ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 283 นางตั้งครรภ์แล้วหรือ
การตามหาเบาะแสที่หนานเจียงนั้นเป็นสิ่งที่บุรุษสกุลโม่ควรท า
แต่เขากลับไร้ความสามารถถึงขนาดต้องพาภรรยาผู้อ่อนแอมาด้วย
โม่จิ่วเยี่ยยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกผิด เดินเข้าไปลูบหลังเฮ่อจือหร่านเบา ๆ
“หร่านหร่าน การเดินทางมาหนานเจียงครั้งนี้ท าให้เจ้าล าบาก
จริง ๆ พอฟ้าสางแล้ว พวกเราจะออกเดินทางไปจากที่นี่ทันที”
ตอนนี้เฮ่อจือหร่านรู้สึกแย่มาก นางไม่สามารถตอบรับค าพูด
ของเขาได้เลย
หลังจากอาเจียนน ้าเปรี้ยว ๆ ออกมามากมายก็รู้สึกสบายขึ้นบ้าง
นางจึงค่อยๆ ลุกขึ้นยืน
โม่จิ่วเยี่ยรีบเข้ามาประคองนางไว้ แล้วยื่นน ้าเปล่าให้อย่างใส่ใจ
“หร่านหร่าน พอฟ้าสางข้าจะพาเจ้าเข้าเมืองไปหาหมอ” โม่จิ่ว
เยี่ยรู้ว่าหมอไม่ควรรักษาตัวเอง เขาคิดว่าหร่านหร่านก็คงจะเป็นแบบ
นั้นเหมือนกัน
แต่เฮ่อจือหร่านกลับส่ายหน้า “ข้าไม่เป็นไร ตรวจดูเองได้”
พูดจบ นางก็ถูกโม่จิ่วเยี่ยพยุงให้นั่งลงบนเก้าอี้ในห้องครัว
จากนั้นหญิงสาวก็วางนิ้วมือบนชีพจรของตัวเอง
พอตรวจดูแล้ว เฮ่อจือหร่านถึงกับตกตะลึง
เดิมทีคิดว่าเป็นอาการท้องเสียเพราะไม่คุ้นเคยกับ
สภาพแวดล้อมในหนานเจียง ใครจะรู้…
นางตั้งครรภ์แล้ว!
และจากการตรวจชีพจรและระยะเวลา นางน่าจะท้องได้เกือบสอง
เดือน
ตอนนี้เฮ่อจือหร่านไม่รู้ว่าควรร้องไห้หรือหัวเราะดี
คนบ้านสกุลโม่รอคอยทายาทรุ่นต่อไปมานาน แต่เด็กคนนี้กลับ
เลือกมาในเวลาเช่นนี้
ยามนี้พวกเขาอยู่ในหนานเจียง อีกไม่กี่วันก็จะต้องฉวยโอกาส
เดินทางกลับ
การพาพี่หกและพี่เจ็ดรวมถึงสาวใช้สองคนขององค์หญิงสี่ไป
ด้วยก็ยากล าบากพออยู่แล้ว ตอนนี้นางยังตั้งครรภ์อีก
ยังมีเรื่องของเหตุการณ์เดือนเจ็ด ตอนนี้ยืนยันได้แล้วว่าคนที่ท า
ร้ายบุรุษสกุลโม่คือปรมาจารย์ซือเหมิง และเขาจะไปที่ชายแดน
ตะวันตกในทุกเดือนเจ็ด
นี่อาจจะเป็นโอกาสเดียวที่จะช่วยชีวิตพ่อสามีและพี่ใหญ่กับพี่
รองกลับมาได้
ปรมาจารย์ซือเหมิงเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านพิษ การจะช่วยคนจาก
น ้ามือเขา ถ้าไม่มีวิชาถอนพิษของตัวเองจะท าประโยชน์อะไรได้?
พอถึงตอนนั้น นางก็คงจะคลอดแล้ว เช่นนั้นจะช่วยโม่จิ่วเยี่ย
ช่วยเหลือคนได้อย่างไร?
