ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 31 ฟื้นขึ้นมา
เมื่อบรรลุวัตถุประสงค์แล้ว เฮ่อจือหร่านก็ไม่มีท่ำทีคลุมเครืออีก
ต่อไป
“ได้ ข้าจะช่วยขับพิษให้ท่านเดี๋ยวนี้”
พูดจบ นางก็เดินไปหาสมุนไพรที่เก็บมาเมื่อวานนี้ หลังเลือกมา
สองสามอย่ำงแล้วจึงเดินกลับมา
นางส่งสมุนไพรให้โจวเหล่ำปำ “ท่านเจ้ำหน้ำที่ นี่เป็นสมุนไพรที่
พวกเราเก็บมาเมื่อวาน นาไปต้มให้เจ้ำหน้ำที่เผิงดื่มเถอะ ไม่เกินเจ็ด
วัน พิษที่ตกค้ำงในร่างกายของเขำก็จะถูกขจัดจนหมด”
โจวเหล่ำปำยังคงสงสัย “เจ้ำพูดจริงหรือ”
“จริงสิ” เฮ่อจือหร่านตอบอย่ำงแน่วแน่
สมุนไพรที่นางเลือกมานี้เมื่อรวมกันแล้ว มีฤทธิ์ในการขับร้อน
ขับปัสสาวะ ช่วยทำให้เลือดเย็น และกำจัดพิษเท่านั้น
ถึงแม้ไม่ได้ช่วยให้ร่างกายของเผิงวั่งแข็งแรงมากนัก แต่ก็ใช่ว่า
จะไร้ประโยชน์
อย่ำงน้อยก็ช่วยบรรเทำอาการที่เกิดขึ้นได้บ้ำง
ความจริงแล้วในร่างกายของเผิงวั่งไม่ได้มีพิษอะไรตกค้ำงอยู่เลย
ต้องใช้เวลาให้ร่างกายได้ฟื้นตัวเท่านั้น
เมื่อเห็นแววตำเปี่ยมความมั่นใจของเฮ่อจือหร่าน ความสงสัย
ของโจวเหล่ำปำจึงลดลงไปมาก
“หัวหน้ำ ท่านไปพักบนเกวียนไม้ก่อนเถอะ ข้าจะไปต้มยาให้
เดี๋ยวนี้”
เผิงวั่งมองพื้นที่ซึ่งเหลือไม่มากนักบนเกวียนไม้ ก็ได้แต่ยอมรับ
ชะตำกรรม จำใจขึ้นไปนั่งเบียดกับโม่จิ่วเยี่ย เพราะเขำยังต้องพึ่งพำ
คนอื่นอยู่
เนื่องจากต้องต้มยา เวลาที่จะออกเดินทำงจึงล่ำช้ำไปราวครึ่งชั่ว
ยาม
ก่อนออกเดินทำง โจวเหล่ำปำสังเกตเหล่านักโทษ เขำพบว่ามี
ชายร่างกายาสองคนจากตระกูลเหอ
ชายสองคนนั้นจึงกลายเป็นกำลังหลักในการลากเข็นเกวียนไม้
อย่ำงช่วยไม่ได้
เมื่อทั้งสองเห็นโม่จิ่วเยี่ยนอนคว ่ำอยู่บนเกวียนก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิด
หากไม่ใช่เพราะมีเจ้ำหน้ำที่เหล่านี้อยู่ พวกเขำคงอยากฉีกโม่จิ่ว
เยี่ยที่ทำให้ตระกูลเหอของพวกเขำถูกยึดทรัพย์และเนรเทศออกเป็น
ชิ้น ๆ
อย่ำงไรก็ตำม หลังจากสบสายตำของเผิงวั่ง พี่น้องตระกูลเหอก็
สงบเสงี่ยมลงทันที่
พวกเขำได้แต่ยอมรับชะตำกรรม ลากเกวียนไม้เดินทำงต่อไป
การกระทำครั้งนี้ของเฮ่อจือหร่านทำให้สตรีสกุลโม่มองด้วย
สายตำชื่นชมอีกครั้ง
โดยเฉพำะโม่หานเยี่ย เพียงเริ่มออกเดินทำงนางก็วนเวียนอยู่
รอบตัวเฮ่อจือหร่าน เอ่ยปำกพูดไม่หยุด
“พี่สะใภ้เก้ำท่านเก่งกำจมาก ไม่เพียงพี่เก้ำไม่ต้องลงจากเกวียน
ยังมีคนมาช่วยลากให้ด้วย เช่นนี้พวกเราก็สบำยขึ้นเยอะ”
เฮ่อจือหร่านถูกน้องสะใภ้เอ่ยชมก็เพียงยิ้ม
