ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 308 ข้าไม่อาจปล่อยให้เจ้าต้องเจออันตรายใด ๆ
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 308 ข้าไม่อาจปล่อยให้เจ้าต้องเจออันตรายใด ๆ
ตอนนี้ยังไม่มีอะไรต้องท า นางจึงกลับไปที่ห้องพยาบาลเพื่อตรวจ
ร่างกายตนเองอย่างละเอียด
เฮ่อจือหรานไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่านางจะตั้งท้องลูกแฝด
โม่จิ่วเยี่ยเห็นนางมีท่าทางตกใจ คิดว่าลูกเกิดปัญหา จึงถาม
อย่างกังวลว่า
“หร่านหร่าน ลูกของพวกเรายังปลอดภัยดีหรือไม่”
“ลูกแข็งแรงดี เพียงแต่…”
“เพียงแต่อะไร?” โม่จิ่วเยี่ยอยากรู้แทบรอไม่ไหว
“ข้าท้องลูกแฝด” เฮ่อจือหรานบอกผลการตรวจเมื่อครู่ ไม่แปลก
ใจที่นางรู้สึกว่าชีพจรของตนเองผิดปกติเล็กน้อยตอนก าลังตรวจ
คราวนี้กลับเป็นโม่จิ่วเยี่ยที่ตกตะลึง
“หร่านหร่าน เจ้าบอกว่าอะไรนะ”
เฮ่อจือหรานถือรายงานผลการตรวจแล้วบอกเขาด้วยความ
มั่นใจ
“ข้าท้องลูกแฝด”
โม่จิ่วเยี่ยได้ยินค าพูดของนาง บนใบหน้าก็ไม่มีความยินดีเลย
แม้แต่น้อย มีเพียงความวิตกกังวล
เฮ่อจือหรานรู้ว่าเขาก าลังกังวลว่าการคลอดเด็กแฝดจะเป็น
อันตราย
แต่ก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ ในยุคโบราณที่การแพทย์ยังไม่พัฒนา
การคลอดบุตรของสตรีก็เหมือนกับการเดินผ่านประตูนรก อีกทั้งนาง
ยังตั้งครรภ์ลูกแฝด จะไม่ให้คนกลัวหรือกังวลได้อย่างไร
แต่นางเป็นใครกันเล่า?!
นางคือแพทย์ทหารจากศตวรรษที่ 21 เชียวนะ ในพื้นที่มิติของ
นางมีอุปกรณ์การแพทย์สมัยใหม่ที่ครบครัน อย่างมากนางก็สอนวิธี
ผ่าตัดคลอดให้โม่จิ่วเยี่ยล่วงหน้า หรือไม่เขาก็อาจช่วยเหลือนางได้
“ท่านอย่ากังวลไปเลย ข้าแค่ท้องลูกแฝดเท่านั้น มันจะต้องไม่มี
ปัญหาแน่นอน” เฮ่อจือหร่านกล่าวด้วยน ้าเสียงมั่นใจ ราวกับสามารถ
มองเห็นอนาคตได้
ทว่าโม่จิ่วเยี่ยยังคงไม่สบายใจอย่างที่นางคิดไว้
“หร่านหร่าน การท้องลูกแฝดไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ข้ายอมไม่มี
ทายาทดีกว่าให้เจ้าตกอยู่ในอันตราย”
เฮ่อจือหร่านพอจะเดาได้ว่าโม่จิ่วเยี่ยก าลังคิดอะไรอยู่
“ท่านจะท าเช่นไรหรือ?”
