ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 192 ขุนนางใหม่รับต าแหน่งย่อมแสดงความสามารถ
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 192 ขุนนางใหม่รับต าแหน่งย่อมแสดงความสามารถ
ผู้ใหญ่บ้านชุยคิดว่าท่านนายอ าเภอจะจากไปในไม่ช้า เขาจึงสั่ง
ให้คนในตระกูลคุกเข่าต่อไป แต่รอจนฟ้ามืดก็ยังไม่เห็นเงาของอีก
ฝ่ายเลย
หากยังคุกเข่าต่อไปเช่นนี้ กระดูกแก่ ๆ ของเขาคงทนไม่ไหว
ดังนั้นเขาจึงต้องรวบรวมความกล้าบอกให้ทุกคนกลับบ้านไป
ยามนี้ท่านนายอ าเภอสั่งให้คนตีฆ้องเรียกทุกคนให้มารวมตัวกัน
ผู้ใหญ่บ้านชุยจึงอดกังวลไม่ได้
หรือว่าอีกฝ่ายตั้งใจจะลงโทษพวกเขาต่อหน้าคนอื่น ด้วยข้อหา
ไม่เคารพท่านนายอ าเภอ?
ผู้ใหญ่บ้านชุยถูกลูกชายสองคนช่วยพยุงยืนอยู่ด้านหน้าสุดของ
คนในตระกูล ภาวนาไม่หยุดว่าขอให้นายอ าเภอเรียกพวกเขามา
ไม่ใช่เพราะเรื่องนี้
เขาถึงกับด่าหลานชายที่ไร้ความสามารถในใจ รู้ว่านายอ าเภอ
มาที่หมู่บ้านซีหลิ่งแท้ ๆ แต่กลับไม่ส่งคนมาบอกพวกเขาล่วงหน้าสัก
ค า ท าให้เขาไม่ได้เตรียมตัวแต่เนิ่น ๆ …
เมิ่งไห่หนิงไม่แม้แต่จะมองผู้ใหญ่บ้านชุยตรง ๆ สักครั้ง เขากวาด
ตามองกลุ่มคนอย่างรวดเร็ว พอเห็นว่ามากันเกือบครบแล้วจึงเอ่ย
ปาก
“ข้าเพิ่งมารับต าแหน่งที่เมืองอวิ่นในวันนี้ ก็ได้รับทราบคดีที่น่า
โกรธแค้นคดีหนึ่ง รองนายอ าเภอชุยของพวกท่าน เพื่อผลประโยชน์
ส่วนตัวแล้ว ไม่เพียงกดขี่ข่มเหงประชาชน แต่ยังปล่อยให้คนใน
ตระกูลของตนเองท าเรื่องเลวทราม วันนี้ข้าได้ปลดเขาจากต าแหน่ง
และไต่สอบรองนายอ าเภอชุยแล้ว…”
ขณะพูด สายตาของเขาก็จับจ้องไปที่ผู้ใหญ่บ้านชุย
ผู้ใหญ่บ้านชุยได้ยินว่าหลานชายของตนถูกปลดจากต าแหน่ง
และโดนสอบสวน เขาก็ตกใจจนเกือบจะเป็นลมล้มพับไปตรงนั้น
ไม่ต้องพูดถึงญาติคนอื่น แค่ตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าได้ช่วยชุยเหวิน
ท าเรื่องเลวร้ายไปมากมายแค่ไหนแล้ว
ฟังจากค าพูดของท่านนายอ าเภอ ก็เดาได้ไม่ยากว่าเขาให้
ความส าคัญกับเรื่องนี้มาก
ขุนนางใหม่รับต าแหน่งย่อมแสดงความสามารถ เรื่องแรกที่จะลง
มือจัดการคือกวาดล้างตระกูลชุยของเขานี่เอง
แย่แล้ว ๆ คราวนี้จบสิ้นแล้ว
ขณะที่ผู้ใหญ่บ้านชุยก าลังครุ่นคิดอยู่ในใจ เมิ่งไห่หนิงก็เอ่ยปาก
อีกครั้ง
“เจ้าหน้าที่! จับตัวผู้ใหญ่บ้านชุยมาให้ข้า ขังไว้ในคุกชั่วคราว
แล้วรอการไต่สวน”
เจ้าหน้าที่รับค าสั่งแล้วจับมัดผู้ใหญ่บ้านชุยอย่างไม่ปรานีต่อหน้า
ชาวบ้าน
เมื่อคนตระกูลชุยเห็นสถานการณ์เช่นนั้น พวกเขาต่างพากัน
คุกเข่าร้องขอความเป็นธรรมอย่างเจ็บปวด…
เมิ่งไห่หนิงส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่ซึ่งอยู่ด้านหลัง เจ้าหน้าที่รีบ
เข้าไปเตะคนตระกูลชุยที่ส่งเสียงดังที่สุดสองสามคน
