ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 282 ข้าจะแต่งตั้งเจ้าเป็นอ๋องต่างสกุลแห่งหนานเจียง
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 282 ข้าจะแต่งตั้งเจ้าเป็นอ๋องต่างสกุลแห่งหนานเจียง
ปรมาจารย์ซือเหมิงที่พวกเขาตามหาอย่างยากล าบากกลับอยู่ที่
นั่น
แต่พวกเขาช้าไปแค่ก้าวหนึ่ง จนตอนนี้ปล่อยให้คนหนีไปได้เสีย
แล้ว
ความรู้สึกเช่นนี้ไม่ดีเลย
แม้พวกเขาจะไม่ได้เผชิญหน้ากับปรมาจารย์ซือเหมิงโดยตรง
แต่จากร่องรอยต่าง ๆ ที่เขาแสดงออกมาบ่งชี้ว่าคนผู้นี้มากเล่ห์
โม่จิ่วเยี่ยรู้สึกเสียใจนัก เขาปล่อยให้ปรมาจารย์ซือเหมิงหนีไปได้
ขณะเดียวกัน เขาก็สงสัยว่าคนที่พวกเขาเจอบนถนนสายหลัก
และโปรยผงพิษใส่พวกเขา จะเป็นปรมาจารย์ซือเหมิงหรือไม่
ไม่ว่าคนผู้นั้นจะเป็นปรมาจารย์ซือเหมิงหรือไม่ โม่จิ่วเยี่ยก็รู้ดีว่า
ยามนี้ไม่ใช่เวลาที่ตนจะมาคิดเสียใจ
เขาต้องยืนยันให้แน่ชัดว่าคนชุดขาวที่เจอบนถนนสายหลักนั้น
คือปรมาจารย์ซือเหมิงหรือไม่
“เมื่อวานเขาสวมชุดขาวและสวมหมวกคลุมใช่หรือไม่?”
จักรพรรดิหนานเจียง “ใช่”
ตอนนี้สามารถยืนยันได้แล้วว่า คนคนนั้นคือปรมาจารย์ซือเหมิง
น่าเสียดายที่คนผู้นี้เจ้าเล่ห์เหลือเกิน พวกเขามีโอกาสถึงสอง
ครั้งแต่อีกฝ่ายก็หนีรอดไปได้
เขาคิดจะหลบซ่อนตัว ต่อไปการจะหาตัวเขาก็คงยากยิ่งกว่าเก่า
เฮ่อจือหร่านเห็นโม่จิ่วเยี่ยไม่ถามต่อ จึงต้องใช้ช่วงเวลาของการ
สะกดจิตให้คุ้มค่า
เมื่อครู่ตอนที่นางใช้วิชาสะกดจิตกับจักรพรรดิหนานเจียง ก็
ตัวเองไม่รู้ว่าเป็นเพราะหลายวันนี้ไม่ได้พักผ่อนให้ดีหรือไม่ ตอน
สะกดจิตจึงรู้สึกเวียนศีรษะขึ้นมาเล็กน้อย นางกังวลว่าการสะกดจิต
ครั้งนี้อาจใช้ได้ไม่นานนัก
ดังนั้น สิ่งที่ควรถามก็ควรรีบถามให้เร็วที่สุด
“ท่านรู้หรือไม่ว่าบิดาและบุตรชายของสกุลโม่อยู่ที่ไหน?”
จักรพรรดิหนานเจียง “โม่ฉิงไม่ได้ตายไปตั้งนานแล้วหรือ? ศีรษะ
ของเขาถูกข้าสั่งให้แขวนประจานไว้ที่หน้าประตูเมือง ข้ารู้เพียงว่า
บุตรชายคนที่หกของสกุลโม่ ถูกปรมาจารย์ซือเหมิงให้อยู่ติดตัว
ตลอด ส่วนบุตรชายคนที่เจ็ดถูกคุมขังอยู่ในจวนรัชทายาท คนที่
เหลือล้วนถูกเขาวางยาพิษตายไปหมดแล้ว”
ได้ฟังถึงตรงนี้ เฮ่อจือหร่านก็มองไปทางโม่จิ่วเยี่ย แล้วพูดเบา ๆ
ว่า “คนที่ถูกสะกดจิตไม่สามารถโกหกได้ เขาไม่รู้จริง ๆ”
โม่จิ่วเยี่ยเข้าใจเรื่องนี้ดี แต่พอไม่ได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์
จากจักรพรรดิหนานเจียง จึงรู้สึกผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด
อย่างไรก็ตาม เขายังคงตั้งใจใช้เวลาที่มีอยู่ถามสิ่งที่เป็น
ประโยชน์เพิ่มเติม
“ท าไมปรมาจารย์ซือเหมิงถึงซ่อนตัวอยู่ในห้องลับของเจ้า?”
