ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 102 ชีวิต (2)
นับตั้งแต่เล็กจนโต นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้ทานอาหารรสเลิศ
เช่นนี้
เฮ่อจือหร่านเองก็ชอบทานเนื้อย่างแบบนี้เช่นกัน หลังจากคีบ
เนื้อชิ้นหนึ่งให้โม่จิ่วเยี่ยแล้ว นางก็เริ่มลงมือทานอย่างเอร็ดอร่อย
สีหน้าพึงพอใจนั้นปรากฏชัดเจน
ไม่เพียงเนื้อวัวเท่านั้นที่อร่อย เนื้อแกะและหมูสามชั้นก็อร่อยไม่
แพ้กัน รวมถึงอาหารทะเลเล็ก ๆ น้อย ๆ และผักนานาชนิด ส าหรับโม่
จิ่วเยี่ยแล้ว นี่คืออาหารรสเลิศของโลกมนุษย์อย่างแท้จริง
แต่เพราะร่างกายเขายังมีบาดแผล เฮ่อจือหร่านจึงอนุญาตให้
ทานแค่เล็กน้อยเท่านั้น
ในตอนนั้นเอง เฮ่อจือหร่านก็ซื้อน ้าอัดลมและน ้าส้มออกมา
เครื่องดื่มที่นางชอบมากที่สุดคือน ้าอัดลม แต่เมื่อค านึงถึงรสชาติ
ของมันที่อาจไม่ถูกปากใครหลายคน นางจึงตัดสินใจซื้อน ้าส้มให้โม่
จิ่วเยี่ย
นางยื่นขวดน ้าส้มให้โม่จิ่วเยี่ยพร้อมกับสอนวิธีเปิดฝา
หลังจากเปิดฝาขวดน ้าส้มแล้ว โม่จิ่วเยี่ยก็มองไปที่น ้าอัดลมใน
มือของเฮ่อจือหร่าน
“เครื่องดื่มของพวกเราต่างกันหรือ”
เฮ่อจือหร่านอธิบายว่า “เครื่องดื่มของข้าเรียกว่าน ้าอัดลม
รสชาติมันแปลกสักหน่อย ข้ากลัวว่าท่านจะไม่คุ้นชิน จึงซื้อน ้าส้มมา
ให้แทน”
โม่จิ่วเยี่ยรินน ้าส้มลงในแก้วแล้วจิบน้อย ๆ
“อืม เย็นชื่นใจ”
เฮ่อจือหร่านเห็นเขาไม่ได้รังเกียจรสชาติของน ้าส้ม จึงริน
น ้าอัดลมลงในแก้วของตัวเองบ้าง
นางเพิ่งจะดื่มไปค าเดียว โม่จิ่วเยี่ยก็ยื่นแก้วเปล่ามาให้ตรงหน้า
“ข้าขอดื่มน ้าอัดลมของเจ้าหน่อยได้หรือไม่”
ตอนนี้เฮ่อจือหร่านรู้สึกว่าโม่จิ่วเยี่ยเป็นเหมือนเด็กที่ยังไม่โต ไม่
ว่าจะมองอะไรก็ดูแปลกใหม่ไปหมดส าหรับเขา
นางฉีกยิ้มและรินน ้าอัดลมให้เขาก่อนส่งแก้วคืนไป
“ท่านลองดื่มดูสิ”
โม่จิ่วเยี่ยยกจิบเจ้าเครื่องดื่มนั้น ซึ่งรสชาติช่างถูกใจเขามาก
เขายกแก้วน ้าอัดลมขึ้นดื่มจนหมดในอึกเดียว
เฮ่อจือหร่านมองท่าทางของเขาก็รู้ทันทีว่า เมื่อเทียบกันแล้วเขา
คงชอบน ้าอัดลมมากกว่า
นางจึงเลื่อนสลับแก้วเครื่องดื่มของทั้งสอง
“ข้าก็ชอบน ้าส้ม พวกเราสลับเครื่องดื่มกันมั้ดีหรือไม่”
“ได้ ข้าชอบน ้าอัดลม”
ทั้งสองคนดื่มกินและคุยไปโดยไม่รู้ตัว ไม่นานก็ทานปิ้งย่าง
ส าหรับสี่คนที่เฮ่อจือหร่านสั่งมาจนหมดเกลี้ยง
เฮ่อจือหร่านตบพุงกลม ๆ ของตัวเองเบา ๆ ก่อนจะเก็บกวาดโต๊ะ
จากนั้นก็วางผลไม้มากมายลงบนโต๊ะแทน
ตอนนี้ทั้งคู่ท้องเริ่มอิ่มแล้ว เฮ่อจือหร่านคิดว่าในเมื่อมีโอกาสที่
สามารถกินอะไรตามใจได้อย่างไร้ความกังวลเช่นนี้ นางก็ควรจะ
พยายามกินให้เต็มที่
โม่จิ่วเยี่ยได้ชิมผลไม้ทุกชนิดอย่างละหน่อย และสุดท้ายเขาก็
เหมือนกับเฮ่อจือหร่านที่ชอบทุเรียนกลิ่นแรงเป็นพิเศษ