“พวกเจ้ากล้าส่งเสียงต่อหน้าท่านนายอ าเภอเช่นนี้ อยากตาย
หรืออย่างไร…”
คนตระกูลชุยที่ถูกเตะเงียบลงทันที่ ทุกคนคุกเข่าอยู่กับที่ ไม่กล้า
แม้แต่จะหายใจแรง ๆ ด้วยกลัวว่าเรื่องจะลามมาถึงตัวเอง
หลังเห็นภาพนั้น คนตระกูลจ้าวและตระกูลโจวก็รู้สึกสะใจนัก
พวกเขาเห็นได้ชัดว่านายอ าเภอตั้งใจจะลงโทษตระกูลชุย
แน่นอน ต่อไปพวกเขาก็ไม่ต้องใช้ชีวิตอย่างถูกกดขี่จากคนตระกูล
ชุยอีกแล้ว
คนแรกที่คิดได้คือจ้าวเจ๋อชวน เขาตะโกนออกมาดัง ๆ
“นายอ าเภอช่างเฉลียวฉลาด ขอท่านโปรดช่วยเหลือชาวบ้านซี
หลิ่งด้วยเถอะขอรับ”
ตามด้วยคนตระกูลจ้าวอีกหลายคนที่พากันเห็นด้วย ทั้งหมด
ล้วนส่งเสียงประณามตระกูลชุย
คนตระกูลโจวเห็นเช่นนั้น คนที่กล้าหาญก็ขอร้องให้นายอ าเภอ
ช่วยเหลือพวกเขาเช่นกัน
แต่วันนี้ดึกมากแล้ว เมิ่งไห่หนิงตั้งใจจะจัดการกับผู้ใหญ่บ้านชุย
ก่อนเพื่อเป็นการเตือนคนอื่น จุดประสงค์หลักคือต้องการบอกให้คน
ตระกูลชุยรู้ว่า คนสกุลโม่ไม่ใช่คนที่พวกเขาจะมารังแกได้
ใครจะรู้ว่าเขาเพิ่งสั่งให้คนจับตัวผู้ใหญ่บ้านชุย ก็มีเสียงร้องขอ
ความเป็นธรรมมากมายขนาดนี้
ในฐานะผู้ปกครองของที่นี่ เขาจ าเป็นต้องช่วยเหลือชาวบ้าน
พวกนี้
อีกอย่างเมิ่งไห่หนิงก็อยากรู้ว่านอกจากชุยเหวินแล้ว คนใน
ตระกูลชุยคนอื่น ๆ ได้ท าเรื่องไม่ดีอะไรไว้บ้าง
“เมิ่งอัน ข้าต้องการพิจารณาคดีของตระกูลชุย บอกชาวบ้านว่า
ใครที่มีเรื่องทุกข์ร้อนก็ให้พูดออกมาได้เลย”
เมิ่งอันรับค า แล้วประกาศบอกเจตนาของเมิ่งไห่หนิงให้คน
ตระกูลจ้าวและตระกูลโจวฟัง
เพียงได้ยินข่าวนี้ คนตระกูลจ้าวกับตระกูลโจวก็รู้สึกงุนงงในครา
แรก
การที่พวกเขากล้าตะโกนเสียงดังเมื่อครู่นี้ ส่วนใหญ่ก็เป็นเพราะ
ความเกลียดชังที่มีต่อตระกูลชุย
ไม่คิดเลยว่าท่านนายอ าเภอจะตัดสินใจช่วยพวกเขาเร็วขนาดนี้
ข่าวดีเช่นนี้มาถึงอย่างกะทันหัน จนพาให้ชาวบ้านจากสอง
ตระกูลงุนงงไปบ้าง
จ้าวเจ้อชวนตอบสนองเร็วที่สุด เขาลากบิดาของตัวเองออกมา
จากฝูงชนเป็นคนแรก แล้วคุกเข่าลงต่อหน้าเมิ่งไห่หนิง
“ท่านนายอ าเภอโปรดตัดสินให้ตระกูลจ้าวของพวกเราด้วย
ขอรับ”
บิดาของจ้าวเจ้อชวนปัจจุบันเป็นหัวหน้าตระกูลจ้าว เมื่อครู่ที่ได้
ยินว่านายอ าเภอจะช่วยตัดสินคดีให้พวกเขา เขาก็ตั้งใจจะรอดูท่าที
ไปก่อน เพราะอยากรู้ว่าท่านนายอ าเภอคนนี้จะเป็นขุนนางผู้มี
ยุติธรรมจริงหรือไม่
แต่เผลอไปหน่อยเดียว กลับถูกลูกชายคนเล็กที่ชอบท าให้บิดา
เดือดร้อนลากตัวออกมาแล้ว
พอมาคุกเข่าต่อหน้าท่านนายอ าเภอแล้ว เขาก็ไม่มีอะไรต้อง
กังวลอีก
หัวหน้าตระกูลจ้าวโขกศีรษะค านับเมิ่งไห่หนิง
“ท่านนายอ าเภอ ข้าน้อยคือหัวหน้าตระกูลจ้าว จ้าวหัว อาศัยอยู่
ในหมู่บ้านซีหลิ่งมาหลายชั่วอายุคน แต่เดิมสามตระกูลของพวกเรา
