ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 208 โง่งมและเงินเยอะ
อย่างไรเสียที่ดินพวกนั้นก็ปล่อยทิ้งร้างอยู่แล้ว ดังนั้นพวกเขาจึง
อาจขายได้ในราคาถูกเช่นกัน
ผู้เฒ่าจ้าวเห็นดังนั้นแล้วก็กล่าวว่า “ตระกูลของเราก็มีที่ดินรก
ร้างตรงนั้นอยู่ยี่สิบหกหมู่เช่นกัน เหมือนกับตระกูลโจว ขายราคา
หนึ่งต าลึงต่อหนึ่งหมู่”
โม่จิ่วเยี่ยมองไปทางเซี่ยเทียนไห่กับฟางฉวนโจวก่อน
ท้ายที่สุดแล้วพวกเขาก็มาที่หมู่บ้านซีหลิ่งเพื่อครอบครัวของ
ตัวเอง ถ้ามีที่ดินขายก็ไม่ควรตัดโอกาสของคนอื่น
เซี่ยเทียนไห่กับฟางฉวนโจวได้ยินว่ามันเป็นที่ดินที่ถูกทิ้งร้างมา
หลายปีและให้ผลผลิตต ่า ทั้งสองคนก็ไม่สนใจ
แต่เดิมพวกเขาก็ไม่ถนัดด้านการเกษตรอยู่แล้ว ถ้าจะไป
เพาะปลูกในที่ดินแบบนั้น อาจลงเอยด้วยการไม่ได้ผลผลิตอะไรเลยก็
ได้
ดังนั้นทั้งสองคนจึงส่ายหน้าให้โม่จิ่วเยี่ยพร้อมกัน บอกว่าพวก
เขาไม่ต้องการซื้อที่ดินแบบนี้
ถ้าเป็นไปได้ พวกเขาอยากซื้อที่ดินดี ๆ ของตระกูลชุย
การที่ทั้งสองคนไม่อยากซื้อที่ดินที่ถูกทิ้งร้างมาหลายปี ก็ตรงกับ
ความตั้งใจของโม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านพอดี
พวกเขาเคยวางแผนไว้ว่า หากเป็นไปได้จะซื้อที่ดินทั้งหมด
บริเวณเชิงเขานั้นไว้ และในอนาคตจะสร้างบ้านที่นั่นด้วย
ด้วยวิธีนี้ทรัพย์สินของครอบครัวพวกเขาจึงจะสามารถรวมเป็น
หนึ่งเดียวได้
โม่จิ่วเยี่ยตัดสินใจทันที่
“หัวหน้าตระกูลทั้งสอง ข้าตัดสินใจจะซื้อที่ดินทั้งหมดของพวก
ท่าน”
ทันทีที่เขาพูดจบ เฮ่อจือหร่านก็ส่งเงินก้อนใหญ่มาให้ มันหนัก
ถึงสิบต าลึง
“ทั้งสองท่าน นี่คือเงินมัดจ าส าหรับที่ดิน รอให้ครอบครัวของ
พวกเราจัดการเรื่องต่าง ๆ เรียบร้อยอีกไม่กี่วันนี้พวกเราก็จะไปที่ว่า
การอ าเภอเพื่อด าเนินการโอนที่ดิน”
เงินก้อนใหญ่ที่วางอยู่บนโต๊ะ พาให้รู้สึกถึงความร ่ารวยมั่งคั่ง
ในทันที่
ผู้เฒ่าโจวเห็นดังนั้นจึงแย้มยิ้มพูดว่า “ภรรยาเหล่าจิ่วช่างมีน ้าใจ
จริง ๆ เงินมัดจ าแค่ให้มานิดหน่อยก็พอแล้ว วันหน้าพวกเราก็จะเป็น
เพื่อนบ้านในหมู่บ้านเดียวกัน ข้าจะไม่เชื่อใจพวกเจ้าได้อย่างไร”
ตอนนี้หัวหน้าตระกูลทั้งสองเชื่อแล้วว่าคนสกุลโม่นั้นโง่งมและ
เงินเยอะ
ที่ดินแบบนั้นพวกเขาไม่เพียงต้องการทั้งหมด แต่ยังจ่ายเงิน
รวดเร็วเช่นนี้อีก…
เฮ่อจือหร่านพยายามไม่คาดเดาความคิดของพวกเขาในตอนนี้
นางยิ้มและตอบว่า “เร็วหรือช้าเงินก็ต้องจ่าย เงินมัดจ านี้แสดงถึง
ความจริงใจของพวกเราที่จะซื้อที่ดิน”
“ได้ ๆ ๆ ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็จะรับไว้ ไม่เกรงใจแล้ว”
ผู้เฒ่าโจวความถ่อมตัวมาก เขาผลักเงินไปให้ผู้เฒ่าจ้าว