นางไม่คิดว่าการทำสิ่งเหล่านี้มีอะไรที่เก่งกำจ สิ่งนี้ล้วนเป็น
ประสบการณ์ที่ฝึกฝนมาจากชำติก่อน รวมถึงมาจากนิสัยของนาง
โม่หานเยี่ยยิ่งพูดก็ยิ่งกระตือรือร้น เกำะเกี่ยวแขนของเฮ่อจือห
ร่านเอาไว้
“พี่สะใภ้เก้ำ พี่เก้ำของข้าโชคดีจริง ๆ ที่ได้ภรรยาแสนเก่งกำจ
อย่ำงท่าน”
ขณะพูด โม่หานเยี่ยก็เห็นสมุนไพรที่พวกนางเก็บเมื่อวานอยู่ใน
พุ่มหญ้ำริมทำง
นางชี้ไปยังสมุนไพรสองสามต้นนั้นด้วยความตื่นเต้น “พี่สะใภ้
เก้ำ ตรงนั้นมีสมุนไพร ข้าจะไปเก็บมานะ”
เฮ่อจือหร่านคว้ำแขนโม่หานเยี่ยที่กำลังจะวิ่งไปตรงนั้นไว้
“น้องสาว พวกเรายังมีโอกำสเก็บสมุนไพรอีกมาก หากทำให้ทุก
คนเสียเวลาเดินทำงเจ้ำจะถูกเจ้ำหน้ำที่ลงโทษได้นะ”
โม่หานเยี่ยเป็นเพียงสาวน้อยที่มีความคิดใสซื่อ จึงไม่ได้คิดอะไร
ให้มาก
จนกระทั่งเฮ่อจือหร่านเอ่ยเตือน นางจึงตระหนักว่าคนกำลังอยู่
ระหว่างการถูกเนรเทศ
ใบหน้ำเล็ก ๆ ของโม่หานเยี่ยย่นยู่ด้วยความไม่พอใจ
“ข้าเข้าใจแล้วพี่สะใภ้เก้ำ ต่อไปข้าจะระวัง”
ด้วยคนสกุลโม่กินอิ่มท้อง จึงสามารถเดินทำงตำมเหล่ำ
เจ้ำหน้ำที่ได้ทัน
ส่วนอีกสองสามตระกูลโชคไม่ดีนัก ต้องกินหมั่นโถวหยาบมา
หลายครั้ง ไม่เพียงกินลาบำกแต่ยังไม่อิ่มท้องอีกด้วย
ยิ่งพวกเขำเคยใช้ชีวิตสุขสบำยมาก่อน หลังขบวนออกเดินทำง
ได้ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ก็เริ่มมีคนเดินรั้งท้ำยขบวนแล้ว
บรรดำเจ้ำหน้ำที่ก็ไม่มีใครปรานี ผู้ใดที่เดินอยู่ท้ำยจะถูกพวก
เขำเฆี่ยนตี
ด้านหลังขบวนจึงมีเสียงร้องโหยหวนดังไม่ขำดสาย
สองบุรุษจากตระกูลเหอที่ลากเกวียนไม้มาก็เริ่มทนไม่ไหว พวก
เขำร้องขออาหารจากเผิงวั่งไม่หยุด
เผิงวั่งไม่ใช่คนไร้เยื่อใยไปเสียทีเดียว เขำรู้ว่าสองคนนี้ยังต้องใช้
แรง จึงกำลังจะสั่งให้คนนาหมั่นโถวขำวสองก้อนมาให้
แต่เกวียนไม้กลับบังเอิญไปชนหินก้อนใหญ่เข้า จนแทบทำให้
เกวียนพลิกคว ่ำ
เผิงวั่งกำลังนั่งอยู่ และเพราะแรงกระแทกทำให้เอนล้มทับโม่จิ่ว
เยี่ย
ซึ่งตำแหน่งที่เขำทับไปเป็นจุดที่โม่จิ่วเยี่ยบาดเจ็บรุนแรงที่สุด
โม่จิ่วเยี่ยยังไม่ทันได้ตอบสนอง ก็ส่งเสียงร้องออกมาตำม
สัญชำตญำณ
เผิงวั่งไม่มีเวลาตำหนิคนลากเกวียนทั้งสอง ความคิดแรกของเขำ
คือโม่จิ่วเยี่ยฟื้นแล้ว
เขำรีบเรียกเฮ่อจือหร่าน “เจ้ำรีบมาดูสิ สามีเจ้ำจะฟื้นแล้วหรือ
เปล่ำ”
ถึงแม้จะเคยชินกับการเห็นนักโทษเสียชีวิตระหว่างทำง แต่
สาหรับโม่จิ่วเยี่ย เผิงวั่งยังมีความเคำรพอยู่บ้ำง
โดยเฉพำะอย่ำงยิ่งตอนเจ้ำหน้ำที่กับเซี่ยฟำงมีปำกเสียงกัน
คำพูดของเฮ่อจือหร่านทำให้เขำรู้สึกซำบซึ้งใจ
