ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 237 ท่านจ าข้าได้แล้วใช่หรือไม่
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 237 ท่านจ าข้าได้แล้วใช่หรือไม่
เฮ่อจือหร่านมองไปทางฮูหยินผู้เฒ่ากับพี่สะใภ้ห้า
“ท่านแม่ พี่สะใภ้ห้า พวกท่านลองเล่าเรื่องดี ๆ ในอดีตให้พี่ห้าฟัง
สิเจ้าคะ พยายามช่วยให้เขาหลุดพ้นจากความเจ็บปวด”
เมื่อได้ยินค าพูดของน้องสะใภ้เก้า พี่สะใภ้ห้าก็ไม่สนใจ
ภาพลักษณ์อีกต่อไป
นางถอดรองเท้าต่อหน้าทุกคนแล้วปีนขึ้นไปบนเตียงอุ่น ส่วนฮู
หยินผู้เฒ่านั่งอยู่อีกด้าน
แม่สามีกับลูกสะใภ้กอดแขนของพี่ห้าทั้งซ้ายขวา
“จงหยวน จ าตอนเจ้าอายุสิบหกได้หรือไม่? แม่หมายตาบุตรสาว
คนโตของตระกูลเฉินเอาไว้ อยากจะขอให้คนช่วยจับคู่ให้เจ้า แต่เจ้า
กลับไม่ยอมเห็นด้วย หลังจากแม่ถามซ ้า ๆ หลายครั้ง เจ้าก็บอกว่า
เจ้าชอบหญิงสาวคนหนึ่งอยู่…”
พอได้ยินเรื่องเหล่านี้ สีหน้าเจ็บปวดของพี่ห้าก็ผ่อนคลายลงมาก
เขาพูดเสียงเบาว่า “เป็นเจียเจีย ข้าชอบเจียเจีย ข้าจึงไม่อยาก
แต่งงานกับบุตรสาวตระกูลเฉิน”
พี่สะใภ้ห้าได้ยินสามีเอ่ยชื่อนาง น ้าตาก็ไหลรินออกมาอีกครั้ง
ราวกับไข่มุกร่วงกราว
นางกอดแขนของโม่จงหยวนแน่น พูดด้วยเสียงสะอื้น “ท่านพี่
ท่านมองข้าสิ ข้าคือเจียเจียอย่างไรเล่า…”
โม่จงหยวนเหมือนจะได้ยินเสียงอันคุ้นหู จึงมองไปยังภรรยาที่
ก าลังร้องไห้น ้าตานองหน้าตามสัญชาตญาณ
เพียงสบตากับดวงตาใสคู่นั้น พี่ห้าก็ดึงร่างนางเข้าสู่อ้อมอก
“เจียเจีย เจียเจียของข้า”
พี่สะใภ้ห้าร้องไห้จนแทบพูดไม่ออกแล้ว
“ท่าน…ท่านพี่…ท่านจ าข้าได้แล้วใช่หรือไม่?”
ยามนี้โม่จงหยวนมีภรรยาสุดที่รักอยู่ในอ้อมกอด เขาไม่อาจหลีก
หนีความจริงได้อีกต่อไป
“อืม จ าได้แล้ว เจ้าคือภรรยาของข้า คือเจียเจียของข้า…”
บรรดาสตรีในบ้านเห็นภาพเช่นนี้ก็ต่างเช็ดน ้าตา
พี่สะใภ้แปดยังดีกว่าหน่อย โม่ชูหานไม่ได้สูญเสียความทรงจ าจึง
ยังปฏิบัติต่อนางเหมือนเดิม สามีภรรยาคู่นี้รักใคร่กันมาก เพียงแต่น่า
เสียดายที่ยังไม่มีลูกชายหรือลูกสาวสักคน
พี่สะใภ้สามแม้จะรู้ว่าสามียังมีชีวิตอยู่ แต่เรื่องนี้ยังไม่ได้เปิดเผย
กับคนในบ้าน อีกทั้งสามีของนางก็พบหน้ากันเพียงชั่วครู่แล้วจากไป
ตอนนี้ไม่รู้ว่าเขาไปอยู่ที่ไหน ในใจนางจึงเป็นกังวลทุกวัน
หลังเห็นน้องห้ากับภรรยา พี่สะใภ้สามก็ยิ่งคิดถึงสามีตนเอง
ส่วนความรู้สึกของพี่สะใภ้คนอื่นนั้นแตกต่างกันสิ้นเชิง พวกนาง
ฝันอยากให้สามีของตนฟื้นคืนชีพเช่นกัน เมื่อเห็นโม่ฉงหยวน
กลับมาพบกับภรรยาของเขา พวกนางก็ต่างอิจฉากันมาก
โม่หานเยี่ยจับแขนฮูหยินผู้เฒ่า พูดด้วยน ้าเสียงสะอึกสะอื้น
