ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 101 ชีวิต (1)
ในพื้นที่มิติ
ตอนที่เฮ่อจือหร่านกลับมา นางก็เห็นว่าโม่จิ่วเยี่ยก าลังใช้
ข้อศอกพยุงร่างกายขึ้นมาแล้ว
นางรีบตรงเข้าไปหาเขา “ข้าบอกท่านแล้วนี่ว่าลุกไม่ได้ ท าไมยัง
ฝืนลุกอีก”
ใบหน้าของโม่จิ่วเยี่ยแดงก ่า เขาดูอึดอัดราวกับอยากจะพูดอะไร
บางอย่าง
“ข้า…ข้าอยากเข้าห้องน ้า…”
ทันทีที่ได้ยิน เฮ่อจือหร่านก็นึกไปถึงสภาพร่างกายของโม่จิ่วเยี่ย
ใบหน้าของนางแดงเรือขึ้นมาทันใด
โม่จิ่วเยี่ยเห็นว่านางเองก็เริ่มท าตัวไม่ถูก เขาพลันก้มหน้าลง สี
หน้าแดงก ่าราวกับก้นลิง
แม้จะเป็นครั้งแรกที่เฮ่อจือหร่านรู้สึกเขินอายแบบนี้ แต่เมื่อ
ค านึงถึงร่างกายของโม่จิ่วเยี่ยในตอนนี้ นางก็พยายามไม่คิดอะไร
มากสุดที่
นางซื้อเสื้อนอนตัวหลวมกับกางเกงในส าหรับผู้ชายให้โม่จิ่วเยี่ย
จากในพื้นที่มิติ
“เสื้อผ้าของท่านขาดหมดแล้ว เปลี่ยนเป็นชุดนี้ไปก่อนเถอะ”
พูดจบ เฮ่อจือหร่านก็หยิบเสื้อนอนสวมให้โม่จิ่วเยี่ยอย่าง
คล่องแคล่ว
ส่วนกางเกงในและกางเกงขายาว เฮ่อจือหร่านคิดว่าบรรยากาศ
ระหว่างคนทั้งสองคงจะน่าอึดอัดกันเกินไป นางจึงอธิบายวิธีการสวม
ใส่คร่าว ๆ แล้วให้โม่จิ่วเยี่ยสวมใส่เอง
พร้อมทั้งไม่ลืมก าชับให้เขาระวังบาดแผล
ส าหรับเสื้อนอนชุดนี้ โม่จิ่วเยี่ยไม่รู้สึกแปลกใจอะไรมากนัก
เพียงแต่รูปแบบและเนื้อผ้าแตกต่างจากเสื้อผ้าที่เขาเคยใส่
มีเพียงกางเกงในเท่านั้นที่หลังจากฟังค าอธิบายของเฮ่อจือหร่าน
แล้ว เขาก็รู้ว่ามันมีไว้ใช้ท าอะไร
ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นคนสวมใส่มันด้วยตัวเอง แต่ก็ยังรู้สึกเขินอาย
อยู่บ้าง แต่เขาก็ยังสวมมันตามที่นางแนะน า
สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงคือเจ้ากางเกงในตัวนี้ สวมใส่ได้อย่างสบาย
โดยไม่น่าเชื่อ…
ชั่วครู่หนึ่ง โม่จิ่วเยี่ยพลันได้สติกลับมา แล้วเอ่ยด้วยน ้าเสียงแผ่ว
เบาว่า “ข้าใส่เสร็จแล้ว”
เฮ่อจือหร่านจึงหันกลับมาพยุงเขาลงจากเตียงผ่าตัดอย่าง
ระมัดระวัง แล้วค่อย ๆ เดินไปทางห้องน ้า
ตอนนั้นในใจของทั้งสองคนเต้นรัวราวกับมีลูกกวางน้อยวิ่ง
พล่าน เสียงหัวใจที่เต้นดังอยู่นั้น กระทั่งในพื้นที่มิติอันเงียบสงัดเช่นนี้
ก็ยังได้ยินอย่างชัดเจน
ความเงียบงันยิ่งท าให้บรรยากาศในพื้นที่มิติแห่งนี้ดูอึดอัดมาก
ยิ่งขึ้น
นางประคองโม่จิ่วเยี่ยเดินออกจากห้องผ่าตัดมุ่งหน้าไปยังหน้า
ห้องน ้า
ในที่สุด เฮ่อจือหร่านก็เอ่ยปากขึ้นเพื่อท าลายความเงียบงัน
“ห้องน ้าอยู่ตรงนี้ ท่านระวังด้วยนะ”
“อืม”
โม่จิ่วเยี่ยตอบรับเบา ๆ ก่อนจะเปิดประตูห้องน ้าเข้าไป
