ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2865 ต้องใช้ยาแรง
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “เช่นนั้นท่านก็ต้องขอบคุณข้าใช่หรือไม่ ท่านเจ้าเมืองแห่งความริษยา”
“นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว”
“ข้าต้องการสิ่งของบางอย่าง หากว่าท่านเจ้าเมืองแห่งความริษยามีละก็ จะมอบให้ข้าได้หรือไม่” หลังจากนั้นมู่เฉียนซีก็แจ้งรายชื่อของสมุนไพรวิญญาณให้เขากองหนึ่ง
นี่เรียกว่าคนโลภมากอย่างไม่ต้องสงสัยเลยจริง ๆ ถูกนางทุบตีแล้วยังต้องมอบของให้อีก หากเป็นคนปกติคงโกรธไปแล้ว แต่ทว่าคนที่อยู่ตรงหน้าของมู่เฉียนซีในตอนนี้เป็นท่านเจ้าเมืองที่ใจกว้างคนหนึ่ง
ด้วยความใจกว้าง คำขอเพียงเล็กน้อยนี้เขาสามารถตอบสนองคำขอของมู่เฉียนซีได้อยู่แล้ว
“มีสิ ข้าจะให้คนนำสิ่งของที่เจ้าต้องการไปส่งให้เจ้าที่หอหมอปีศาจ” เจ้าเมืองแห่งความริษยากล่าว
“ข้าอยากจะไปดูคลังสมบัติของจวนเจ้าเมืองด้วยตนเอง” และมู่เฉียนซีก็เสนอคำขอที่มากยิ่งขึ้นไปอีก
แม้ว่าบางครั้งเจ้าเมืองแห่งความริษยาจะมีนิสัยที่ใจกว้าง แต่ก็ไม่มีใครกล้าเสนอข้อเรียกร้องที่เหมือนได้คืบจะเอาศอกถึงเพียงนี้มาก่อน
เพราะอย่างไรเสียหากเจ้าเมืองกลับมาเป็นปกติ เขาจะต้องกลับมาแก้แค้นอย่างแน่นอน
และการแก้แค้นนั้น ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่อาจรับผิดชอบได้อีกด้วย
เจ้าเมืองแห่งความริษยากล่าวด้วยรอยยิ้ม “ได้สิ! เช่นนั้นก็ตามข้ามาเถอะ! ชอบอะไรก็หยิบไปได้เลย”
มู่เฉียนซีกวาดสิ่งของดี ๆ ไปจนเกือบหมด และยังไม่ทันที่จะออกไปจากประตูใหญ่ของจวนเจ้าเมืองได้สำเร็จ ความริษยาก็สามารถทะลวงออกมาจากตัวของเจ้าเมืองเสียก่อน
“มู่เฉียนซี เจ้าหยุดเดี่ยวนี้ เอาของของข้าไปแล้ว เจ้าจะยกย่องข้า หรือแม้แต่จะขอบคุณข้าสักหน่อยไม่ได้หรืออย่างไร หากเจ้าจะไปเช่นนี้ ข้าไม่มีทางอนุญาตหรอก คิดว่าที่นี่เป็นสถานที่แบบใดกัน!”
แต่มู่เฉียนซีกลับยิ้มให้เขาพลางกล่าวว่า “ในที่สุดท่านก็กลับมาเป็นปกติแล้ว ดีมากจริง ๆ เช่นนั้นข้าสามารถโจมตีท่านได้โดยไม่ต้องเกรงใจแล้วสินะ”
ท่านเจ้าเมืองของเมืองแห่งความริษยาช่างน่าสงสารเป็นอย่างยิ่ง เมื่อครู่เพิ่งจะโดนพิฆาตวิญญาณโจมตีอย่างน่าสังเวช ทั้งยังถูกมู่เฉียนซีวางยาพิษโดยที่ไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ
ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกแข็งทื่อไปทั่วทั้งร่าง หลังจากนั้นก็รู้สึกคันจนยากที่จะทนได้ ซึ่งมันทำให้เขาถูกทรมานจากความรู้สึกต่าง ๆ เหล่านี้ภายในคราวเดียว
“คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะวางยาพิษข้า!”
