ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 209 อาหารที่เจ้าบ้านและแขกต่างพอใจ
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 209 อาหารที่เจ้าบ้านและแขกต่างพอใจ
โม่จิ่วเยี่ยพยักหน้า “ดี เรื่องบ้านไม่ต้องรีบ รอให้คดีของตระกูล
ชุยสิ้นสุดก่อน แล้วค่อยมาปรึกษากันอย่างละเอียดอีกที”
เซี่ยเทียนไห่กับฟางฉวนโจวเห็นคนสกุลโม่ใช้เวลาอาหารมื้อ
เดียวก็ซื้อที่ดินและบ้านได้มากมายขนาดนั้น ทั้งสองจึงรู้สึกร้อนใจ
ขึ้นมาทันที่
แต่พอนึกถึงบ้านเก่า ๆ ตรงเชิงเขา พวกเขาก็ไม่กล้าท าอย่าง
สกุลโม่ที่ซื้อมาแล้วสร้างใหม่โดยไม่คิดถึงเรื่องเงิน
เพราะพวกเขามีเงินอยู่จ ากัด ถ้าไปซื้อบ้านเก่ามาสร้างใหม่ก็
เท่ากับต้องเสียเงินสองต่อ
แทนที่จะท าแบบนั้น ยังไม่สู้ถามว่าบ้านที่พวกเขาอาศัยอยู่ตอนนี้
จะขายหรือไม่ อย่างน้อยก็จะประหยัดเงินน าไปซื้อที่ดินได้บ้าง
เมื่อโม่จิ่วเยี่ยพูดถึงเรื่องซื้อบ้าน ทั้งสองคนก็ถือโอกาสถาม
ออกไป
“ผู้เฒ่าจ้าว ไม่ทราบว่าบ้านที่พวกเราเช่าอยู่ตอนนี้ท่านจะขาย
หรือไม่”
ผู้เฒ่าจ้าวตอบ “บ้านที่ตระกูลเซี่ยเช่าอยู่เป็นของครอบครัวเรา
ข้าตัดสินใจได้ ถ้าราคาเหมาะสมก็จะขายแน่นอน ส่วนบ้านที่ตระกูล
ฟางอยู่เป็นของญาติ ข้าไม่กล้าตัดสินใจแทน ต้องสอบถามก่อนถึง
จะตอบท่านได้”
เซี่ยเทียนไห่ได้ยินว่าบ้านที่ตนเองอยู่ขายได้ ก็รู้สึกโล่งใจพร้อม
กับถามว่า “ไม่ทราบว่าบ้านที่พวกเราอยู่ราคาเท่าไหร่”
ผู้เฒ่าจ้าวคิดค านวณสักครู่ แล้วเอ่ยว่า “บ้านของข้ามีพื้นที่
มากกว่าหนึ่งหมู่ ตอนซื้อที่ดินและสร้างบ้านรวมแล้วใช้เงินไปสิบสอง
ต าลึง ตอนนี้บ้านหลังนั้นก็เก่าแล้ว ขายให้ท่านสิบสองต าลึงก็แล้ว
กัน”
เซี่ยเทียนไห่ครุ่นคิด บ้านของตระกูลจ้าวเพียงพอให้ครอบครัว
ของพวกเขาอยู่อาศัย สิบสองต าลึงส าหรับพวกเขาแม้จะไม่ใช่เงิน
จ านวนน้อย ๆ แต่ก็ยังถูกกว่าการสร้างบ้านใหม่
ไม่เพียงเท่านั้น พวกเขายังลดความยุ่งยากในการสร้างบ้านอีก
ด้วย
“ถ้าเช่นนั้น บ้านหลังนั้นตระกูลเซี่ยจะขอซื้อไว้”
พูดจบ เซี่ยเทียนไห่ก็ล้วงเงินสองแท่งจากอกเสื้อส่งให้ผู้เฒ่าจ้าว
“นี่คือเงินมัดจ า ท่านเก็บไว้ให้ดี”
แม้สะใภ้รองจะไม่รู้จุดประสงค์ของน้องเก้าที่ตัดสินใจซื้อบ้านเก่า
ตรงเชิงเขามากมายขนาดนั้น แต่นางรู้ดีว่าทุกการตัดสินใจของน้อง
เก้ากับภรรยาล้วนถูกต้อง
นางหวังจากใจจริงว่าญาติพี่น้องของตนจะได้ไปซื้อบ้านตรงเชิง
เขาเหมือนกับสกุลโม่
แต่เมื่อเห็นว่าบิดาจ่ายเงินมัดจ าไปแล้วอย่างรีบร้อน แม้สะใภ้รอง
จะกระวนกระวาย ก็ไม่กล้าเอ่ยเตือนต่อหน้าคนมากมายเช่นนี้