ไม่ว่าโม่จิ่วเยี่ยจะทำผิดอะไรมา ก็ไม่อาจลบล้ำงความจริงที่ว่า
วีรบุรุษสกุลโม่เสียสละชีวิตเพื่อประเทศชำติอย่ำงไรได้
โม่จิ่วเยี่ยเองก็ไม่ต่ำงกัน อีกทั้งไม่นานมานี้ในเมืองหลวงยังคงมี
คำเล่ำลือถึงภำพที่เขำกลับมาพร้อมกับชัยชนะ
สาหรับคนเช่นนี้ เผิงวั่งหวังจากใจจริงว่าเขำจะยังมีชีวิตรอด
แน่นอนว่ามันเป็นเพียงความคิดของเขำเท่านั้น หากคนสกุลโม่
กล้ำสร้ำงปัญหาให้เขำระหว่างทำง เขำก็พร้อมลงโทษอย่ำงไม่ปรานี
เฮ่อจือหร่านไม่รู้ว่าเผิงวั่งกำลังคิดอะไร เมื่อได้ยินเขำเรียก นาง
จึงรีบวิ่งเข้าไปหา
“เจ้ำหน้ำที่เผิง ท่านบอกว่าสามีของข้าฟื้นแล้วหรือ”
นางแสร้งตกใจ พร้อมกับเตรียมพร้อมรับมือ
เผิงวั่งขยับตัวไปด้านข้าง
“ข้าอาจจะล้มไปถูกบาดแผลของเขำ ไม่รู้ว่าเจ็บหรืออะไร แต่เขำ
ร้องออกมาเบำ ๆ”
เฮ่อจือหร่านบอกให้พี่น้องตระกูลเหอหยุดลากเกวียน นางทำที
เป็นจับแขนข้างหนึ่งของโม่จิ่วเยี่ยขึ้นมาตรวจชีพจร
การที่นางทำเช่นนี้ ความจริงแล้วก็เพื่อจะถ่วงเวลาให้โม่จิ่วเยี่ย
เพราะนางไม่แน่ใจว่าเขำกำลังคิดอะไรอยู่ เขำจะฉวยโอกำสนี้
ฟื้นขึ้นมาหรือจะรอไปอีกสักพัก
โม่จิ่วเยี่ยเองก็กำลังครุ่นคิดอยู่เช่นกัน
ภายนอกเขำเหมือนนอนหมดสติอยู่บนเกวียน แต่ความจริงแล้ว
กลับไม่เคยลดการป้องกันเลยแม้แต่นิดเดียว
ตั้งแต่เช้ำจนถึงตอนนี้ เขำรับรู้ถึงความเคลื่อนไหวรอบตัวมาโดย
ตลอด กระทั่งยังลอบมองไปรอบ ๆ ในช่วงที่ผู้อื่นไม่ทันสังเกต
จากการสังเกตของเขำ ไม่พบอันตรายใด ๆ
หลังจากพิจำรณำแล้ว โม่จิ่วเยี่ยจึงตัดสินใจว่าจะฟื้นขึ้นมา
ตอนที่เฮ่อจือหร่านกำลังจับชีพจรเขำอย่ำงตั้งใจอยู่นั้น เขำก็ส่ง
เสียงอือแผ่วเบำออกมา
เผิงวั่งชี้ใส่โม่จิ่วเยี่ยอีกครั้งแล้วพูดว่า “เจ้ำดูสิ เขำจะฟื้นจริง ๆ
ใช่หรือไม่”
เฮ่อจือหร่านถอยมือที่จับชีพจรออก แสร้งทำเป็นดีใจตอบ “ใช่
แล้ว สามีข้าฟื้นแล้ว”
ฮูหยินผู้เฒ่ำกับสตรีคนอื่น ๆ ได้ยินดังนั้นก็มายืนล้อม ความ
ห่วงใยที่ปรากฏในดวงตาดูราวกับมาจากก้นบึ้งของหัวใจ
พูดได้ว่าฝีมือการแสดงของพวกนางนั้นแนบเนียนโดยแท้
เฮ่อจือหร่านหยิบถุงน้ำจากเอว
“ท่านพี่ ร่างกายท่านรู้สึกอย่ำงไรบ้ำง ดื่มน้ำให้ชุ่มคอสักหน่อย
เถอะ”
โม่จิ่วเยี่ยให้ความร่วมมือนางเป็นอย่ำงดี เขำพยายามยกศีรษะ
ขึ้นเล็กน้อย ดื่มน้ำไปสองอึกด้วยจากการช่วยพยุงของเฮ่อจือหร่าน
เผิงวั่งยังเตือนพวกเขำด้วยความหวังดี “ตอนนี้ร่างกายเขำยัง
อ่อนแอ ไม่เหมาะจะกินหมั่นโถวทันที่ ให้เขำดื่มน้ำมาก ๆ จะดีที่สุด”
แม้จะเป็นการเอ่ยเตือน แต่น้ำเสียงก็ยังฟังไม่พอใจเหมือนเคย