“ผู้เฒ่าจ้าว ท่านเก็บเงินนี้ไว้ก่อน รอไปท าเรื่องที่ที่ว่าการแล้ว
พวกเราค่อยแบ่งกัน”
ผู้เฒ่าจ้าวยิ้ม ตอบรับว่า “ได้ ท าตามที่พี่โจวพูด”
เห็นได้ชัดว่าหัวหน้าตระกูลทั้งสองท่านเป็นคนดีมาก มีทั้งความ
ถ่อมตัวและเอื้อเฟื้อ ไม่โลภเงินทอง
หลังจัดการเรื่องซื้อที่ดินในมือของพวกเขาเสร็จ โม่จิ่วเยี่ยก็ถาม
ว่า “อีกอย่าง บ้านเหล่านั้นที่พวกเราได้รับการจัดสรรมาที่นี่ ได้ยินว่า
มีหลายหลังเป็นของญาติพี่น้องพวกท่านใช่หรือไม่”
ผู้เฒ่าจ้าวอธิบายเรื่องเจ้าของบ้านเหล่านั้น
โม่จิ่วเยี่ยถามอีกครั้ง “ไม่ทราบว่าบ้านเหล่านั้นขายหรือไม่”
เมื่อได้ยินสิ่งที่โม่จิ่วเยี่ยพูด ดูเหมือนเขาจะต้องการซื้อบ้านที่ทรุด
โทรมพวกนั้นด้วย ท าให้หัวหน้าตระกูลทั้งสองรู้สึกตกใจมาก
“นี่ เหล่าจิ่ว พวกเจ้าจะซื้อบ้านพวกนั้นด้วยหรือ” ผู้เฒ่าโจวถาม
อย่างเหลือเชื่อ
บ้านพวกนั้นปล่อยทิ้งไว้ให้รกหูรกตา พวกเขาไม่มีก าลังทรัพย์จะ
ซ่อมแซม ยังไม่พอ ทางการยังเอาไปให้พวกนักโทษเนรเทศอยู่อีก
แม้จะไม่มีใครอยู่ได้นาน แต่เรื่องแบบนี้ก็ชวนให้รู้สึกอึดอัดใจอยู่
บ้าง
โม่จิ่วเยี่ยยิ้มพลางกล่าว “ครอบครัวของพวกเราชอบความเงียบ
สงบ ข้าคิดว่าสร้างบ้านไว้ที่นั่นน่าจะเหมาะ อีกอย่างที่นั่นก็อยู่ใกล้กับ
ที่ดินที่พวกเราซื้อไว้ เวลาดูแลก็จะสะดวกด้วย”
ผู้เฒ่าทั้งสองคนต่างเห็นว่าค าพูดของเขาก็มีเหตุผล
“อืม ความคิดนี้ก็ไม่เลว แต่ว่ามีบ้านเยอะแยะอยู่ที่เชิงเขา พวก
เจ้าคิดดีแล้วหรือยังว่าจะซื้อหลังไหน”
“ถ้าเป็นไปได้ ข้าตั้งใจจะซื้อทั้งหมด” โม่จิ่วเยี่ยไม่มีท่าทีลังเล
แม้แต่น้อย
“ซื้อทั้งหมดเลยหรือ”
ผู้อาวุโสต่างตกใจกับค าพูดของเขาอีกครั้ง
หากเป็นหนึ่งหรือสองหลัง เขาซื้อไว้ก็คงไม่เป็นไร เพราะ
เหมือนว่าจ านวนคนสกุลโม่ก็มีไม่น้อย
แต่ถ้าซื้อทั้งหมด พวกเขาจะเอาพื้นที่กว้างใหญ่ขนาดนั้นไปท า
อะไร
“เหล่า…เหล่าจิ่ว เจ้าต้องรู้ว่าแม้บ้านเหล่านั้นจะเก่าไปบ้าง แต่ก็
ยังแพงกว่าการซื้อที่ดิน เจ้าแน่ใจหรือว่าจะซื้อทั้งหมด? นอกจากนี้
สาเหตุที่พวกเราย้ายออกมาจากที่นั่น ก็เพราะหลบหลีกจากการ
รบกวนของชนเผ่าหมานอี๋ได้ยาก”
“ลองดูบ้านเรือนของคนในหมู่บ้านของเราสิ ไม่ว่าตัวบ้านจะเก่า
แค่ไหน ก าแพงรอบบ้านก็สูงกว่าคนหนึ่งคน”
“หากอยู่ห่างจากเชิงเขา เวลาชนเผ่าหมานอี๋มา เราจะมีโอกาสรู้
ล่วงหน้าและเตรียมการป้องกันได้ทันท่วงที”
“ถ้าพวกเจ้าสร้างบ้านตรงเชิงเขา แม้จะสร้างก าแพงสูงแค่ไหน
หากชนเผ่าหมานอี๋มา พวกเจ้าจะไม่มีเวลาเตรียมตัวป้องกันเลยนะ”
แม้ผู้เฒ่าโจวจะอยากเปลี่ยนบ้านเก่า ๆ ของตระกูลให้เป็นเงิน แต่
ก็คิดว่าสมควรเตือนอีกฝ่ายสักหน่อย
การรับเงินเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ถ้าคนสกุลโม่อยู่ที่นั่นแล้วไม่
ปลอดภัย แม้จะได้เงินมา พวกเขาก็รู้สึกไม่สบายใจอยู่ดี
โม่จิ่วเยี่ยรู้ว่าหัวหน้าตระกูลทั้งสองเป็นคนใจดี และรู้สึกขอบคุณ
ที่พวกเขาเอ่ยเตือนด้วยความจริงใจ
แต่การรบกวนเพียงเล็กน้อยจากชนเผ่าหมานอี๋ไม่ได้อยู่ใน
สายตาเขาเลย
ตราบใดที่ในบ้านยังมีบุรุษสกุลโม่อยู่ แม้เพียงคนเดียว ชนเผ่า
หมานอี๋ที่มาเยือนก็จะต้องกลับไปมือเปล่า
เขายิ้มแล้วพูดว่า “ข้ามีแผนส าหรับเรื่องนี้ ถ้าเป็นไปได้ ข้าอยาก
ซื้อบ้านทั้งหมดที่อยู่ตรงเชิงเขานั่นเลย”
ยามนี้ ไม่เพียงผู้เฒ่าทั้งสองคนที่ร้อนรน แม้แต่โม่ชูหานก็รู้สึก
กังวลเล็กน้อย
ก่อนเขาจะขึ้นไปภูเขาวันนี้ ได้ตรวจสอบบริเวณเชิงเขาเป็น
พิเศษ
ที่นั่นมีบ้านร้างขนาดต่าง ๆ อยู่กันอย่างน้อยยี่สิบหลัง
น้องชายของข้าเสียสติไปแล้วหรือ นี่เขาคิดจะให้ทุกคนในบ้าน
อยู่กันคนละหลังเชียวหรือ
“น้องเก้า”
โม่จิ่วเยี่ยรู้ว่าพี่แปดมีข้อสงสัย แต่ตอนนี้ต่อหน้าคนนอกมากมาย
ไม่เหมาะที่จะอธิบายมากเกินไป
“พี่แปด รอให้ดึกสักหน่อย แล้วข้าจะอธิบายให้ท่านฟัง”
เมื่อเห็นน้องเก้าพูดแบบนี้ แม้โม่ชูหานจะมีข้อสงสัยมากมายก็
ต้องกลั้นเอาไว้ในใจ
ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นบุตรชายคนที่แปดมีท่าทีคัดค้าน จึงรีบออกปาก
ช่วยพูดแทนโม่จิ่วเยี่ย
“ชูหาน เจ้าฟังน้องเก้าของเจ้าเถอะ ตอนนี้สกุลโม่ของพวกเรา
อยู่ในการดูแลของสะใภ้เฮ่อ”
น้องสะใภ้เก้าเป็นผู้ดูแลบ้าน โม่ชูหานรู้เรื่องนี้ดี
น้องเก้าท าแบบนี้ ภรรยาเขาก็คงเห็นดีด้วยไม่น้อย
แต่เขาก็ยังคิดไม่ออกว่า คนในบ้านรวมทั้งพวกเหลียงห่าวก็มีไม่
ถึงยี่สิบคน แล้วจะซื้อบ้านไปมากมายขนาดนั้นท าไมกัน
แต่เพราะท่านแม่ออกปากช่วยน้องเก้า ก็แสดงว่าท่านแม่ก็
สนับสนุนน้องเก้ากับน้องสะใภ้เก้าด้วยเช่นกัน
ดังนั้นโม่ชูหานจึงตัดสินใจเฝ้าดูต่อไป
พี่ห้ารู้ว่าตัวเองสูญเสียความทรงจ า เขาจึงตัดสินใจจะไม่เข้าร่วม
ตัดสินใจเรื่องของครอบครัวจนกว่าจะความทรงจ าจะกลับมา
ในที่สุดผู้เฒ่าทั้งสองก็พบว่า คนที่มีอ านาจตัดสินใจในสกุลโม่
นอกจากสามีภรรยาโม่เหล่าจิ่วแล้ว ก็ยังมีหญิงชราคนนี้
เมื่อทั้งสามที่เป็นผู้น าต่างมีความเห็นเช่นนี้ ถ้าพวกเขายังจะพูด
อะไรอีก ก็จะดูเหมือนยุ่งวุ่นวายเกินไป
“เหล่าจิ่ว บ้านตรงเชิงเขาของตระกูลจ้าวมีเจ็ดหลัง ขนาดไม่
เท่ากัน ราคานั้นพวกเราไปดูสถานที่จริงก่อนแล้วค่อยตกลงกันดี
หรือไม่”
ผู้เฒ่าโจวก็พูดต่อ “บ้านของตระกูลโจวมีเก้าหลัง ราคาเท่ากัน ดู
แล้วค่อยเจรจาเถอะ ส่วนที่เหลืออีกห้าหลังเป็นของตระกูลชุย ถ้าพวก
เจ้าอยากซื้อก็ต้องไปพูดคุยกับคนตระกูลชุยเอง”