ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ - ตอนที่ 2868 แบ่งส่วนต่างก่อน
“มีปัญหาอะไร” บุคคลลึกลับผู้นั้นกล่าว
“คนของเมืองแรกฟื้นฟูจนกลับมาเป็นปกติ และเจ้าเมืองแห่งความริษยาก็กำลังไล่ตามมาทางนี้แล้วขอรับ”
“นี่มันเป็นไปไม่ได้ แดนปีศาจไม่มีนักเล่นคาถาอาคมเสียหน่อย แล้ววิชาคำสาปจะถูกถอนไปได้อย่างไรกัน”
“แต่ว่า วิชาคำสาปถูกทำลายไปแล้วจริง ๆ ขอรับ”
“มันก็แค่เมืองเดียวเท่านั้น คอยสังเกตความเปลี่ยนแปลงไปก่อน ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าเมืองแห่งความริษยาจะโชคดีไปได้ตลอดหรอก”
“ขอรับ”
การโจมตีด้วยวิชาคำสาปเช่นนี้ ทั้งเมืองรอบนอกและทั่วทั้งเมืองนั้นล้วนถูกจัดเตรียมไว้ไม่แตกต่างกัน ขอเพียงถอนคำสาปที่อยู่นอกเมืองได้ เช่นนั้นปัญหาเหล่านี้ก็สามารถจัดการได้อย่างง่ายดาย
พลังจิตวิญญาณของมู่เฉียนซีแพร่กระจายออกไป หลังจากที่ใช้เวลาไม่นาน เหล่าพลเมืองที่ถูกสาปเหล่านั้นก็ค่อย ๆ ฟื้นตัวจนกลับมาเป็นปกติทีละคน
“เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับข้ากันแน่”
“ดูเหมือนว่าข้าจะมีความคิดที่อันตรายมากอย่างหนึ่งเลย”
“……”
“เปิดประตูเมือง” ในตอนที่พวกเขากำลังสับสน ก็มีน้ำเสียงที่คุ้นเคยดังก้องออกมาจากกลางเมืองแห่งนี้
“เป็นท่านเจ้าเมือง”
“ท่านเจ้าเมืองมาแล้ว”
“จบเห่แล้ว ท่านเจ้าเมืองจะต้องรู้อะไรบางอย่างแน่นอน”
พลเมืองของเมืองแห่งนี้ล้วนหวาดกลัวมากกว่าปกติ และทันทีที่ประตูเมืองถูกเปิดออก พวกเขาก็ต้อนรับเจ้าเมืองด้วยความยินดี
ทันทีที่จี๋ตู้เข้ามาในเมือง ก็เห็นว่าพวกเขาล้วนคุกเข่าอยู่บนพื้น เพื่อกล่าวขออภัยด้วยความจริงใจ
“ท่านเจ้าเมือง ท่านจะต้องให้อภัยพวกเรานะขอรับ พวกเราไม่รู้ว่าเหตุใดถึงได้มีความคิดที่จะทรยศท่าน นี่ไม่ใช่ความตั้งใจของพวกเราแน่นอนขอรับ”
ในเมื่อพวกเขากล่าวขอโทษด้วยความจริงใจเช่นนี้ จี๋ตู้เองก็อารมณ์ดีเช่นกัน เขากล่าวว่า “พวกเจ้าลุกขึ้นเถิด! ข้าได้เข้าใจถึงสถานการณ์ของพวกเจ้าแล้ว และที่ข้ามาในครั้งนี้ ก็ตั้งใจที่จะมาจัดการเรื่องนี้โดยเฉพาะ ข้ารู้ดีว่าพวกเจ้าล้วนกำลังถูกควบคุมอยู่”
แน่นอนว่าหลังจากที่มีคนเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับพวกเขา มันก็ทำให้พวกเขาโกรธเป็นอย่างมาก “เจ้าพวกคนทรยศนั่น ควรที่จะกำจัดให้สิ้นซาก พวกเขาร่วมมือกับเผ่าเทพ แล้วยังร่วมมือกับเผ่าคำสาปอีก พวกเขาลืมว่าตนเองเป็นเผ่าปีศาจไปแล้วหรืออย่างไรกัน”
“ข้ายินดีที่จะทำลายล้างผู้ทรยศเผ่าปีศาจเหล่านั้นไปพร้อมกับท่านเจ้าเมืองขอรับ”