“ท่านแม่ พี่ห้าจ าได้แล้วจริง ๆ …”
ฮูหยินผู้เฒ่าร้องไห้พลางพยักหน้า “ใช่ เขาจ าได้แล้ว”
ผ่านไปสักพัก อารมณ์ของทุกคนจึงค่อย ๆ สงบลง
เพราะค านึงถึงอารมณ์ที่ควบคุมไม่ได้ของพี่ห้าตอนตื่นขึ้นมา
ทุกคนจึงเข้าใจกันโดยไม่ต้องบอกว่าไม่ควรถามถึงอดีตของเขา
โม่จงหยวนเหมือนจะนึกถึงอาการของตัวเองเมื่อครู่ แต่หลัง
พูดคุยกับภรรยาและมารดาแล้ว อารมณ์ของเขาก็สงบลง พอนึกถึง
อดีตอันเลวร้ายนั้นก็ราวกับว่าเขาสามารถรับมือได้
เขามองทุกคนในห้องแล้วเอ่ยว่า “ตอนนั้นเป็นข้าที่ประมาทและ
ตกหลุมพรางของศัตรู จึงพลาดท่าเข้าไปอยู่ในกับดักที่พวกเขาวาง
ไว้และถูกทรมานสารพัด”
สายตาของทุกคนจับจ้องไปยังโม่จงหยวน พวกนางรู้ว่าเขาก าลัง
เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในช่วงนั้น
พี่ห้าพูดต่อว่า “ตอนนั้นข้าน าทหารกลุ่มหนึ่งไล่ตามชาวหนาน
เจียงที่พ่ายแพ้ไป แต่กลับพลาดเข้าไปในกับดักที่ศัตรูวางไว้”
“คนที่ข้าน าไปถูกลูกธนูยิงตายมากมาย ข้าอยากจะไปช่วยพวก
เขา แต่ไม่มีก าลังมากพอ อีกทั้งม้าศึกก็ตื่นตกใจ ไม่ยอมฟังค าสั่ง
ของข้า ม้าพาข้าวิ่งเข้าไปในหุบเขาลึก”
“ตอนที่ข้ารู้สึกว่าท่าไม่ดีและก าลังจะทิ้งม้า จู่ ๆ ก็มีกลุ่มควันสี
ขาวปรากฏขึ้น และข้าก็หมดสติไปทันที”
“พอข้าตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็ถูกล่ามโซ่ขังอยู่ในคุก ตอนนั้นข้ารู้สึก
ว่าบางครั้งก็มีสติ บางครั้งก็สับสนมึนงง”
ได้ฟังถึงตรงนี้โม่จิ่วเยี่ยก็ตาแดงก ่าแล้ว เขารู้ว่าตอนนั้นพี่ห้าถูก
วางยาพิษแล้ว
“พี่ห้า ท่านรู้หรือไม่ว่าใครเป็นคนวางยาพิษท่าน?”
“ข้ามองไม่เห็นใบหน้าของคนผู้นั้น แต่ผมสีขาวเส้นหนึ่งที่โผล่
ออกมาจากหมวกของเขา ข้ายังจ าได้แม่น”
ผมสีขาวเส้นหนึ่ง โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านพลันนึกถึงคนคน
หนึ่งขึ้นมา
อาจารย์ของอวิ๋นหลี่ คนลึกลับที่หนานรุ่ยพูดถึง
ตอนนี้เหล่าพี่ชายที่ยังมีชีวิตอยู่หายตัวไป ทั้งหมดล้วนเกี่ยวข้อง
กับคนผู้นั้น พวกเขาเพียงไม่รู้ว่าท าไมคนลึกลับผู้นั้นถึงได้หมกมุ่น
อยู่กับคนสกุลโม่นัก
โม่จิ่วเยี่ยรู้ดีว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะสืบสาวถึงสาเหตุเหล่านั้น สิ่งที่
เขาอยากรู้มากกว่าคือเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับพี่ห้าหลังจากนั้น
“ต่อมาเล่า”
พี่ห้าจึงบอก “ต่อมาคนผู้นั้นก็หยิบขวดกระเบื้องสีขาวออกมา
ตรงหน้าข้า พอเปิดจุกขวดออก ชั่วพริบตานั้นก็มีแมลงตัวหนึ่งบิน
ออกมาจากข้างใน ข้ารู้ว่าที่หนานเจียงไม่ขาดคนที่เชี่ยวชาญด้าน
