ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 311 นกพิราบส่งสาร
พวกพี่สะใภ้ชะงักมือที่ก าลังคีบอาหารให้ พวกนางมองหน้า
กันเลิ่กลั่ก ก่อนจะหันไปมองชามข้าวของเฮ่อจือหร่าน ในนั้นมี
อาหารนานาชนิดพูนจนเกือบจะล้นออกมาแล้ว
ทุกคนหัวเราะเบา ๆ อย่างเขินอาย ก่อนจะนั่งลงประจ าที่
พี่สะใภ้รองเอ่ยว่า “ฮ่า ๆ ๆ ดูพวกเราสิ ท าตัวเป็นท่านป้ากลัวว่า
หลานชายสองคนจะกินไม่อิ่ม เลยคอยคีบอาหารให้น้องสะใภ้เก้าไม่
หยุด”
ค าพูดของนางช่วยคลายความเก้อเขินของพี่สะใภ้คนอื่น ๆ ได้
เป็นอย่างดี
ฝ่ายเฮ่อจือหร่านเห็นดังนั้นก็ไม่ได้ปฏิเสธ นางรับอาหารที่บรรดา
พี่สะใภ้ตักให้มาทั้งหมด ซ ้ายังกินข้าวอีกสองชามใหญ่
อาหารมากมายเช่นนี้ไม่ได้กินเสียเปล่า ร่างกายของเฮ่อจือห
ร่านอวบอิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้ แต่กลับดู
งดงามไปอีกแบบ
น่าสงสารโม่จิ่วเยี่ย ยามนี้ร่างกายของเขาก าลังหนุ่มแน่น ได้แต่
เฝ้ามองอาหารน่าอร่อยแต่กินไม่ได้อยู่ข้าง ๆ
……
ตกดึก เมื่อกลับมาในพื้นที่มิติ เฮ่อจือหร่านอาบน ้าเสร็จก็ล้มตัว
นอนทันที่
โม่จิ่วเยี่ยทรมานใจ นั่งมองนางอยู่เงียบ ๆ อยากจะลูบไล้แต่ก็กลัว
จะรบกวนการพักผ่อนของภรรยา สุดท้ายเขาก็ต้องลุกไปห้องน ้าเพื่อ
บังคับตัวเองให้ใจเย็นลง
เช้าวันถัดมา โม่จิ่วเยี่ยตั้งใจพาเฮ่อจือหร่านออกไปเดินเล่น ทั้ง
สองตรงไปยังบ้านเก่าที่เชิงเขา
ภายในรถม้าของหนานรุ่ยมีเสบียงและวัตถุดิบท าอาหารอยู่
มากมาย ในบ้านเก่าก็มีเตาง่าย ๆ ที่พี่ห้าทิ้งไว้ แม่ลูกคู่นี้จึงไม่ถึงกับ
ต้องอดอาหาร
ตอนนี้เต๋อเฟยเหนียงเหนียงรู้สึกตัวแล้ว แต่ร่างกายนางยัง
อ่อนแอมาก หนานรุ่ยหยิบขนมปิ่งจือแข็ง ๆ ออกมา แต่นางกลับทาน
ไม่ลง หนานรุ่ยจึงได้แต่รอให้โม่จิ่วเยี่ยมาถึง เพื่อขอให้เขาซื้อวัตถุดิบ
บางอย่าง
“คุณชายเก้า ในที่สุดเจ้าก็มา”
พอโม่จิ่วเยี่ยได้ยินเช่นนั้น เขาคิดเกิดปัญหาบางอย่างกับเต๋อ
เฟยเหนียงเหนียง
“มีอะไรเกิดขึ้นกับเต๋อเฟยเหนียงเหนียงหรือ?”
