ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 357 พวกเจ้าฆ่าข้าเสียเถอะ
พิษชนิดนี้ ปรมาจารย์ซือเหมิงเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก
ท าให้ข้าอดคิดไม่ได้ว่าเบื้องหลังของสกุลโม่ ต้องมีปรมาจารย์
สักคนคอยช่วยเหลืออยู่แน่
การที่สามารถน าพิษที่แม้แต่ข้าก็ไม่เคยเห็นมาก่อนออกมาใช้
อีกทั้งยังสามารถถอนพิษกู่หุ่นเชิดในร่างของโม่จิ่นเหนียนได้ หากไม่
มีปรมาจารย์คอยช่วยเหลือ ให้ตายเขาก็ไม่มีทางเชื่อ
เมื่อความรู้สึกคันบนร่างกายทวีความรุนแรงขึ้น ปรมาจารย์ซือเห
มิงก็ไม่อาจคิดพิจารณาได้อีกต่อไป
ร่างกายของเขาบิดเบี้ยวราวกับหนอนที่ถูกไล่ล่า ดิ้นรนไม่หยุด
หย่อน จนถึงขั้นรู้สึกอยากตายให้มันจบสิ้นกันไป
“พวกเจ้าฆ่าข้าเสียเถอะ…ฆ่าข้าเสีย…อ้าก…คันเหลือเกิน…”
โม่จิ่วเยี่ยกับโม่จิ่นเหนียนยืนกอดอก มองปรมาจารย์ซือเหมิงที่
ก าลังดิ้นทุรนทุรายด้วยสายตาเย็นชา ไม่มีความสงสารใด ๆ ในแวว
ตา เมื่อเทียบกับสิ่งที่เขาได้กระท าต่อสกุลโม่แล้ว การทรมานเช่นนี้ยัง
ไม่สาสมด้วยซ ้า
เห็นได้ชัดว่าบนหน้าผากของปรมาจารย์ซือเหมิงมีเหงื่อเริ่มผุด
ขึ้น แม้แต่เสียงครวญครางด้วยความเจ็บปวดก็ค่อย ๆ อ่อนแรงลง
โม่จิ่วเยี่ยรู้ว่าตอนนี้สติของเขาอ่อนแอกว่าเมื่อครู่มาก จึงฉวย
โอกาสถามว่า “พูดมา ท่านพ่อกับพี่ชายของข้าตอนนี้อยู่ที่ไหน?”
ยามนี้ปรมาจารย์ซือเหมิงตระหนักได้แล้วว่า สถานการณ์ของ
ตนเองล าบากกว่าที่คิดเอาไว้มากนัก
โดยเฉพาะความรู้สึกคันคะเยอที่ร่างกายต้องทนรับ มันท าให้เขา
ยิ่งเห็นความจริงข้อหนึ่งชัดเจนขึ้นว่า
วันนี้เขามีทางเลือกเพียงสองทางเท่านั้น
หนึ่ง หากเขาบอกที่อยู่ของคนสกุลโม่ อีกฝ่ายอาจให้เขาตาย
อย่างสบาย
สอง หากเขาตายไปพร้อมกับโม่จิ่วเยี่ยและโม่จิ่นเหนียน ก็จะถือ
โอกาสได้พาพวกโม่ฉิงลงนรกไปด้วย
ไม่ว่าจะท าแบบไหน การแก้แค้นให้คนรักอย่างสมบูรณ์คงเป็นไป
ไม่ได้แล้ว
แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะบอกที่อยู่ของพ่อลูกสกุลโม่อย่าง
ตรงไปตรงมา เขายอมตายไปพร้อมกับพี่น้องสกุลโม่ดีกว่า ด้วยวิธีนี้
แล้ว หากเขาลงไปพบคนรักในปรโลกก็จะสามารถอธิบายกับนางได้
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้เขาไม่อาจยืนยันได้อย่างแน่ชัด ว่าบุรุษสกุล
โม่ที่ถูกกู่พิษควบคุมถูกช่วยไปกี่คนแล้ว
ปรมาจารย์ซือเหมิงตัดสินใจทันที่
หนอนกู่ของเขายังคงอยู่ โดยเฉพาะกู่คู่กาย ขอเพียงเขาตาย กู่
คู่กายของเขาก็จะตามไปปรโลกพร้อมกัน
เมื่อถึงเวลานั้น ไม่ใช่แค่เขาคนเดียว แต่พวกโม่ฉิงที่ถูกเขาใช้กู่
คู่กายควบคุมอยู่ก็จะตายตามไปด้วย
ต่อให้สกุลโม่จะรู้จักปรมาจารย์ที่ช่วยถอนพิษได้ แต่ก็ไม่มีทาง
ช่วยชีวิตคนกลับมาได้
อีกทั้งหากเขาระเบิดกู่คู่กาย ร่างกายของเขาก็จะระเบิดด้วย หาก
พี่น้องสกุลโม่สัมผัสกับเลือดพิษจากหัวใจในร่างกายของเขา แม้แต่
เทพเซียนก็ไม่สามารถช่วยชีวิตพวกเขาได้เช่นกัน
แม้ว่าจะไม่สามารถใช้บุรุษสกุลโม่เซ่นสังเวยที่หลุมศพของคนรัก
ได้ แต่การที่สามารถพาโม่ฉิงและบุตรชายทั้งสองของเขาลงปรโลก
ด้วยกัน ก็ถือว่าเขาท าส าเร็จไปครึ่งหนึ่งแล้ว
ถึงแม้ปรมาจารย์ซือเหมิงจะตัดสินใจแล้ว แต่ใครเล่าจะไม่อยากมี
ชีวิตอยู่ยืนยาว?