“มีหรือ ท่านเห็นอย่างนั้นหรือ มีอะไรพิสูจน์ได้ล่ะ” มู่เฉียนซีกล่าวถามถึงสามข้อติดต่อกัน ซึ่งมันก็ทำให้เจ้าเมืองของเมืองแห่งความริษยาพูดไม่ออกเลยทีเดียว
“การถอนพิษสำหรับข้าแล้วเป็นเพียงแค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น แต่สำหรับเจ้าเมืองแห่งความริษยา เหมือนว่ามันจะเป็นเรื่องที่ยากลำบากมากสินะ” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างเรียบเฉย
“ใครบอก ก็แค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้นแหละ ข้าสามารถเทียบเจ้าได้อยู่แล้ว เจ้าคอยดูเถอะ”
“โอ้! ข้าจะรอ”
ท่านเจ้าเมืองป่วยแล้ว ทั้งอาการยังแปลกประหลาดจนทำให้เขาทุกข์ทรมานเล็กน้อย แต่ทว่าเขากลับไม่สามารถแบกหน้าไปขอร้องมู่เฉียนซีได้
ส่วนมู่เฉียนซีก็ฉวยโอกาสตอนที่ท่านเจ้าเมืองกำลังเงียบสงบ เริ่มพัฒนาหอหมอปีศาจในเมืองแห่งความริษยา อุปกรณ์รวมไปถึงระบบทั้งหมดที่ท่านเจ้าเมืองแห่งความริษยาเตรียมเอาไว้นั้นสมบูรณ์แบบเป็นอย่างมาก และทุกสิ่งทุกอย่างก็เป็นไปได้อย่างราบรื่น
ถึงการพัฒนาของหอหมอปีศาจจะเป็นไปได้ด้วยดี แต่เจ้าเมืองแห่งความริษยาก็ยังคงเป็นปัญหาใหญ่อยู่ดี “ผู้ป่วยอาการรุนแรง ไม่มียาใดรักษาได้”
พิฆาตวิญญาณกล่าวว่า “ลูกแมวน้อย หากเจ้าหมอนั่นกล้าทำเรื่องชั่วร้ายอีกครั้ง ก็แค่สั่งสอนเขาก็เพียงพอแล้ว”
“นี่ไม่ใช่หนทางในการแก้ปัญหาน่ะสิ! เราจะต้องหาหนทางใช้ยาแรงสักหน่อย” มู่เฉียนซีกล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ
นางที่นั่งอยู่ชั้นบน มองไปยังลูกค้าที่เดินขวักไขว่อยู่ชั้นล่าง หอหมอปีศาจได้เปิดในเมืองหลักมาถึงสองเมืองแล้ว ฉะนั้นตอนนี้การยอมรับของเผ่าปีศาจที่มีต่อหอหมอปีศาจจึงสูงมาก
ทันใดนั้นมู่เฉียนซีก็กล่าวขึ้นมาว่า “มีทางแล้ว”
หลังจากนั้นไม่นานก็มีข่าวแพร่สะพัดออกจากเมืองแห่งความอิจฉา ว่าหมอปีศาจแห่งหอหมอปีศาจจะเปิดการรักษาแบบไม่เสียเงินให้กับผู้ป่วยที่หมดหนทางรักษาทุกชนิด ฉะนั้นทุกคนล้วนสามารถมาต่อแถวเพื่อรับการรักษากับหมอปีศาจได้
เพียงแต่มู่เฉียนซีไม่ได้ทำการกุศลโดยเปล่าประโยชน์ เพราะหลังจากที่รักษาจนหายดีแล้ว ต้องรับปากว่าจะกลายเป็นคนงานที่คอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลังของหอหมอปีศาจ และทำเรื่องบางเรื่องเท่าที่ทำได้เพื่อหอหมอปีศาจ
เรื่องที่ดีเช่นนี้ ช่างเหมือนขนมชิ้นใหญ่ที่ตกลงมาจากท้องฟ้าก็มิปาน ซึ่งนั่นก็ทำให้มีผู้คนมากมายมุ่งหน้าไปที่หอหมอปีศาจ และมู่เฉียนซีก็รักษาให้พวกเขาด้วยความอดทนเป็นอย่างมาก
