ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 210 ท่านอย่าขายกระต่ายพวกนี้ได้หรือไม่
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 210 ท่านอย่าขายกระต่ายพวกนี้ได้หรือไม่
พี่สะใภ้ใหญ่ยังคงงุนงงอยู่บ้าง ตามความเข้าใจของนาง ไม่ว่าจะ
โยนอะไรเข้าไปในเตาไฟ สุดท้ายก็จะถูกเผาจนเป็นเถ้าถ่านทั้งสิ้น
น้องสะใภ้เก้ากลับบอกว่าก าลังท าของอร่อย…
พี่สะใภ้หกซึ่งปกติพูดน้อยที่สุดเดินเข้ามา แล้วดึงพี่สะใภ้ใหญ่ที่
ก าลังสับสนไปด้านข้าง
“พี่สะใภ้ใหญ่ ท่านต้องเชื่อใจน้องสะใภ้เก้าสิเจ้าคะ นางเคยท า
อะไรโดยที่ไม่มั่นใจบ้างหรือ”
“จริงด้วย น้องสะใภ้เก้าท าอะไรก็รอบคอบเสมอ ข้าคิดมากไป
เอง” พี่สะใภ้ใหญ่รู้สึกเขินอายเล็กน้อย จึงโยนตะขอเหล็กไปด้านข้าง
แล้วล้างชามต่อ
ฝ่ายโม่จิ่วเยี่ยก็ไม่ได้อยู่เฉย พาเหลียงห่าวและคนอื่น ๆ ช่วยกัน
ขนโต๊ะเก้าอี้ที่ยืมมาไปคืนที่หมู่บ้าน
โม่ชูหานไปจัดการสัตว์ที่ล่ามาได้อยู่ลานด้านหลัง
เขาเห็นแล้วว่าน้องสะใภ้เก้าเป็นคนดูแลเรื่องของที่บ้านจริง ๆ แต่
แม้เงินที่ใช้จ่ายก็ล้วนมาจากน้องสะใภ้เก้าด้วย
ตอนนี้เขายังไม่ได้ไปรับต าแหน่งที่ที่ว่าการอ าเภอ จึงถือโอกาสนี้
ออกล่าสัตว์ให้มาก ๆ เพื่อแลกกับเงิน แล้วค่อยมอบให้น้องสะใภ้เก้า
จัดการต่อไป
คนที่เป็นพี่ชาย เมื่อใช้เงินของคนเป็นน้อง ย่อมรู้สึกไม่สบายใจ
หากมีงานอะไรที่พอจะช่วยได้ เขาก็ไม่อยากอยู่เฉย ๆ
โม่หานเยี่ยมองพี่แปดจัดการกับแพะป่ากับไก่ป่าที่ลานด้านหลัง
เสร็จ จากนั้นเขาก็เดินตรงไปยังห้องหนึ่ง นางรู้สึกร้อนใจขึ้นมาทันที่
“พี่แปด! พวกกระต่ายน้อยน่ารักมากนะ ข้าขอร้อง อย่าเอามัน
ไปขายเลย”
โม่ชูหานไปที่ห้องนั้นก็เพื่อจุดประสงค์นี้จริง ๆ
เขาตั้งใจจะเอาเชือกมามัดกระต่ายป่าพวกนั้น แล้วพรุ่งนี้เช้าจะ
ได้เอาไปขายในเมืองพร้อมกับสัตว์ตัวอื่นเพื่อแลกเงิน
หากเป็นเมื่อก่อน ในบ้านมีน้องสาวเพียงคนเดียว พวกพี่ชายก็
ท าได้แค่ตามใจนาง
แต่ตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว พวกเขาไม่ใช่คนสูงศักดิ์ในเมือง
หลวงอีกต่อไป และน้องสาวก็ไม่ใช่คุณหนูจากตระกูลใหญ่ที่ร ่ารวย
อีก
ชีวิตในอนาคตต้องอาศัยความพยายามของทุกคน
“หานเยี่ย เจ้าเป็นหญิงสาวแล้วนะ อย่าท าตัวเหลวไหลสิ”
โม่หานเยี่ยยื่นปากน้อย ๆ ยืนขวางหน้าประตู ไม่ยอมให้โม่ชูหาน
เข้าไปแตะต้องกระต่ายพวกนั้น
“พี่แปด ครั้งนี้ถือว่าข้าจะขอร้อง ท่านอย่าขายกระต่ายพวกนี้ได้
หรือไม่”
โม่ชูหานเห็นน้องสาวดื้อดึงอีกรอบ จึงได้แต่อดทนอธิบายเหตุผล
กับนาง
“หานเยี่ย ฟังข้านะ พวกเราไม่อาจเลี้ยงดูกระต่ายพวกนี้ได้
หรอก”
โม่หานเยี่ยงุนงง “พวกมันยังแข็งแรงดีอยู่เลย ท าไมถึงเลี้ยงไม่ได้