จักรพรรดิหนานเจียง “เขาเป็นอาจารย์ของจักรพรรดินี นางบอก
ว่าหลังจากที่เขาฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บแล้ว เขาจะสามารถท างาน
ให้หนานเจียงของข้าได้ และอาจจะท าให้ข้าประหลาดใจได้ด้วย ข้ารู้
ถึงความสามารถของเขา และคิดว่าเขาอาจจะช่วยข้าได้ในอนาคต
จึงให้เขาไปอยู่ที่นั่น”
เช่นนั้นแล้ว อาจารย์ที่อวิ๋นหลี่ไม่ยอมเปิดเผยในระหว่างการ
สอบสวนครั้งก่อน ก็คือปรมาจารย์ซือเหมิงอย่างไม่ต้องสงสัย
ขณะที่โม่จิ่วเยี่ยก าลังจัดการกับข้อมูลเหล่านี้ในหัว เขาก็ถาม
ต่อไปว่า
“สกุลโม่ถูกริบทรัพย์ เป็นฝีมือของเจ้าหรือไม่?”
จักรพรรดิหนานเจียง “จักรพรรดินีของข้ามีความสัมพันธ์
บางอย่างกับหนานเหิงแห่งต้าซุ่น ตอนนั้นนางเป็นคนส่งจดหมาย
ปลอมบางฉบับให้หนานเหิง เพื่อใช้เป็นหลักฐานว่าสกุลโม่ติดต่อกับ
ศัตรูและทรยศบ้านเมือง”
ตอนที่พวกนางสะกดจิตอวิ๋นหลี่ไม่ได้คิดถึงประเด็นนี้จึงไม่ได้
ถามไป
เมื่อมองย้อนกลับไป การที่สกุลโม่ถูกริบทรัพย์และเนรเทศนั้น
เหมือนจะเป็นฝีมือของอวิ๋นหลี่กับหนานเหิงจริง ๆ เมื่อนึกถึงการกลั่น
แกล้งที่คนสกุลโม่ต้องเผชิญ การปล่อยให้พวกเขาตายไปเช่นนี้ก็ดู
จะง่ายดายเกินไป
แม้จักรพรรดิหนานเจียงจะไม่ได้มีส่วนร่วมโดยตรงในเรื่องนี้ แต่
ชะตากรรมของคนสกุลโม่ก็ไม่อาจไม่เกี่ยวกับเขาได้
หากไม่ใช่เพราะยังต้องการถามบางสิ่ง โม่จิ่วเยี่ยคงจะลอกหนัง
ถลกเนื้อเขาเสียตอนนี้เลย
เฮ่อจือหร่านรู้ว่าสามีรู้สึกไม่สบายใจ จึงจับมือเขาเบา ๆ
“ท่านอย่าโกรธไปเลย คนอยู่ในมือพวกเราแล้ว ถามให้หมด
เสียก่อน แล้วท่านจะระบายความโกรธแค้นอย่างไรก็ได้”
โม่จิ่วเยี่ยพยักหน้าจริงจังแล้วถามต่อ
“ไข่มุกสีด าแห่งแดนใต้อยู่ที่ไหน?”
แม้เขาจะโกรธ แต่ก็ยังไม่ลืมเรื่องของภรรยา แต่เดิมที่พวกเขา
แอบเข้ามาในวังหลวงหนานเจียงก็เพื่อจุดประสงค์นี้ แต่กลับบังเอิญ
ไปช่วยพี่หกได้เสียก่อน
จักรพรรดิหนานเจียง “อยู่ในคลังส่วนตัวของข้า” เขายังไม่รู้ว่า
คลังส่วนพระองค์ของตนเองถูกขโมยไปจนหมดแล้ว
เฮ่อจือหร่านก าลังแกว่งนาฬิกาพก ทันใดนั้นก็รู้สึกวิงเวียน ไม่
สามารถรวมสมาธิเพื่อสะกดจิตได้อีกต่อไป
นาฬิกาพกแกว่งไปมาอย่างไม่คงที่มากขึ้นเรื่อย ๆ กระทั่งตัวนาง
เองซึ่งเป็นผู้ควบคุมก็รู้สึกง่วงงุนเล็กน้อย
โม่จิ่วเยี่ยสังเกตเห็นความผิดปกติของนาง คิดว่าเพราะความ
เหนื่อยล้าทางจิตใจที่เกิดจากการสะกดจิต จึงรีบฉวยนาฬิกาพกไป
จากมือของนาง
“หร่านหร่าน เจ้ารู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า?”
“หลายวันมานี้ข้าอาจจะพักผ่อนไม่พอ จึงรู้สึกเวียนหัวนิดหน่อย
เท่านั้น ไม่เป็นไรหรอก!”