เฮ่อจือหร่านยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัว จนถึงขั้นลืมบอกข่าวนี้กับโม่จิ่ว
เยี่ยไป
โม่จิ่วเยี่ยเห็นนางขมวดคิ้วอยู่นานก็คิดว่าร่างกายภรรยาเกิด
ปัญหาใหญ่อะไรขึ้น
เขาเดินเข้ามาจับมือนาง น ้าเสียงแฝงด้วยความกังวลที่ปิดบังไม่
มิด
“หร่านหร่าน เจ้าเป็นอะไรไป? พวกเราออกไปกันตอนนี้เถอะ ข้า
จะพาเจ้าไปหาหมอ”
เฮ่อจือหร่านเห็นเขาหน้าเปลี่ยนสีก็รู้ว่าเขาคงจะเป็นห่วงนางมาก
จึงพูดขึ้นว่า “ข้าคงจะตั้งครรภ์แล้ว”
“อะไรนะ? หร่านหร่าน เจ้าตั้งครรภ์แล้วหรือ?” แววตาของโม่จิ่ว
เยี่ยเปลี่ยนจากความกังวลเป็นเปล่งประกายทันที่
สวรรค์รู้ว่าเขามีความสุขแค่ไหน
หลังจากได้เป็นสามีภรรยากับหร่านหร่านอย่างแท้จริง เขาก็หวัง
ว่าจะมีลูกน้อยที่เป็นผลผลิตจากความรักโดยเร็ว
ตอนนี้หร่านหร่านบอกเขาว่าในท้องของนางมีลูกของพวกเขา
แล้ว โม่จิ่วเยี่ยดีใจจนยืนอึ้งอยู่กับที่
เฮ่อจือหร่านเห็นเขาไม่มีปฏิกิริยาอะไร ก็คิดว่าเขาคงคิดเหมือน
นางว่าชีวิตน้อย ๆ นี้มาไม่ถูกเวลานัก
“ข้าก็ไม่คิดว่าเขาจะเลือกมาในเวลานี้ แต่ไม่ว่าอย่างไร ข้าจะ
พยายามปกป้องเขาให้ดีที่สุด”
ได้ยินภรรยาพูดเช่นนี้ โม่จิ่วเยี่ยถึงได้กลับมามีท่าทางเป็นปกติ
“หร่านหร่าน เขาเป็นลูกของพวกเรา การปกป้องเขาเป็นหน้าที่
ของคนเป็นพ่ออย่างข้า เจ้าวางใจได้ วันนี้พวกเราจะหาทางออกจาก
หนานเจียง พอกลับถึงบ้านเจ้าก็ไม่ต้องท าอะไรทั้งนั้น แค่ดูแลครรภ์
ให้ดีก็พอ”
เฮ่อจือหร่านสังเกตว่าตอนโม่จิ่วเยี่ยพูดประโยคเหล่านี้ออกมา
เขามีอาการติดขัดเล็กน้อย เห็นชัดว่าตื่นเต้นมาก คงเหมือนนางที่
อาจจะยังไม่พร้อมเป็นพ่อแม่คน
“ลูกมากะทันหันจริง ๆ แต่ท่านวางใจได้ ข้าจะต้องช่วยท่านช่วย
ท่านพ่อกับพี่ชายกลับมาอย่างปลอดภัยให้ได้”
ได้ยินภรรยาพูดแบบนี้ โม่จิ่วเยี่ยก็คิดว่านางคงเข้าใจอะไรผิดไป
“ไม่ ๆ ๆ ตอนนี้ร่างกายเจ้าส าคัญที่สุด ส่วนเรื่องช่วยท่านพ่อกับ
พี่ชาย มีข้ากับพี่ชายคนอื่นจัดการแล้ว หลังเจ้ากลับไปหมู่บ้านซีหลิ่ง
แล้วก็ตั้งใจดูแลตัวเองให้ดีก็พอ”
บิดาและพี่น้องของเขานั้นส าคัญ แต่ลูกของเขากับหร่านหร่านก็
ส าคัญเท่ากัน เรื่องแบบนี้เป็นสิ่งที่เหล่าบุรุษควรจะรับผิดชอบ แต่
ตอนนี้เขากลับลากภรรยาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย โม่จิ่วเยี่ยรู้สึกกังวลใจ
มาก ต่อไปเขาจะไม่ยอมให้ภรรยาที่ก าลังตั้งครรภ์ต้องเสี่ยงอันตราย
อีก
โม่จิ่วเยี่ยก าลังกังวลอย่างชัดเจน เฮ่อจือหร่านไม่อยากให้เขาคิด
มากเกินไป จึงปลอบว่า
“ท่านไม่ต้องกังวลไปหรอก ข้าไม่ได้บอบบางขนาดนั้น”
“ไม่ได้ เจ้าต้องทนล าบากที่ต้องมาอยู่กับข้ามากพอแล้ว ตอนนี้
ยังก าลังตั้งท้องลูกของเรา ในฐานะสามีของเจ้า ข้าต้องปกป้องเจ้าให้
ดี”
เฮ่อจือหร่านรู้ว่าตัวเองในชาติก่อนฝึกฝนอยู่ในกองทัพมานาน