นางได้แต่กะพริบตามองบิดาไม่หยุด แต่น่าเสียดายที่เซี่ยเทียน
ไห่ไม่ได้มองไปทางโต๊ะฝ่ายหญิงเลย
สะใภ้รองกะพริบตาอยู่นาน สุดท้ายก็ได้แต่กะพริบตาอย่างเปล่า
ประโยชน์…
การที่ตระกูลฟางและตระกูลเซี่ยวางแผนจะซื้อบ้านที่พวกเขา
ก าลังเช่าอยู่นั้น โม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านต่างก็รู้สึกยินดี
ไม่ใช่ว่าพวกเขาเห็นแก่ตัว แต่เพราะพวกเขาวางแผนส าหรับการ
ใช้ประโยชน์จากที่ดินตรงเชิงเขาแล้ว
หากตระกูลเซี่ยและตระกูลฟางท าตามพวกเขา ด้วยการซื้อที่ดิน
และบ้านตรงนั้น แผนการก็จะต้องถูกปรับเปลี่ยนใหม่
เช่นนี้ก็ดีแล้ว สองตระกูลซื้อบ้านในหมู่บ้าน นอกจากจะประหยัด
เงินแล้ว ยังท าให้แผนการของพวกเขาส าเร็จด้วย
อาหารที่ทั้งเจ้าบ้านและแขกต่างพอใจ นอกจากจะแก้ปัญหาเรื่อง
การซื้อที่ดินส าหรับสร้างบ้านและที่ดินท ากินได้แล้ว การที่สกุลโม่ใจ
กว้างเลี้ยงอาหารในวันนี้ ยังท าให้ผู้เฒ่าจ้าวกับผู้เฒ่าโจวตระหนักได้
ถึงความสามารถของสกุลโม่ด้วย
เมื่อก่อนคนที่ถูกเนรเทศมาหมู่บ้านซีหลิ่ง ล้วนเป็นคนที่ไม่มีเงิน
จะประจบเอาใจชุยเหวิน ถึงได้ถูกชุยเหวินจงใจส่งมาที่นี่เพื่อให้คนใน
ตระกูลของเขารังแก
แต่คนสกุลโม่ต่างออกไป พวกเขาไม่ใช่ไม่มีเงินจะประจบประแจง
ชุยเหวิน แต่เป็นเพราะพวกเขาไม่คิดจะท า
ตระกูลเซี่ยและตระกูลฟางก็เช่นกัน พวกเขาติดตามสกุลโม่มา
หากมองเพียงผิวเผินอาจไม่แข็งแกร่งเท่าสกุลโม่ แต่คนที่สามารถซื้อ
บ้านและวางแผนจะซื้อที่นาดี ๆ จะขาดแคลนเงินเพียงเล็กน้อยที่จะใช้
ติดสินบนชุยเหวินได้อย่างไร
พอคิดดูอีกรอบแล้ว วันนี้สกุลโม่ซื้อที่ดินไปสี่สิบกว่าหมู่ในคราว
เดียว และดูท่าว่าพวกเขายังคิดจะซื้อที่ดินดี ๆ เพิ่มอีก
เห็นได้ชัดว่า พวกเขาก าลังวางแผนจะเป็นเศรษฐีที่ดินในหมู่บ้าน
ซีหลิ่ง
ในอดีตตระกูลชุยเคยเป็นเหมือนเศรษฐีในหมู่บ้านซีหลิ่ง ไม่เพียง
มีที่ดินมากมายจนใช้เพาะปลูกไม่หมด แต่ยังต้องบังคับคนจากสอง
ตระกูลไปท างานให้ด้วย
ถ้าเป็นเศรษฐีคนอื่นที่มีเหตุผล เวลาขอให้ชาวบ้านมาช่วย อย่าง
น้อยก็ต้องให้ค่าแรงวันละสิบเหวิน
พวกเขาหวังว่าสกุลโม่จะเป็นเศรษฐีที่ดี ถึงตอนนั้นคนจากสอง
ตระกูลก็จะออกแรงท างานมากขึ้น และสามารถหาเงินมาใช้จ่ายใน
ครอบครัวได้
คิดมาถึงตรงนี้ หัวหน้าตระกูลทั้งสองก็รู้สึกว่า วันหน้าจ าเป็น
จะต้องสร้างความสัมพันธ์อันดีกับ สกุลโม่
การร่วมทานอาหารในวันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี
ด้วยความคิดนี้ ผู้เฒ่าทั้งสองจึงลุกขึ้นยืนพร้อมเพรียงกัน พูดจา
สุภาพกว่าปกติหลายส่วน
