ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 230 พวกเขาสมควรได้ลิ้มรสการถูกหลอกลวง
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 230 พวกเขาสมควรได้ลิ้มรสการถูกหลอกลวง
เฮ่อจือหร่านเอ่ยด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน “ข้าอยู่นี่”
ผู้เฒ่าตระกูลชุยเห็นว่าคนที่ตอบเป็นหญิงสาว จึงรู้สึกราวกับว่า
ตนถูกหลอก
“ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นคนบ้านสกุลโม่ แต่การซื้อที่ดินเป็นเรื่องใหญ่ เจ้า
จะตัดสินใจเองได้หรือ”
เฮ่อจือหร่านรู้สึกขบขันที่ถูกคนสงสัย แต่นางไม่มีอารมณ์จะมา
ถกเถียงกับคนตระกูลชุยตรงนี้
“ข้าไม่สนใจที่ดินของพวกท่านหรอก”
ผู้เฒ่าตระกูลชุยเห็นเฮ่อจือหร่านอายุน้อยแต่ปากกล้าไม่เบา
รอยยิ้มบนใบหน้าเขาก็หายไปทันที่
“หึ ข้าเองก็เห็นว่าเจ้าไม่ใช่คนที่จะตัดสินใจอะไรได้ ข้าไม่คุยกับ
เจ้าแล้ว”
จากนั้นเขาก็หันไปมองเซี่ยเทียนไห่กับฟางฉวนโจว “สองท่านนี้
จะซื้อที่ดินและบ้านของพวกข้าหรือไม่”
เซี่ยเทียนไห่เอ่ยว่า “ต้องดูราคาที่ดินของท่านก่อน ถ้าหมู่ละสิบ
สองต าลึง พวกเราก็ไม่สนใจหรอก”
ก่อนหน้านี้เขาได้สืบมาแล้วว่า ที่ดินท ากินชั้นดีในหมู่บ้านซีหลิ่ง
มีราคาเพียงหมู่ละแปดต าลึง
ส่วนเรื่องบ้านเรือนเหล่านั้น ไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาต้องการ เพราะ
ไม่กี่วันก่อนพวกเขาได้ซื้อบ้านที่ก าลังเช่าอยู่แล้ว
ตอนนี้แค่ซื้อที่ดินท ากินเพิ่มอีกไม่กี่หมู่ แล้วให้บุรุษในบ้าน
ออกไปหางานท าในช่วงว่างเว้นจากงานเพาะปลูก ก็น่าจะพอเลี้ยง
ปากเลี้ยงคนท้องทั้งครอบครัวได้แล้ว
ผู้เฒ่าชุยเห็นว่าอีกฝ่ายสนใจซื้อที่ดิน ก็กลัวว่าพวกเขาจะตกใจ
กับราคาสิบสองต าลึงแล้วหนีไป จึงรีบอธิบายว่า “พวกเราราคา
ต่อรองกันได้นะ”
พวกคนนอกหมู่บ้านเมื่อครู่ถูกราคาสิบสองต าลึงนี้ท าให้ตกใจ
จนหนีไป ผู้เฒ่าชุยเพิ่งเจอคนสองคนที่อยากซื้อที่ดิน จึงไม่กล้า
ประมาทอีก
“หากต่อรองแล้วจะราคาเท่าไหร่เล่า” เซี่ยเทียนไห่ถาม
ผู้เฒ่าชุยมองไปทางญาติพี่น้อง แล้วจึงพูดว่า “เก้าต าลึง นี่ถูก
มากแล้ว”
ฟางฉวนโจวเห็นผู้เฒ่าชุยต่อรองไม่จบไม่สิ้น จึงพูดอย่างร้อนใจ
ว่า “หมู่ละหกต าลึง ข้าซื้อ ไม่เช่นนั้นก็ไม่คุย”
ผู้เฒ่าชุยเหมือนได้ยินผิดไป เขาจ้องมองฟางฉวนโจว “ท่าน
ก าลังล้อเล่นหรือไม่ ที่ดินดีขนาดนี้จะขายหกต าลึงได้อย่างไรกัน”
ฟางฉวนโจวเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ “ข้าว่าที่ดินของพวกท่านมีค่าแค่
นี้”
ผู้เฒ่าชุยรู้ว่าคนในตระกูลต้องการใช้เงินอย่างเร่งด่วน แต่ที่ดิน
ราคาหมู่ละหกต าลึงนี้ พวกเขาจะเป็นฝ่ายขาดทุน
อีกทั้งพอเห็นว่าท่าทีของอีกฝ่ายเด็ดขาดเช่นนั้น ผู้เฒ่าชุยก็
หมดปัญญาไปชั่วขณะหนึ่ง
