ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2867 ขอให้นางช่วย
ปัง ปัง ปัง…
คนที่เข้ามาใกล้เจ้าเมืองแห่งความริษยาลอยกระเด็นออกไปโดยตรง และแต่ละคนก็กระอักเลือดออกมาเมื่อตกลงไปบนพื้น
แรกเริ่มจี๋ตู้เพียงแค่เตือนพวกเขา และไม่ได้ลงมือให้ถึงตาย ฉะนั้นคราวนี้พวกเขาจึงแค่ได้รับบาดเจ็บเท่านั้น
แต่ถึงกระนั้น คนเหล่านี้ก็ยังคงไม่ยอมแพ้ และยังคงต่อต้าน
“คิดว่าเป็นเจ้าเมืองแล้วจะทำทุกอย่างได้ตามใจชอบ และฆ่าคนอย่างโหดเหี้ยมได้จริง ๆ อย่างนั้นหรือ?”
“แม้ว่าเจ้าจะฆ่าพวกข้า แต่พวกข้าก็ไม่มีทางยอมรับเจ้าในฐานะเจ้าเมืองอีกต่อไปแล้ว”
“……”
พวกเขาถึงกับกล้าโจมตีเจ้าเมืองแห่งความริษยา ซึ่งตอนนี้ต่อให้เขาอยากทนก็ทนไม่ไหวอีกแล้ว “คนที่ไม่ยอมรับข้า พวกเจ้าก็ไม่มีประโยชน์อะไรอีกต่อไปแล้วเช่นกัน จงตายเสียเถอะ!”
พลังปีศาจนี้น่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างยิ่ง และในเวลานี้ก็มีเข็มยาจำนวนนับไม่ถ้วนบินออกมา
ฉึก ฉึก ฉึก!
เข็มยาเหล่านั้นโจมตีโดนพวกเขา และพวกเขาแต่ละคนก็ล้มลงไปบนพื้นทันที
เข็มยาที่โปรยปรายราวกับสายฝนก็มิปานนี้ได้ระงับความโกรธเหล่านั้นไว้ ซึ่งมันก็ทำให้ความเกรี้ยวกราดของจี๋ตู้มลายหายไป เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาว่า “มู่เฉียนซี เจ้าจะยุ่งวุ่นวายมากเกินไปแล้ว เรื่องของข้า ไม่จำเป็นที่เจ้าต้องเข้ามายุ่งหรอก”
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “ข้ารู้ว่าคนอย่างท่านจิตใจคับแคบมาก และมักจะชอบอิจฉาริษยาคนที่ดีกว่าท่านอยู่เสมอ แต่ท่านเองก็ไม่รู้จักเลือกคนเช่นกัน แบบนี้ท่านไม่รู้สึกว่าตนเองขาดลักษณะพิเศษไปอย่างนั้นหรือ”
“ลักษณะพิเศษรึ” ความเกรี้ยวกราดของจี๋ตู้ไม่ได้ลดลง กลับกันเขาถูกมู่เฉียนซีทำให้โกรธจัดแล้ว
“ท่านบอกว่าถึงข้าและพิฆาตวิญญาณอยู่ต่อหน้าท่าน ท่านก็ไม่อิจฉา แต่กลับไปอิจฉาผู้ทรยศเผ่าปีศาจหรืออิจฉาแม้แต่เผ่าเทพที่ต้องการจะทำร้ายเผ่าปีศาจของพวกท่าน นี่ไม่เท่ากับว่าท่านกำลังจะทำให้เจ้าเมืองทั้งเจ็ดต้องขายหน้าอย่างนั้นหรือ” มู่เฉียนซีกล่าว
“ข้าสามารถจัดการเรื่องนี้ได้อย่างเหมาะสมมากกว่าท่าน ฉะนั้นท่านเบิกตาดูให้ดีเถอะ จากนี้ไปท่านจะต้องอิจฉาในความสามารถของข้าเป็นแน่” มู่เฉียนซีกล่าวอย่างยั่วยุ
