ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2866 สังหารหมู่เมืองที่น่าตกใจ
มีผู้คนมากมายรู้สึกปวดใจกับหนุ่มรูปงามอันดับหนึ่งของเมืองแห่งความริษยาในปีนี้เล็กน้อย และหลังจากวันนี้ไปก็คงจะได้กลายเป็นหนุ่มขี้เหร่อันดับหนึ่งเพราะถูกท่านเจ้าเมืองของพวกเขาทรมานแน่ ๆ
แต่กลับคิดไม่ถึงเลยว่า ท่านเจ้าเมืองที่ทั้งแข็งแกร่งและยิ่งใหญ่ของพวกเขา จะพ่ายแพ้เสียแล้ว
“เจ้า…”
“เจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้า หากให้โม่หลีมายังพอสูสีอยู่บ้าง แต่เสียดายที่ถึงแม้ว่าเขาจะตื่นขึ้นมา ก็น่าจะขี้เกียจสู้กับข้าอยู่ดี” และพิฆาตวิญญาณก็ก้มมองลงไปที่เจ้าเมืองแห่งความริษยาที่ถูกเขาทรมานจนต้องอับอาย
บรรพบุรุษปีศาจโม่หลีเป็นเพียงคนเดียวในแดนปีศาจที่เจ้าเมืองแห่งความริษยาไม่สามารถอิจฉาริษยาได้ และตอนนี้เขาก็รู้สึกว่าคนผู้นี้สามารถไปถึงระดับของบรรพบุรุษปีศาจได้อย่างไม่ต้องสงสัยเลย ซึ่งความรู้สึกที่มีต่อพิฆาตวิญญาณนั้นซับซ้อนมาก
มู่เฉียนซีกล่าวถามว่า “พิฆาตวิญญาณ ก่อนหน้านี้เจ้าเคยสู้กับศิษย์พี่ด้วยหรือ”
“เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น แต่ก่อนที่ผลแพ้ชนะจะออกมา เจ้าหมอนั่นกลับหนีไปนอน ซึ่งทำให้ข้าโมโหมาก หลังจากนั้นข้าก็ท้าทายเขาอยู่หลายครั้ง ทว่าล้วนถูกเขาเมินเฉยทั้งสิ้น เจ้าหมอนั่นมันไร้ทางเยียวยาแล้วจริง ๆ”
จิตใจของเจ้าเมืองแห่งความริษยาได้รับบาดเจ็บสาหัส และหลังจากที่ปล่อยให้เขาอยู่เงียบ ๆ มาสองสามวัน มู่เฉียนซีก็ได้มาหาเขา
“ท่านเจ้าเมือง ท่านมู่ขอเข้าพบขอรับ”
“มาพบข้าทำไม จะมาล้อเลียนเรื่องตลกของข้าอีกหรืออย่างไร ไม่เจอหรอก”
“ท่านมู่บอกว่า หากท่านเจ้าเมืองไม่ให้พบ นางก็จะเตรียมตัวไปที่เมืองอื่นแล้วขอรับ อย่างไรเสียหอหมอปีศาจของที่นี่ก็เสร็จสมบูรณ์แล้ว ไม่จำเป็นต้องอยู่นานขอรับ”
“อะไรนะ ไปหรือ คิดไม่ถึงว่านางจะไปเช่นนี้ ข้าไม่ยอมหรอก!” เจ้าเมืองแห่งความริษยายืนขึ้นทันที
มู่เฉียนซีถูกเชิญเข้ามา เจ้าเมืองแห่งความริษยากล่าวว่า “เจ้ามาทำอะไรที่นี่”
“ข้าพบว่าท่านเจ้าเมืองก็ค่อนข้างหน้าตาดีเช่นกัน เลยอยากจะวาดภาพเหมือนของท่านเจ้าเมืองสักภาพ ไม่ทราบว่าท่านจะยอมหรือไม่” นางกล่าว
มู่เฉียนซีมักจะปฏิบัติต่อเขาอย่างไร้มารยาทมากมาเสมอ อีกทั้งยังโจมตีเขาอย่างมุ่งร้ายเพื่อแก้แค้นอีกด้วย
ตอนนี้กลับได้ยินประโยคที่ว่าหน้าตาค่อนข้างดีออกมาจากปากของนาง นี่มันช่างเหมือนดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกเลยมิใช่หรือ
“นี่เจ้าอยากจะแสดงทักษะการวาดภาพต่อหน้าข้าอย่างนั้นหรือ ข้าจะบอกเจ้าให้นะ ทักษะการวาดภาพของข้าเป็นที่หนึ่งในแดนปีศาจแห่งนี้ ฉะนั้นอย่าต้องมาอับอายด้วยคำพูดของเจ้าเลย”
“ไม่ลองดู แล้วจะรู้ได้อย่างไร” มู่เฉียนซีกล่าว
“ตกลง!”