เล่า”
“ฟันของกระต่ายแข็งแรงมาก แม้จะขังไว้ในกรง พวกมันก็จะกัด
กรงและหนีไปได้ แทนที่จะปล่อยให้กระต่ายป่าพวกนี้หนีไป ไม่สู้เอา
มันไปขายแลกเงินจะดีกว่า”
ค าพูดเหล่านี้โม่ชูหานไม่ได้พูดตามที่ได้ยินมา ตอนเขาอยู่
ชายแดน เคยล่ากระต่ายป่ามาบ้าง ตั้งใจว่าจะเลี้ยงไว้ รอให้ทหาร
กลับมาอย่างมีชัยแล้วค่อยเอามาท าอาหาร
ใครจะรู้ว่าไม่ถึงสองวัน กระต่ายพวกนี้ก็หนีไปหมด ยังทิ้งรอยกัด
ไว้ทั่วทุกที่อีกด้วย
โม่หานเยี่ยยังอยากจะโต้แย้ง แต่ในใจก็รู้ว่าสิ่งที่พี่แปดพูดคงจะ
เป็นความจริงทั้งหมด
ชั่วขณะนั้นนางถึงกับพูดอะไรไม่ออก ด้วยความร้อนใจจึงร้องไห้
ออกมา
เมื่อได้ยินเสียงร้องไห้ของโม่หานเยี่ย ฮูหยินผู้เฒ่าพร้อมด้วย
พี่สะใภ้ที่ก าลังยุ่งอยู่ในครัวต่างพากันวิ่งออกมาดู
สิ่งแรกที่เห็นคือโม่ชูหานก าลังพยายามปลอบโยนโม่หานเยี่ยอยู่
ตรงนั้น
“หานเยี่ย เจ้าอย่าร้องไห้สิ พี่แปดผิดเอง ถ้าเจ้าชอบกระต่ายพวก
นี้จริง ๆ ก็เก็บไว้เลี้ยงสักตัวดูก็ได้”
ในสถานการณ์แบบนี้ ทุกคนคงคิดว่าโม่ชูหานท าให้โม่หานเยี่ย
ร้องไห้แล้ว
“ท่านพี่ อย่าแกล้งหานเยี่ยสิ” พี่สะใภ้แปดพูดพลางก้าวมายืน
ระหว่างคนทั้งสอง
นางยืนเท้าเอว ท่าทางเหมือนจะเรียกร้องความยุติธรรมจากโม่ชู
หาน
เมื่อเห็นว่ามีคนเข้าข้าง โม่หานเยี่ยก็หยุดร้องไห้ทันที่ ความจริง
แล้วนางแค่แกล้งท า พอจะหยุดก็หยุดเร็วมาก
“พี่สะใภ้แปด ท่านดูพี่แปดสิเจ้าค่ะ เขาโหดร้ายมาก จะเอา
กระต่ายน้อยพวกนี้ไปขายแล้ว”
ตอนนี้ทุกคนก็เข้าใจสาเหตุที่สองพี่น้องทะเลาะกันแล้ว
ฮูหยินผู้เฒ่ากับพวกพี่สะใภ้ล้วนเคยเป็นคุณหนูที่ไม่เคยต้อง
ท างานบ้าน พวกนางจึงไม่รู้เรื่องการเลี้ยงกระต่ายป่า
ดังนั้นทุกคนจึงเห็นพ้องต้องกันว่าโม่ชูหานเป็นฝ่ายผิด
พี่สะใภ้สามยิ่งท ายิ่งกว่านั้น นางล้วงเงินห้าต าลึงออกมาจากอก
เสื้อแล้วยัดใส่มือโม่ชูหานทันที่
“น้องแปด ข้าขอซื้อกระต่ายป่าพวกนี้ทั้งหมด เจ้าเก็บเงินไว้ให้ดี
ๆ นะ”
จริง ๆ เลยเชียว เขากล้าดีอย่างไรมารังแกน้องสาวสุดที่รักของ
พวกนาง เรื่องนี้ยอมไม่ได้เด็ดขาด
พี่สะใภ้คนอื่นแม้จะไม่ได้ท าอย่างสะใภ้สาม แต่ก็แสดงตัวว่า
ปกป้องโม่หานเยี่ยกันหมด
มีเพียงเฮ่อจือหร่านเท่านั้นที่ไม่ได้ท าเหมือนพี่สะใภ้คนอื่น
ส าหรับกระต่ายป่าพวกนั้น นางมีแผนในใจอยู่แล้ว
ด้วยเหตุนี้พอนางเห็นโม่หานเยี่ยอุ้มกระต่ายป่า นางก็ได้ซื้อลูก
กระต่ายร้อยตัวเลี้ยงไว้ในพื้นที่มิติแล้ว
นี่คือก้าวแรกในแผนการหาเงินของนาง
ไม่ต้องออกไปข้างนอก อยู่ที่บ้านก็ท าได้
นิสัยของกระต่าย นางก็เคยศึกษามาบ้างแล้ว
กระต่ายป่านั้นแท้จริงแล้วมีนิสัยดุร้ายและยากจะฝึก การจะเลี้ยง
ดูไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสามารถในการหลบหนีของ
กระต่ายป่า อาจกล่าวได้ว่าหาทางป้องกันได้ยากมาก
อย่างไรก็ตาม กระต่ายที่เกิดในพื้นที่มิตินั้นแตกต่างออกไป พวก
มันถูกเลี้ยงดูในพื้นที่จ ากัดตั้งแต่เล็ก และคุ้นเคยกับการใช้ชีวิตแบบนี้
อาจกล่าวได้ว่าพวกมันไม่เคยคิดจะหลบหนีไปไหนเลย
ไม่เพียงเท่านั้น กระต่ายที่เกิดในพื้นที่มิติไม่ค่อยเจ็บป่วยง่ายและ
เลี้ยงง่ายมาก
เพียงแค่นางปลูกผักกาดขาวและแคร์รอตเป็นครั้งคราว และ
หลังจากเก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วงแล้ว ก็สามารถเพิ่มข้าวโพดให้ได้
บ้าง ยิ่งฤดูร้อนยิ่งง่ายกว่า พอเพียงอยู่ใกล้กับภูเขา ก็ถอนหญ้ามา
เลี้ยงพวกมันได้
อีกทั้งกระต่ายใช้เวลาเพียงหกเดือนก็โตเต็มวัย และยัง
ขยายพันธุ์รวดเร็วมาก
โดยเฉพาะในช่วงที่เป็นฤดูว่างเว้นจากการท าเกษตร การเลี้ยง
สัตว์ที่บ้านจึงเป็นวิธีการที่ดีมาก
สิ่งที่ส าคัญที่สุดคือ คุณค่าของกระต่ายในมือนางเกินกว่าที่จะ
จินตนาการได้
ขนของกระต่ายสามารถน ามาใช้ท าตุ๊กตา ซึ่งเป็นสิ่งที่เฮ่อจือห
ร่านวางแผนไว้ตั้งแต่แรก
ถังหมิงรุ่ยสามารถท าให้การค้าตุ๊กตาเติบโตได้อย่างรวดเร็ว หาก
ไม่ใช่เพราะที่นี่ขาดแคลนสินค้า ไม่ต้องสงสัยเลยว่าข้อตกลงระหว่าง
พวกเขาจะท าก าไรได้อย่างงดงามแค่ไหน
นอกจากนี้ในชาติก่อนก็มีการพิสูจน์แล้วว่า ตุ๊กตาที่ท าจากหนัง
กระต่ายไม่เพียงมีราคาที่สูงกว่าตุ๊กตาที่ท าจากผ้าขนสัตว์เทียม แต่ยัง
ดูน่าดึงดูดใจมากกว่าด้วย
นางมั่นใจว่าตุ๊กตาที่ท าจากขนกระต่ายจะต้องท าก าไรได้อย่าง
แน่นอน และไม่ต้องห่วงเรื่องวัสดุจะเสื่อมสภาพด้วย
ส่วนเนื้อกระต่าย วิธีการที่ง่ายที่สุดคือท าเป็นกระต่ายผัด
เปรี้ยวหวานใส่พริกแห้งขาย ก าไรจะยิ่งเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว
ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด ถ้าไม่อยากท าอะไรมาก ก็แค่ขายเนื้อ
ตามราคาปกติ ก็ยังได้ก าไรในระยะยาว
ดังนั้นแผนการของเฮ่อจือหร่านจะสามารถสร้างก าไรให้กับ
ครอบครัวได้มากแน่นอน
เมื่อเห็นว่าพี่แปดถูกพี่สะใภ้ทั้งหลายพูดจนไม่รู้จะโต้แย้งอย่างไร
เฮ่อจือหร่านก็เอ่ยขึ้น
“พี่สะใภ้ทั้งหลาย หานเยี่ย ข้าเองก็คิดว่าไม่จ าเป็นต้องเก็บ
กระต่ายป่าพวกนี้ไว้”
กล่าวจบ สายตาของทุกคนก็หันมามองที่นางพร้อมกัน
“พี่สะใภ้เก้า ท่านก็เห็นด้วยกับพี่แปดว่าจะขายกระต่ายน้อยพวก
นั้นหรือ” โม่หานเยี่ยถามด้วยน ้าเสียงสะอื้น
เฮ่อจือหร่านก้าวเข้าไปตบไหล่โม่หานเยี่ยเบา ๆ แล้วพูดอย่าง
นุ่มนวลว่า “หานเยี่ย พี่สะใภ้เคยอ่านเจอในหนังสือว่า การเลี้ยง
กระต่ายป่าให้รอดนั้นยาก แทนที่จะเป็นอย่างนั้น ไม่สู้เอามันไปแลก
กับเงินจะดีกว่า”