ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 168 ตระกูลชุยสร้างความยุ่งยาก (1)
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 168 ตระกูลชุยสร้างความยุ่งยาก (1)
เฮ่อจือหร่านเห็นว่าเจ้าหน้าที่คนนี้ค่อนข้างจริงใจ จึงแอบหยิบ
เงินเล็กน้อยจากพื้นที่มิติส่งให้เขา
“ขอบคุณท่านมากที่บอกพวกเราให้รู้ เช่นนั้นขอถามสักหน่อย
ว่าหลังจากพวกเรามาที่นี่แล้ว จะต้องไปพักอาศัยอยู่ที่ใด?”
นี่เป็นค าถามที่คนอื่น ๆ สนใจมากที่สุดเช่นกัน เมื่อครู่เจ้าหน้าที่
ได้บอกไปแล้วว่าหมู่บ้านซีหลิ่งมีสามตระกูลที่แยกกันอยู่ แล้วจะมีที่
ไหนให้พวกเขาอยู่กัน?
เจ้าหน้าที่ไม่คิดว่าการท าหน้าที่ในครั้งนี้จะได้เงินมาด้วย หน้าตา
จึงยิ้มแย้มแจ่มใสขึ้นมาทันที่
เขาชี้ไปทางด้านหลังของสามตระกูล ซึ่งอยู่ใกล้กับเชิงเขา
มากกว่า
“ผ่านเขตของสามตระกูลไป ด้านหลังมีบ้านเก่า ๆ อยู่บ้าง พวก
เจ้าจะถูกจัดให้อยู่ที่นั่น แต่ว่า…”
เจ้าหน้าที่ชะงักไป ดูเหมือนอยากจะพูดแล้วก็เลือกที่จะไม่พูด
แล้ว
“แต่ว่าอะไร?” โม่ชูหานถามอย่างร้อนใจ
สิ่งที่เจ้าหน้าที่กลัวที่สุดก็คือสองพี่น้องสกุลโม่ พอเห็นโม่ชูหาน
ซักถามอีกทั้งน ้าเสียงก็ค่อนข้างแข็งกร้าว ด้วยกลัวว่าโม่ชูหาน
อาจจะลงมือกับตัวเองจึงรีบพูดว่า
“เพียงแต่บ้านเรือนเหล่านั้นขาดการซ่อมแซมมานาน จึงมีลม
โกรกเข้าไปทุกทิศทาง พวกเจ้าคงจะทนผ่านฤดูหนาวนี้ไปได้ยาก
แล้ว เว้นแต่จะสามารถพูดคุยกับหัวหน้าตระกูลใดตระกูลหนึ่งให้
เข้าใจ เพื่อเช่าบ้านของพวกเขาอยู่ชั่วคราว”
จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็เหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงเดินเข้าไปยืน
ระหว่างพี่น้องสกุลโม่แล้วกระซิบเบา ๆ
“ผู้ใหญ่บ้านของหมู่บ้านซีหลิ่งคือหัวหน้าตระกูลชุย เขาเป็นลุง
แท้ ๆ ของรองนายอ าเภอชุย ไม่ว่าใครที่ถูกส่งมาที่นี่ รองนายอ าเภอ
ไม่จ าเป็นต้องมาแจ้งด้วยตัวเอง คนในตระกูลนี้ก็รู้เรื่องดีทั้งหมด พวก
เขาจะต้องสร้างความล าบากให้พวกเจ้ามากมาย พวกเจ้าระวังตัวไว้
หน่อยก็แล้วกัน!”
เฮ่อจือหร่านเดินอยู่ข้าง ๆ โม่จิ่วเยี่ย นางได้ยินค าพูดของ
เจ้าหน้าที่อย่างชัดเจน
เรื่องสร้างความยากล าบากให้หรือไม่นั้นนางไม่ได้ใส่ใจนัก
เช่นเดียวกับโม่จิ่วเยี่ยและโม่ชูหานที่คงไม่สนใจคนตัวเล็กพวกนี้
เจ้าหน้าที่คนนี้ดูฉลาดพอสมควร พวกเขาเพิ่งมาถึงที่นี่ หาก
สามารถสร้างความสัมพันธ์กับเจ้าหน้าที่ได้บ้าง ต่อไปถ้ามีเรื่องอะไรก็
อาจจะจัดการได้สะดวกขึ้น
ดังนั้นนางจึงถามเสียงเบาว่า “ไม่ทราบว่าท่านเจ้าหน้าที่มีนามว่า
อะไรหรือ?”