เฮ่อจือหร่านยืนรออยู่นาน แต่ก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรจากด้านใน
นางจึงตัดสินใจเคาะประตูดู
“ท่านเป็นอย่างไรบ้าง ไหวหรือเปล่า”
หลังจากรอคอยอยู่สักพัก เฮ่อจือหร่านก็ไม่ได้ยินเสียงตอบกลับ
จากโม่จิ่วเยี่ย
ในขณะที่เฮ่อจือหร่านก าลังคิดว่าโม่จิ่วเยี่ยอาจเกิดเรื่องไม่ดี
ขึ้นมาหรือเปล่า จึงก าลังจะพังประตูเข้าไป โม่จิ่วเยี่ยก็พูดขึ้นมาอย่าง
ตะกุกตะกักว่า “เจ้า…เจ้าพอจะเข้ามาสักหน่อยได้หรือไม่”
เฮ่อจือหร่านคิดไปว่าโม่จิ่วเยี่ยต้องมีปัญหาเกี่ยวกับร่างกายของ
เขาแน่ ๆ
ด้วยความเป็นห่วง เฮ่อจือหร่านจึงรีบเปิดประตูห้องน ้าเข้าไป
ทันที่
นางเห็นโม่จิ่วเยี่ยยืนอยู่ตรงนั้น ร่างกายดูไม่มีปัญหาอะไร แต่สี
หน้าของเขากลับดูย ่าแย่ราวกับคนท้องผูก
“ท่านเป็นอะไรไป” เฮ่อจือหร่านถาม
โม่จิ่วเยี่ยยังคงพูดตะกุกตะกัก
“ข้า…ข้าหาโถไม่เจอ…”
เฮ่อจือหร่าน “…”
เป็นความผิดนางเอง
การให้คนยุคโบราณอย่างเขาไปเข้าห้องน ้าเอง นางน่าจะอธิบาย
ให้ชัดเจนกว่านี้
นางเดินผ่านหน้าโม่จิ่วเยี่ยตรงไปที่โถสุขภัณฑ์สีขาวสะอาด แล้ว
เปิดฝาขึ้นเบา ๆ
“นี่อย่างไร อยู่ตรงนี้”
โม่จิ่วเยี่ยจ้องมองโถสุขภัณฑ์สีขาวสะอาดนั้นอยู่นาน
“เจ้าแน่ใจหรือว่าตรงนั้น?”
เฮ่อจือหร่านได้แต่ถอนหายใจอย่างจนปัญญา แล้วลงมือสาธิต
ให้เขาดูด้วยตัวเอง
นางหยิบน ้ายาล้างห้องน ้าเทลงในโถสุขภัณฑ์แล้วกดชักโครก
โม่จิ่วเยี่ยเห็นกับตาตัวเองว่าน ้ายาสีฟ้าถูกชะล้างจนสะอาดหมด
จด ในที่สุดเขาก็เข้าใจหลักการท างานของมันแล้ว
ขณะที่เขาก าลังตกตะลึงในความมหัศจรรย์ของโถสุขภัณฑ์ เขา
ก็เชิญเฮ่อจือหร่านออกไป
คราวนี้เฮ่อจือหร่านไม่ต้องรอนานนัก หลังจากได้ยินเสียงใน
ห้องน ้า ประตูห้องน ้าก็เปิดออก
ในเมื่อโม่จิ่วเยี่ยตื่นแล้ว เฮ่อจือหร่านจึงค่อย ๆ พยุงเขาไปท า
ความรู้จักกับสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ ในพื้นที่มิติ พร้อมกับอธิบาย
วิธีใช้งาน
ตอนนี้โม่จิ่วเยี่ยกลายเป็นเหมือนคนบ้านนอกที่ไม่เคยเห็นโลก
กว้างมาก่อน ระหว่างที่เฮ่อจือหร่านอธิบาย เขาก็ถามนู่นนี่ไม่หยุด
ทั้งยังอยากจะลองใช้สิ่งของพวกนี้ด้วยตัวเอง
ทันใดนั้น ท้องของเฮ่อจือหร่านก็ส่งเสียงร้องครวญคราง
นางจึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ทั้งนางและโม่จิ่วเยี่ยต่างไม่ได้กินอะไรมา
ทั้งวันแล้ว
ถึงแม้ว่าในพื้นที่มิติจะมีวัตถุดิบครบครัน แต่เพราะยุ่งมาทั้งวัน
เฮ่อจือหร่านรู้สึกเหนื่อยนักจึงล้มเลิกความคิดที่จะลงมือท าอาหารเอง
นางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วเปิดแอปพลิเคชันเถาเป่า
ข้อความที่แสดงขึ้นมากลับท าให้นางดีใจมาก ยอดขายในร้าน
