ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 310 ข้ารับรองว่าจะคลอดลูกพวกเขาคนอย่างปลอดภัย
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 310 ข้ารับรองว่าจะคลอดลูกพวกเขาคนอย่างปลอดภัย
ผู้คนต่างกล่าวว่า การเปลี่ยนจากความยากจนสู่ความร ่ารวยนั้น
ง่าย แต่เปลี่ยนจากความร ่ารวยสู่ความยากจนนั้นยากยิ่งกว่า
หนานรุ่ยเคยเป็นถึงองค์ชายผู้สูงศักดิ์แห่งราชวงศ์ต้าซุ่น หาก
ต้องมาปลอมตัวใช้ชีวิตอย่างสามัญชนที่ซีเป่ย เขาจะสามารถปรับตัว
ได้จริงหรือ?
หรือแท้จริงแล้ว เขาเบื่อหน่ายกับการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นในราช
ส านัก?
แต่ไม่ว่าจะอย่างไร นั่นก็เป็นเรื่องของหนานรุ่ย ไม่เกี่ยวกับพวก
เขา
“เช่นนั้น หากมีธุระอะไร ข้าจะฝากให้คุณชายเก้าช่วยตามหา
ท่านก็แล้วกัน”
กล่าวจบ เฮ่อจือหร่านก็เดินตรงไปยังประตูโดยไม่หันกลับมามอง
อีก
โม่จิ่วเยี่ยเห็นดังนั้นก็รีบสาวเท้าตามไป
“ข้าจะไปส่งท่าน”
หนานรุ่ยเองก็อยากจะไปด้วย เขาเหลือบมองเต๋อเฟยเหนียง
เหนียงยังคงหลับใหลบนเตียง ก่อนจะหันกลับมาเพื่อตามไปส่ง
แต่เฮ่อจือหร่านจะยอมให้หนานรุ่ยตามไปได้อย่างไร?
“องค์ชายหนานรุ่ย โปรดรอก่อน ข้ายังมีเรื่องต้องพูดกับคุณชาย
เก้า” เมื่อพูดเช่นนั้นแล้ว หากหนานรุ่ยยังคงยืนกรานตามไปอีก ก็คง
จะดูเป็นการก้าวล่วง
“เช่นนั้นข้าคงไม่อาจไปส่งท่านได้ ขอให้ท่านปรมาจารย์เดินทาง
โดยสวัสดิภาพ” ท่าทางของเขาสุภาพนอบน้อม จนท าให้เฮ่อจือห
ร่านรู้สึกว่านี่ไม่ใช่องค์ชายผู้สูงศักดิ์ แต่เป็นบัณฑิตผู้มีกิริยามารยาท
อ่อนโยนและสง่างาม
แต่เมื่อคิดดูอีกที่ มันก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ หนานรุ่ยมีภาพลักษณ์
ในราชส านักเป็นดั่งนักปราชญ์ผู้รู้เพียงบทกวีเท่านั้น
พอเห็นหนานรุ่ยหันกลับไปที่เตียงซึ่งเต๋อเฟยเหนียงเหนียงก าลัง
นอนพักอยู่ เฮ่อจือหร่านและโม่จิ่วเยี่ยจึงพากันเดินออกมา
กระทั่งมาถึงเชิงเขาเปลี่ยวร้างไร้ผู้คน ทั้งสองก็ก้าวเข้าไปใน
พื้นที่มิติ
เฮ่อจือหร่านเปลี่ยนเป็นชุดปกติ ก่อนจะกลับบ้านไปพร้อมกับโม่
จิ่วเยี่ย
การที่ทั้งคู่ออกไปนานถึงหนึ่งวันหนึ่งคืน ท าให้ฮูหยินผู้เฒ่าเป็น
กังวลมาก นางแอบตัดพ้อบุตรชายคนที่เก้าที่ไม่รู้จักกาลเทศะอยู่
หลายครั้ง ในสถานการณ์ที่ภรรยาของเขาก าลังตั้งครรภ์เช่นนี้ การ