หลังจากกินผลไม้เสร็จ เวลาก็ล่วงเลยไปจนดึกมากแล้ว
เมื่อนึกถึงพรุ่งนี้เช้าที่พวกเขาจะต้องหาทางออกจากพื้นที่มิติ
และอาจต้องเผชิญกับสถานการณ์อันตรายใหม่ ๆ การพักผ่อนให้
เพียงพอจึงเป็นสิ่งที่จ าอย่างยิ่ง
ดังนั้น ภายใต้การเร่งเร้าของเฮ่อจือหร่าน คนทั้งสองจึงไปที่
ห้องนอนพร้อมกัน
ภายในห้องนอนมีเตียงขนาดใหญ่หนึ่งเตียง ตามปกติเฮ่อจือห
ร่านจะนอนด้านใน ส่วนโม่จิ่วเยี่ยจะนอนด้านนอก
เพราะไม่ใช่ครั้งแรกที่ร่วมนอนเตียงเดียวกัน เฮ่อจือหร่านจึงไม่
รู้สึกเขินอายเลยแม้แต่น้อย
หลังนอนอยู่บนเตียงนุ่ม ๆ ความคิดของโม่จิ่วเยี่ยก็วกวนไปมา
ตอนนี้เขาได้รู้ความลับทั้งหมดของสตรีคนนี้แล้ว
เขาไม่เพียงไม่รู้สึกแปลกแยก แต่กลับรู้สึกชื่นชอบสิ่งเหล่านี้มาก
พื้นที่มิติของนาง รวมถึงตัวเฮ่อจือหร่านเอง ในสายตาของโม่จิ่ว
เยี่ยล้วนงดงามไปเสียทุกอย่าง
เขารู้สึกซาบซึ้งในโชคชะตาที่ส่งสตรีแสนดีเช่นนี้มาให้
ขณะเดียวกัน เขาก็รู้สึกสงสารเฮ่อจือหร่านอยู่ไม่น้อย
เพราะตอนนี้เขาไม่ได้เป็นท่านแม่ทัพที่ใคร ๆ ต่างเคารพยกย่อง
อีกต่อไปแล้ว กลายเป็นนักโทษเนรเทศอย่างสมบูรณ์
ไม่เพียงเท่านั้น เฮ่อจือหร่านยังต้องมาทนล าบากเพราะเขา ต้อง
ติดตามครอบครัวของเขาไปใช้ชีวิตที่เหนื่อยยากและเต็มไปด้วย
อันตรายเช่นนี้
เมื่อได้ยินเสียงลมหายใจเป็นจังหวะข้างกาย โม่จิ่วเยี่ยจึงค่อย ๆ
หันกลับไปมอง
ใบหน้าอันแสนสงบยามหลับใหลนั้น พาให้โม่จิ่วเยี่ยสาบานกับ
ตัวเองในใจว่า
ตราบใดที่เขายังมีชีวิตอยู่ จะท าทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้นางต้อง
ทุกข์ใจอะไรอีก
หลังจากหลับสนิทมาทั้งคืน พอเฮ่อจือหร่านลืมตาขึ้น นาฬิกา
แขวนบนผนังก็ชี้บอกเวลาใกล้สายแล้ว
อาจเป็นเพราะเมื่อคืนเข้านอนดึก หรืออาจเป็นเพราะพื้นที่มิติที่
แสนสบายแห่งนี้ก็ได้ หลังทะลุมิติเข้ามาในร่างคนอื่น เป็นครั้งแรกที่
นางนอนตื่นสายขนาดนี้
เฮ่อจือหร่านขยี้ตาที่ยังปรือปรอย ก่อนจะหันไปมองด้านข้าง แต่
กลับไม่พบโม่จิ่วเยี่ยอยู่เคียงข้างแล้ว
นางลุกขึ้นสวมรองเท้าแล้วเดินออกจากห้องนอนไป
ปรากฏว่าโม่จิ่วเยี่ยอยู่ในครัว เขาก าลังง่วนอยู่กับการท าอาหาร
หม้อบนเตาพ่นไอร้อนออกมา เขาค่อย ๆ ก้มหน้าหั่นอะไร
บางอย่าง
ภาพตรงหน้านี้ท าให้เฮ่อจือหร่านรู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อย
ชายหนุ่มในชุดล าลองสีเรียบ ปล่อยผมยาวสลวยสีด าสนิทราว
กับธารน ้าตกสยายอยู่ด้านหลัง สวมรองเท้าแตะคู่ใหญ่ และในมือถือ
มีดท าครัว…
ทันทีที่ได้ยินเสียงมาจากด้านหนึ่ง โม่จิ่วเยี่ยก็เงยหน้าขึ้น ใบหน้า
เย็นชาเปรียบดั่งภูเขาน ้าแข็ง กลับเผยรอยยิ้มแสนอบอุ่นให้นาง
“เจ้าตื่นแล้วหรือ? ไม่นานอาหารเช้าก็เสร็จแล้ว”