ของนางเพิ่มขึ้นอีกสองรายการ ท าให้มีรายได้มากขึ้น 1,120,000
หยวน
ด้วยรายได้มากมายขนาดนี้ เฮ่อจือหร่านรู้สึกว่าไม่ต้องกังวล
อะไรอีกต่อไป นางสามารถสั่งอาหารอร่อย ๆ ในเถาเป่าได้อย่างอิสระ
เพราะฉะนั้น เวลานางซื้ออาหารจึงไม่เคยต้องกังวลเรื่องราคาเลย
แม้แต่น้อย ของอร่อย ของที่อยากกิน ของบ ารุงร่างกาย ล้วนซื้อมา
ได้ทั้งหมด
โม่จิ่วเยี่ยนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับนาง มองโต๊ะที่อยู่ตรงหน้า มีทั้ง
กล่องสี่เหลี่ยมที่โผล่ขึ้นมา กล่องพัสดุใบโต และอื่น ๆ ปรากฏขึ้นมา
ทีละอย่าง…
ไม่นานนัก บนโต๊ะอาหารก็เต็มไปด้วยห่อพัสดุมากมายกองสูง
ราวกับภูเขาลูกเล็ก ๆ
สิ่งของพวกนี้ล้วนแปลกใหม่ส าหรับโม่จิ่วเยี่ย ดวงตาของเขาจ้อง
มองไปรอบ ๆ สิ่งของแปลกตาเหล่านี้ไม่วาง
เฮ่อจือหร่านเลือกของในเถาเป่าอยู่นาน สุดท้ายก็ซื้อของอร่อย
มาได้ครบแล้ว
นางแกะห่อพัสดุทีละชิ้นต่อหน้าโม่จิ่วเยี่ย
ขนมไข่แดง ขนมปังชั้นไส้ทุเรียน ขนมปังเล็ก ๆ บะหมี่กึ่ง
ส าเร็จรูป เนื้อแดดเดียว บะหมี่รสเผ็ดและขนมขบเคี้ยวอีกมากมาย
นอกจากนี้ เฮ่อจือหร่านยังซื้อผลไม้แสนอร่อยหลายชนิด
ทั้งองุ่น ลูกท้อ แอปเปิล สตรอว์เบอร์รี เชอร์รี สับปะรด กล้วย
และทุเรียนผลไม้โปรดของนาง
แล้วนางก็เปิดห่อพัสดุที่ใหญ่ที่สุดออกมา
ภายในกล่องเป็นชุดปิ้งย่างบาร์บีคิวครบชุด
วัตถุดิบในนั้นมีมากมายหลากหลาย
ทั้งเนื้อวัว เนื้อแกะและหมูสามชั้น อีกทั้งยังหมักมาอย่างดีแล้ว
มาพร้อมกับมีผักนานาชนิด เห็ดต่าง ๆ รวมถึงอาหารทะเลอีก
เล็กน้อยด้วย
ที่ส าคัญที่สุดคือ ร้านที่สั่งยังให้เตาปิ้งย่างและน ้าจิ้มรสเด็ดมา
โดยมีให้เลือกทั้งแบบเผ็ดและไม่เผ็ด
เฮ่อจือหร่านแกะกล่องสินค้าทุกชิ้นออกจนหมด เห็นได้ชัดว่าโม่
จิ่วเยี่ยก าลังตะลึงตาค้าง
นางจึงอธิบายอาหารแต่ละอย่างให้เขาฟังอย่างใจเย็น จากนั้นก็
ย้ายขนมและผลไม้ไปไว้ข้าง ๆ เพื่อที่จะได้มีพื้นที่ส าหรับปิ้งย่าง
เฮ่อจือหร่านล้างเตาปิ้งย่างจนสะอาด เสียบปลั๊ก จากนั้นก็เตรียม
ถ้วยน ้าจิ้มเล็ก ๆ ให้กับคนทั้งคู่
นางเริ่มลงมือปิ้งย่างอย่างช านาญตรงหน้าโม่จิ่วเยี่ย
เสียงซู่ซ่าดังขัดความเงียบสงัดภายในพื้นที่มิติ
ไม่นานนัก กลิ่นหอมก็อบอวลไปทั่วทั้งบริเวณ
เฮ่อจือหร่านคีบเนื้อชิ้นหนึ่งใส่จานกระเบื้องของโม่จิ่วเยี่ย
“จิ้มน ้าจิ้มในจานสักหน่อย มันอร่อยมากนะ ท่านลองชิมสิ”
ตอนนี้โม่จิ่วเยี่ยก็หิวแล้ว อีกทั้งเขายังถูกกลิ่นหอมนี้ดึงดูดมาครึ่ง
ค่อนวัน
เขาจึงคีบเนื้อในจานโดยไม่สนใจว่ามันจะร้อนหรือไม่ จิ้มน ้าจิ้ม
ตามที่เฮ่อจือหร่านบอกแล้วใส่เข้าปาก
ทันทีที่มันเข้าปาก โม่จิ่วเยี่ยก็ตกหลุมรักรสชาตินี้เข้าอย่างจัง