ไม่ว่าอาการป่วยจะเป็นอะไร มู่เฉียนซีก็มีหนทางในการจัดการทั้งสิ้น นอกจากนี้ยังทำให้ผู้ป่วยฟื้นตัวกลับมาแข็งแรงอย่างรวดเร็วอีกด้วย
หลังจากที่ใช้เวลาเพียงไม่กี่วัน ชื่อเสียงของหมอปีศาจก็โด่งดังเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังได้รับความเคารพนับถือจากเผ่าปีศาจในเมืองแห่งความริษยาทั้งหมดอีกด้วย
หลังจากที่เจ้าเมืองแห่งความริษยาหายจากอาการป่วยแล้ว และได้รู้ว่ามู่เฉียนซีได้รับชื่อเสียงถึงขนาดนี้ นอกจากนี้ยังได้รู้ว่าทักษะทางการแพทย์ของมู่เฉียนซีนั้นน่าทึ่งเพียงใด เพลิงแห่งความอิจฉาริษยานั้นก็โชติช่วงมากเป็นพิเศษ
เขาเป็นถึงเจ้าเมือง แต่มู่เฉียนซีที่เป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่งมีดีอะไรถึงสามารถครอบครองบารมีเช่นนี้ได้ ฉะนั้นเจ้าเมืองจึงออกคำสั่งว่า ไม่อนุญาตให้ไปรักษาที่หอหมอปีศาจ และอนุญาตให้เคารพบูชาเพียงเขาเท่านั้น
เมื่อเผชิญหน้ากับเจ้าเมืองที่ไร้เหตุผลเช่นนี้ คนของเมืองแห่งความริษยาเองก็จนปัญญาเช่นกัน และทำได้เพียงแอบไปรักษาที่หอหมอปีศาจอย่างเงียบ ๆ เท่านั้น
สำหรับเรื่องที่เคารพบูชาท่านหมอปีศาจนั้น ขอเพียงจดจำไว้ในใจก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องเปิดเผยออกมา มิเช่นนั้นมันจะไม่ดีต่อท่านหมอปีศาจเป็นอย่างมาก
ส่วนทักษะทางการแพทย์…
เจ้าเมืองแห่งความริษยามาตามหามู่เฉียนซี เขากล่าวว่า “มู่เฉียนซี ข้าให้เจ้าเปิดหอหมอปีศาจในเมืองแห่งความริษยาของข้า ฉะนั้นเจ้าควรจะมอบประโยชน์ให้ข้าสักหน่อยสิ! ข้าขอสั่งเจ้า ให้สอนข้ากลั่นยาลูกกลอน และฝึกกลั่นยาน้ำ ข้าจะต้องแซงหน้าเจ้าได้แน่นอน เจ้าคอยดู…”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “เอาสิ! ถึงท่านจะใช้เวลาอีกร้อยปี ท่านก็อย่าคิดว่าจะแซงหน้าข้าได้เลย ให้สอนก็สอนสิ”
ความจริงแล้วมู่เฉียนซีตั้งใจสอนเป็นอย่างมาก แต่เจ้าเมืองแห่งความริษยาไม่ใช่ผู้ที่เกิดมาพร้อมกับคุณสมบัตินี้เลย
มู่เฉียนซีส่ายศรีษะพลางกล่าว “ข้าคาดเดาผิดไปแล้ว ไม่ใช่แค่ร้อยปี แม้แต่พันปีทักษะการกลั่นยาของท่านก็แซงหน้าข้าไม่ได้หรอก เห็นได้ชัดว่าท่านไม่มีความถนัดในเรื่องนี้เลย คนอื่นเก่งก็ปล่อยให้เก่งไปสิ ท่านจะมาอิจฉาไปทำไม!”
“ข้าไม่ยอม!” เจ้าเมืองแห่งความริษยากล่าว
โป๊ก!
ตำราหนา ๆ เล่มหนึ่งถูกเคาะไปบนหัวของเจ้าเมืองแห่งความริษยา
“ก่อนที่จะมาอิจฉาเรื่องที่ทักษะทางการแพทย์ของข้าสูงกว่าท่าน ท่านจำวัตถุดิบยาทั้งหมดให้ได้ก่อนค่อยว่ากันเถอะ!”