ประโยคที่สั้นง่ายชวนให้หัวใจของเฮ่อจือหร่านอ่อนยวบลงทันที่
เคยมีอยู่ช่วงหนึ่งที่นางได้เห็นฉากเช่นนี้ในละครโทรทัศน์มานับ
ไม่ถ้วน
ไม่คิดเลยว่า เรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นในชีวิตจริงของนางได้ เพื่อไม่
เป็นการท าลายบรรยากาศดี ๆ หลังจากเอ่ยค าว่า “อรุณสวัสดิ์” ไป
เฮ่อจือหร่านก็ตรงดิ่งเข้าไปล้างหน้าแปรงฟันในห้องน ้า
ตอนที่นางท าธุระส่วนตัวจนเรียบร้อยออกมา ก็เห็นโม่จิ่วเยี่ยยก
บะหมี่ร้อน ๆ เดินไปยังโต๊ะอาหาร
เมื่อเห็นท่าทางที่ค่อนข้างเชื่องช้าของเขา เฮ่อจือหร่านก็นึกขึ้น
ได้ว่าเขาบาดเจ็บอยู่
นางรีบวิ่งเข้าไปรับบะหมี่ในมือของโม่จิ่วเยี่ย
“ท่านยังบาดเจ็บอยู่นะ ให้ข้าท าเองเถอะ”
ความจริงแล้ว โม่จิ่วเยี่ยก็ก าลังฝืนทนความเจ็บปวดเพื่อท าเรื่อง
พวกนี้อยู่
ไม่ใช่เพราะสาเหตุอื่นใด เขาแค่อยากท าดีกับเฮ่อจือหร่านให้
มาก เริ่มจากการท าเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ และทุกรายละเอียดที่นางมี
แผลของโม่จิ่วเยี่ยค่อนข้างเจ็บอยู่เหมือนกัน เขาไม่ได้ปฏิเสธ
ค าพูด เพียงยิ้มให้เฮ่อจือหร่านพร้อมกับสบตาที่ท าให้รู้สึกอุ่นใจ
“มันก็แค่แผลถลอก ส าหรับข้ามันไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก”
เฮ่อจือหร่านกลับไม่คิดแบบนั้น แผลบนตัวเขานางจะไม่เห็นหรือ
อย่างไร?
นางเย็บไปหลายเข็มขนาดนั้น จะเรียกว่าแค่แผลถลอกได้หรือ
เฮ่อจือหร่านวางชามบะหมี่ลงบนโต๊ะ แล้วดึงโม่จิ่วเยี่ยไปที่ห้องท า
แผล เพื่อตรวจดูอาการของเขาและท าแผลให้ใหม่
โม่จิ่วเยี่ยกลับไม่ยอมขยับ เขายืนกรานจะรอให้นางทานบะหมี่
เสร็จก่อน
เฮ่อจือหร่านไม่อยากปล่อยให้ความหวังดีของเขาสูญเปล่า จึง
ลุกไปตักบะหมี่มาอีกชามหนึ่ง แล้วทั้งสองคนก็นั่งทานบะหมี่ด้วยกัน
จนหมด
รสชาติของบะหมี่ค่อนข้างธรรมดา แต่จากไข่ดาวและผักที่ใส่
อย่างพิถีพิถัน ท าให้เห็นได้ว่าเขาตั้งใจท ามากแค่ไหน
โม่จิ่วเยี่ยรู้สึกว่าฝีมือท าอาหารของตัวเองนั้นช่างธรรมดาสามัญ
เหลือเกิน
คิดว่าต่อไปเขาคงต้องหาโอกาสไปฝึกฝนท าอาหารเพิ่มเติมเสีย
แล้ว
หลังจากเฮ่อจือหร่านท าแผลให้โม่จิ่วเยี่ยเสร็จ นางก็จัดการต่อ
สายน ้าเกลือให้เขา
“ข้าคิดว่าจะลองค่อย ๆ ลงไปข้างล่าง พอถึงพื้นแล้วข้าจะพาท่าน
ออกไปด้วยกัน”
โม๋จิ่วเยี่ยรู้ดีว่าในสภาพเช่นนี้ การพาเฮ่อจือหร่านลงจากที่สูง
อย่างปลอดภัยนั้นเป็นไปไม่ได้
เมื่อคิดว่าพวกเขาหายไปได้หนึ่งวันหนึ่งคืนแล้ว คนในบ้านคง
เป็นห่วงกันแย่ เขาจึงไม่ได้คัดค้านอะไร
เพราะอย่างไรเสีย ตอนนี้เขาก็รู้เรื่องของพื้นที่มิติแห่งนี้แล้ว ทั้งยัง
เห็นด้วยกับวิธีการของเฮ่อจือหร่าน
“ตกลง เจ้าระวังตัวด้วย หากมันไม่ได้ผลก็รอให้ข้าหายดีก่อน
แล้วพวกเราค่อยหาวิธีอื่น”