ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 170 นี่คือที่อยู่ของพวกเจ้า
ตอนนี้ผู้ใหญ่บ้านชุยก าลังบ่นว่าหลานชายรองนายอ าเภอของ
เขาที่ส่งคนพวกนี้มาให้จัดการ ซ ้ายังเป็นคนที่ควบคุมได้ยาก
เพื่อไม่ให้เป็นฝ่ายเสียเปรียบ ผู้ใหญ่บ้านชุยจ าเป็นต้องท าตามที่
โม่จิ่วเยี่ยบอก จัดหาที่อยู่อาศัยให้พวกเขาในวันนั้น
แน่นอนว่าเขาต้องการจะส่งคนพวกนี้ออกไปก่อน แล้ววันพรุ่งนี้
ค่อยไปขอความช่วยเหลือจากคนของตัวเองในเมือง
เมื่อถึงตอนนั้น เขาจะไปร้องเรียนยังที่ว่าการอ าเภอว่าคนพวกนี้
บุกรุกบ้านเรือนคนอื่น ให้พวกเขาถูกจับขังสักสองสามวันให้ลิ้มรส
ความทุกข์ทรมาน
คิดถึงตรงนี้ ท่าทีของผู้ใหญ่บ้านชุยก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
“ในเมื่อพวกเจ้ารีบร้อนขนาดนี้ ข้าจะพาพวกเจ้าไปหาที่อยู่เอง”
พูดจบ ผู้ใหญ่บ้านชุยก็ก้าวไปที่ประตูใหญ่
สองพี่น้องสกุลโม่กับเฮ่อจือหร่านต่างรู้ดีว่า การที่ผู้ใหญ่บ้านชุย
เปลี่ยนท่าทีกะทันหันเช่นนี้ คงเพราะก าลังวางแผนอะไรอยู่แน่นอน
อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่ได้สนใจแผนการของผู้ใหญ่บ้านชุย
เลยแม้แต่น้อย
หากถึงเวลานั้นก็แค่รับมือตามสถานการณ์ไป
แน่นอนว่าหากผู้ใหญ่บ้านรู้จักวางตัว ไม่มายุ่งวุ่นวายกับพวก
เขา พวกเขาก็จะละเว้นเรื่องวันนี้ไปก่อน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาใน
อนาคต
ไม่รู้ว่าผู้ใหญ่บ้านคนนี้จงใจถ่วงเวลาหรือว่าขาเดินไม่ดีจริง ๆ
เขาจึงเดินช้ามาก
โม่ชูหานรู้สึกหงุดหงิดจึงเอ่ยเร่งว่า “ท่านช่วยเดินเร็วสักหน่อย
ไม่ได้กินข้าวให้ดีหรืออย่างไร?”
ผู้ใหญ่บ้านก าลังจงใจถ่วงเวลาจริง ๆ เขาหวังว่ายิ่งไปถึงจุดหมาย
ช้าเท่าไหร่ก็ยิ่งดี เพราะตอนนั้นฟ้าก็คงจะมืดสนิทแล้ว
บ้านเรือนที่ทรุดโทรมบวกกับท้องฟ้ายามค ่า พวกเขาอยาก
จัดการอะไรก็ไม่สะดวกท าแล้ว
แม้ว่าคืนนี้จะไม่สามารถท าให้พวกเขาต้องนอนกลางแจ้งได้ แต่
บ้านที่ทรุดโทรมและโกรกลมก็ท าให้ผู้คนหนาวตายได้เช่นกัน
ผู้ใหญ่บ้านชุ่ยไม่คิดว่าการจงใจเดินช้า ๆ ของตัวเองจะถูกคนเร่ง
เร้า
เพื่อไม่ให้คนอื่นสังเกตเห็นพิรุธ เขาจึงแกล้งโยกตัวไปมา
“โอ๊ย…ข้าแก่แล้ว แข้งขาก็ไม่ค่อยดี อยากให้เดินเร็ว ๆ ก็ท า
ไม่ได้หรอก…”
โม่ชูหานเห็นแบบนั้นก็ไม่พูดพร ่าท าเพลง เดินเข้าไปแบกคนขึ้น
มาแล้วสาวเท้าเดินไปข้างหน้า
ผู้ใหญ่บ้านชุยรู้สึกว่าเท้าทั้งสองข้างลอยขึ้นจากพื้นอย่าง
กะทันหันจึงตกใจสุดขีด
“เจ้าจะท าอะไร ปล่อยข้าลง!”