เขาตั้งใจจะขอโอกาสสุดท้ายให้ตัวเองอีกครั้ง หากท าไม่ส าเร็จ
ก็จะตายพร้อมกับเจ้าเฒ่าโม่ฉิง
เพื่อช่วยคนรักแก้แค้น ปรมาจารย์ซือเหมิงสามารถวางแผนมา
หลายปี จิตใจและสติปัญญาของข้าไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะเทียบเทียม
ได้
แม้ว่าจะถูกมัดมือมัดเท้า แต่ในใจก็รู้ดีว่าของมีค่าที่อยู่ในอกคง
ถูกพี่น้องคู่นี้ค้นเอาไปหมดแล้ว
หมายความว่าตอนนี้บนตัวเขาไม่เพียงไม่มียาพิษใด ๆ แม้แต่
หนอนกู่ก็ไม่มีอยู่เลย
โชคดีที่เขาฝึกฝนกู่คู่กายมาแล้ว และตัวกู่อยู่ในร่างกายของเขา
ไม่ว่าพวกโม่จิ่วเยี่ยจะฉลาดเพียงใด ก็คงไม่มีทางคิดมาถึงจุดนี้
ได้
ดังนั้น เขาจึงอดทนต่อความรู้สึกคันบนร่างกาย แล้วรวบรวม
พลังร้องเรียกกู่คู่กายของตน
“โม่จิ่นเหนียน โม่จิ่วเยี่ย ข้าจะถามพวกเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย จะ
ปล่อยข้าไปหรือจะให้ข้าพาพวกเจ้ากับพวกบิดาของเจ้าตายไป
พร้อมกันด้วย?”
แม้โม่จิ่วเยี่ยจะคอยเฝ้ามองสภาพอันน่าเวทนาของปรมาจารย์
ซือเหมิงอย่างเย็นชามาตลอด แต่ก็ไม่เคยลดความระแวดระวังลง
เมื่อปรมาจารย์ซือเหมิงรวบรวมสมาธิเรียกกู่คู่กายได้ ชายหนุ่มก็
พบว่ามีบางอย่างผิดปกติ
แม้ว่าข้าจะเพิ่งเห็นสถานการณ์เช่นนี้เป็นครั้งแรก แต่ก็ไม่รู้สึก
แปลกประหลาดแต่อย่างใด
หนังสือแมลงพิษที่เขาและภรรยาเคยอ่านด้วยกันนั้นไม่ได้อ่าน
อย่างเปล่าประโยชน์ โม่จิ่วเยี่ยรู้ว่าท่าทีของปรมาจารย์ซือเหมิงใน
ยามนี้ มีความเป็นไปได้ว่าอีกฝ่ายก าลังเรียกกู่คู่กายของเขา
เพียงแต่โม่จิ่วเยี่ยไม่รู้ว่าปรมาจารย์ซือเหมิงยังมีไพ่ตายอีกใบ นั่น
คือหลังจากกู่คู่กายตายแล้ว ยังสามารถท าให้ร่างกายของเขาระเบิด
และปล่อยพิษจากเลือดหัวใจออกมาได้
สิ่งที่ชายหนุ่มก าลังกังวล คือการเคลื่อนไหวต่อไปของ
ปรมาจารย์ซือเหมิง
หากเขาใช้กู่คู่กายจริง ๆ ผู้ที่อาจจะต้องตายพร้อมกับเขาก็คือ
บิดาและพี่ชายของโม่จิ่วเยี่ยเอง
ไม่ใช่แค่อาจจะ แต่เป็นเรื่องแน่นอน…
โม่จิ่วเยี่ยจึงท าได้เพียงใช้วิธีท าให้อีกฝ่ายสงบลงก่อน
“ข้าสามารถปล่อยเจ้าไปได้ แต่เจ้าต้องบอกเรื่องท่านพ่อและ
พี่ชายข้าเป็นการแลกเปลี่ยน เงื่อนไขนี้คงไม่มากเกินไปใช่หรือไม่?”
