ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 181 ข้าท าเอง
ผู้ใหญ่บ้านชุยกับชุยหมิงหลินได้เห็นความร้ายกาจของคนสกุล
โม่ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ตอนนี้พอเห็นโม่จิ่วเยี่ยเดินเข้ามาด้วยสีหน้า
เย็นชา พวกเขาก็พลันขลาดกลัวขึ้นมาทันที่
“เจ้าจะท าอะไร! อย่าเข้ามานะ” ชุยหมิงหลินพูดอย่างตื่นกลัว
ผู้ใหญ่บ้านชุยเห็นสถานการณ์แบบนั้นก็ถอยหลังไปหลบ
โม่จิ่วเยี่ยไม่พูดพร ่าท าเพลง ยกแส้ขึ้นฟาดใส่ชุยเหลียงเป็นคน
แรก
ชุยเหลียงหลบไม่ทันจึงโดนฟาดไปหลายหนภายในชั่วพริบตา
เขาเจ็บจนร้องโอดโอยอย่างหมดรูป
ต่อมาแส้ของโม่จิ่วเยี่ยก็ฟาดใส่ชุยหมิงหลินอย่างไม่ปรานี
ชุยหมิงหลินเคยแต่รังแกคนอื่นในหมู่บ้าน เขาจะเคยถูกคนท า
แบบนี้ได้อย่างไร?
เขาโดนฟาดไปหลายที่ ทันใดนั้นก็รู้สึกเลือดขึ้นหน้า
เขาตะโกนใส่คนตระกูลชุยคนอื่นบนรถ “ลุยเข้าไป พวกเราบุก
เข้าไปพร้อมกันเลย”
ผู้ใหญ่บ้านชุยเห็นสถานการณ์แบบนั้นก็ลืมความกลัว ผลักคน
ตระกูลชุยให้เข้าไปรุมโจมตีโม่จิ่วเยี่ยพร้อมกัน
เมื่อเผชิญหน้ากับคนตระกูลชุย โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้ปรานีแต่อย่างใด
เขาฟาดแส้ใส่พวกเขาอย่างรุนแรง ด้วยการเข้ามาโจมตีล้อมหน้า
ล้อมหลัง ท าให้คนตระกูลชุยได้แต่ยืนรับการโต้กลับอย่างจนมุม
หลังจากผลักคนในตระกูลออกไป ผู้ใหญ่บ้านชุยก็ไม่ได้ออกไป
พร้อมกับพวกเขา แต่เดินอ้อมไปอีกด้านของเกวียนเพื่อลอบเข้าใกล้
เฮ่อจือหร่าน
พวกเขารู้ดีว่าไม่มีทางเป็นคู่ต่อสู้ของโม่จิ่วเยี่ยได้ วิธีที่ดีที่สุดคือ
การควบคุมหญิงสาวนางนั้นเพื่อข่มขู่อีกฝ่าย
การกระท าของผู้ใหญ่บ้านชุยถูกโม่จิ่วเยี่ยสังเกตเห็นตั้งแต่แรก
การที่เขาไม่ได้เข้าไปช่วยเหลือเพราะรู้จักความสามารถของเฮ่อจือห
ร่านดี การรับมือกับคนที่ไร้วรยุทธ์ นางมีโอกาสชนะอย่างสิ้นเชิง
เมื่อผู้ใหญ่บ้านชุยลงจากเกวียน เขาก็หยิบเชือกเส้นหนึ่งติดมือ
มาด้วย ค่อย ๆ ย่องเข้าไปด้านหลังของเฮ่อจือหร่านและก าลังจะคล้อง
เชือกรอบคอนาง แต่เฮ่อจือหร่านกลับกระโดดลงจากเกวียนอย่าง
ฉับพลัน
เห็นเพียงเฮ่อจือหร่านหมุนตัวเตะเข้าที่ท้องน้อยของผู้ใหญ่บ้านชุ
ยอย่างหนัก
แม้ว่าเฮ่อจือหร่านจะไม่มีพลังภายใน แต่ทักษะของนางนั้น
แม่นย ายิ่ง
การเตะครั้งนี้พาให้ผู้ใหญ่บ้านชุยกระเด็นไปไกลและทรุดลงกับ
พื้น
เฮ่อจือหร่านเผยรอยยิ้มเยาะเย้ย
“จุ๊ ๆ ผู้ใหญ่บ้านของหมู่บ้านซีหลิ่งต ่าช้ามากพอจะลอบโจมตี
หญิงสาวไร้ทางสู้ ช่างน่าขันนัก”
ผู้ใหญ่บ้านชุยนวดเอวแก่ ๆ ที่ปวดจากการถูกกระแทก พลาง
มองจ้องเฮ่อจือหร่านด้วยความหวาดหวั่น