โม่ชูหานพูดเสียงเย็น “ตอนนี้ท่านท าหน้าที่น าทางแล้ว”
ชุยหมิงหลินที่ตามมาตกใจกับภาพตรงหน้า
เขารู้เจตนาที่บิดาจงใจเดินช้า จึงรีบวิ่งตามโม่ชูหานไปพลางพูด
อย่างไม่พอใจว่า “เจ้าปล่อยพ่อข้าลงมานะ ร่างกายท่านพ่อข้าไม่
แข็งแรง เจ้าท าแบบนี้จะท าให้เขาบาดเจ็บได้”
โม่ชูหานเหลือบมองเขาครู่หนึ่ง
“ถ้ากลัวเขาบาดเจ็บก็รีบน าทางเร็ว ๆ เขา อย่างนี้ข้าถึงจะปล่อย
เขาลงได้เร็วขึ้น”
ผู้ใหญ่บ้านชุยคว ่าตัวอยู่บนบ่าของโม่ชูหาน ไม่กล้าขยับตัว
แม้แต่น้อย กลัวว่าหากพลาดพลั้งอาจถูกอีกฝ่ายท าตกพื้นจริง ๆ
ชุยหมิงหลินไม่กล้าพูดช่วยบิดาของเขาอีกต่อไป หลังจาก
เผชิญกับสายตาอันแหลมคมของโม่ชูหาน
เพื่อ ‘หลุดพ้นจากความทุกข์โดยเร็ว’ ผู้ใหญ่บ้านชุยจึงบอกทาง
ให้อย่างจริงจัง เพราะกลัวว่าหากหลอกให้เดินอ้อมไปมา ตัวเอง
จะต้องนอนบนบ่าคนอื่นนานขึ้น
การเดินทางไปยังที่อยู่ของพวกเขามีทั้งขึ้นเนินบ้าง และยังต้อง
ผ่านเขตของตระกูลจ้าวกับตระกูลโจว
แม้ว่าอากาศจะหนาวและฟ้าใกล้มืดแล้ว แต่ระหว่างทางก็ยังพบ
เห็นชาวหมู่บ้านอยู่บ้าง
ชาวบ้านเห็นผู้ใหญ่บ้านชุยถูกชายร่างกายก าย าแบกอยู่ ทั้งยังมี
ท่าทางฉุนเฉียวก็ไม่กล้าพูด ต่างสงสัยว่าอีกฝ่ายเป็นใครถึงกล้าท า
แบบนี้
ขณะเดียวกัน ในใจของพวกเขาก็รู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย
ด้วยความสัมพันธ์ฉันญาติกับรองนายอ าเภอ และหัวหน้าตระกูล
ยังเป็นถึงผู้ใหญ่บ้านของหมู่บ้านซีหลิ่ง ตระกูลชุยจึงไม่เคยคิดสนใจ
ตระกูลจ้าวและตระกูลโจว
สองตระกูลนี้อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันกับตระกูลชุยและมักถูก
รังแกบ่อย ๆ
อีกทั้งดูท่าว่าคนแปลกหน้าเหล่านี้จะเป็นนักโทษเนรเทศที่ถูกส่ง
ตัวมา
ถ้าเป็นเช่นนั้น พวกเขาก็หวังว่าคนเหล่านี้จะสามารถมีชีวิตอยู่
ที่นี่ได้และสร้างความยุ่งยากให้กับตระกูลชุยได้บ้างก็ยิ่งดี
ผู้ใหญ่บ้านชุยเห็นสภาพน่าอับอายของตัวเองที่ถูกคนจาก
ตระกูลอื่นเห็นเขาก็รู้สึกขายหน้าขึ้นมาทันที่
เขาตะโกนใส่คนเหล่านั้นว่า “มองอะไรกัน! กลับเข้าบ้านไปซะ”
ชาวบ้านต่างเกรงกลัวผู้ใหญ่บ้านชุย หลังจากเขาตะโกนครั้ง
เดียว พวกเขาจึงจากไปอย่างไม่เต็มใจและไม่มีใครกล้ามุงดูต่อ
โม่ชูหานก้าวเดินเร็ว เพียงเดินขึ้นเนินไปได้ไม่นานก็มาถึงที่อยู่ที่
หมู่บ้านจัดสรรให้นักโทษเนรเทศ
เมื่อมองไปรอบ ๆ จ านวนบ้านเรือนที่อยู่ที่นั่นมีไม่น้อย แต่ก็ทรุด
โทรมไปหลายหลังแล้ว
แม้แต่บ้านที่ดูยังไม่พังก็เหมือนจะถล่มลงมาได้ทุกเมื่อ
การอาศัยอยู่ในบ้านแบบนี้คงนอนหลับไม่สนิท ต้องคอยระวังมัน
พังลงมาตลอดเวลา
ไม่เพียงเท่านั้น เนื่องจากบ้านเรือนเหล่านี้ไม่มีคนอยู่อาศัยมา
นาน รอบด้านจึงมีวัชพืชขึ้นรก ยิ่งเป็นช่วงฤดูหนาวเช่นนี้ วัชพืช
ทั้งหมดก็เหี่ยวแห้ง ชวนให้ดูรกร้างยิ่งหนัก