ใบหน้าของโม่จิ่วเยี่ยฉายแววเจ็บปวดอย่างที่สุด แต่ค าพูดที่ควร
เอ่ย เขาก็ยังจ าต้องเอ่ยมันออกไป
“หร่านหร่าน หรือพวกเราไม่ควรมีเด็กพวกนี้จะดีกว่า ข้าไม่อาจ
ปล่อยให้เจ้าต้องเจออันตรายใด ๆ ได้”
การสูญเสียลูกในครรภ์ท าให้โม่จิ่วเยี่ยรู้สึกเจ็บปวดแสนสาหัส
แต่เมื่อนึกถึงอันตรายที่ภรรยาอาจต้องเผชิญ เขาก็ต้องอดทนและ
ตัดสินใจเช่นนี้
“มันไม่ได้ร้ายแรงอย่างที่ท่านคิดหรอก ท่านเชื่อข้าเถอะ ลูกของ
พวกเราต้องคลอดออกมาอย่างปลอดภัยแน่นอน” เฮ่อจือหร่านยืนยัน
ด้วยน ้าเสียงหนักแน่น
ในฐานะแพทย์คนหนึ่ง หากแม้แต่ลูกในไส้ของตนเองนางยัง
รักษาเอาไว้ไม่ได้ แล้วจะไปรักษาและช่วยชีวิตผู้อื่นได้อย่างไร
“แต่ว่า…”
โม่จิ่วเยี่ยก าลังจะเอ่ยสิ่งใดบางอย่าง แต่ถูกเฮ่อจือหร่านตัดบท
เสียก่อน
“ถึงท้องแฝดก็ไม่ใช่ปัญหา สามารถผ่าคลอดได้”
เพื่อให้โม่จิ่วเยี่ยวางใจ นางจึงจูงมือเขาไปยังห้องพยาบาล และ
หยิบหนังสือเกี่ยวกับการผ่าคลอดมอบให้เขา
“นี่คือต าราเกี่ยวกับการผ่าคลอด ยามท่านมีเวลาว่างก็ลองศึกษา
ดูได้ หากข้าสามาถคลอดเองได้ตามธรรมชาติก็จะเป็นการดีที่สุด แต่
หากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมา ก็สามารถใช้วิธีนี้ได้”
มือของโม่จิ่วเยี่ยที่รับหนังสือมาสั่นระริก เขาเคยช่วยภรรยา
ผ่าตัดขาให้พี่สี่อยู่ในห้องผ่าตัด และเคยช่วยนางผ่าเอาหนอนกู่ออก
จากร่างกายคนนับครั้งไม่ถ้วน
แต่พอคิดว่าร่างกายของหร่านหร่านจะถูกกรีดเป็นแผล หัวใจ
ของเขาก็เจ็บปวดจนแทบหายใจไม่ออก
เฮ่อจือหร่านเห็นเขายังคงลังเล จึงคว้าแขนเขาไว้แล้วเขย่าเบา ๆ
พลางพูดด้วยน ้าเสียงอ่อนโยนว่า “เอาล่ะ ท่านอย่ากังวลเกินไปนัก
เลย เชื่อข้าสิ มันต้องไม่มีปัญหาอะไรแน่นอน”
การท าแท้งเนื้อเลือดของตัวเองเป็นเรื่องโหดร้ายส าหรับโม่จิ่วเยี่ย
แต่เมื่อภรรยาเอ่ยปากเช่นนี้แล้ว เขาก็ได้แต่ยอมประนีประนอม
ชั่วคราว
“ก็ได้ แต่ต่อไปเจ้าต้องดูแลตัวเองให้ดี อย่าให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น
อีก”
“ท่านวางใจเถอะ!” เฮ่อจือหร่านรับปาก
ตอนนี้โม่จิ่วเยี่ยไม่มีอารมณ์จะมาหวานชื่นกับภรรยาอยู่ในพื้นที่
มิติอีกแล้ว เขาหยิบหนังสือที่เฮ่อจือหร่านให้มาตั้งใจนั่งอ่านบนเก้าอี้
เมื่อเจอส่วนที่ไม่เข้าใจก็จะถามเป็นระยะ ซึ่งเฮ่อจือหร่านก็ตอบ
ค าถามของเขาอย่างตั้งใจเช่นกัน
ทั้งสองใช้เวลาอยู่ในพื้นที่มิติมาทั้งวัน กระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้นจึงออก
จากพื้นที่มิติ
ตอนนี้เฮ่อจือหร่านปลอมตัวแล้ว จากหญิงสาวผู้งดงามกลายเป็น
หญิงชราผมขาวใบหน้าเหี่ยวย่น
นางตกลงกับโม่จิ่วเยี่ยว่าจะไปช่วยถอนพิษให้เต๋อเฟยเหนียง
เหนียงที่บ้านผีสิงของพี่ห้าตรงเชิงเขา
ปกติที่นั่นก็ไม่มีใครเข้าใกล้ อีกทั้งเฮ่อจือหร่านก็ยังปลอมตัวเป็น
หญิงชราก็ท าให้ไม่เป็นที่สนใจ
เฮ่อจือหร่านรออยู่ในบ้านเก่าไม่นาน โม่จิ่วเยี่ยกับหนานรุ่ยก็พา
เต๋อเฟยเหนียงเหนียงมาถึง ดูก็รู้ว่าหนานรุ่ยร้อนใจจะช่วยชีวิตมารดา
ของตนเพียงใด
หนานรุ่ยเห็นหญิงชราผมขาวใบหน้าเหี่ยวย่นยืนอยู่ในห้อง ก็รู้
ได้ทันทีว่านี่คือปรมาจารย์ถอนพิษที่โม่จิ่วเยี่ยไปเชิญตัวมา
เมื่ออยู่ต่อหน้ากับคนที่สามารถช่วยชีวิตมารดาได้ เขาจึงแสดง