ปรมาจารย์ซือเหมิงเองก็ไม่อยากตายเช่นกัน หากไม่ใช่เพราะ
ต้องการจะสร้างโอกาสให้ตัวเองสักครั้ง เขาคงไม่แสดงท่าทีรุนแรง
เช่นนี้
พอเห็นท่าทีของโม่จิ่วเยี่ยที่อ่อนลง ปรมาจารย์ซือเหมิงยิ่งรู้สึกว่า
ตนเองมีโอกาสหลบหนีได้ จึงเริ่มต่อรองเงื่อนไข
“ข้าสามารถบอกสิ่งที่เจ้าอยากรู้ได้ทั้งหมด แต่เจ้าต้องถอนพิษที่
อยู่บนตัวข้าก่อน”
เรื่องนี้โม่จิ่วเยี่ยไม่อาจแก้ไขอะไรได้จริง ๆ ภรรยาของเขาให้แค่
ผงคันมา แต่นางไม่ได้ให้ยาถอนพิษมาด้วย
เขายักไหล่ให้ปรมาจารย์ซือเหมิงด้วยท าสีหน้าจนปัญญา
“ไม่มียาถอนพิษ”
ปรมาจารย์ซือเหมิงได้ยินว่าไม่มีถอนแก้ เหงื่อเม็ดใหญ่บน
หน้าผากก็ไหลไม่หยุด
หากไม่ใช่เพราะเขาไม่ต้องการเผยความอ่อนแอต่อหน้าพี่น้อง
สกุลโม่ ก็คงไม่ต้องกัดฟันทนความทรมานเช่นนี้
ใครจะรู้ว่าแม้เขาจะใช้ค าขู่ไปแล้ว แต่พวกเขากลับไม่มียาถอน
พิษให้…
ตอนนี้ปรมาจารย์ซือเหมิงเข้าใจแล้ว
พี่น้องสกุลโม่คงไม่ปล่อยเขาไปง่าย ๆ ครั้งนี้เป็นยาที่ท าให้
ร่างกายของเขาคันจนทนไม่ไหว ครั้งหน้าก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะใช้วิธี
อะไรมาทรมานให้เขาเอ่ยปากสารภาพอีก
แทนที่จะปล่อยให้ตัวเองถูกทรมานด้วยการยืดเยื้อกับพวกเขา
ต่อไปเช่นนี้ ไม่สู้ใช้ทางเลือกที่สอง แล้วเขาจะได้จากไปอย่างมี
ศักดิ์ศรีมากขึ้น
เมื่อเห็นว่าปรมาจารย์ซือเหมิงก าลังจะใช้กู่คู่กายอีกครั้ง โม่จิ่ว
เยี่ยก็รีบหยิบปืนยาสลบออกมาทันที่
เสียง ‘ปัง’ ดังขึ้นอย่างชัดเจน ก่อนที่ปรมาจารย์ซือเหมิงจะทันได้
ตั้งตัว เขาก็หมดสติไปแล้ว
พี่หกเพิ่งสังเกตเห็นบางอย่างเช่นกัน เขารู้ว่าน้องเก้าถูกบังคับให้
ต้องท าเช่นนี้
“น้องเก้า ชายแก่คนนี้เจ้าเล่ห์มาก ข้าเกรงว่าคงยากที่จะ
สอบถามข้อมูลเป็นประโยชน์กับเขาได้”
เรื่องนี้โม่จิ่วเยี่ยก็ไม่อาจปฏิเสธ
“ดูเหมือนตอนนี้เราท าได้เพียงรักษาชีวิตเขาไปก่อน แล้วค่อย ๆ
หาวิธีสอบถาม”
“แต่หากพวกเราได้ข้อมูลช้าไปวันหนึ่ง ชีวิตของพวกท่านพ่อก็
ต้องทนทรมานเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งวันนะ” พี่หกร้อนใจ แต่น่าเสียดายที่
ตอนนี้สองพี่น้องไม่อาจท าอะไรได้
โม่จิ่วเยี่ยถอนหายใจ
“ชายผู้นี้มีกู่คู่กายอยู่ในตัว เมื่อครู่หากข้าไม่ท าให้เขาสลบไปได้
ทันเวลา เขาคงจะเตรียมกระตุ้นกู่คู่กาย ถึงตอนนั้น คนที่ตายก็จะ
ไม่ใช่แค่เขาคนเดียว ผู้ที่ถูกกู่คู่กายของเขาควบคุมก็จะต้องตายตาม
ไปด้วย”
พี่หกไม่เข้าใจเรื่องหนอนกู่ แต่เมื่อได้ยินโม่จิ่วเยี่ยพูดถึง
รายละเอียดของปัญหาเหล่านี้ ก็พลันตกใจจนเหงื่อเย็นผุดขึ้นทั่วร่าง
“แต่…แต่พวกเราเดินทางไกลพันลี้มาถึงเมืองหลวง จนจับตัว
ปรมาจารย์ซือเหมิงได้แล้ว แต่กลับไม่มีวิธีอะไรเลยหรือ?”
โม่จิ่วเยี่ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยปากว่า “ตอนนี้ พวกเราท า
ได้เพียงพาคนผู้นี้รีบเดินทางไปชายแดนตะวันตกเพื่อรวมตัวกับพวก
พี่สาม ดูว่าพวกเขาจะสืบหาข่าวอะไรได้บ้างหรือไม่”