ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 197 อิสระในการกินอาหารทะเล
โม่จิ่วเยี่ยมองท้องฟ้า ยังเหลือเวลาอีกสักพักก่อนถึงเวลานัดเจอ
กับเฮนรี่ เขาจึงผูกเกวียนลาไว้ริมทาง แล้วจับมือเฮ่อจือหร่านไปดู
ความคึกคักหน้าที่ว่าการ
ที่แท้ชาวบ้านมาชุมนุมกันอยู่หน้าที่ว่าการ ก็เพราะล้วนได้ยินมา
ว่านายอ าเภอจะลงโทษชุยเหวิน จึงมารายงานเรื่องชั่วร้ายของเขา
โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านสบตากัน ทั้งสองไม่คิดว่าชุยเหวินที่เป็น
ถึงรองนายอ าเภอมาสิบกว่าปี จะท าร้ายชาวบ้านได้มากมายขนาดนี้
อีกฝ่ายสมควรตายแล้วจริง ๆ
ขณะเดียวกัน เมื่อดูจากสถานการณ์ตรงหน้าก็พอจะคาดเดาได้
ว่า ตอนนี้เมิ่งไห่หนิงคงก าลังยุ่งจนหัวหมุน ความคิดที่จะไปเยี่ยมเขา
จึงยกเลิกไป
ทั้งสองก าลังชมความคึกคักอย่างสนุกสนาน ก็มีเสียง ‘ภาษานก’
คุ้นหูดังขึ้นจากด้านหลัง
“สวัสดีแม่นางเฮ่อจือหร่าน ท่านมาตรงต่อเวลามากเลยนะ”
สองสามีภรรยาหันกลับไปพร้อมกัน
“สวัสดีท่านเฮนรี่ พวกเราพร้อมจะไปหมู่บ้านชาวประมงแล้ว”
เมื่อเฮนรี่ได้ยินว่าจะได้ไปที่หมู่บ้านชาวประมง ก็ท าท่าตื่นเต้นดี
ใจมาก ๆ
“วิเศษมาก ข้าจะจ่ายค่าตอบแทนให้ท่านแน่นอน”
ทั้งคู่พาเฮนรี่ขึ้นไปนั่งบนเกวียนลา โดยมีเฮ่อจือหร่านนั่งอยู่ด้าน
ใน ส่วนเฮนรี่นั่งอยู่ข้างโม่จิ่วเยี่ย
โม่จิ่วเยี่ยเพิ่งมาถึงที่นี่เช่นกัน จึงไม่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อม
ของเมืองอวิ่น
พวกเขาสอบถามเส้นทางไปหมู่บ้านชาวประมงตลอดทาง จนใน
ที่สุดก็มาถึงหลังผ่านไปครึ่งชั่วยาม
หมู่บ้านชาวประมงมีลักษณะแตกต่างจากหมู่บ้านซีหลิ่งอย่าง
สิ้นเชิง ที่นี่ไม่มีพื้นที่ท ากิน บ้านเรือนของชาวบ้านสร้างอยู่รอบนอก
ชายหาด
รั้วบ้านทุกหลังแขวนอวนเต็มไปหมด ในลานบ้านไม่มีสวนผัก
แต่มีไม้พายและถังไม้วางอยู่ระเกะระกะ
จากสิ่งที่เห็นนี้ ดูท่าว่าชาวบ้านในหมู่บ้านชาวประมงไม่ได้ท า
การเกษตร แต่พึ่งพาของจากทะเลในการด ารงชีวิต
เกวียนลาค่อย ๆ เคลื่อนสู่หมู่บ้าน เจอชายคนหนึ่งก าลังแบกของ
อยู่ โม่จิ่วเยี่ยจึงถามอย่างสุภาพว่า “ขอถามท่านสักหน่อย ที่นี่คือ
หมู่บ้านชาวประมงใช่หรือไม่”
ชายคนนั้นมองโม่จิ่วเยี่ยก่อน ตามด้วยจ้องมองเฮนรี่ผู้มีผมสีทอง
ตาสีฟ้าสักพัก ก่อนตอบว่า
“ที่นี่คือหมู่บ้านชาวประมง พวกเจ้ามาตามหาใคร”
โม่จิ่วเยี่ยถามต่อ “ที่นี่มีช่างซ่อมเรือหรือไม่”
“ช่างซ่อมเรือหรือ? พวกเราชาวประมงในหมู่บ้านนี้ส่วนใหญ่ก็
ซ่อมเรือเป็นกันทั้งนั้น”
ชายคนนั้นรู้สึกว่าค าถามนี้น่าขบขัน บรรพบุรุษของพวกเขา
ด ารงชีพด้วยการจับปลามาหลายชั่วอายุคน ตั้งแต่เด็ก ๆ ก็คุ้นเคยกับ
การดูแลเรือของครอบครัว แล้วพวกเขาจะซ่อมเรือไม่เป็นได้อย่างไร
โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้สนใจท่าทีของชายคนนั้น
เขาชี้ไปทางเฮนรีซึ่งอยู่ข้าง ๆ และกล่าวว่า “ชาวต่างชาติผู้นี้เรือ
เสียหาย เขาอยากหาคนช่วยซ่อม แน่นอนว่าเขาจะจ่ายค่าตอบแทน
ให้ตามสมควร”
เมื่อชายคนนั้นได้ยินว่าซ่อมเรือแล้วจะได้ค่าตอบแทน ท่าทีของ
เขาก็เปลี่ยนไปทันที่
เขาวางไม้คานที่แบกอยู่บนบ่าลง
“ข้าซ่อมได้ เรืออยู่ที่ใด”
เฮ่อจือหร่านรู้ว่าถึงเวลาที่นางต้องออกโรงแล้ว
นางใช้ภาษาต่างชาติสอบถามกับเฮนรี่
“เรือของท่านอยู่ที่ไหน”
“อยู่ที่ท่าเรือ ไม่ไกลจากที่นี่เท่าไหร่”
เฮ่อจือหร่านบอกต าแหน่งเรือของเฮนรี่ให้ชายคนนั้นฟัง
หลังชายคนนั้นรู้ว่าเรือของชาวต่างชาติคนนี้อยู่ที่ท่าเรือ เขาก็
ลังเลขึ้นมา
เรือที่จอดอยู่ท่าเรือเขาเคยเห็นมาหมดแล้ว ส่วนใหญ่เป็นเรือ
ขนาดใหญ่ซึ่งแตกต่างจากเรือประมงที่ครอบครัวเขาใช้หากินโดย
สิ้นเชิง
เขาซ่อมเรือประมงได้ แต่จะให้ซ่อมเรือใหญ่ขนาดนั้น เขาไม่รู้วิธี
จริง ๆ
ชายคนนั้นถามอย่างระแวดระวัง “เรือที่เจ้าต้องการจะซ่อมเป็น
เรือสินค้าขนาดใหญ่ใช่หรือไม่”
เฮ่อจือหร่านท าหน้าที่ล่ามอีกครั้ง
เฮนรี่กล่าวว่าเรือของเขาเป็นเรือสินค้าขนาดใหญ่มาก ใหญ่กว่า
เรือประมงที่เพิ่งเห็นหลายเท่านัก
เฮ่อจือหร่านแปลค าพูดของเฮนรี่ให้ชายคนนั้นฟัง
คราวนี้ชายคนนั้นพลันหมดก าลังใจทันที่
“เรือแบบนั้นข้าซ่อมไม่ได้หรอก”
“แล้วท่านรู้หรือไม่ว่าใครซ่อมได้” เฮ่อจือหร่านถาม
ชายคนนั้นพยักหน้าไปทางทิศตะวันตกของหมู่บ้าน
“พวกเจ้าตรงไปเรื่อย ๆ จนถึงท้ายหมู่บ้าน ที่นั่นมีคนชื่อหูชงอยู่
เรือแบบนี้คงมีแค่เขาเท่านั้นที่ซ่อมได้”
โม่จิ่วเยี่ยรู้สึกคุ้นชื่อหูชงนัก เพื่อยืนยันข้อสงสัยของตัวเอง เขา
จึงถามว่า “หูชงที่ท่านเอ่ยถึง เป็นคนที่ถูกเนรเทศมาเมื่อไม่กี่ปีก่อน
ใช่หรือไม่”
ชายคนนั้นพยักหน้าแล้วถามกลับว่า “เจ้ารู้จักเขาหรือ”
โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้ยอมรับ “ไม่รู้จัก ข้าแค่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน”
แม้ว่าชายคนนั้นจะไม่ได้ตอบค าถามของเขาตรง ๆ แต่โม่จิ่วเยี่ย
ก็สามารถยืนยันได้ หูชงคนนี้คือคนที่เขารู้จัก
หูชงเคยด ารงต าแหน่งรองเสนาบดีกรมโยธาธิการ แม้โม่จิ่
วเยี่ยจะไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับเขามากนัก แต่ก็อาจกล่าวได้ว่าทั้งสอง
รู้จักกัน
เมื่อไม่กี่ปีก่อน องค์จักรพรรดินีทรงมีพระชนมายุครบรอบ จึงมี
รับสั่งให้กรมโยธาธิการเร่งสร้างรถเข็นขนาดเล็กติดล้อจ านวนหนึ่ง
เพื่อใช้ในการยกอาหาร
ในตอนนั้น เรื่องนี้อยู่ในความรับผิดชอบของหูชง
คาดว่าเขาคงไปท าให้ใครไม่พอใจเข้า รถเข็นเล็กที่สร้างเสร็จ