ออกไปช่วยคนถอนพิษก็ท าให้นางเป็นห่วงมากอยู่แล้ว แต่พวกเขา
กลับหายไปนานถึงเพียงนี้ แม้จะเข้าใจว่าที่ท าไปก็เพราะต้องการตบ
ตาหนานรุ่ย แต่ทั้งคู่ก็น่าจะกลับมาให้เร็วกว่านี้
เขาเป็นชายหนุ่มแข็งแรงย่อมไม่นับเป็นอะไร แต่ปล่อยให้สตรี
ตั้งครรภ์ต้องมาแบกรับภาระเช่นนี้ได้อย่างไร
ขณะฮูหยินผู้เฒ่ายิ่งคิดยิ่งขุ่นเคืองอยู่นั้น สองคนที่นางเพิ่งพร ่า
บ่นถึงก็จูงมือกันกลับมา เมื่อเห็นเฮ่อจือหร่านยังปกติดี ความโกรธใน
ใจของนางพลันมลายหายไปเกือบหมด รีบสาวเท้าเข้าไปหา ก่อนจะ
หันไปมองโม่จิ่วเยี่ยด้วยสายตาต าหนิ
โม่จิ่วเยี่ยรู้ถึงสายตาของมารดา ไม่ต้องสงสัยว่านางคงก าลัง
เตือนเขาให้ดูว่ามารดาจะจัดการเขาอย่างไร…
แต่ไม่นาน สายตาของฮูหยินผู้เฒ่าก็เปลี่ยนเป็นอ่อนโยน
นางมองส ารวจเฮ่อจือหร่านตั้งแต่หัวจรดเท้า เมื่อเห็นว่านางไม่มี
อะไรผิดปกติจึงวางใจ
“จิ่วเยี่ย รีบพาภรรยาเจ้ากลับไปพักผ่อนเร็วเข้า”
เฮ่อจือหร่านรู้ว่าแม่สามีเป็นห่วง จึงช่วยอธิบายแทนโม่จิ่วเยี่ยว่า
“ท่านแม่ ท่านไม่ต้องเป็นห่วงข้าหรอกเจ้าค่ะ สามีดูแลข้าเป็นอย่างดี
ข้าไม่ได้เป็นอะไรเลย”
เพียงพูดกับลูกสะใภ้ น ้าเสียงของฮูหยินผู้เฒ่าก็อ่อนลงมาก
“ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว เจ้าแต่งเข้าสกุลโม่มาก็ไม่เคยได้อยู่สุขสบาย
เลย ต้องระหกระเหินอยู่ข้างนอกบ้าง ต้องคอยช่วยตามหาบิดากับ
พี่ชายของพวกเจ้าบ้าง…ตอนนี้ชีวิตคงสงบสุขขึ้นแล้ว เจ้าเองก็ก าลัง
อุ้มท้องหลานคนเดียวของคนสกุลโม่อยู่ แต่เจ้าลูกชายของข้าคนนี้
กลับไม่รู้จักทะนุถนอมภรรยา พาเจ้าออกไปค้างคืนข้างนอกได้ลง
คอ”
ในใจของฮูหยินผู้เฒ่า ลูกชายของนางต้องเป็นบุรุษที่เก่งกาจ
เมื่ออยู่นอกบ้าน และต้องเป็นสามีที่ดี เป็นพ่อที่ดีเมื่ออยู่ในบ้าน
เฮ่อจือหร่านรู้ว่าแม่สามีใจร้อนอยากจะอุ้มหลาน แต่นางกับโม่จิ่ว
เยี่ยได้พักผ่อนอยู่ในพื้นที่มิติ ซึ่งเหมาะส าหรับการดูแลครรภ์และ
สบายกว่าที่ไหน ๆ จึงยิ้มและพูดแก้ต่างให้โม่จิ่วเยี่ย “ท่านแม่ ท่านพี่
ดูแลข้าเป็นอย่างดี และข้ามีข่าวดีจะบอกท่าน ครั้งนี้ข้าตั้งท้องลูก
แฝด ไม่ว่าจะเป็นหลานชายหรือหลานสาว ท่านก็จะได้อุ้มหลาน
พร้อมกันถึงสองคน”
นางพูดด้วยท่าทางสบายอารมณ์ แต่ฮูหยินผู้เฒ่ากลับรู้สึกกังวล
เช่นเดียวกับโม่จิ่วเยี่ย
เด็กแฝดเชียวนะ ถ้าไม่ระวังก็อาจพรากชีวิตนางไปได้…
“เจ้าบอกว่าเจ้าท้องลูดแฝดหรือ?”