เมื่อคำสาปถูกถอน เมืองต่าง ๆ ก็ถูกยึดคืนกลับมาเมืองแล้วเมืองเล่า และกองกำลังของเจ้าเมืองแห่งความริษยาก็แข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อย ๆ ส่วนผู้ทรยศที่สร้างปัญหาให้เจ้าเมืองแห่งความริษยาเหล่านั้น ต่างก็ถูกบีบจนหมดทางหนีแล้วเช่นกัน
“นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ วิชาคำสาปขยะนั่นของเจ้า ถูกคนอื่นทำลายไปแล้ว ฉะนั้นเจ้ายังมีประโยชน์อะไรอีก” ผู้นำของกองกำลังผู้ทรยศกล่าวถามนักเล่นคาถาอาคมคนหนึ่ง
นักเล่นคาถาอาคมที่สวมชุดคลุมสีดำกล่าวว่า “แม้ว่าวิชาคำสาปของข้าจะไม่ได้อยู่ในอันดับต้น ๆ ของเผ่า แต่ไม่มีทางถูกคนอื่นทำลายได้อย่างง่ายดายครั้งแล้วครั้งเล่าติดต่อกันเช่นนี้แน่นอน”
“หรือพวกเขาก็มีคนของเผ่าคำสาปคอยช่วยเหลือเช่นกัน”
“เป็นไปไม่ได้”
“มีตัวแปรสำคัญปรากฏตัวขึ้นมาในแดนปีศาจ คนผู้นั้นสามารถใช้วิชาคำสาปได้ หรือแม้กระทั่งสามารถเปลี่ยนแปลงพวกเขาสองสามคนนั้นได้อีกด้วย หากพวกเจ้าต้องการจะยึดครองชั้นที่หนึ่งของแดนปีศาจ เกรงว่าต้องกำจัดตัวแปรนั้นเสียก่อนถึงจะทำได้สำเร็จ” ในเวลานี้ มีเสียงมายาเสียงหนึ่งดังขึ้น
“นายท่าน ในที่สุดท่านก็ปรากฏตัวออกมาแล้ว สิ่งที่แปลกประหลาดนั้นคืออะไรกันแน่ขอรับ” ผู้นำของผู้ทรยศเผ่าปีศาจ ปฏิบัติต่อผู้แข็งแกร่งที่เป็นเหมือนเทพมังกรเห็นหัวไม่เห็นหางผู้นี้ด้วยความเคารพเป็นอย่างยิ่ง
“ก็คือนาง” ทันทีที่คนลึกลับผู้นั้นโบกมือ กระจกบานหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของพวกเขา และบนกระจกบานนั้นก็มีร่างของมนุษย์ปรากฏขึ้น
ผู้นำก็คือเจ้าเมืองแห่งความริษยา และตามมาด้วยหญิงสาวคนหนึ่งที่อยู่ข้างกายเขา บัดนี้พวกเขาได้มาถึงเมืองแห่งหนึ่ง ซึ่งเมืองนี้ก็เป็นหนึ่งในสองเมืองที่ผู้ทรยศเผ่าปีศาจเหลืออยู่นั่นเอง
เจ้าเมืองแห่งความริษยากล่าวว่า “ลงมือเถอะ! สองเมืองสุดท้ายแล้ว อีกไม่นานก็ไม่จำเป็นต้องใช้เจ้า จากนั้นเจ้าก็สามารถพักผ่อนอยู่ที่นี่ได้แล้ว”
“นั่นมันก็ไม่แน่หรอก” หลังจากนั้นมู่เฉียนซีก็ก้าวไปข้างหน้า
คนของเผ่าคำสาปผู้นั้นเห็นกับตาว่ามู่เฉียนซีใช้วิชาคำสาปอย่างไร อีกทั้งยังได้เห็นว่านางทำลายคำสาปที่เขาพยายามอย่างหนักเป็นเวลาหลายเดือนเพื่อทำออกมาได้อย่างง่ายดายเพียงใดอีกด้วย
นางใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วยามก็สามารถทำลายคำสาปของเขาได้แล้ว อีกทั้งยังไม่เหลือร่องรอยเลยแม้แต่น้อยอีกด้วย
เขาก้าวถอยหลังไปอย่างตื่นตกใจพลางกล่าวว่า “นี่มันเป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด!”