“ท่านรอสักครู่ ข้าจะกลับไปปรึกษาคนในตระกูลก่อน”
ฟางฉวนโจวไม่ได้เอ่ยปาก จึงถือเป็นการตกลง
ไม่นานก็มีคนตระกูลชุยหลายคนตามผู้เฒ่าชุยมาด้วย
คนตระกูลชุยต่างพากันขอร้องฟางฉวนโจวให้เพิ่มเงินอีกสัก
หน่อย แต่ฟางฉวนโจวก็ไม่ยินยอม
ในที่สุดคนตระกูลชุยก็ตัดสินใจขายที่ดินราคาหมู่ละหกต าลึง
คราวนี้ฟางฉวนโจวกับเซี่ยเทียนไห่จึงพอใจแล้ว ที่ดินที่มีมูลค่า
แปดต าลึงต่อหมู่ พวกเขาสามารถซื้อมาได้ในราคาหกต าลึง ก็ถือว่า
ได้เปรียบอยู่ไม่น้อย
แม้แต่เฮ่อจือหร่านที่ไม่ค่อยใส่ใจเรื่องที่ดินพวกนี้ก็ยังรู้สึกสนใจ
แต่นางก็ยังไม่แสดงท่าทางว่าต้องการจะซื้อออกมา
ตระกูลฟางกับตระกูลเซี่ยปรึกษากันสักพัก และตัดสินใจซื้อที่ดิน
ครอบครัวละสิบหมู่
เดิมทีตระกูลชุยตั้งใจจะขายที่ดินหนึ่งร้อยหมู่ ด้วยวิธีนี้พวกเขาก็
ไม่จ าเป็นต้องคิดเรื่องขายบ้านอีก
แต่ตระกูลฟางกับตระกูลเซี่ยกลับซื้อที่ดินไปเพียงยี่สิบหมู่เท่านั้น
ส าหรับค่าปรับของพวกเขาแล้ว นี่เป็นเพียงน ้าหยดเดียวบน
รถบรรทุกน ้า
คนตระกูลชุยจึงรู้สึกอับจนหนทาง พากันมีสีหน้าเศร้าหมองทันที่
เฮ่อจือหร่านคิดว่าเวลามาถึงแล้ว จึงเอ่ยขึ้นว่า “ที่ดินส่วนที่เหลือ
ของพวกท่าน สกุลโม่ของข้าสามารถซื้อได้”
พอได้ยินค าพูดนี้ คนตระกูลชุยต่างมองไปทางเฮ่อจือหร่านด้วย
ความตื่นเต้นดีใจ
ตอนนี้ผู้เฒ่าชุยก็ไม่คิดว่าหญิงสาวคนนี้จะสามารถเป็นผู้น าของ
สกุลโม่ได้หรือไม่อีกแล้ว
“แม่นาง เจ้าพูดจริงหรือ”
เฮ่อจือหร่านไม่อยากเสียเวลาพูดคุยกับคนตระกูลชุยมากนัก
“ข้าซื้อที่ดินเหล่านี้ได้ แต่มีเงื่อนไขหนึ่งข้อ”
“เงื่อนไขอะไร?” ผู้เฒ่าชุยถาม
เฮ่อจือหร่านชี้ไปทางเชิงเขาและกล่าวว่า “พวกท่านต้องขายลาน
บ้านเก่า ๆ กับที่ดินรกร้างตรงนั้นให้ข้าทั้งหมด”
ขายให้ทั้งหมดหรือ?
แน่นอนว่านี่ต้องเป็นเรื่องดี
ที่ดินและลานบ้านเหล่านั้นเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่ต้องการอยู่แล้ว
ตอนนี้มีคนมาขอซื้อถึงที่ ก็เท่ากับเป็นโชคดีขั้นสุด
นี่ไม่นับว่าเป็นเงื่อนไขอะไรเลย ชัดเจนว่านางก าลังช่วยตระกูล
ชุยของพวกเขาต่างหาก
แต่ค าพูดต่อมาของเฮ่อจือหร่านกลับท าให้พวกเขาดีใจเสียเปล่า
“ที่ดินรกร้างกับลานบ้านพวกนั้น คงเป็นสิ่งที่พวกท่านไม่
ต้องการแล้ว ดังนั้นข้าเสนอเงินยี่สิบต าลึง พวกท่านคิดว่าอย่างไร”
“อะไรนะ! ที่ดินกับบ้านมากมายขนาดนั้น เจ้ากลับให้เงินมาแค่
ยี่สิบต าลึง มันจะน้อยเกินไปแล้ว” ทันใดนั้นก็มีคนตระกูลชุยออกมา
คัดค้าน
เฮ่อจือหร่านยักไหล่ “ถ้าพวกท่านไม่ยอมรับข้อเสนอของข้า
เช่นนั้นข้าก็จะไม่ซื้อที่ดินแล้ว”
หลายปีนี้พวกเขาตระกูลชุยหลอกลวงผู้คนมามากมาย ตอนนี้
เฮ่อจือหร่านก็จะท าให้พวกเขาลิ้มรสความรู้สึกของการถูกหลอกลวง
บ้าง
ตอนนี้ คนตระกูลชุยต่างหมดปัญญาโดยสิ้นเชิง