“เหล่าจิ่ว ขอบคุณส าหรับการต้อนรับในวันนี้ ต่อไปหากมีเรื่อง
อะไรพวกเจ้าก็บอกมาได้เลย ตราบใดที่พวกเราท าให้ได้ ก็จะไม่
ละเลยอย่างแน่นอน ตอนนี้ดึกมากแล้ว พวกเจ้าก็ยุ่งมาทั้งวัน ควรรีบ
พักผ่อน”
เมื่อผู้เฒ่าจ้าวพูดจบ ผู้อาวุโสทั้งสองก็ลุกขึ้นบอกลา
ฟางฉวนโจวกับเซี่ยเทียนไห่เห็นดังนั้นจึงลุกขึ้นยืนตาม
หลังกล่าวขอบคุณสกุลโม่ส าหรับการต้อนรับ พวกเขาก็ออกไป
พร้อมกับหัวหน้าตระกูลทั้งสอง
เมื่อส่งแขกกลับไปแล้ว พี่สะใภ้ทั้งหลายก็ช่วยกันเก็บถ้วยชาม
พี่สะใภ้แปดถือจานเปล่าสองใบเดินไปที่ครัว เอ่ยวิจารณ์อาหาร
มื้อนี้ไม่หยุด
“น้องสะใภ้เก้า ข้าไม่รู้จริง ๆ ว่าในหัวของเจ้ามีอะไรบ้าง ถึงคิดวิธี
กินข้าวแบบนี้ขึ้นมาได้ เอาวัตถุดิบมาวางบนโต๊ะแล้วลวกกิน เนื้อวัว
กับเนื้อแกะก็นุ่มมาก กินแล้วเคี้ยวเพลินจริง ๆ อีกทั้งพวกเครื่องในที่มี
กลิ่นแรง ๆ ตอนแรกข้ายังไม่รู้ว่าจะกลืนลงคออย่างไร แต่พอได้ชิมค า
แรกก็หยุดมือไม่ได้เลย”
“มันเทศกับมันฝรั่งก็อร่อยมาก ข้าชอบรสสัมผัสแบบนั้นที่สุด”
“แล้วก็นะน้องสะใภ้เก้า ท าไมเจ้าถึงท าพวกของทะเลเปลือกแข็ง
ให้อร่อยได้ขนาดนั้น ถ้ามีเวลาเจ้าต้องสอนข้านะ ข้าจะได้ท าไปอวด
ฝีมือให้พี่แปดของเจ้าบ้าง…”
พี่สะใภ้แปดพูดจาไม่หยุด ราวกับเข้าไปในใจของพี่สะใภ้ทุกคน
สะใภ้คนอื่นแม้จะไม่ได้แสดงออกเหมือนสะใภ้แปด แต่ในใจก็คิด
อย่างเดียวกัน
ขณะที่บรรดาพี่สะใภ้ก าลังล้างชามอยู่ในครัว พวกนางก็ไม่ลืม
หยิบมันฝรั่งและมันเทศขึ้นมาดู ราวกับได้รับของล ้าค่ามาครอบครอง
เฮ่อจือหร่านเห็นพี่สะใภ้สนใจ จึงถามอย่างหยอกล้อว่า “พี่สะใภ้
ยังมีที่ว่างในท้องอีกหรือไม่”
“น้องสะใภ้เก้า เจ้าจะท าอาหารอร่อย ๆ ให้พวกเราอีกหรือ”
พี่สะใภ้รองตบท้องกลมของตัวเองแล้วยิ้มพูดว่า “ข้ายังมีที่ว่างอีกนิด
หน่อย แต่ส าหรับของอร่อยเท่านั้นนะ”
ค าพูดของพี่สะใภ้รองท าให้ทุกคนต่างหัวเราะ
ทุกคนล้วนบอกว่าถ้าเป็นของอร่อย พวกนางก็ยังกินต่อได้อีก
เล็กน้อย
เฮ่อจือหร่านเห็นดังนั้น จึงหยิบมันเทศและมันฝรั่งโยนเข้าไปใน
เตาไฟที่ยังไม่ดับ
ไฟแบบนี้เหมาะส าหรับย่างมันเทศและมันฝรั่ง ไฟไม่แรงเกินไป
และก็ยังไม่มอดในเร็ว ๆ นี้
เมื่อเห็นการกระท าของเฮ่อจือหร่าน พี่สะใภ้ทั้งหลายก็ตะลึงงัน
ทันที่
“น้องสะใภ้เก้า ของดี ๆ แบบนี้เจ้าจะโยนเข้าไปในเตาไฟท าไม
น่าเสียดายเหลือเกิน” พี่สะใภ้ใหญ่ถือตะขอเหล็กไว้ในมือ รู้สึก
เสียดายจึงก้าวเข้าไปจะเขี่ยเอามันเทศและมันฝรั่งออกมาจากเตา
เฮ่อจือหร่านรีบห้ามนางไว้ “พี่สะใภ้ใหญ่ นี่ข้าก าลังท าของอร่อย
อยู่นะ ไม่ได้ทิ้งอาหารไปเปล่า ๆ หรอกเจ้าค่ะ”