“เจ้าคิดว่าข้าสร้างภาพลวงตาขึ้นมาเพื่อหลอกเจ้าอย่างนั้นหรือ”
“สิ่งที่นายท่านพูดย่อมต้องเป็นความจริงแน่นอนอยู่แล้ว” ชายในชุดเกราะสีเงินคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น และพลังที่แผ่กระจายอยู่บนร่างของเขา ก็ทำให้รู้ว่าเขาคือคนของเผ่าเทพนั่นเอง
“ข้าขอสั่งพวกเจ้า การสังหารเจ้าเมืองแห่งความริษยาเป็นเพียงแค่เรื่องรอง วันนี้ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องกำจัดตัวแปรนี้ให้ได้ มิเช่นนั้นพวกเจ้าไม่มีวันประสบความสำเร็จแน่นอน” คนลึกลับผู้นั้นกล่าว
“ในเมื่อนายท่านให้ความสำคัญกับมนุษย์ผู้นี้ เช่นนั้นไม่ว่าอย่างไรวันนี้พวกเราก็จะต้องฆ่านางให้ได้ นายท่านโปรดวางใจเถิดขอรับ” พวกเขาสองสามคนกล่าวสัญญา
หลังจากนั้นไม่นาน ก็ไม่รู้ว่าคนผู้นี้หายไปอยู่ไหนแล้ว
หลังจากที่จัดการเมืองนี้เรียบร้อยแล้ว พวกเขาก็มุ่งหน้าไปเมืองถัดไป ซึ่งนี่ก็เป็นเมืองสุดท้ายแล้ว
“ข้ามาแล้ว คิดไม่ถึงเลยว่าผู้ทรยศเหล่านั้นยังกล้าอยู่ที่นี่และยังไม่ยอมหนีไปอีก ช่างรนหาที่ตายจริง ๆ” หลังจากที่มาถึงที่นี่แล้ว จี๋ตู้ก็สัมผัสได้ถึงศัตรูที่อยู่ข้างใน
“จัดการคำสาปของที่นี่ก่อนก็แล้วกัน หลังจากนั้นค่อยบุกเข้าไป และกำจัดผู้ทรยศกับเผ่าเทพซะ” จี๋ตู้กล่าว
มู่เฉียนซีเริ่มถอนคำสาปอย่างให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แน่นอนว่านักเล่นคาถาอาคมผู้นั้นก็เริ่มเคลื่อนไหวเช่นกัน วิชาคำสาปของเขาถูกแม่สาวน้อยผู้นี้ทำลายได้อย่างง่ายดายครั้งแล้วครั้งเล่า ซึ่งสำหรับเขาแล้วถือได้ว่าเป็นความอัปยศอย่างสมบูรณ์
ดังนั้น คราวนี้เขาคิดที่จะเผชิญหน้ากับมู่เฉียนซีโดยตรง
แน่นอนว่ามู่เฉียนซีสังเกตเห็นถึงการเคลื่อนไหวของคนผู้นี้แล้ว สีหน้าของนางเรียบเฉย และไม่เห็นการข่มขู่นั้นอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย นอกจากนี้ยังคงถอนคำสาปที่ควบคุมคนของเผ่าปีศาจนี้ต่อไปอีกด้วย
“คิดไม่ถึงว่าจะไม่ค้นพบ ก็ไม่เห็นจะเก่งกาจเท่าไรเลย ดูเหมือนว่าการจัดการแม่สาวน้อยผู้นี้จะไม่ใช่เรื่องยากขนาดนั้นสินะ” นักเล่นคาถาอาคมผู้นั้นแสยะยิ้มกล่าว