แล้วจึงถูกใครบางคนแอบลงมือลับ ๆ ส่งผลให้ตอนที่นางก านัลและ
ขันทีก าลังน าอาหารเข้ามา รถเข็นก็พังลงกะทันหัน อาหารและสุราที่
เตรียมไว้หกเรี่ยราดจนเต็มพื้น
องค์จักรพรรดินีทรงกริ้วมาก ผลักความรับผิดชอบทั้งหมดไปที่หู
ชง จนเป็นเหตุให้อีกฝ่ายต้องถูกเนรเทศ
โม่จิ่วเยี่ยไม่อยากเปิดเผยตัวตนของตัวเองกับคนแปลกหน้ามาก
เกินไป หากเขาบอกว่ารู้จักหูชง อีกฝ่ายอาจจะซักถามต่อว่ารู้จักกัน
ได้อย่างไร การต้องอธิบายไปมาคงจะเหนื่อยเปล่า
ชายคนนั้นเห็นโม่จิ่วเยี่ยพูดเช่นนี้ จึงเตือนด้วยความหวังดีว่า “หู
ชงเป็นคนประหลาดมาก เขาไม่เคยติดต่อกับคนในหมู่บ้านเลย
แม้แต่คนที่มาหาเขาเพื่อขอให้ซ่อมเรือ หูชงก็ตัดสินใจไปตาม
อารมณ์ ตอนนี้พวกเจ้าจะไปหาเขา ก็คงขึ้นอยู่กับโชคแล้ว”
ขณะที่ทั้งสองคนก าลังคุยกันอยู่ ชายคนนั้นก็ยกคานขึ้นบ่าอีก
ครั้ง
เฮ่อจือหร่านออกมาจากด้านในเกวียนลาพอดี นางช าเลืองมอง
ตะกร้าไม้ไผ่ที่ชายคนนั้นแบกอยู่เพียงครู่เดียว ก็อดกลืนน ้าลายหลาย
ๆ ครั้งไม่ได้
ที่แท้ก็เป็นกุ้งมังกรตัวใหญ่
ไม่เพียงมีกุ้งมังกรตัวโต แต่เขายังมีกั้งด้วย สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็น
ของโปรดที่นางชอบกินในชาติก่อน
น่าเสียดายที่ในชาติก่อนนางเป็นเพียงแพทย์ทหารตัวเล็ก ๆ ต้อง
พึ่งพาเงินช่วยเหลือในการใช้ชีวิต จึงไม่อาจกินอาหารทะเลได้ตามใจ
ชอบ
พอทะลุมิติมาที่นี่ นางก็มีเงินใช้จ่ายอย่างอิสระ แต่เพราะสิ่ง
เหล่านี้ที่ไม่อาจหาที่มาได้ นางก็ไม่กล้าซื้อมาโดยไม่ทันระวัง
ตอนนี้เป็นโอกาสที่ดี คืนนี้นางจะได้สัมผัสกับอิสรภาพในการกิน
อาหารทะเลอย่างแท้จริงแล้ว
“พี่ชายท่านนี้ อาหารทะเลที่ท่านเลือกมาทั้งหมดตั้งใจจะน าไป
ขายใช่หรือไม่”
ชายร่างใหญ่ไม่ได้สังเกตสีหน้าน ้าลายไหลของเฮ่อจือหร่าน
“ของพวกนี้ไม่มีราคาหรอก ข้ารู้สึกเสียดายที่จะเอาไปทิ้ง เลย
ตั้งใจจะลองน าไปขายถูก ๆ ในเมือง”
ขายในราคาถูก ๆ ?
ถูกแค่ไหน?
“พี่ชาย อาหารทะเลพวกนี้ท่านตั้งใจจะขายราคาเท่าไหร่”
ชายร่างใหญ่หยิบกุ้งมังกรตัวใหญ่ที่ยังเป็น ๆ อยู่ขึ้นมาอย่างไม่
ใส่ใจ “กุ้งยักษ์ตัวนี้ไม่ว่าจะตัวใหญ่หรือเล็ก ราคาตัวละยี่สิบเหวิน”
จากนั้นเขาก็ชี้ไปที่ตะกร้าไม้ไผ่และพูดว่า “ส่วนกั้งพวกนี้ ราคา
ชั่งละสามเหวิน”
เพื่อไม่ให้คนอื่นคิดว่าตัวเองเป็นคนนอก เฮ่อจือหร่านจึงไม่ได้
แสดงท่าทางผิดปกติใด ๆ หลังได้ยินชื่อเรียกที่แตกต่างจากชาติก่อน
โดยเฉพาะกุ้งมังกร ค าว่า “มังกร” ในยุคนี้ถือเป็นค าต้องห้าม
ใครจะกล้าเอามาตั้งเป็นชื่อสัตว์ทะเลกัน
ส่วนกั้งที่หน้าตาคล้ายตั๊กแตนต าข้าว จะเรียกแบบนี้ก็ไม่ผิดนัก
แต่สิ่งที่นางสนใจที่สุดคือราคาของอาหารทะเลสองชนิดนี้
ต่างหาก