ขณะถาม เฮ่อจือหร่านก็ยื่นเงินก้อนเล็ก ๆ ให้อีก
เจ้าหน้าที่รับเงินไป ชั่งน ้าหนักในมืออยู่สักครู่ แล้วเผยรอยยิ้ม
ประจบประแจงมากขึ้น
“ฮ่า ๆ …ข้าแซ่หม่า ชื่อหม่าจวิ้นซาน ถ้าต่อไปมีอะไรก็สามารถ
มาหาข้าที่ที่ว่าการอ าเภอได้”
หม่าจวิ้นซานคิดในใจ ไม่ใช่ว่าคนพวกนี้ไม่มีเงินถึงได้ไม่ยอม
เคารพนบนอบต่อรองนายอ าเภอชุย
ทั้งหมดเป็นเพราะรองนายอ าเภอชุยท าตัวยิ่งใหญ่เกินไป โลภ
มากไม่รู้จักพอ
ชัดเจนว่าคนพวกนี้เป็นพวกที่ชอบความอ่อนโยนไม่ชอบความ
แข็งกร้าว
ถ้าอยากได้ผลประโยชน์จากพวกเขาก็ต้องเอาอกเอาใจอีกฝ่าย
เจ้าหน้าที่คนอื่นมองท่าทางของหม่าจวิ้นซานอยู่ไกล ๆ ก็รู้ว่าเขา
ได้รับผลประโยชน์จากคนสกุลโม่ไปแล้ว
เมื่อเห็นดังนั้น ทุกคนก็ต่างรีบมุ่งหน้ามาทางคนสกุลโม่
ในนั้นมีเจ้าหน้าที่หนุ่มคนหนึ่งพูดกับพี่น้องสกุลโม่ว่า
“เอ่อ…ข้าขอบอกพวกเจ้านะ ตอนที่ผู้ใหญ่บ้านจัดสรรที่อยู่ให้
พวกเจ้า อย่าเลือกบ้านที่อยู่ทางทิศตะวันออกเด็ดขาด”
โม่จิ่วเยี่ยถามด้วยสีหน้าเย็นชา “เพราะอะไร?”
เจ้าหน้าที่ไม่ได้ตอบ เห็นได้ชัดว่าก าลังวางท่ารอให้คนอื่น
จ่ายเงิน
เฮ่อจือหร่านเกลียดคนประเภทนี้ที่สุด นางไม่มีความคิดจะ
จ่ายเงินให้เลยแม้แต่น้อย
เจ้าหน้าที่รออยู่นานแต่ก็ไม่ได้รับประโยชน์อะไร เขาจึงหันหลัง
ให้อย่างไม่พอใจแล้วเตรียมจะเดินกลับ
ทันในนั้นเขากลับถูกโม่ชูหานคว้าคอเสื้อไว้
“พูดมาเร็วเข้า เพราะอะไรกันแน่?”
เจ้าหน้าที่อยากจะขัดขืน แต่เมื่อเขาเห็นแววตาเยือกเย็นของโม่
ชูหาน เขาก็หมดความกล้าลงทันที่
“ปล่อยข้าก่อน ปล่อยข้า แล้วข้าจะบอกพวกเจ้าเอง ตกลง
หรือไม่?”
โม่ชูหานปล่อยมือทันที่ ท าให้เจ้าหน้าที่คนนั้นเกือบจะล้ม
เขาลูบคอที่ถูกจับจนเจ็บแล้วพูดด้วยสีหน้าเศร้าหมอง “บ้านหลัง
นั้นมีคนตายไปมากมาย ทุกคนบอกว่าที่นั่นมีผีสิง”
เมื่อพูดจบ เจ้าหน้าที่ก็กลัวว่าโม่ชูหานจะถามอะไรเขาอีก จึงรีบ
วิ่งหนีไป
หม่าจวิ้นซานเห็นสถานการณ์เช่นนั้นก็ถอยห่างจากคนสกุลโม่
เล็กน้อย
ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับบ้านหลังนั้น แต่ต้อง
ค านึงถึงสหายร่วมงานบ้าง
พี่น้องสกุลโม่เห็นเช่นนั้นก็ไม่ได้ขัดขวาง พวกเขาเดินเข้ามาใน
หมู่บ้านแล้ว อีกไม่นานก็จะรู้ว่าบ้านที่จัดสรรให้เป็นอย่างไร
ขณะก าลังพูดคุยกัน กลุ่มคนก็มาถึงบริเวณที่มีบ้านอยู่กันอย่าง
หนาแน่น
บ้านเรือนเหล่านี้ดูแตกต่างจากที่อื่นอย่างเห็นได้ชัด ก าแพงสูง
กว่าคนหนึ่งคนและทุกหลังปิดประตูใหญ่แน่นหนา
เจ้าหน้าที่น าทุกคนมายังหน้าบ้านที่หลังใหญ่ที่สุด แล้วเดินไป
เคาะประตู
หม่าจวิ้นซานเดินมาอยู่ข้าง ๆ พี่น้องสกุลโม่อีกครั้ง
“ที่นี่คือบ้านของผู้ใหญ่บ้านชุย”
โม่จิ่วเยี่ยพยักหน้าเบา ๆ แสดงว่าเขารับรู้ในน ้าใจของคนผู้นี้แล้ว
ไม่นานนักประตูใหญ่ก็ถูกเปิดออกจากด้านใน
คนที่เปิดประตูเป็นชายร่างก าย าที่อายุราว ๆ สามสิบปี
ชายคนนั้นเห็นเจ้าหน้าที่แล้วชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นจึงถามว่า
“นี่เป็นคนที่รองนายอ าเภอส่งมาหรือ?”