“เจ้าไม่จำเป็นต้องเข้ามายุ่งวุ่นวายให้มาก การเจอผู้ทรยศเผ่าปีศาจในเมืองแห่งความริษยามันไม่ใช่เรื่องแปลกเลย แค่ฆ่าก็จบแล้ว” เจ้าเมืองแห่งความริษยากล่าว
“พิฆาตวิญญาณ เฝ้าเขาไว้” มู่เฉียนซีเองก็ไม่คิดจะพูดจาไร้สาระกับเขาอีกต่อไป แค่สั่งให้พิฆาตวิญญาณลงมือโดยตรงเท่านั้น
“อื้ม ได้สิ! เจ้านายของข้า” พิฆาตวิญญาณกล่าวตอบ
“ฆ่าคนที่ไร้ความสามารถ จะไปมีความหมายอะไรกัน ข้าจะเล่นเป็นเพื่อนเจ้าเอง” แววตาที่อันตรายของพิฆาตวิญญาณมองไปที่เจ้าเมืองแห่งความริษยา
นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เจ้าเมืองแห่งความริษยาต่อสู้กับพิฆาตวิญญาณ ซึ่งนี่ทำให้หางตาของเขากระตุกอย่างบ้าคลั่ง และตอนนี้พิฆาตวิญญาณก็โจมตีเข้ามาแล้ว
ในตอนที่พวกเขากำลังต่อสู้กัน มู่เฉียนซีเองก็เริ่มลงมือแล้วเช่นกัน นางได้ตรวจสอบสาเหตุการทรยศของพวกเขาอย่างละเอียด ในฐานะของเผ่าปีศาจ ไม่มีทางที่พวกเขาจะกลายเป็นผู้ทรยศภายในพริบตาเช่นนี้ได้แน่นอน ทั้งยังเป็นกันหมดทั้งเมืองโดยไม่มีข้อยกเว้นอีกด้วย
หลังจากที่ตรวจสอบอย่างละเอียดก็พบปัญหา “มันคือวิชาคำสาปสินะ!”
“อื้ม ก็แค่วิชาคำสาปเล็ก ๆ ชนิดหนึ่งเท่านั้นแหละ” เมื่อเผชิญหน้ากับวิชาคำสาป คัมภีร์หมื่นคำสาปก็อดที่จะมาปรากฏตัวเพื่อแสดงการดำรงอยู่ไม่ได้ หลังจากนั้นก็บอกถึงวิธีการถอนคำสาปแก่มู่เฉียนซี
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “เผ่าเทพเองก็คิดว่าเผ่าปีศาจจัดการได้ยากเช่นกัน แต่คิดไม่ถึงเลยว่าจะร่วมมือกับเผ่าคำสาปมาจัดการเผ่าปีศาจเช่นนี้”
สำหรับคนที่ไม่เข้าใจในวิชาคำสาปต้องเป็นปัญหาแน่นอน แต่เมื่อมาเผชิญหน้ากับมู่เฉียนซี สิ่งเหล่านี้ล้วนไม่ใช่ปัญหาเลย
หลังจากที่พลังจิตวิญาณแพร่กระจายออกไป และพลังคำสาปก็ปกคลุมไปทั่วทั้งเมือง
“นั่นมัน…” เจ้าเมืองแห่งความริษยาเองก็สังเกตเห็นถึงสิ่งผิดปกตินี้แล้วเช่นกัน
ตูมมม…
ยังไม่ทันที่เขาจะได้รู้อย่างชัดเจนเลยว่าพลังนั้นคืออะไร ก็ถูกพิฆาตวิญญาณโจมตีจนลอยกระเด็นออกไปแล้ว นอกจากนี้เสื้อผ้าของเขายังถูกไฟเผาไหม้จนขาดรุ่งริ่งอีกด้วย
ปัง ปัง ปัง…
ในขณะที่เขาถูกทุบตี ในที่สุดก็รู้แล้วว่าพลังนั้นคืออะไรกันแน่
“มันคือวิชาคำสาป มู่เฉียนซีเป็นคนของเผ่าคำสาป” เจ้าเมืองแห่งความริษยากล่าว
“หากพูดจาไร้สาระข้าจะลงมือให้หนักกว่านี้ เจ้านายของข้าจะเป็นคนของเผ่าคำสาปได้อย่างไรกันล่ะ” พิฆาตวิญญาณกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา
มู่เฉียนซีถอนคำสาปได้อย่างง่ายดาย ซึ่งมันก็ทำให้พวกเขาตื่นขึ้นจากอาการหมดสติ สีหน้าของพวกเขางงงวยและหลังจากที่นึกถึงเรื่องก่อนหน้านี้ขึ้นมาได้ สีหน้าของพวกเขาแต่ละคนก็เปลี่ยนเป็นขาวซีดขึ้นมาทันที
ตำแหน่งของเจ้าเมืองหลักทั้งเจ็ดในชั้นที่หนึ่งไม่มีผู้ใดสามารถทดแทนได้ แต่พวกเขากลับทำเรื่องที่ไร้มารยาทกับเจ้าเมือง ช่างสมควรตายจริง ๆ
“ท่านเจ้าเมือง พวกเราผิดไปแล้วขอรับ”
“ท่านเจ้าเมือง…”
เจ้าเมืองแห่งความริษยากล่าวว่า “วุ่นวายจริง ไม่เห็นหรือว่าข้ากำลังประลองกับคนผู้นี้อยู่ ข้าไม่ได้บอกให้พวกเจ้าพูด ฉะนั้นจงหุบปากไปให้หมด”
“ขอรับ” พวกเขากล่าวตอบ
เจ้าคนพวกนี้เปลี่ยนเป็นเชื่อฟังขึ้นไม่น้อย ซึ่งมันก็ทำให้เจ้าเมืองแห่งความริษยาอารมณ์ดีขึ้นมากจริง ๆ
เพียงแต่…
ตูมม!
เปลวเพลิงที่กวาดไปทั่วของพิฆาตวิญญาณ ทำให้ภาพลักษณ์เจ้าเมืองของเขาก็ได้หายไปจนหมด และเขาก็อยู่ในสภาพที่น่าอับอายเหลือเกิน
หากไม่ใช่เพราะการตอบสนองที่รวดเร็ว คาดว่าคงถูกเผาจนหัวโกร๋นไปแล้วเป็นแน่ ความสามารถที่แข็งแกร่งอย่างบ้าคลั่งนี้ทำให้เขารู้สึกปวดหัวจริง ๆ
เขาเหลือบมองไปที่พิฆาตวิญญาณ เจ้าหมอนี่ทำเขาขายหน้าอีกแล้ว
มู่เฉียนซีกล่าวว่า “เอาล่ะ หยุดได้แล้ว”
พิฆาตวิญญาณหยุดมือ และหายไปต่อหน้าต่อตาเจ้าเมืองแห่งความริษยาทันที นางกล่าวกับเผ่าปีศาจเหล่านั้นว่า “จากนี้ก็จงเกลี้ยกล่อมเจ้าเมืองของพวกเจ้าเสียเถอะ ทำให้เจ้าเมืองของพวกเจ้ามีความสุข มิเช่นนั้นพวกเจ้ารักษาชีวิตน้อย ๆ เอาไว้ไม่ได้แน่”
“ขอรับ ต้องทำให้ได้แน่นอน”
“ท่านเจ้าเมือง…”
พวกเขาเข้าใจอารมณ์ของท่านเจ้าเมืองของตนเองเป็นอย่างดีอยู่แล้ว
เจ้าเมืองแห่งความริษยากล่าวว่า “เกลี้ยกล่อมรึ ข้าเป็นคนที่เกลี้ยกล่อมง่ายขนาดนั้นเลยหรืออย่างไรกัน”
“ท่านเจ้าเมือง พวกเราถูกควบคุมขอรับ ทั่วทั้งแดนปีศาจแห่งนี้คนที่พวกเราเคารพนับถือมากที่สุดก็คือท่านนะขอรับ”
“ใช่แล้ว เจ้าพวกคนทรยศสมควรตายนั่น…”
แม้ว่ายากที่จะเกลี้ยกล่อม แต่หลังจากที่ถูกคนเหล่านั้นหว่านล้อมด้วยคำพูดสวยหรู เจ้าเมืองแห่งความริษยาก็กล่าวว่า “กล้าใช้วิธีการที่ชั่วร้ายเช่นนี้จัดการกับพลเมืองของข้า นี่เป็นบาปที่ไม่อาจให้อภัยได้ ข้าจะแก้แค้นให้พวกเจ้าเอง นอกจากนี้ยังกล้ามาวางแผนเช่นนี้กับข้า ฉะนั้นข้าจะต้องตามไปคิดบัญชีกับพวกมันแน่นอน”