หนานรุ่ยฟังน ้าเสียงของโม่จิ่วเยี่ยก็รู้ว่าเขาเข้าใจผิด จึงรีบ
อธิบายว่า “ไม่ใช่อย่างนั้น เสด็จแม่ของข้าเพิ่งตื่นขึ้นมา แต่ที่นี่ไม่มี
อาหารที่เหมาะสมส าหรับนาง ข้าจึงอยากรบกวนเจ้าช่วยซื้อมาให้ข้า
สักหน่อย”
เพื่อให้โม่จิ่วเยี่ยคลายความระแวงลง เขาจึงอธิบายเพิ่มเติมว่า
“แม่นมข้างกายเสด็จแม่ข้าเป็นคนที่ไว้ใจได้มากที่สุด จะไม่ท าอะไรที่
เป็นภัยต่อพวกเจ้าแน่นอน”
ตอนนี้หนานรุ่ยจินตนาการว่าสกุลโม่คงใช้ชีวิตอย่างสงบสุขแล้ว
เขาไม่อยากให้การมาของตนสร้างความล าบากใจให้พวกเขา
เขาพูดพลางยื่นตั๋วเงินใบหนึ่งให้โม่จิ่วเยี่ย แววตาของเขาเต็มไป
ด้วยความรู้สึกผิด
“ตอนนี้เสด็จแม่ของข้าสุขภาพไม่ค่อยดีนัก ข้าไม่สบายใจหาก
จะทิ้งนางไว้ที่นี่เพียงล าพัง”
ตอนที่เขามาถึงหมู่บ้านซีหลิ่ง เพื่อไม่ให้โม่จิ่วเยี่ยตกใจ เขาจึงสั่ง
ให้องครักษ์ประจ าตัวและแม่นมที่รับใช้ข้างกายมารดารออยู่ที่เมืองอ
วิ่น
ส่วนตัวเขาปลอมตัวเป็นพ่อค้าธรรมดาคนหนึ่งแล้วรีบมาที่
หมู่บ้านซีหลิ่ง ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าเขาไม่มีคนช่วยเหลืออยู่ข้าง
กายเลยสักคน แม้ว่าจะเตรียมใจไว้แล้วว่าในอนาคตอาจต้องลงมือท า
ทุกอย่างด้วยตัวเอง แต่เพิ่งเริ่มต้นแบบนี้เขาก็ยังปรับตัวไม่ค่อยได้
โดยเฉพาะในสถานการณ์เช่นนี้ เขารู้สึกกังวลใจจริง ๆ
“อีกอย่าง แม่นมของเสด็จแม่ข้าก็พักอยู่ในโรงเตี๊ยมที่ใหญ่ที่สุด
ในเมืองอวิ่น รบกวนเจ้าส่งคนไปรับนางมาด้วย”
หนานรุ่ยเห็นโม่จิ่วเยี่ยไม่ตอบสนองก็คิดว่าเขายังคงติดใจเรื่องที่
ตนเองเคยท าไว้ในอดีต จึงรีบเดินไปที่รถม้า แล้วน านกพิราบสีขาว
ออกมาจากกรง
โม่จิ่วเยี่ยอยากถามหนานรุ่ยมานานแล้ว ว่าท าไมถึงน านกพิราบ
มาที่ซีเป่ยด้วย แต่ตอนนั้นชีวิตของเต๋อเฟยเหนียงเหนียงก าลังตกอยู่
ในอันตราย หนานรุ่ยเองก็ก าลังร้อนใจ โม่จิ่วเยี่ยจึงยังไม่สอบถามอีก
ฝ่าย
คราวนี้ไม่รอให้โม่จิ่วเยี่ยถาม หนานรุ่ยถือกรงพลางเดินมาใกล้
แล้วอธิบายว่า “นกพิราบส่งสารนี้ถือเป็นของขอบคุณที่เจ้าช่วยหา
ปรมาจารย์มารักษาเสด็จแม่ข้า”
จากนั้น หนานรุ่ยก็หยิบตั๋วเงินสองใบส่งให้โม่จิ่วเยี่ย เพราะกลัว
ว่าเงินห้าร้อยต าลึงที่ให้ไปเมื่อครู่นี้จะน้อยเกินไป “เจ้าน าสิ่งนี้ไปด้วย”
ที่เขามอบตั๋วเงินให้โม่จิ่วเยี่ยอีกครั้ง เพราะนึกถึงเรื่องที่เสด็จพ่อ
กระท าลับ ๆ ตอนที่สกุลโม่ถูกเนรเทศ รวมถึงเรื่องเลวร้ายที่พี่ใหญ่ท า
ไว้ จนท าให้สกุลโม่ต้องออกเดินทางเนรเทศมามือเปล่า
บัดนี้พวกเขาเพิ่งตั้งรกรากที่ซีเป่ยได้ไม่นาน คงก าลังต้องการใช้
เงินอยู่พอดี ด้วยนิสัยหยิ่งผยองของโม่จิ่วเยี่ย หากเขาบอกตรง ๆ ว่า
จะช่วยเหลือ อีกฝ่ายคงไม่ยอมรับ ประจวบกับเขาที่จะใช้โอกาสนี้ช่วย
ช่วยเหลือสกุลโม่ด้วย
แท้จริงแล้ว หนานรุ่ยไม่รู้ว่าโม่จิ่วเยี่ยได้เปลี่ยนไปแล้ว เปลี่ยน
จากเดิมที่เคยเคร่งครัดกับตนเอง เขาเรียนรู้ที่จะปรับตัวและพิจารณา
ตัดสินใจตามสถานการณ์มาจากเฮ่อจือหร่านแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น ภรรยาของเขายังช่วยชีวิตเต๋อเฟยเหนียงเหนียงไว้
ไม่ต้องพูดถึงตั๋วเงินเพียงเท่านี้ แม้จะมีมากเป็นสิบเท่าร้อยเท่าก็ไม่ถือ
ว่าเกินไป
โม่จิ่วเยี่ยรับตั๋วเงินไว้โดยไม่มีท่าทีปฏิเสธ สายตาจดจ้องไปที่
นกพิราบตัวนั้น
“นกพิราบตัวนี้มีอะไรพิเศษหรือ?”