มู่เฉียนซีได้วาดภาพของท่านเจ้าเมืองเป็นแบบการ์ตูนตัวจิบิ ซึ่งมันเป็นภาพเหมือนที่เจ้าเมืองแห่งความริษยาไม่เคยเห็นมาก่อน และมู่เฉียนซียังคงยกย่องต่อไปว่า “ท่านเจ้าเมือง นี่ค่อนข้างน่ารักมากเลยใช่หรือไม่”
คำว่าน่ารักเป็นคำที่ไม่เหมาะกับผู้แข็งแกร่ง หรือเจ้าเมืองคนหนึ่งเลยแม้แต่น้อย แต่ทว่าเจ้าเมืองแห่งความริษยาที่น้อยครั้งนักจะได้รับคำยกย่องจากมู่เฉียนซีกลับยอมรับคำพูดเช่นนี้ด้วยความสุข
หลังจากที่ดูภาพเหมือนนี้แล้ว ก็รู้สึกชื่นชอบเป็นอย่างมาก และเมื่อได้รับแรงบันดาลใจ เขาก็ช่วยมู่เฉียนซีวาดอีกสองสามรูป
“ทักษะของเจ้าไม่ได้เรื่องเลย ดูสิว่าข้าวาดเจ้าออกมาสวยมากเพียงใด”
เจ้าตัวเล็กที่ดูมีชีวิตชีวานั้นสามารถจับจุดเด่นของนางได้ และเมื่อมู่เฉียนซีได้เห็นก็รู้สึกชอบมากเช่นกัน นางพยักหน้าพลางกล่าวว่า “ไม่เลวเลย”
มุมปากของเจ้าเมืองแห่งความริษยาคลี่ยิ้มกว้างขึ้นเรื่อย ๆ และตอนนี้เขาก็มีความสุขทั้งกายและใจ
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “แต่ละคนล้วนมีพรสวรรค์เป็นของตนเอง และพรสวรรค์ทางด้านการวาดภาพของท่านก็ยอดเยี่ยมมากจริง ๆ”
ท่านเจ้าเมืองที่กำลังหลงใหลอยู่กับการวาดภาพเหมือนแบบใหม่ อุทิศตนอย่างเต็มที่ และตอนนี้เขาก็ไม่มีความคิดที่จะไปอิจฉาผู้อื่นอีกแล้ว
แต่ทว่าเมืองแห่งความริษยาไม่ได้เงียบสงบเกินไป เพราะผู้ทรยศเผ่าปีศาจเริ่มเคลื่อนไหวขึ้นมาอีกครั้ง พวกเขาทำสงครามในหลายพื้นที่ของเมืองแห่งความริษยา นอกจากนี้เผ่าปีศาจในพื้นที่เหล่านั้นยังมีความเคารพต่อราชาปีศาจของพวกเขาอย่างสุดหัวใจอีกด้วย
เรื่องที่เป็นการท้าทายอำนาจของเจ้าเมืองแห่งความริษยาเช่นนี้ เจ้าเมืองแห่งความริษยาต้องไม่มีทางยอมแน่นอน
“เจ้าพวกเนื้อร้ายของเผ่าปีศาจเหล่านี้ คิดไม่ถึงเลยว่าจะกล้ามาทำเรื่องกำเริบเสิบสานในอาณาเขตของข้า ไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วสินะ” เขารวบรวมกำลังพลอย่างรวดเร็วและเฉียบขาด นอกจากนี้ยังไปหามู่เฉียนซีอีกด้วย