เขาไม่คิดเลยว่าสตรีของสกุลโม่จะเก่งกาจถึงเพียงนี้ วันนี้พวก
เขาเจอปัญหาใหญ่เข้าให้แล้ว
เขาชี้นิ้วสั่น ๆ ไปทางเฮ่อจือหร่าน “เจ้า…เจ้าอย่าเข้ามานะ
ไม่อย่างนั้นข้าจะไปร้องเรียนที่ว่าการอ าเภอ”
เฮ่อจือหร่านแค่นหัวเราะ “ท่านจะร้องเรียนข้า? ดีเลย นายอ าเภอ
คนใหม่เพิ่งเข้ารับต าแหน่ง เชิญท่านไปร้องเรียนได้เลย ข้าอยากรู้นัก
ว่าขุนนางทุกคนในใต้หล้านี้จะโกงกินบิดเบือนกฎหมายเหมือนรอง
นายอ าเภอชุยหรือไม่”
ผู้ใหญ่บ้านชุยได้ยินค าพูดของนางก็พลันรู้สึกใจหาย
เขาโมโหจนลืมไปว่าเมื่อครู่นี้เจ้าหน้าที่ได้บอกข่าวอะไรไว้
ตอนนี้เมืองอวิ่นมีนายอ าเภอคนใหม่แล้ว ยังไม่รู้ว่านายอ าเภอคน
นี้เป็นคนเช่นไร
ถ้าหากนายอ าเภอคนนี้ไม่ใช่พวกเดียวกันกับหลานชายของเขา
วันคืนดี ๆ ของตระกูลชุยก็คงจะถึงคราวจบสิ้นแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้นเขาเพิ่งได้เห็นกับตาตัวเองว่ารองนายอ าเภอชุย
ได้รับบาดเจ็บที่จุดส าคัญ ข่าวนี้ไม่รู้ว่าใครเป็นคนปากโป้งไปเล่าจน
เป็นที่เลื่องลือ ตอนนี้ชาวบ้านทั่วทั้งเมืองอวิ่นคงจะรู้เรื่องกันหมดแล้ว
เรื่องวุ่นวายถึงขนาดนี้ ต่อให้รองนายอ าเภอชุยจะอยากปิดบังก็
คงท าไม่ได้
แต่เดิมเขายังนึกดีใจว่าตอนนี้เมืองอวิ่นไม่มีนายอ าเภอ
หลานชายของเขาอาจใช้เวลาช่วงนี้ปิดข่าวลือได้ เพื่อปิดบังเรื่องนี้
และยังคงรักษาต าแหน่งรองนายอ าเภอต่อไป
แต่ดูท่าตอนนี้คงเป็นไปไม่ได้แล้ว
หมายความว่าไม่ว่าจะท าอย่างไร ต าแหน่งรองนายอ าเภอของ
หลานชายเขาก็คงรักษาไว้ไม่ได้อีก
คิดมาถึงตรงนี้ ผู้ใหญ่บ้านชุยก็รู้สึกหมดก าลังลงทันที่
เขามองเหล่าญาติพี่น้องที่ถูกแส้ของโม่จิ่วเยี่ยฟาดจนบาดเจ็บไป
ทั่วร่าง แล้วเอ่ยว่า “ข้าไม่ร้องเรียนแล้ว แต่ขอให้สามีของเจ้าหยุดมือ
ก่อนสิ”
เฮ่อจือหร่านช าเลืองมองโม่จิ่วเยี่ย เห็นเขาฟาดแส้ราวกับก าลัง
เกียจคร้าน เห็นได้ชัดว่าชายหนุ่มคงไม่ได้สนใจคนตระกูลชุยเลยสัก
นิด
แต่เดิมเฮ่อจือหร่านก็คิดว่าที่นี่เป็นกลางถนนใหญ่ หากโม่จิ่ว
เยี่ยลงมือรุนแรงเกินไปจนฆ่าคนตาย เรื่องก็คงจะจัดการยาก นางจึง
คิดจะไปห้ามเขา
แต่พอได้ยินน ้าเสียงข่มขู่ของผู้ใหญ่บ้านชุย นางก็ไม่อยากเข้า
ไปห้ามเขาอีกต่อไป
ทว่าการไม่ขัดขวางไม่ได้หมายความว่ายังไม่มีวิธีอื่น
เฮ่อจือหร่านชายตามองผู้ใหญ่บ้านชุยครู่หนึ่ง จากนั้นก็เดินไป
ยืนเคียงข้างโม่จิ่วเยี่ย
“ท่านพี่ ท่านตีจนเหนื่อยแล้วใช่หรือไม่ ท่านนั่งพักสักครู่ก่อน
ส่วนข้าจะท าแทนเองเถอะ”
แบบนี้ดีแล้ว ไม่เพียงแรงตีจะเบาลง แต่ยังท าให้นางได้ออกก าลัง
อีกด้วย
โม่จิ่วเยี่ยมองนางด้วยสายตาเอ็นดู รู้ว่าการตีคนพวกนี้ไม่มี
อันตราย จึงส่งแส้ให้เฮ่อจือหร่านอย่างไม่ลังเล