หนานรุ่ยเห็นโม่จิ่วเยี่ยไม่ปฏิเสธตั๋วเงินที่ตนมอบให้ก็ดีใจ เขาวาง
กรงนกพิราบขาวไว้บนพื้นอย่างระมัดระวัง
“เจ้าอย่าได้ดูถูกสิ่งนี้ นี่เป็นสมบัติล ้าค่าของคนลึกลับ เขาเคยใช้
นกพิราบขาวตัวนี้ส่งจดหมายมาให้ข้า”
พูดถึงการส่งจดหมาย โม่จิ่วเยี่ยก็นึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วัน
ก่อน ชายชาวหนานเจียงที่ยึดครองกิจการเดินเรือเคยพูดว่า
นกพิราบส่งสารของปรมาจารย์ซือเหมิงหายไป ดังนั้นเขาจึงไม่กล้า
กลับไป และอยู่เป็นนายใหญ่ของที่นั่น
หรือว่านกพิราบในมือของหนานรุ่ยคือตัวที่ชายชาวหนานเจียง
ท าหายไป?
“ขอถามองค์ชาย เหตุใดท่านถึงมั่นใจว่านี่คือนกพิราบที่ส่ง
จดหมายมาให้ท่าน และท่านได้นกพิราบตัวนี้มาอย่างไร”
หนานรุ่ยก้มลงเปิดกรง หยิบนกพิราบออกมาแล้วกางปีกมันออก
“เจ้าดูตรงนี้สิ ในปีกของนกพิราบตัวนี้มีขนสีทองอยู่หนึ่งเส้น ข้า
ออกจากที่นั่นก่อนปีใหม่ ระหว่างทางก็เห็นชายหนานเจียงคนหนึ่ง
ในมือเขาก าลังถือกรงนกพิราบขาวอยู่ บังเอิญว่าตอนนั้นนกพิราบ
มันกางปีกออก ข้าจึงจ าได้ทันทีว่ามันเป็นตัวที่คนลึกลับใช้ส่ง
จดหมายมาให้ข้า”
ได้ยินหนานรุ่ยพูดเช่นนี้ โม่จิ่วเยี่ยก็สามารถสรุปได้แล้ว ว่านี่คือ
นกพิราบที่ชายชาวหนานเจียงท าหายไปจริง ๆ
ก่อนที่เขาจะเอ่ยปากถาม หนานรุ่ยก็พูดต่อ “ตอนนั้นข้าคิดว่า
นกพิราบตัวนี้อาจมีประโยชน์กับเจ้า จึงสั่งให้องครักษ์ชิงมันมาจาก
มือชาวหนานเจียงคนนั้น น่าเสียดายที่เขาใช้พิษได้ แม้องครักษ์ของ
ข้าจะจับตัวเขาไม่ได้ แต่โชคดีที่ได้ตัวนกพิราบมาอย่างปลอดภัย”
ขณะเล่า หนานรุ่ยก็น านกพิราบใส่กลับเข้าไปในกรง แล้วยื่น
กรงไปตรงหน้าโม่จิ่วเยี่ย พลางบอกให้เขาเก็บรักษามันไว้ให้ดี
ส าหรับโม่จิ่วเยี่ยแล้ว นกพิราบตัวนี้อาจเป็นเบาะแสในการตาม
หาปรมาจารย์ซือเหมิง เขาจึงกล่าวขอบคุณหนานรุ่ยอย่างจริงจัง
ก่อนจะรับกรงนกพิราบมา
หนานรุ่ยคิดว่าโม่จิ่วเยี่ยกับภรรยาจะไปแล้ว จึงร้อนรนพูดว่า
“ตอนนี้เสด็จแม่ของข้าเบื่ออาหาร รบกวนเจ้าช่วยซื้อของบ ารุง
ร่างกายให้ข้าด้วย และถ้าสะดวก ก็ช่วยรับแม่นมของเสด็จแม่มาที่นี่
ให้ข้าด้วยได้หรือไม่?”
โม่จิ่วเยี่ยไม่มีทีท่าว่าจะไปทันที่ เขากับเฮ่อจือหร่านมาที่นี่ก็เพื่อ
มาตรวจดูร่างกายของเต๋อเฟยเหนียงเหนียงโดยเฉพาะ
“ข้าและภรรยาตั้งใจมาเยี่ยมเต๋อเฟยเหนียงเหนียง”
หนานรุ่ยได้ยินดังนั้นจึงรีบหลบไปด้านข้างทันที่
“เช่นนั้นก็เชิญทางนี้ เสด็จแม่ของข้าเพิ่งตื่น นางอยู่ข้างใน”