แม้ไม่ได้เป็นผู้หญิงอ่อนแอ แต่ตอนนี้มีผู้ชายมาเฝ้าทะนุถนอม นางก็
ควรเรียนรู้ที่จะพึ่งพาเขาบ้าง ว่ากันว่าสตรีที่เข้มแข็งเกินไปจะไม่มี
โชคลาภ
“ได้ ข้าจะฟังท่านทุกอย่าง”
โม่จิ่วเยี่ยรู้สึกอุ่นใจ จึงโอบกอดภรรยาที่อ่อนโยนนุ่มนวลเข้ามา
ในอ้อมกอด ลูบหลังนางเบา ๆ
“พวกเราออกเดินทางกลับไปซีเป่ยวันนี้เถอะ”
“ตกลง” เฮ่อจือหร่านตอบแล้วลุกเดินไปที่ห้องผ่าตัด เพื่อ
ตรวจสอบอาการของพี่หก “พี่หกจะตื่นเร็ว ๆ นี้ หลังจากที่เราจัดการ
กับจักรพรรดิหนานเจียงแล้ว ก็ออกไปจากที่นี่เถอะ”
โม่จิ่วเยี่ยเดิมทียังวางแผนจะทรมานจักรพรรดิหนานเจียงหนัก ๆ
ให้สมกับความแค้นในใจเขา ส าหรับสิ่งที่อีกฝ่ายท ากับสกุลโม่นั้นไม่
อาจแก้ไขได้ แม้ว่าเขาจะถูกถลกหนังทั้งเป็นก็ตาม
เหตุผลข้อหนึ่งในตอนนี้ คือเขาต้องรีบออกจากที่นี่และไม่มีเวลา
ทรมานเขามากเกินไป
เหตุผลอีกข้อคือภรรยาของเขาก าลังตั้งครรภ์ ดังนั้นเขาจึง
ต้องการสั่งสมบุญกุศลให้กับลูกของเขาและไม่คิดจะใช้วิธีการอัน
โหดร้ายเหล่านั้น
ดังนั้นโม่จิ่วเยี่ยจึงไปอยู่ตรงหน้าจักรพรรดิหนานเจียง จัดการหัก
คอเขาอย่างแรงในขณะที่อีกฝ่ายมองมาด้วยความสยองขวัญ
แม้ว่าโม่จิ่วเยี่ยจะไม่ทรมานจักรพรรดิหนานเจียง แต่เขาก็ไม่ได้
ตั้งใจจะปล่อยอีกฝ่ายไปง่าย ๆ เช่นกัน
แม้ว่าหัวที่ถูกตัดแขวนอยู่บนประตูเมืองในตอนนั้นจะไม่ใช่ของ
คนสกุลโม่จริง ๆ แต่จักรพรรดิหนานเจียงไม่รู้เรื่องนี้ เขาจงใจแขวน
ศีรษะของคนสกุลโม่ที่ประตูเมืองก็เพื่อให้เป็นเยี่ยงอย่าง ความอัปยศ
นี้ต้องได้รับการช าระ
เมื่อพวกเขาทั้งสองออกจากพื้นที่มิติ โม่จิ่วเยี่ยก็ไม่ได้น าศพของ
จักรพรรดิหนานเจียงออกไปด้วย
เขาคอยประคองเฮ่อจือหร่านข้ามก าแพงบ้านเช่า เตรียมจะพาพี่
หกเข้าไปทางประตูใหญ่ ด้วยวิธีนี้จะท าให้การปรากฏตัวของพี่หกมี
สมเหตุสมผล
ไม่คิดว่าทันทีที่พวกเขาเดินออกจากพื้นที่มิติ พวกเขาก็เห็นซุ่
นจือน าทหารสามนายมาและก าลังชี้ไปที่บางสิ่งขณะที่พวกเขาก าลัง
เดินไป
พวกทหารก็เหมือนก าลังถือภาพวาดของหลานเอ๋อร์และอวี่เอ๋อร์
อยู่ในมือ ซุ่นจือชี้มือไปที่ต าแหน่งของพวกเขา
“ไม่ดีแล้ว ซุ่นจือน าทหารมาที่นี่แล้ว” เฮ่อจือหร่านพูด ก่อนที่นาง
จะพูดจบก็หยิบหน้าไม้ต่อเนื่องออกมาสองอัน
โม่จิ่วเยี่ยรับหน้าไม้ไป พวกเขาทั้งคู่ยิงใส่ทหารพร้อมกัน
ทหารทั้งสามล้มลงและตายทันที่ เหลือเพียงซุ่นจือเท่านั้นที่ยืน
เบิกตาอ้าปากค้างด้วยความตกใจ
โม่จิ่วเยี่ยจูงมือเฮ่อจือหร่านไปหาซุ่นจือด้วยความโกรธเกรี้ยว
และผิดหวัง
พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าคนที่พวกเขาซื้อตัวมา จะพยายามขาย
ความลับของพวกเขาออกไปได้แบบนี้
พอเห็นพวกเขามา ซุ่นจือก็ตัวสั่น ทรุดตัวคุกเข่าลงและก้มหัว
ค านับหลายหน พลางส่งเสียงออกมาจากปากของเขาเบา ๆ