เจ้าหน้าที่ชี้ไปยังคนด้านหลังแล้วพูดว่า “ทั้งหมดสามครอบครัว
ให้ผู้ใหญ่บ้านจัดการดูแลเถอะ!”
ชายคนนั้นมองดูท้องฟ้า เห็นว่าเวลาใกล้ค ่าแล้ว
“ท่านพ่อข้าไม่สบายเล็กน้อย พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่เถอะ”
พูดจบก็ได้ยินเสียงดังปัง ชายคนนั้นปิดประตูใหญ่ลงแล้ว กระทั่ง
อยู่ต่อหน้ากับพวกเจ้าหน้าที่ก็ไม่มีท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย
สถานการณ์เช่นนี้ไม่ใช่ครั้งแรก
แทบทุกครั้งที่พวกเจ้าหน้าที่มาส่งคน ตระกูลชุยก็มักมีท่าทีแบบ
นี้ คงตั้งใจจะข่มขวัญพวกคนที่ถูกเนรเทศมา
เรื่องการจัดสรรที่พักอาศัยนั้น แต่เดิมเป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่บ้าน
ที่ต้องรับผิดชอบ เจ้าหน้าที่เพียงแค่ส่งคนมาถึงจุดหมายก็ถือว่าเสร็จ
สิ้นภารกิจแล้ว
ด้วยเหตุนี้ เจ้าหน้าที่หลายคนจึงสบตากันแล้วหันหลังจากไป
หม่าจวิ้นซานได้รับเงินจากเฮ่อจือหร่านมาแล้วสองครั้ง ก่อนจาก
ไปเขาจึงกระซิบบอกโม่จิ่วเยี่ยกับโม่ชูหานว่า
“รองนายอ าเภอชุยติดต่อกับคนในตระกูลเอาไว้แล้ว นักโทษที่
ถูกเขาส่งมาที่นี่ล้วนเป็นคนที่ไม่ได้ให้ผลประโยชน์กับเขา คนใน
ตระกูลชุยจะต้องช่วยรองนายอ าเภอระบายแค้นแน่นอน การไม่จัดหา
ที่พักให้พวกเจ้าในวันนี้ ก็เป็นเพียงกลอุบายแรกเท่านั้น”
โม่จิ่วเยี่ยได้ยินดังนั้นจึงนึกสนใจ ถามว่า “แล้วกลอุบายต่อไปคือ
อะไร?”
หม่าจวิ้นซานส่ายหน้า “พวกเราแค่ส่งคนมาแล้วก็กลับ ส่วนกล
อุบายต่อไปจะเป็นอย่างไรก็ไม่ค่อยรู้ชัดเจนนัก”
โม่จิ่วเยี่ยพยักหน้า “ขอบคุณท่านที่เตือน”
ประโยคนี้ของเขานับว่าให้เกียรติหม่าจวิ้นซานมากแล้ว
หม่าจวิ้นซานก็กังวลว่าสหายร่วมงานคนอื่นจะกลับไปฟ้องรอง
นายอ าเภอชุย จึงไม่กล้าอยู่ที่นี่นานเกินไป รีบไล่ตามพวกเขาออกไป
จากที่นี่
เมื่อเห็นว่าเจ้าหน้าที่เดินห่างออกไปแล้ว โม่ชูหานก็พูดอย่าง
โกรธเคือง “ดูเหมือนตระกูลชุยจะไม่ใช่คนที่จะปล่อยวางง่าย ๆ เลยนะ
ในเมื่อพวกเราได้ท าให้เขาไม่พอใจแล้ว การท าให้ตระกูลของเขาไม่
พอใจอีกสักหน่อยก็คงไม่เป็นไร”
พูดจบโม่ชูหานก็ใช้วิชาตัวเบาโดดขึ้นไปบนก าแพงบ้านตระกูล
ชุย
โม่จิ่วเยี่ยรู้ว่าภรรยาของตนชอบดูเรื่องสนุก จึงโอบเอวนางต่อ
หน้าผู้คนมากมาย แล้วตามหลังโม่ชูหานไปด้วยกัน กระโดดข้าม
ก าแพงไปอย่างนุ่มนวลแผ่วเบา
สมกับเป็นบ้านของผู้ใหญ่บ้าน ในลานบ้านมีเรือนกระเบื้องอิฐสี
เขียวเป็นระเบียบถึงสามหลัง
ในยามนี้เรือนฝั่งตะวันตกซึ่งเหมือนจะเป็นห้องครัว มีไปควันจาง
ๆ ลอยออกมา
หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งเพิ่งออกมาจากห้องครัวก็เห็นคนแปลก
หน้าสามคนยืนอยู่ในลานบ้าน