ในช่วงที่มู่เฉียนซีสัมผัสคำสาปเป็นช่วงที่อันตรายที่สุด ดังนั้นเจ้าหมอนั่นจึงฉวยโอกาสนี้ในการลอบโจมตีมู่เฉียนซี แต่ทว่าทันใดนั้นมู่เฉียนซีก็ได้ระเบิดพลังจิตวิญญาณออกมาเพื่อสกัดกั้นเอาไว้
นี่เป็นการตอบโต้ที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งมันก็ทำให้นักเล่นคาถาอาคมผู้นั้นถูกสะท้อนกลับอย่างรุนแรง สุดท้ายนอกจากจะฉวยโอกาสไม่สำเร็จแล้วยังขาดทุนอีกต่างหาก
“นาง…ความแข็งแกร่งของพลังจิตวิญญาณของนางช่างน่าสะพรึงกลัวเหลือเกิน นางไม่ได้อ่อนเยาว์เหมือนอย่างที่เห็นเลย แท้จริงแล้วเป็นสัตว์ประหลาดโบราณที่หลุดออกมาจากที่ใดกันแน่” นักเล่นคาถาอาคมผู้นี้หวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง
“มันยากที่จะจัดการได้!”
ทั้งเผ่าเทพและผู้ทรยศเผ่าปีศาจต่างรู้ว่านี่เป็นการต่อสู้ที่ยากลำบาก แต่จำเป็นต้องเผชิญหน้า เพราะจำเป็นต้องจัดการมนุษย์สาวผู้นั้นให้สำเร็จ
“เตรียมต่อสู้ได้”
เมื่อประตูเมืองเปิดออก การต่อสู้ก็เริ่มต้นขึ้น และทันทีที่บุกเข้าไปในเมือง เดิมทีคนที่ต้องถูกโจมตีโดยศัตรูที่แข็งแกร่งต้องเป็นเขาเจ้าเมืองแห่งความริษยาผู้นี้ถึงจะถูก แต่สุดท้ายพวกเขากลับค้นพบว่าเป้าหมายของผู้ทรยศและเผ่าเทพเหล่านี้ผิดไปแล้ว
และคิดไม่ถึงเลยว่าพวกเขาจะไปโจมตีมู่เฉียนซี นี่พวกเขาไม่มีตากันอย่างนั้นหรือ!
ศัตรูให้ความสำคัญกับมู่เฉียนซีมากกว่า ส่วนที่เหลือถึงจะให้ความสำคัญกับเขาที่เป็นเจ้าเมือง และเจ้าเมืองแห่งความริษยาก็สมกับที่เป็นผู้แบกรับบาปดั้งเดิมของความอิจฉาริษยา เพราะแม้แต่เรื่องเช่นนี้ ก็ทำให้ภายในใจของเขารู้สึกอิจฉาได้เช่นกัน
“คู่ต่อสู้ของพวกเจ้าคือข้า กล้าเมินเฉยเจ้าเมืองอย่างข้า อยากตายกันสินะ” จี๋ตู้กล่าวอย่างโกรธเคือง
คนจากเผ่าเทพผู้นั้นกล่าวกับผู้นำผู้ทรยศเผ่าปีศาจว่า “เจ้าไปตรึงเจ้าเมืองแห่งความริษยาเอาไว้ ส่วนเจ้าและพวกเจ้า ตามข้ามา จับผู้หญิงคนนั้นให้ได้”
ผู้นำของผู้ทรยศเผ่าปีศาจพยายามขัดขวางอย่างเต็มที่ ส่วนนักเล่นคาถาอาคม และเผ่าเทพก็พยายามเข้าใกล้มู่เฉียนซีเช่นกัน
อยากจะฆ่านางหรือ ดูเหมือนว่าเรื่องที่นางสามารถถอนคำสาปได้จะถูกคนเหล่านี้ค้นพบแล้วสินะ
.