“เจ้าก็ต้องไปด้วยกันกับข้า แต่เจ้าไม่จำเป็นต้องลงมือ ข้าแค่อยากจะให้เจ้าไปเห็นความสามารถของเจ้าเมืองอย่างข้าเท่านั้น” เขากล่าวกับมู่เฉียนซี
เขาที่มักจะถูกชายหนุ่มในชุดแดงที่อันตรายนั่นทรมานมาโดยตลอด ก็อยากมีหน้ามีตาเช่นกัน และแน่นอนว่าเขาจะต้องแก้ตัวให้ได้
มู่เฉียนซีพนักหน้าพลางกล่าว “ได้สิ ข้าจะไป”
ทุกครั้งที่ผู้ทรยศเผ่าปีศาจก่อปัญหาล้วนหมายถึงการสมรู้ร่วมคิด เป้าหมายของพวกเขาคือทำให้เจ้าเมืองหลักต่าง ๆ หายไป และนางก็ไม่ต้องการให้เผ่าเทพทำสำเร็จ ฉะนั้นจึงตามไปเพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน
“เมื่อถึงเวลานั้นหากเจ้ากลัว ข้าอนุญาติให้เจ้ามาขอความช่วยเหลือจากข้าได้ และข้าก็ไม่มีทางดูถูกเจ้าอย่างแน่นอน” เจ้าเมืองแห่งความริษยากล่าว
“ข้าขอความช่วยเหลือจากพิฆาตวิญญาณของข้าไม่ดีกว่าหรือ จะไปขอให้ท่านช่วยทำไมกัน” มู่เฉียนซีกล่าวตอบ
คำพูดนี้ทำให้เขารู้สึกอิจฉาชายผู้นั้นอย่างไม่สามารถควบคุมได้ “อิจฉาจริง ๆ ที่เจ้ามีลูกน้องที่แข็งแกร่งขนาดนั้น อิจฉาที่มีความเชื่อใจเขาเช่นนี้ และมอบความปลอดภัยทั้งหมดของตนเองให้เขาดูแล”
“ศัตรูอยู่เบื้องหน้า ภายในสมองของท่านช่วยหยุดคิดเรื่องเหล่านี้ก่อนได้หรือไม่”
“ศัตรู เจ้าพวกนั้นเหมาะสมอย่างนั้นหรือ” เจ้าเมืองแห่งความริษยากล่าวอย่างดูถูก
“ท่านอย่าชะล่าใจนักเลย ทั้งเอ้าและตั้วต่างก็เสียเปรียบมาแล้ว อีกฝ่ายมาด้วยเจตนาที่ไม่ดี นอกจากนี้ยังรู้จักพวกเขาเป็นอย่างดีอีกด้วย”
ด้านหน้าคือเมืองแห่งหนึ่ง ที่ได้ถูกเผ่าปีศาจที่ทรยศยึดครองไปแล้ว
เขากล่าวว่า “คนของข้าไม่มีทางทรยศข้าอย่างง่ายดายแน่นอน ข้าจะแอบเข้าไปดูสถานการณ์ภายในเมืองก่อน มู่เฉียนซี เจ้ารอข้าอยู่ข้างนอกก็พอแล้ว”
“ข้าจะไปกับท่าน หากอีกฝ่ายใช้ยาควบคุมพวกเขา ข้ายังพอสามารถช่วยอะไรได้บ้าง” มู่เฉียนซีกล่าว
“เช่นนั้นเจ้าก็อย่าเกะกะ จนกลายเป็นตัวถ่วงล่ะ” จี๋ตู้กล่าวกับมู่เฉียนซี
พวกเขาแอบเข้ามาในเมืองอย่างเงียบ ๆ ดูเหมือนว่าภายในเมืองจะไม่มียอดฝีมือคนอื่น และข้างในล้วนดูเป็นปกติ เจ้าเมืองแห่งความริษยาจึงกล่าวว่า “คนที่อยู่ภายในเมืองทั้งหมด จงไสหัวออกมา”
