ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 221 การตามใจที่ไร้ขอบเขต
พอพูดถึงลานบ้านที่ถูกทิ้งร้างเหล่านั้น อาจเป็นเพราะพวกเขา
ค านึงว่าในบ้านมีคนเก้าคน ไม่ว่าจะมีคนมากหรือน้อย หากวันหนึ่ง
พวกเขาตัดสินใจแยกบ้านออกไป การมีบ้านไว้หลายหลังก็นับว่าเป็น
ประโยชน์
เขาพยายามอย่างยากล าบากเพื่อเข้าใจเหตุผลที่สกุลโม่ซื้อที่ดิน
และบ้านไว้มากมายขนาดนี้ แต่พอโม่จิ่วเยี่ยเอ่ยปาก ก็ดูเหมือนจะท า
ให้เขาตกใจอีกครั้ง
“พี่เก้า ภูเขารกร้างตรงนั้นก็ไม่สามารถเพาะปลูกได้ ท่านจะซื้อ
มาเพื่ออะไร”
โม่จิ่วเยี่ยรู้ว่าเมื่อเขาพูดถึงการซื้อภูเขา อีกฝ่ายก็จะมีความคิด
แบบนี้
อย่างไรก็ตามสิ่งที่พวกเขาจะท าในอนาคตก็ต้องถูกเปิดเผยอยู่
แล้ว ตอนนี้จึงไม่จ าเป็นต้องปิดบังอีกต่อไป
“ภรรยาของข้าได้ตกลงกับชาวต่างชาติคนนั้นไว้ หากเขามาที่นี่
ครั้งหน้า จะน าไม้ผลที่พิเศษจากบ้านเกิดของพวกเขามาด้วย ได้ยิน
ว่าต้นไม้เหล่านั้นส่วนใหญ่เติบโตบนภูเขา ข้าจึงตัดสินใจซื้อภูเขาสัก
ลูกเพื่อทดลองปลูกมันดู”
การอธิบายของเขาไม่ได้ช่วยอะไรมาก ตอนนี้ไม่เพียงเมิ่งไห่หนิง
ที่ไม่เข้าใจ แม้แต่โม่ชูหานก็ไม่เห็นด้วย
“น้องเก้า ข้ารู้ว่าก่อนถูกเนรเทศตระกูลเดิมของน้องสะใภ้ให้เงิน
นางมาไม่น้อย หากมีเงินนางก็ควรเก็บไว้เผื่อยามฉุกเฉิน ไม่ต้องพูด
ถึงว่าชาวต่างชาติคนนั้นจะส่งต้นกล้าไม้ผลมาจริงหรือไม่ ต่อให้อีก
ฝ่ายจะมาจริง ๆ สภาพอากาศของซีเป่ยก็อาจจะไม่เหมาะสมส าหรับ
การเพาะปลูกมัน”
เรื่องแบบนี้โม่จิ่วเยี่ยไม่อาจอธิบายได้มากนัก มีเพียงเขาเท่านั้นที่
รู้ว่าเมล็ดพันธุ์ไม้ผลในพื้นที่มิติของภรรยาไม่ได้เลือกสภาพอากาศ
หรือคุณภาพของดิน
“พี่แปด เรื่องที่หร่านหร่านอยากท า ก็ปล่อยให้นางท าตามใจสัก
ครั้งเถอะ”
หากน้องชายตามใจภรรยา แล้วพี่ชายอย่างเขาจะพูดอะไรได้อีก
เล่า
โม่ชูหานจึงปิดปากเงียบ
เมิ่งไห่หนิงเห็นโม่จิ่วเยี่ยพูดถึงขนาดนี้แล้ว เขาในฐานะคนนอกก็
ไม่จ าเป็นต้องทักท้วงอีกต่อไป
“ทางการมีกฎระเบียบมาตั้งแต่ไหนแต่ไรว่า ราคาขายที่ดินบน
ภูเขาเท่ากับราคาของที่ดินรกร้าง คือหนึ่งต าลึงต่อหนึ่งหมู่ แต่เรื่องนี้
พี่เก้าไม่ต้องกังวล ตอนที่ข้าส่งคนมาวัดพื้นที่ ก็จะเพิ่มเติมตัวเลขให้
สิ่งที่ข้าท าได้ก็มีเพียงเท่านี้ หวังว่าพวกท่านจะปลูกผลไม้นี้ได้ส าเร็จ”
“ส่วนที่ดินรกร้างทางเหนือ ตอนน้องชายเมิ่งส่งคนมา ก็วัดพื้นที่
ตรงนั้นไปพร้อมกันเลยแล้วกัน” โม่จิ่วเยี่ยพูดต่อ
“เรื่องนี้ไม่มีปัญหา พรุ่งนี้ข้าจะส่งคนมาวัดพื้นที่”
หยุดไปครู่หนึ่ง เมิ่งไห่หนิงพลันอดไม่ไหวจึงถามออกมา
“พี่เก้า ท่านซื้อที่ดินรกร้างมากมายขนาดนี้ อีกหลายปีก็ยังไม่
สามารถท าให้มันอุดมสมบูรณ์ได้ ท าไมไม่รอให้ตระกูลชุยขายที่ดินดี
ๆ ก่อนแล้วค่อยลงมือ”
โม่จิ่วเยี่ยรู้ว่าเมิ่งไห่หนิงพูดแบบนี้ก็เพราะหวังดีกับเขา
หากเป็นคนอื่นที่ซื้อที่ดินรกร้างมากมายขนาดนี้ เขาก็คงจะ
สงสัยเช่นกัน
พูดมาถึงตรงนี้แล้ว โม่จิ่วเยี่ยก็ไม่คิดจะปิดบังอะไร
“ภรรยาของข้าซื้อเมล็ดพันธุ์ที่ให้ผลผลิตสูงมาจากชาวต่างชาติ
ว่ากันว่าเมล็ดพันธุ์เหล่านั้นไม่เลือกดินที่ปลูก นางอยากลองปลูก ข้า
ก็ต้องสนับสนุนนางเป็นธรรมดา”
พี่สะใภ้เก้าอีกแล้ว…
ตั้งแต่รู้จักกันมา เมิ่งไห่หนิงก็เห็นแล้วว่าพี่เก้าเป็นคนตามใจ
ภรรยา แต่ดูตอนนี้สิ เขาไม่ใช่แค่ตามใจ
แต่เป็นการตามใจที่ไร้ขอบเขตเลยทีเดียว!