การเลี้ยงพิษกู่ จึงตัดสินใจว่ามันคือพิษกู่แน่นอน”
“ข้าเห็นกับตาว่าแมลงตัวนั้นทะลุผ่านผิวหนังและเข้าไปใน
ร่างกายของข้า จากนั้นข้ารู้สึกว่ามีเสียงหนึ่งในหัวคอยเรียกข้าอยู่
ตลอดเวลา บังคับให้ข้าท าในสิ่งที่ไม่อยากท า”
“ข้าต่อต้านมัน พยายามต่อสู้กับเสียงนั้นสุดความสามารถ ไม่รู้
ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ แต่คงเป็นเพราะความคิดของข้าเอาชนะเสียง
ที่พยายามควบคุมข้าได้ กู่พิษจึงไชออกมาจากแขนของข้าเอง”
“หลังจากนั้นไม่นาน คนผู้นั้นก็มาอยู่ตรงหน้าข้า เขาโกรธมากที่
ใช้พิษกู่กับข้าไม่ได้ผล”
“เขากล่าวกับคนของตนเองว่า ในเมื่อไม่สามารถควบคุมข้าได้
ก็ไม่ควรปล่อยให้ข้ามีชีวิตอยู่ต่อไป”
“ขณะต่อสู้กับพิษกู่ ข้าก็พยายามสลัดพันธนาการออกเช่นกัน
ก่อนที่คนพวกนั้นจะลงมือกับข้า ข้าก็สามารถสลัดโซ่ออกมาได้และ
หลบหนีไปด้วยก าลังภายในทั้งหมดในร่างกายข้า”
“คนพวกนั้นไล่ตามข้าอย่างไม่ลดละ ไล่ต้อนข้ามาจนถึงหน้าผา
พลังภายในร่างข้าถูกใช้จนหมด เพื่อไม่ให้ตัวเองกลายเป็นหุ่นเชิด
ของพวกเขาอีก จึงเลือกจะกระโดดลงจากหน้าผา”
“พอตื่นขึ้นมา ก็พบว่าตัวเองนอนอยู่ในบ้านของชาวนา และ
สูญเสียความทรงจ าในอดีตไปด้วย”
“ยามนั้นเป็นช่วงใกล้เย็น ข้าไม่มีความทรงจ าเก่า จึงไม่รู้ว่ามัน
เป็นช่วงเวลาที่พิษในร่างข้าก าเริบ โชคดีที่ข้าขาหักจากตอนตกหน้า
ผา ผู้มีพระคุณของข้าก็วิ่งหนีได้ทัน ข้าจึงไม่ได้ท าร้ายเขา”
“เป็นเช่นนี้ติดต่อกันสองวัน เพราะกลัวว่าจะเผลอท าร้ายผู้มี
พระคุณที่ช่วยชีวิตข้าไว้ จึงขอให้เขาช่วยพาข้าไปส่งที่ภูเขา”
“ข้าพยายามเอาชีวิตรอดอยู่บนภูเขานานกว่าหนึ่งเดือน
จนกระทั่งอาการบาดเจ็บหายดี จึงตัดสินใจจากไป”
“แต่ข้าก็ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใครหรือควรไปที่ไหน จึงตัดสินใจหา
สถานที่ที่ห่างไกลและหลีกเลี่ยงผู้คน”
“ต่อมาข้าพบว่าตรงเชิงเขาของหมู่บ้านซีหลิ่งไม่ค่อยมีคน ทั้งยัง
มีบ้านที่สามารถหลบฝนหลบแดดได้ จึงพักอาศัยอยู่ที่นั่นชั่วคราว
กระทั่งพวกเจ้าปรากฏตัวมา…”
ได้ฟังโม่จงหยวนเล่าถึงประสบการณ์ของตัวเอง คนสกุลโม่ก็ทั้ง
โกรธและสงสารเขา
พวกเขาโกรธคนลึกลับผู้นั้นที่กล้าท ากับโม่จงหยวนเช่นนี้ และ
สงสารโม่จงหยวนที่ต้องเผชิญกับชะตากรรมอันโหดร้าย
หากพวกเขาไม่ถูกเนรเทศมาที่นี่ และไม่มีเฮ่อจือหร่านมาช่วย
รักษา โม่จงหยวนอาจไม่มีโอกาสได้พบกับครอบครัวไปตลอดชีวิต
คิดถึงเรื่องนี้แล้วฮูหยินผู้เฒ่าพลันรู้สึกหวาดกลัวยิ่งนัก
บุตรชายของนางแต่ละคนล้วนมีจิตใจแกร่งกล้า ปกป้อง
บ้านเมืองและประเทศชาติ แต่สุดท้ายกลับต้องมาพบกับชะตากรรม
เช่นนี้…