ที่ดินเพาะปลูกกับลานบ้านตรงเชิงเขาเหล่านั้น ล้วนเป็นของ
บรรดาญาติพี่น้อง พวกเขาไม่สามารถตัดสินใจแทนคนอื่นได้
แต่ตอนนี้มีโอกาสที่จะขายที่ดินท ากินทั้งหมดออกไป พวกเขาก็
ไม่อยากเสียโอกาสนี้ไป
คนตระกูลชุยคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตัดสินใจกลับไปปรึกษากับญาติ
พี่น้องเหล่านั้น
เฮ่อจือหร่านไม่ได้รีบร้อน ท าเพียงรออยู่ที่นี่
ครั้งนี้ตระกูลชุยปรึกษากันนานพอสมควร ผ่านไปเกือบครึ่งชั่ว
ยามถึงได้กลับมา
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ตอนนี้ตระกูลชุยไม่มีวิธีอื่นที่จะหาเงินได้ และ
ใกล้ถึงเวลาที่ทางการจะมาเก็บค่าปรับแล้ว พวกเขาจึงต้องจ าใจ
ยอมรับชะตากรรม
ในที่สุด เฮ่อจือหร่านใช้เงินห้าร้อยต าลึงซื้อที่ดินดีของตระกูลชุย
แปดสิบหมู่ รวมทั้งที่ดินรกร้างตรงเชิงเขาอีกยี่สิบกว่าหมู่ และบ้านเก่า
อีกห้าหลัง
เพื่อป้องกันไม่ให้เรื่องยืดเยื้อ เฮ่อจือหร่าน จึงขอให้ตระกูลชุยส่ง
คนไปกับนางที่ที่ว่าการอ าเภอเพื่อด าเนินการทางเอกสาร
เวลานั้นโม่จิ่วเยี่ยกับเจ้าหน้าที่ก็วัดพื้นที่บนภูเขาเสร็จและกลับ
มาแล้ว การไปเดินเรื่องที่ที่ว่าการอ าเภอจึงมอบหมายให้เขาแทน
เฮ่อจือหร่านให้ตั๋วเงินมูลค่าหลายร้อยต าลึงกับเขา เมื่อโฉนด
ที่ดินเป็นชื่อของสกุลโม่จึงค่อยมอบเงินให้ตระกูลชุย
ถึงจะบอกว่าให้ตระกูลชุย แต่ที่จริงก็คือให้กับที่ว่าการโดยตรง
เงินจ านวนนั้นพอดีกับค่าปรับที่ตระกูลชุยต้องจ่าย
ฟางฉวนโจวกับเซี่ยเทียนไห่ก็ถือโอกาสตามโม่จิ่วเยี่ยเข้าเมือง
เพื่อไปจัดการเรื่องโฉนดที่ดินด้วย
ตกเย็น โม่จิ่วเยี่ยก็น าโฉนดที่ดินรกร้างและภูเขาที่ซื้อวันนี้
กลับมาด้วย
ตอนนี้เรื่องการซื้อที่ดินของสกุลโม่ในหมู่บ้านซีหลิ่งก็เสร็จสิ้นลง
ชั่วคราว
เฮ่อจือหร่านคิดถึงเรื่องอื่น ๆ ต่อไป
ที่ดินดีที่ซื้อจากตระกูลชุยยังไม่ต้องพูดถึง เมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิก็
แค่ไถพรวนดินเล็กน้อยก็ปลูกพืชได้แล้ว
ส่วนที่ดินรกร้างซึ่งถูกละเลยโดยคนตระกูลต่าง ๆ จนตอนนี้มี
เพียงวัชพืชขึ้นเท่านั้น แค่ก าจัดวัชพืชพวกนั้นออกไปก็ใช้ได้แล้ว
อย่างไรก็ตาม พื้นที่รกร้างที่ไม่ได้ผ่านการเพาะปลูกนั้นแตกต่าง
ออกไป ในพื้นที่รกร้างไม่เพียงมีวัชพืชขึ้นรกเท่านั้น แต่ยังมีก้อนหิน
ขนาดต่าง ๆ อยู่มาก
เฮ่อจือหร่านวางแผนจะเริ่มท าความสะอาดล่วงหน้า เพื่อ
หลีกเลี่ยงช่วงที่ไม่สามารถจ้างงานคนได้ เพราะช่วงฤดูใบไม้ผลิทุก
คนต่างวุ่นวายอยู่กับการท าเกษตร
ดังนั้นวันต่อมา นางกับโม่จิ่วเยี่ยจึงเชิญผู้เฒ่าจ้าวและผู้เฒ่าโจว
มา ขอให้พวกเขาสอบถามคนในตระกูลว่ามีใครยินดีที่จะมาช่วยท า
ความสะอาดที่ดินรกร้างนี้หรือไม่
ส่วนค่าจ้างในการท าความสะอาดจะเป็นไปตามราคาท้องถิ่น คือ
ท าความสะอาดหมู่ละหนึ่งต าลึง