“ไป ไปที่เมืองถัดไปกันเถอะ” ไม่ได้มีเพียงเมืองเดียวที่พลเมืองถูกควบคุม ในอีกหลาย ๆ เมืองที่ติดต่อกันก็มีสถานการณ์เช่นเดียวกัน และเจ้าเมืองแห่งความริษยาก็ต้องการที่จะแก้ไขให้ได้โดยเร็วที่สุด
“เจ้าเมือง พวกเราจะต่อสู้ไปด้วยกันกับท่าน”
“แม้ว่าจะไม่สามารถเป็นแนวหน้าได้ แต่พวกเราจะขัดขวางไม่ให้ผู้ทรยศเผ่าปีศาจเหล่านั้นมีโอกาสหลบหนีไปได้”
“……”
ก่อนหน้านี้ถูกทรยศ แต่ตอนนี้กลับได้รับการสนับสนุน ซึ่งนี่ก็ทำให้อารมณ์ของเจ้าเมืองแห่งความริษยาเปลี่ยนเป็นดีมากขึ้นเรื่อย ๆ มุมปากของเขายกโค้งขึ้นมาเล็กน้อย จากนั้นก็กล่าวว่า “พวกเจ้าอยากตามมาก็ตามมาสิ”
เขาเองก็รู้ดีว่า สิ่งสำคัญในการแก้ปัญหานี้ไม่ใช่การใช้ความรุนแรง เพราะพลเมืองทั้งหมดล้วนเคารพนับถือเขา ฉะนั้นจึงไม่สามารถฆ่าได้
“เจ้าเป็นนักเล่นคาถาอาคมหรือ” เจ้าเมืองแห่งความริษยากล่าวกับมู่เฉียนซี
“ไม่อย่างนั้นท่านคิดว่าใครเป็นคนถอนคำสาปให้พวกเขากันล่ะ”
“จากนี้ไป ข้าต้องการให้เจ้าช่วยเหลือ”
“ทำไม ไม่คิดว่าข้าเกะกะแล้วหรือ” มู่เฉียนซีเลิกคิ้วกล่าว
“หากเจ้าแก้ไขปัญหาในครั้งนี้ จากนี้ไปเจ้าจะเป็นคนที่ข้าอิจฉามากที่สุด” เขากล่าว
“ใครจะไปสนใจเรื่องแบบนี้กัน” มุมปากของมู่เฉียนซีกระตุกเล็กน้อย
“คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะไม่พอใจ นี่เป็นเกียรติมากแค่ไหนเจ้าไม่รู้หรือ”
“ไม่พอใจ ไม่สนใจ เปลี่ยนเป็นสิ่งที่มีประโยชน์หน่อยได้หรือไม่” ถูกคนอิจฉา ไม่เห็นจะเป็นเรื่องดีอะไรเลยมิใช่หรือ!
แม้ว่าคนผู้นี้จะมีสถานะที่พิเศษ แต่ก็เป็นเพียงหนึ่งในเจ้าเมืองหลักทั้งเจ็ดในชั้นที่หนึ่งของแดนปีศาจเช่นเดียวกัน
“เจ้าต้องการอะไรล่ะ” เจ้าเมืองแห่งความริษยากล่าวถาม
“ประการแรก รับประกันว่าหอหมอปีศาจของข้าจะเปิดกิจการอยู่ในเมืองแห่งความริษยาอย่างราบรื่นต่อไป ไม่อนุญาตให้ผู้ใดมาก่อความวุ่นวาย รวมถึงตัวท่านด้วย” มู่เฉียนซีกล่าว
“นั่นมันแน่นอนอยู่แล้ว ผู้ใดกล้ามาก่อความวุ่นวายก็จงทำลายมันเสีย”
“ประการที่สอง ท่านจะต้องพายายามอย่างเต็มที่เพื่อหาสมุนไพรวิญญาณที่ข้าต้องการในดินแดนของท่าน”
“ไม่มีปัญหา ก็แค่สมุนไพรวิญญาณเท่านั้นเอง”
“เช่นนั้นก็ออกเดินทางเถอะ!”
“นายท่าน แย่แล้ว แผนการเกิดปัญหาบางอย่างขึ้นแล้วขอรับ” ในตอนที่พวกเขาไปยังเมืองถัดไป ก็มีคนรายงานไปยังบุคคลลึกลับ
.