เมื่อเห็นท่าทีของพี่เก้าที่เด็ดเดี่ยวเช่นนั้น ค าพูดที่เมิ่งไห่หนิง
อยากจะเอ่ยเตือนก็ถูกกลืนกลับลงท้องทันที่
“ถ้าพี่เก้าคิดว่าเหมาะสม ก็ท าเถอะขอรับ…”
โม่จิ่วเยี่ยรู้ดีว่าแม้เมิ่งไห่หนิงจะพูดเช่นนั้น แต่เขาก็คงยังไม่เห็น
ด้วยกับเรื่องนี้
ไม่ส าคัญว่าคนอื่นจะคิดอย่างไร หร่านหร่านของเขามักจะพูด
ด้วยข้อเท็จจริงเสมอ
ส่วนบ้านเรือนที่ร้างไม่กี่หลังของตระกูลชุยตรงเชิงเขา เขาเชื่อว่า
อีกไม่นานอีกฝ่ายก็จะมาขอร้องให้พวกเขาซื้อเอง
สุดท้ายแล้ว เรื่องที่พวกเขาซื้อบ้านของตระกูลจ้าวและตระกูล
โจวก็ไม่ใช่ความลับอะไร
คงมีแต่พวกเขาเท่านั้นที่จะยอมควักเงินซื้อบ้านทรุดโทรมอย่าง
นั้น
หลังจากพวกเขาคุยกันในห้องสักพัก พี่สะใภ้ใหญ่กับพี่สะใภ้คน
รองก็ยกชาที่เฮ่อจือหร่านเพิ่งชงเสร็จเข้ามา
นี่เป็นครั้งแรกที่ในบ้านได้ชงชา ใบชามาจากพื้นที่มิติของเฮ่อจื
อหร่าน เป็นชาปี้หลัวชุนที่นางปลูกเองบนเนินเขาในพื้นที่มิติ
เพาะปลูก แล้วใช้แผงควบคุมจัดการคั่วและแปรรูป รสชาติไม่อาจ
เทียบได้กับชาปี้หลัวชุนทั่วไปเลย
โดยเฉพาะในยุคนี้ วิธีการคั่วใบชายังล้าหลัง และยังไม่มีชาปี้
หลัวชุนชนิดนี้ปรากฏ
เมื่อนางน าชาปี้หลัวชุนออกมา มันจึงเป็นของชั้นเลิศในบรรดา
ของชั้นเลิศทั้งหลาย
ในบ้านยังไม่ทันได้ซื้อเครื่องเรือน ทุกคนจึงต้องนั่งบนเตียงอุ่น
กันหมด
พี่สะใภ้ใหญ่กับพี่สะใภ้คนรองวางชาลงข้างเตียงอุ่น
ชุดน ้าชาดูใหม่มาก เป็นชุดน ้าชาโบราณจ าลองราคาไม่แพงที่
เฮ่อจือหร่านซื้อมาจากร้านค้าในเถาเป่า
โม่จิ่วเยี่ยหยิบกาน ้าชาขึ้นมารินให้
เมื่อน ้าชาไหลออกมา กลิ่นหอมของมันก็คลุ้งกระจายไปทั่วห้อง
โม่ชูหานกับเมิ่งไห่หนิงล้วนมาจากตระกูลผู้ดี การแยกแยะ
คุณภาพของชาจึงไม่ใช่เรื่องยากส าหรับพวกเขา
“ชาชั้นดี…”
เมิ่งไห่หนิงมีงานอดิเรกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตคือการดื่มชา เมื่อ
ได้กลิ่นหอมของชาเช่นนี้ เขาก็อดชื่นชมไม่ได้
“พี่เก้า ชานี้คงไม่ได้ซื้อมาจากชาวต่างชาติใช่หรือไม่”
ที่เขาพูดอย่างนี้ก็เพราะในราชวงศ์ต้าซุ่นยังไม่เคยพบเจอชาชั้น
ดีเช่นนี้มาก่อน
ใบชาสีเขียวอ่อนในน ้า ดูก็รู้ว่าเป็นส่วนที่อ่อนที่สุดที่คัดสรรมา
อย่างพิถีพิถัน
สามารถเดาได้ว่าชานี้มีค่ามากเพียงใด