ร่างเงาสองสามร่างพุ่งทะยานออกมา ทั้งยังรวมตัวกันมากขึ้นอีกด้วย พวกเขากล่าวว่า “เจ้าเมืองแห่งความริษยา”
“พวกเจ้าพ่ายแพ้ทั้งที่ยังไม่ได้สู้ พวกเจ้าได้ยอมจำนนต่อผู้ทรยศเผ่าปีศาจแล้ว ยังมีหน้ามาพูดคุยกับข้าอีกหรือ พวกเจ้าทั้งหมดจงคุกเข่าลง” แรงกดดันที่แข็งแกร่งของเจ้าเมืองแห่งความริษยาโหมกระหน่ำเข้ามา ซึ่งนั่นก็ทำให้สีหน้าของพวกเขาบิดเบี้ยวเป็นอย่างมาก แต่ถึงกระนั้น พวกเขากลับไม่ยอมคุกเข่าอยู่ดี
“พวกเราคุกเข่าให้เจ้าเมืองคนใหม่เท่านั้น เจ้าเมืองใหม่ของพวกเราดีกว่าเจ้ามากมายนัก”
“เจ้าเมืองใหม่ช่วยพวกเรายกระดับความสามารถ เป็นเทพเจ้าผู้กอบกู้ของพวกเรา”
“……”
พวกเขาเคารพบูชาเจ้าเมืองคนใหม่เป็นพิเศษ เดิมทีคนเหล่านี้ควรจะเคารพบูชาเขา นอกจากนี้ยังเคารพบูชาอย่างบ้าคลั่ง และนี่ก็ทำให้เจ้าเมืองแห่งความริษยาไม่สามารถควบคุมอารมณ์เชิงลบของตนเองได้เลย
“ในเมื่อพวกเจ้าชื่นชอบเจ้าเมืองคนใหม่ของพวกเจ้ามากถึงเพียงนี้ เช่นนั้นพวกเจ้าทั้งหมดก็จงตายเพื่อเขาก็แล้วกัน!”
“เจ้าพวกคนที่รนหาที่ตายกลุ่มนี้นี่”
จิตสังหารอันน่าสะพรึงกลัวไหลทะลักไปทั่วทั้งเมือง ในฐานะของหนึ่งในเจ้าเมืองทั้งเจ็ดในชั้นที่หนึ่งแห่งแดนปีศาจ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเขาหากต้องการสังหารหมู่คนในเมืองทั้งหมด
แม้ว่าความตายกำลังจะมาถึงตรงหน้า พวกเขากลับยังไม่มีทีท่าที่อยากจะขอร้องขอความเมตตาจากจี๋ตู้อยู่ดี ราวกับว่าพวกเขาเตรียมใจตายไปพร้อมกับความเชื่อมั่นของตนเอง ซึ่งมันก็ทำให้เจ้าเมืองแห่งความริษยาโกรธเกรี้ยวมากขึ้นไปอีก
“กำลังจะเริ่มแล้วสินะ” บนแท่นสูง แม้ว่าจะอยู่ไกลจากเมืองเป็นอย่างมาก แต่กลับสามารถสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่น่าสะพรึงกลัวมากขึ้นเรื่อย ๆ
“สังหารไปเถอะ! จัดการฆ่าพลเมืองที่ไม่ยอมเชื่อฟังไปเสีย เพราะมีพวกที่บ้าคลั่งอย่างเขาอยู่ ยิ่งมีผู้ทรยศเพิ่มมากขึ้นเท่าไร เขาก็คงจะฆ่ามากยิ่งขึ้นเท่านั้น และในที่สุดเขาก็ต้องตายภายใต้ความริษยาที่ชั่วร้ายของบาปดั้งเดิมของเขา”
.
.