โม่ชูหานวางตัวผู้ใหญ่บ้านชุยลงอย่างหยาบคาย
ผู้ใหญ่บ้านชุยลูบหน้าอก พยายามหายใจให้สม ่าเสมอ
เขาชี้ไปที่ลานบ้านตรงหน้าและพูดว่า “นี่คือที่อยู่ที่จัดสรรไว้ให้
พวกเจ้า”
พอเห็นบ้านหลังเก่า ๆ เหล่านี้ ผู้ใหญ่บ้านชุยก็รู้สึกภาคภูมิใจ
อย่างบอกไม่ถูก
“วันนี้ข้าจะเมตตา พวกเจ้าเลือกบ้านเหล่านี้ได้ตามใจชอบ
อยากอยู่หลังไหนก็อยู่หลังนั้น”
เขาพูดต่อว่า “ข้าบอกแล้วว่าบ้านพวกนี้อยู่อาศัยไม่ได้ พรุ่งนี้
ค่อยซ่อมแซมแล้วค่อยเข้ามา แต่พวกเจ้าก็ไม่ฟัง”
แต่กลุ่มคนที่อยู่ตรงนี้ไม่ใช่คนโง่
พวกเขามองออกว่าถึงแม้ผู้ใหญ่บ้านชุยจะพูดเหมือนเป็นห่วง
เป็นใยพวกเขา แต่จริง ๆ แล้วก าลังเยาะเย้ยพวกเขาต่างหาก
บ้านเรือนแบบนี้ต่อให้ซ่อมแซมแล้วก็ยังไม่แน่ว่าจะอยู่ได้ ยกเว้น
จะรื้อถอนแล้วสร้างใหม่ทั้งหมด
แต่ในฤดูหนาวอย่างนี้ไม่อาจสร้างบ้านได้เลย การปล่อยให้พวก
เขาอยู่ที่นี่ก็เหมือนกับประกาศว่าจะปล่อยให้ตายนั่นเอง
ทุกคนต่างแสดงความไม่พอใจออกมา
ฟางฉวนโจวเดินอาด ๆ เข้ามา
“ผู้ใหญ่บ้านชุย บ้านแบบนี้แม้จะลงมือซ่อมแซมก็ยังไม่รู้ว่าจะเริ่ม
จากตรงไหน ท่านจะให้ชาวบ้านที่มาใหม่ของหมู่บ้านซีหลิ่งอยู่กัน
เช่นนี้หรือ?”
ผู้ใหญ่บ้านชุยไม่รู้สึกรู้สา
“ทางการก็ไม่ได้จัดเตรียมที่พักพิเศษส าหรับพวกเจ้าที่ถูก
เนรเทศมา นี่เป็นบ้านที่บรรพบุรุษของพวกข้าทิ้งเอาไว้ให้ ถ้าไม่ใช่
เพราะแบบนี้ การที่พวกเจ้ามาที่นี่ก็คงไม่มีให้แม้แต่บ้านจะให้อยู่”
“แต่ว่า บ้านพวกนี้จะให้พวกเราอาศัยอยู่จนผ่านฤดูหนาวไปได้
อย่างไร?” ฟางฉวนโจวตั้งใจจะพูดเหตุผลกับผู้ใหญ่บ้านชุย
แต่การพูดเหตุผลกับคนที่ตั้งใจจะยั่วโมโหก็เหมือนการดีดพิณ
ให้วัวฟัง
ไม่ว่าฟางฉวนโจวจะพูดอย่างไร ผู้ใหญ่บ้านชุยก็มีค าตอบเพียง
อย่างเดียว
นั่นคือในหมู่บ้านซีหลิ่งนอกจากที่นี่แล้วก็ไม่มีบ้านไหนว่างให้
พวกเขาอยู่ ถ้ารู้สึกไม่พอใจก็ไปหาพวกเจ้าหน้าที่ของที่ว่าการอ าเภอ
แล้วพูดคุยกับพวกเขาเอาเอง
เฮ่อจือหร่านไม่สนใจจะมองทั้งสองโต้เถียงกัน
นางสังเกตเห็นได้ระหว่างทางแล้วว่านอกจากที่อยู่ของทั้งสาม
ตระกูลนี้ หมู่บ้านซีหลิ่งก็ไม่มีบ้านหลังอื่นจริง ๆ
หากต้องการผ่านพ้นวิกฤตในตอนนี้ไป หนทางเดียวคือต้องไป
ปรึกษากับชาวบ้านเหล่านั้น ดูว่าจะสามารถเช่าบ้านที่เหมาะสมอาศัย
อยู่ชั่วคราวได้หรือไม่
แน่นอนว่าเป็นเรื่องจริงที่คนเหล่านั้นเกรงกลัวผู้ใหญ่บ้านชุย ถ้า
ผู้ใหญ่บ้านชุยไม่อนุญาต ตระกูลจ้าวกับตระกูลโจวคงไม่กล้าให้พวก
เขาเช่าบ้าน
ขณะที่เฮ่อจือหร่านก าลังคิดหาทางออก เซี่ยเทียนไห่ก็เดินเข้า
มา เขาชี้ไปทางบ้านซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกแล้วพูดว่า
“ข้าเห็นว่าบ้านหลังนั้นไม่เลวเลยทีเดียว หากซ่อมแซมสัก
เล็กน้อยก็สามารถอยู่ชั่วคราวได้”