โม่ชูหานค่อนข้างตรงไปตรงมา เมื่อมีชาชั้นดีก็ต้องลองดื่มสัก
หน่อย
เป็นครั้งแรกที่โม่จิ่วเยี่ยได้ดื่มชาที่ภรรยาปลูกในพื้นที่มิติ เขา
เห็นทั้งสองคนร้อนใจ จึงยกถ้วยชาขึ้นพลางท าท่าเชิญ
“พี่แปดกับน้องชายเมิ่งลองดื่มชานี้ดูว่าเป็นอย่างไร”
พอเขาพูดจบ ทั้งสองก็จิบชาเบา ๆ
“รสชาติตอนดื่มเข้าไปมีกลิ่นหอมละมุน นุ่มลิ้น เย็นสดชื่น
รสชาติสดใหม่ หวานละมุน หลังดื่มก็มีรสหวานติดอยู่นาน กลิ่นหอม
ชวนดื่มมาก” เมิ่งไห่หนิงกล่าวค าวิจารณ์มากมาย
โม่ชูหานก็พยักหน้าไม่หยุด “เป็นชาที่ดีจริง ๆ สดชื่นชุ่มคอ หลัง
ดื่มก็ยังมีรสหวาน”
พี่สะใภ้ใหญ่กับพี่สะใภ้คนรองได้ลิ้มลองตั้งแต่ตอนที่น้องสะใภ้
เก้าชงชาเสร็จใหม่ ๆ พวกนางต่างก็รู้สึกว่านี่เป็นชาที่อร่อยที่สุดเท่าที่
เคยดื่มมาในชีวิต
ด้วยเหตุนี้ทั้งสองคนที่น าชามาให้จึงยังไม่รีบออกไป พวกนาง
ต้องการดูปฏิกิริยาของบุรุษเหล่านี้
และเป็นไปตามที่พวกนางคาดไว้ ชาแบบนี้จะมีใครบ้างที่ไม่
ชอบ?
สะใภ้คนรองยกยิ้มพลางกล่าวว่า “น้องสะใภ้เก้าช่างใจกว้างจริง
ๆ ถ้าเป็นคนทั่วไป หากมีชาดี ๆ แบบนี้คงเสียดายจนไม่อยากน าออก
มาแล้ว”
สะใภ้ใหญ่ก็พูดเสริมว่า “ใช่แล้ว ได้ยินน้องสะใภ้เก้าบอกว่า ชานี้
นางมีเพียงสองห่อเท่านั้น พอดื่มหมดก็จะไม่มีให้ดื่มอีก”
เมิ่งไห่หนิงที่เดิมคิดว่าตอนขากลับจะขอชาชั้นดีนี้จากเฮ่อจือห
ร่านไปดื่มต่อบ้าง พอได้ยินสองพี่สะใภ้พูดอย่างนี้ก็รู้สึกท้อใจทันที่
อีกฝ่ายมีของแค่สองห่อ ตัวเขาเองคงไม่กล้าเอ่ยปากขอแล้ว
สะใภ้ใหญ่และสะใภ้รองไม่รู้ความคิดของเมิ่งไห่หนิง จุดประสงค์ที่
พวกนางพูดแบบนี้ก็เพื่อเอาใจน้องสะใภ้เก้าเท่านั้น
ตอนนี้บรรลุเป้าหมายแล้ว ทั้งสองจึงไม่คิดจะอยู่ต่อ พวกนาง
กล่าวลาจากนั้นก็ออกไป
บุรุษสามคนดื่มชาจนหมดกาแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกอยากดื่มต่ออีก
โชคดีที่ตอนนี้ด้านนอกก าลังเตรียมอาหาร
เรื่องอาหารยังมีเฮ่อจือหร่านเป็นหัวหน้าแม่ครัว ส่วนพี่สะใภ้
ทั้งหลายก็เป็นผู้ช่วย อีกทั้งยังมีวัตถุดิบพิเศษมากมาย หากไม่อร่อยก็
คงเป็นไปไม่ได้
พี่ห้าพาเหลียงห่าวและคนอื่น ๆ ไปยืมโต๊ะเก้าอี้มาจากคนใน
หมู่บ้านอีกครั้ง จัดวางอาหารแปดอย่างกับน ้าแกงหนึ่งถ้วยบนโต๊ะ
พาลให้ทุกคนได้เปิดหูเปิดตาอีกครั้ง