ในขณะที่ทั้งสองคนก าลังพูดคุยกัน จักรพรรดิหนานเจียงก็ค่อย
ๆ ฟื้นคืนสติ
ใบหน้าที่ไร้อารมณ์ของเขาแสดงความหวาดกลัวออกมาทันที่
เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อครู่นี้ จ าได้แค่ว่ามีสิ่งแปลก ๆ มา
ปรากฏตรงหน้า จากนั้นเขาก็เริ่มรู้สึกง่วงงุน
“โม่…โม่จิ่วเยี่ย ถ้าเจ้ายอมปล่อยข้าไป ข้าจะแต่งตั้งเจ้าเป็นอ๋อง
ต่างสกุลแห่งหนานเจียง และสืบทอดต าแหน่งนี้ไปชั่วลูกชั่วหลาน ให้
สกุลโม่มั่งคั่งและมีเกียรติยศไม่รู้จบตลอดไป”
ขณะพูด จักรพรรดิหนานเจียงจ้องมองปฏิกิริยาของโม่จิ่วเยี่ย
เขม็ง เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีท่าทีตอบสนองต่อข้อเสนอที่ยิ่งใหญ่
เช่นนี้ เขาก็รู้สึกร้อนใจขึ้นมาทันที่
“อีกอย่าง ข้าจะยกธิดาให้แต่งงานกับเจ้า คราวนี้เจ้าก็ไม่ต้อง
กังวลว่าข้าจะไม่รักษาค าพูดแล้ว”
เขาคิดว่าการพูดเช่นนี้จะเป็นการล่อลวงโม่จิ่วเยี่ยได้ แต่ใครจะรู้
ว่าตนเองกลับได้รับการโจมตีอย่างรุนแรงแทน…
การกระท านี้ท าให้จักรพรรดิหนานเจียงตั้งตัวไม่ทัน เขาใช้
ข้อศอกป้องกันใบหนาที่เต็มไปด้วยริ้วรอยของตนเองตาม
สัญชาตญาณ
“โม่จิ่วเยี่ย…เจ้ามีเงื่อนไขอะไรก็เสนอมาได้ ตราบใดที่ข้าท าได้
ข้าจะตอบรับทั้งหมด”
โม่จิ่วเยี่ยไม่สนใจเขา ปลดปล่อยความโกรธแค้นในใจออกมา
แน่นอนว่าวิธีที่ดีที่สุดในการระบายความโกรธเคืองคือการทุบตี
คนตรงหน้าจนมารดาของเขายังจ าไม่ได้
แม้จักรพรรดิหนานเจียงจะเคยฝึกฝนวรยุทธ์มาก่อน แต่หลังจาก
ขึ้นครองราชย์แล้วก็คิดแต่เรื่องการรุกรานต้าซุ่นทุกวัน ท าให้วรยุทธ์
ของเขาเสื่อมถอยไปเกือบหมด ตอนนี้จึงได้แต่ยอมให้ถูกคนทุบตี
โม่จิ่วเยี่ยยิ่งตียิ่งสาแก่ใจ จักรพรรดิหนานเจียงไม่อาจป้องกัน
ศีรษะของตัวเองได้ ฟันหน้าของเขาถูกทุบตีจนหลุดไปหลายซี่
เขาก็บ้วนฟันออกมาหลายซี่พร้อมกับเลือดสด ๆ หนึ่งอึก
เฮ่อจือหร่านเห็นภาพนั้นแล้วยิ่งรู้สึกคลื่นไส้รุนแรงทันที่
นางไม่สนใจจะดูสามีของตัวเองจัดการกับคนชั่วอีกต่อไป หัน
หลังวิ่งไปยังห้องน ้าในห้องพยาบาลทันที่
แม้ว่าโม่จิ่วเยี่ยก าลังลงมือท าร้ายคน แต่เขาก็ยังคอยสังเกตท่าที
ของภรรยาอยู่ตลอด
เขาเห็นภรรยาเอามือปิดปากปิดจมูกวิ่งไปทางห้องพยาบาล ไม่รู้
ว่าเกิดอะไรขึ้นกับนาง
เขาใช้มือฟาดจักรพรรดิหนานเจียงจนสลบอย่างรวดเร็ว แล้วรีบ
วิ่งตามไป
“หร่านหร่าน เจ้าเป็นอะไรไป?”
เฮ่อจือหร่านไม่สามารถตอบค าถามของเขาได้ รีบวิ่งเข้าไปใน
ห้องน ้าแล้วย่อตัวลงอาเจียนตรงหน้าชักโครก
โม่จิ่วเยี่ยเห็นสภาพนั้นแล้วก็ตกใจมาก
ในความทรงจ าของเขา แม้ว่าภรรยาจะดูผอมบางไปหน่อย แต่
สุขภาพของนางก็แข็งแรงมาโดยตลอด อาการของนางในตอนนี้คง
เป็นเพราะพักผ่อนไม่ดีแน่นอน
เมื่อคิดว่าภรรยาต้องเหน็ดเหนื่อยเพื่อช่วยเหลือตนเอง โม่จิ่วเยี่ย
ก็รู้สึกผิดขึ้นมาทันที