปด้วยเป้าหมายเช่นนี้ ไม่ทำให้ใครรู้สึกมีความสุขหรอก ข้ามู่เฉียนซีไม่อยากเป็นเครื่องมือที่ท่านใช้พิสูจน์ว่าตัวท่านดีกว่าตั้วหรือเอ้า” ในที่สุดมู่เฉียนซีก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป พร้อมทั้งกล่าวกับจี๋ตู้อย่างชัดเจนและตรงไปตรงมา
.
.