อยู่ร่วมกันกลมเกลียว จนกระทั่งชุยเหวินได้เป็นรองนายอ าเภอ ฝัน
ร้ายของคนตระกูลจ้าวกับตระกูลโจวก็เริ่มต้นขึ้น”
“ตระกูลชุยอาศัยอ านาจของชุยเหวิน บังคับให้หญิงสาวหน้าตา
งดงามจากสองตระกูลของพวกเราแต่งงานกับคนตระกูลชุย หากอายุ
พอ ๆ กัน พวกเราก็คงยอมรับได้ แต่ผลลัพธ์คือทุกคนล้วนเป็นคน
ยากจน และอยู่มาครึ่งชีวิตแล้วแต่ยังหาภรรยาไม่ได้”
“ส่วนลูกสาวของตระกูลชุยที่หน้าตาอัปลักษณ์หรือเป็นคนพิการ
ก็จะบังคับให้แต่งงานกับชายหนุ่มดี ๆ ของพวกเราสองตระกูล”
“หากพวกนางเหล่านั้นแต่งงานไปแล้วสามารถใช้ชีวิตได้อย่าง
สงบสุขก็คงไม่เป็นไร แต่ใครจะรู้ว่าพวกนางล้วนสร้างแต่ปัญหา ไม่
เพียงส่งของกลับบ้านเดิมอย่างโจ่งแจ้ง แต่ยังไม่ยอมให้ครอบครัวสามี
คัดค้านอะไรอีกด้วย”
“เมื่อใดที่พวกเราสองตระกูลคัดค้านการแต่งงานแบบนี้ ชุยเหวิน
ก็จะส่งเจ้าหน้าที่มากดดัน”
“ยิ่งไปกว่านั้น คนตระกูลชุยยังบังคับให้ใช้ที่ดินรกร้างมาแลกกับ
ที่นาอุดมสมบูรณ์ของพวกเรา เช่นเดียวกัน หากพวกเราไม่ยอม
เจ้าหน้าที่ก็จะออกมากดดันอีก”
“พอถึงฤดูเก็บเกี่ยว ชุยเหวินก็สั่งให้ค่าเช่าที่นาทั้งหมดของ
ตระกูลชุย ตกเป็นภาระของพวกเราสองตระกูล”
“สิบกว่าปีที่ผ่านมานี้ ชีวิตของคนตระกูลจ้าวและตระกูลโจวแทบ
จะทนไม่ไหวแล้ว ยิ่งปีที่ผลผลิตไม่ดี ก็ยิ่งมีคนอดตายไปมากมาย”
“ทุกค าพูดของข้าน้อยเป็นความจริงทั้งสิ้น ขอใต้เท้าโปรดให้
ความเป็นธรรมกับพวกเราด้วย…”
พูดจบจ้าวหัวก็ก้มศีรษะค านับเมิ่งไห่หนิงอีกสามครั้ง
ทว่ายังไม่ทันที่จ้าวหัวจะลุกขึ้น หัวหน้าตระกูลโจวก็คุกเข่าลง
ตรงหน้าเมิ่งไห่หนิงเช่นกัน
“ข้าน้อยหัวหน้าตระกูลโจว ทุกคนในตระกูลของข้าน้อยสามารถ
ยืนยันได้ ว่าค าพูดของหัวหน้าตระกูลจ้าวนั้นเป็นความจริงทุกค า ขอ
ใต้เท้าโปรดช่วยพวกเราด้วยขอรับ”
จากนั้นพวกเขาก็ก้มศีรษะลงกับพื้นสามครั้งอย่างจริงจัง
ในขณะเดียวกัน คนตระกูลจ้าวกับตระกูลโจวก็ต่างพากันคุกเข่า
พร้อมเปล่งเสียงพร้อมกันว่า “ขอใต้เท้าโปรดช่วยพวกเราด้วย
เถอะ…”
หลังฟังค าบอกเล่าของหัวหน้าตระกูลทั้งสอง แล้วมองชาว
หมู่บ้านทั้งหมดที่คุกเข่าอยู่ เส้นเลือดบนขมับของเมิ่งไห่หนิงพลันปูด
โปนขึ้นมาด้วยความโกรธเกรี้ยว
เป็นครั้งแรกที่เขาท าตัวเสียกิริยา
เมิ่งไห่หนิงก้าวเท้ายาว ๆ ไปทางกลุ่มคนตระกูลชุย แล้วเตะชายที่
คุกเข่าอยู่แถวหน้าสุดอย่างแรง
เมิ่งไห่หนิงฝึกยุทธ์มาตั้งแต่เด็ก ทุกครั้งที่เตะลงไปจึงมีพละก าลัง
อันมหาศาล
เขาเตะจนคนเหล่านั้นร้องครวญครางไม่หยุด…
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คนตระกูลชุยอาศัยอ านาจของชุยเหวิน
ท าตัวอวดดีไปทั่วหมู่บ้านซีหลิ่ง พวกเขาไม่เคยถูกคนเตะเช่นนี้มา
ก่อน
แม้พวกเขาจะไม่กล้าท าอะไรกับท่านนายอ าเภอ แต่ก็ไม่คิดจะ
ปล่อยคนตระกูลจ้าวและตระกูลโจวไปง่าย ๆ