คนตระกูลชุยเพิ่งเห็นว่าผู้ใหญ่บ้านชุยถูกหญิงสาวคนนี้เตะจน
กระเด็น ดังนั้นพวกเขาจึงไม่รู้สึกโล่งใจเลยสักนิดเมื่อต้องเผชิญหน้า
กับนาง
แม้เฮ่อจือหร่านจะไม่มีพละก าลังเทียบเท่าโม่จิ่วเยี่ย แต่การลงมือ
ของนางก็ไม่ได้เบาไปกว่าเขาเลย
ยิ่งไปกว่านั้น ความคล่องแคล่วของนางก็ดีมาก คนพวกนี้แม้
อยากจะหนีก็ไม่มีโอกาส
เฮ่อจือหร่านถือแส้ฟาดอยู่พักหนึ่ง เมื่อเห็นว่าพอแล้วจึงหยุดมือ
สิ่งที่เรียกว่าพอเหมาะพอดีคือคนตระกูลชุยเจ็บแทบตาย แต่
บาดแผลไม่ถึงชีวิต
บาดแผลเช่นนี้ในมุมมองของหมออย่างเฮ่อจือหร่านแล้ว คงต้อง
พักฟื้นอย่างน้อยครึ่งเดือน
นางก าแส้ไว้ในมือพูดพลางหอบหายใจ “ข้าเหนื่อยแล้ว เชิญ
พวกท่านไปร้องเรียนกับที่ว่าการอ าเภอเถอะ”
ขณะเอ่ยเฮ่อจือหร่านยังจงใจมองผู้ใหญ่บ้านชุยที่ตกใจจนตัว
แข็งที่อไปแล้ว
สายตานั้นจ้องมองเขาราวกับเข้าใจอย่างทะลุปรุโปร่ง
หมายความว่าหากพวกเขาไม่กลัวความเจ็บปวดอีกก็ให้ไป
ร้องเรียนเสีย
แต่พอนึกถึงตอนที่ถูกสตรีคนนี้เตะเข้าที่ท้องน้อยเมื่อครู่
ผู้ใหญ่บ้านชุยยังรู้สึกหวาดกลัวไม่หาย
“ไม่ พวกเราไม่ร้องเรียนทั้งนั้นแล้ว”
ผู้ใหญ่บ้านชุยรีบส่งสายตาให้เหล่าญาติพี่น้อง บอกทุกคนให้รีบ
ออกไป
คนตระกูลชุยโล่งใจ จากนั้นก็ปีนขึ้นบนเกวียนวัวอย่างรวดเร็ว
เกวียนวัวถูกคนบังคับให้หลบหนีไปราวกับหนีผีร้าย เร่งเกวียนวัว
ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะท าได้ แล้วหายลับไปต่อหน้าโม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือห
ร่าน
ทั้งคู่จัดแต่งเสื้อผ้าของตัวเองเล็กน้อยแล้วกลับขึ้นไปนั่งบน
เกวียนลา
หากพวกเขาไม่ได้เผชิญหน้ากับคนตระกูลชุยที่นี่ ตอนได้ยิน
ข่าวว่านายอ าเภอคนใหม่มาถึงแล้ว พวกเขาคงจะตามชาวบ้านไปดู
ความคึกคักนี้ด้วย
แต่ยามนี้พวกเขาเปลี่ยนใจแล้ว
นายอ าเภอคนใหม่ที่มาถึงแล้ว หากเป็นขุนนางที่ดี เขาก็จะ
สืบสวนเรื่องทุจริตที่รองนายอ าเภอชุยท ามาตลอดหลายปี รวมกับ
สภาพร่างกายพิการของเขาในตอนนี้ ก็คงจะถูกปลดออกจาก
ต าแหน่งและถูกไต่สวนอย่างแน่นอน
ในทางกลับกัน ถ้านายอ าเภอคนใหม่เป็นคนโลภมากและทุจริต
เหมือนกับรองนายอ าเภอชุย รองนายอ าเภอชุยก็จะฉวยโอกาสนี้
มอบของก านัลให้เขาเพื่อยับยั้งเรื่องนี้
กรณีแรกทรัพย์สินของรองนายอ าเภอชุยจะถูกยึด ส่วนกรณี
หลังเขาจะใช้ทรัพย์สินที่เหลือน าไปติดสินบนนายอ าเภอคนใหม่ โม่
จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านไม่อยากให้เขาได้มีโอกาสแบบนั้น
ดังนั้น ทั้งสองจึงตัดสินใจว่าจะไปหยิบของในเรือนตระกูลชุยให้
หมดเสียก่อนเพื่อตัดไฟตั้งแต่ต้นลม