ความเคารพอย่างสูง จนท าให้เฮ่อจือหร่านรู้สึกประหลาดใจ
หนานรุ่ยก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แล้วคุกเข่าลงตรงหน้าเฮ่อจือห
ร่านทันที่
“ท่านปรมาจารย์ ขอเพียงท่านสามารถช่วยชีวิตเสด็จแม่ของข้า
ได้ ไม่ว่าอะไรข้าก็ยอมท าให้ทั้งนั้น”
เฮ่อจือหร่านไม่คิดว่าหนานรุ่ยจะยอมคุกเข่าให้นาง
แต่นางไม่ได้รู้สึกยินดีกับการกระท านั้นเลย ท าเพียงรับค าแทน
สกุลโม่เท่านั้น การค านับนี้ นางรับไว้เพราะถือเป็นบุญคุณที่ช่วยชีวิต
คน ยิ่งกว่านั้น ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด หนานรุ่ยก็เคยท าอันตรายต่อ
คนสกุลโม่ ก็ถือเสียว่านี่เป็นการขอโทษของเขาต่อคนสกุลโม่แล้ว
กัน
“สกุลโม่มีบุญคุณต่อท่าน ข้าต้องการให้ท่านสาบาน หลังจากที่
ข้าช่วยถอนพิษให้เสด็จแม่ท่านแล้ว ชั่วชีวิตนี้ท่านจะไม่ท าหรือ
คิดร้ายต่อสกุลโม่เด็ดขาด” เฮ่อจือหร่านตั้งใจกดเสียงให้ต ่าลง
นางเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ของค าสาบาน ตราบใดที่หนานรุ่ยไม่
ท าอันตรายต่อคนสกุลโม่ ต่อไปก็จะไม่มีใครในวังหลวงที่คอยจับผิด
สกุลโม่ และพวกเขาก็จะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุขในซีเป่ย
แน่นอนว่านางกับโม่จิ่วเยี่ยสามารถใช้โอกาสนี้ก าจัดหนานรุ่ยได้
แต่พวกเขาไม่ต้องการจะท าเช่นนั้น
หากหนานรุ่ยตายไป ต้าซุ่นก็จะเหลือเพียงหนานฉีที่เป็นรัช
ทายาทจอมปลอมเพียงผู้เดียว แม้พวกเขาจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับราชส านัก
อีก แต่ก็ไม่มีใครอยากเห็นสถานการณ์ที่มีฝ่ายเดียวได้ครอบครอง
อ านาจ
การมีหนานรุ่ยอยู่ ก็จะคานอ านาจของหนานฉีได้เป็นอย่างดี
และท าให้เขารู้สึกถึงภัยคุกคามอยู่ตลอดเวลา
หนานรุ่ยไม่คิดอะไรมาก เขายกมือขวาขึ้น “ข้าขอสาบาน ชั่ว
ชีวิตนี้จะไม่ท าหรือคิดร้ายต่อสกุลโม่เด็ดขาด”
เขาเองก็คิดเอาไว้แล้วว่าหลังจากมารดาถูกถอนพิษ ตนเองจะ
พามารดาไปใช้ชีวิตอย่างสงบ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการแก่งแย่งชิงดีอีก
นอกจากสาบานแล้ว หนานรุ่ยยังหยิบตั๋วเงินจ านวนมากจากอก
เสื้อและมอบให้เฮ่อจือหร่าน
“ท่านปรมาจารย์ นี่คือค่าตอบแทนส าหรับการถอนพิษให้เสด็จ
แม่ของข้า หากไม่พอ ข้าสามารถเพิ่มให้ท่านได้อีก”
เฮ่อจือหร่านไม่คิดเกรงใจ รับตั๋วเงินจากมือเขามาแล้วช าเลือง
มองด้วยหางตา
มูลค่าของตั๋วเงินแต่ละใบคือหนึ่งพันต าลึง จากความรู้สึกในมือ
คาดว่าคงจะมีมูลค่าประมาณหนึ่งแสนต าลึง
เฮ่อจือหร่านไม่ได้รู้สึกตะขิดตะขวงใจที่จะรับเงินนี้ ด้วยสภาพ
อาการของเต๋อเฟยเหนียงเหนียง คนในยุคนี้นอกจากนางแล้วคงไม่มี
ใครสามารถรักษาได้
แม้จะถอนพิษออกจากร่างกายได้ แต่ร่างกายที่บอบช ้าอย่างหนัก
นั้นคงทนอยู่ได้ไม่กี่วัน
“ดี เงินนี้ข้าขอรับไว้ ตอนที่ข้าถอนพิษ ไม่ต้องการให้มีคนนอก
อยู่ด้วย แค่ให้โม่จิ่วเยี่ยอยู่ช่วยก็พอ”
หนานรุ่ยอยากอยู่เคียงข้างมารดา แต่เขาไม่กล้าท้าทายอ านาจ
ของปรมาจารย์ผู้เก่งกาจ หากท าให้นางไม่พอใจแล้วไม่ถอนพิษให้
มารดาของเขา ก็จะได้ไม่คุ้มเสีย
เขามองมารดาที่ยังหลับตาอยู่บนเตียงด้วยความกังวล ก่อนจะ
ค านับเฮ่อจือหร่านอีกครั้ง แล้วถอยออกจากห้องไป