สูดดดด!
คราวนี้มู่เฉียนซีทุบแรงมาก ซึ่งนางทุบจนเจ้าเมืองผู้ใจกว้างปรากฏตัวออกมาเลยทีเดียว
“พูดได้ถูกต้องแล้ว ข้าจะต้องอ่านตำราอย่างอดทน” เขากล่าวตอบ
ถึงจะยืนหยัดว่าอยากเรียนกลั่นยา แต่เขาก็เรียนได้เพียงไม่กี่วันเท่านั้น หลังจากนั้นเจ้าเมืองแห่งความริษยาก็ได้จัดงานคัดเลือกหนุ่มรูปงามแห่งเมืองแห่งความริษยาในเมืองแห่งความริษยา ซึ่งเขาก็เป็นคนแรกที่ลงชื่อ และเขาก็ต้องการที่จะกลายเป็นหนุ่มรูปงามอันดับหนึ่งอย่างเห็นได้ชัด
หลังจากนั้นมู่เฉียนซีก็กล่าวกับพิฆาตวิญญาณว่า “พิฆาตวิญญาณ คราวนี้ต้องพึ่งเจ้าแล้ว”
“เจ้านายรู้สึกว่าหน้าตาของพิฆาตวิญญาณงดงามกว่าเจ้าเมืองแห่งความริษยาโง่เง่านั่นอย่างนั้นหรือ” ใบหน้าที่น่าหลงใหลจนสับสนเข้ามาใกล้เบื้องหน้าของมู่เฉียนซี และดวงตาสีแดงโลหิตดุจอัญมณีก็มิปานคู่นั้นจ้องมองมาที่นาง
มู่เฉียนซีพยักหน้าพลางกล่าวว่า “ใช่แล้ว!”
เมื่อมาถึงแดนปีศาจ พิฆาตวิญญาณกลับไม่มีวันไหนเลยที่ได้เข่นฆ่าอย่างป่าเถื่อน แต่กลับต้องมาช่วยเจ้านายทำเรื่องแปลกประหลาดเพื่อรับมือกับเจ้าเมืองที่เป็นโรคประสาททั้งเจ็ดในชั้นที่หนึ่งของแดนปีศาจแทน
เพื่อเจ้านายแล้ว แม้ว่าจะต้องขายความงามเขาก็ยอม
พิฆาตวิญญาณรับหน้าที่ขายความงดงาม ส่วนมู่เฉียนซีรับหน้าที่หาเสียงด้วยการใช้เงินราวกับน้ำก็มิปาน
นางไม่ขาดยาลูกกลอน เงินเองก็ไม่ขาดเช่นกัน ขอเพียงขวางทางเจ้าเมืองแห่งความริษยาได้ ไม่ว่าสิ่งใดก็ทำได้ทั้งนั้น
การแข่งขันหนุ่มรูปงามเช่นนี้มีการจัดขึ้นเกือบทุกปี และเจ้าเมืองแห่งความริษยาก็ได้เป็นที่หนึ่งทุกปีเช่นกัน แต่ทว่าอันดับหนึ่งของคะแนนเสียงมวลชน ได้เปลี่ยนกลายเป็นของพิฆาตวิญญาณไปเสียแล้ว
เจ้าเมืองแห่งความริษยาทั้งไม่พอใจ โกรธ และเกรี้ยวกราด แต่เมื่อเห็นใบหน้าสมบูรณ์แบบอย่างไร้ที่ติของพิฆาตวิญญาณจากระยะใกล้ ความอิจฉาริษยาก็ยิ่งบ้าคลั่งมากขึ้นไปอีก
“ข้าต้องการจะฉีกใบหน้านี้ของเจ้าเสีย”
พิฆาตวิญญาณแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย “เจ้าคิดว่าเจ้ามีปัญญาจะทำอะไรข้าได้อย่างนั้นหรือ”
และการต่อสู้ในครั้งนี้ ก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
ซึ่งคนของเมืองแห่งความริษยาต่างก็รู้ว่าที่เจ้าเมืองของพวกเขาเริ่มสงครามกับคนอื่นอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวเช่นนี้ เป็นเพราะความงดงามของตนเองสู้คนอื่นไม่ได้นั่นเอง
.