ตอนนี้ฮูหยินผู้เฒ่าได้แต่หวังว่าตนเองจะได้ยินผิดไป
แต่โม่จิ่วเยี่ยกลับท าให้นางไม่สามารถหลอกตัวเองต่อไปได้
“ท่านแม่ เป็นเด็กแฝดจริง ๆ ข้าให้ท่านหมอตรวจดูแล้ว”
ฮูหยินผู้เฒ่าตกตะลึง จ้องมองท้องน้อย ๆ ของเฮ่อจือหร่านอยู่
นานโดยหาค าพูดอะไรออกมาไม่ได้
นางคิดว่า ตนเองยอมให้สกุลโม่ไร้ทายาทสืบทอดเสียยังดีกว่า
ปล่อยให้ลูกสะใภ้ที่ดีเช่นนี้ต้องเสี่ยงอันตราย
“เด็กคนนี้…” ไม่ควรเก็บไว้
ฮูหยินผู้เฒ่าพูดไม่ทันจบก็ถูกเฮ่อจือหร่านเอ่ยแทรก
“ท่านแม่ ตัวข้าเองก็เป็นหมอคนหนึ่ง ข้ารับรองว่าจะคลอดลูก
พวกเขาคนอย่างปลอดภัย” เฮ่อจือหร่านรู้ดีว่าความหมายของแม่
สามีคงไม่ต่างจากสิ่งที่โม่จิ่วเยี่ยคิดไว้แต่แรก พวกเขาทั้งคู่ล้วนไม่
อยากให้นางต้องเสี่ยงอันตรายทั้งนั้น
โม่จิ่วเยี่ยเข้าใจดีว่ามารดาก็ไม่อยากให้จือหร่านต้องเผชิญ
อันตราย แต่เมื่อตนเองรับปากกับภรรยาแล้วว่าจะเก็บเด็กเอาไว้ ก็
ต้องเห็นด้วยกับนาง
“ท่านแม่ หร่านหร่านบอกว่ามีวิธีที่ท าให้คลอดได้อย่างราบรื่น
พวกเราต้องเชื่อมั่นในตัวนางขอรับ”
ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นลูกชายผู้โง่เขลายังคิดอะไรไร้เดียงสาเช่นนี้ ก็
อยากจะเดินเข้าไปตีเขาสักครั้ง!
เห็นแม่สามีก าลังจะระเบิดอารมณ์ใส่สามี เฮ่อจือหร่านจึงรีบก้าว
ออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว
มือที่ฮูหยินผู้เฒ่ายื่นออกมาค้างอยู่กลางอากาศ ก่อนจะรีบดึง
กลับมาอยู่ที่เดิมอย่างรวดเร็ว
“คราวนี้พวกเจ้าฟังข้าเถอะ หากเสียเด็กไปก็ยังมีโอกาสมีใหม่ได้
ข้าไม่อาจปล่อยให้ลูกสะใภ้ที่ดีเช่นนี้ต้องมาเสี่ยงอันตราย”
เฮ่อจือหร่านเห็นสถานการณ์เช่นนั้นจึงได้แต่อธิบายอย่างใจเย็น
“ท่านแม่ เชื่อข้าเถอะ ข้ารู้วิชาแพทย์อย่างหนึ่ง แม้เด็กจะคลอด
ยากแต่ก็ไม่ต้องกังวล รับรองว่าจะปลอดภัยทั้งแม่ทั้งลูก”
ฮูหยินผู้เฒ่าชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วถามว่า “เจ้ารับรองว่าจะไม่มี
อันตรายใช่หรือไม่?”
แม้นางจะไม่รู้ว่าวิชาแพทย์ที่ลูกสะใภ้เก้าพูดถึงคืออะไร แต่นางก็
รู้ดีว่าเฮ่อจือหร่านมีความสามารถจริง ๆ คิดไปคิดมา เรื่องเด็กจะอยู่
หรือไป นางก็ไม่อาจตัดสินใจด้วยค าพูดเพียงประโยคเดียวได้
สุดท้ายก็ได้แต่เชื่อในความสามารถของลูกสะใภ้
“ในเมื่อเป็นเช่นนั้น ข้าก็สบายใจ ข้าจะไม่กังวลแล้ว แต่เจ้าต้อง
ดูแลตัวเองให้ดีนะ”
“ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะท่านแม่ ข้าไม่เพียงจะดูแลตัวเองให้ดีเท่านั้น
แต่ยังจะดูแลท่านพี่ให้ดีด้วย”
เฮ่อจือหร่านกล่าวพร้อมรอยยิ้ม สีหน้าเต็มไปด้วยความซุกซน
ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นดังนั้น สีหน้าที่เคยเคร่งเครียดก็ค่อย ๆ ผ่อน
คลาย
นางเอ่ยเร่งโม่จิ่วเยี่ย “รีบพาภรรยาของเจ้ากลับไปพักเถอะ โต
ป่านนี้แล้วยังไม่รู้จักดูแลภรรยาอีก”
โม่จิ่วเยี่ยราวกับได้รับการอภัยโทษ เขาพยักหน้าอย่างแรง “ท่าน
แม่ ข้าจะพาหร่านหร่านกลับไปพักเดี๋ยวนี้”
พูดจบ เขาก็จูงมือเฮ่อจือหร่านเดินไปยังห้องของตน โดยไม่หัน
กลับมามอง
เพราะเขากลัวว่าหากเดินช้า จะถูกสายตาคมกริบของมารดา
เสียดแทงเอา…
ฮูหยินผู้เฒ่าถอนหายใจแล้วกลับเข้าห้องของตน
เฮ่อจือหร่านพบว่าระหว่างทางอาหารเย็น เรื่องที่นางตั้งครรภ์ลูก
แฝดจะแพร่สะพัดไปทั่วบ้าน
พวกพี่สะใภ้และแม่สามีต่างปฏิบัติกับนางราวกับสัตว์สงวนที่ต้อง
ได้รับการดูแลเป็นพิเศษ แม้แต่ชามและตะเกียบก็ถูกส่งมาถึงมือ
โดยตรง ราวกับกลัวว่าการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยของนางจะส่งผล
กระทบกับเด็กในท้อง
ความกระตือรือร้นเช่นนี้ท าให้เฮ่อจือหร่านรู้สึกอึดอัดใจเล็กน้อย
นางต้องกล่าวขอบคุณพี่สะใภ้แต่ละคนไม่หยุดไม่หย่อน ฮูหยินผู้เฒ่า
เห็นดังนั้นก็เข้าใจความรู้สึกของนางดี พอเห็นลูกสะใภ้คนอื่นยังคงตั้ง
อกตั้งใจคีบอาหารส่งให้เฮ่อจือหร่านไม่เลิก นางจึงเอ่ยปากขึ้นว่า
“พวกเจ้าใส่ใจเกินไปแล้ว”