ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 380 ท่านยังจ าข้าได้หรือไม่
แม้พิษในร่างกายของพวกเขาจะถูกก าจัดออกไปแล้ว แต่ก็ยังมี
ผลข้างเคียงอยู่
พวกเขาพี่น้องไม่รู้ว่า ภายในกับดักพิษนั้นไม่ได้มีเพียงแค่
ยาสลบหรือพิษร้ายที่ท าให้คนตาย
แต่ส าหรับปรมาจารย์ซือเหมิงผู้เจ้าเล่ห์ เพื่อป้องกันไม่ให้พี่น้อง
สกุลโม่หาสถานที่นี้เจอและช่วยคนได้ จึงเพิ่มส่วนผสมที่ท าให้กระดูก
อ่อนแรงลงไปด้วย
ตอนนี้พี่สามก็รู้สึกแข้งขาอ่อนแรงจนไม่อาจลุกขึ้นยืนได้
“น้องเก้า ข้าเป็นอะไรไป รู้สึกว่าร่างกายอ่อนปวกเปียกไปหมด
มือเท้าก็เหมือนจะไม่ฟังข้าเลย?”
โม่จิ่วเยี่ยรู้วิธีถอนพิษและรักษาบาดแผลภายนอกบางอย่าง มัน
เป็นเพียงความรู้ผิวเผินที่ได้เรียนรู้มาตอนช่วยภรรยาท างาน
สถานการณ์ของพี่สามในตอนนี้ เขาไม่สามารถพูดได้อย่าง
ชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้น
อย่างไรก็ตาม การที่พี่สามยังมีชีวิตอยู่ก็นับว่าดีแล้ว รอจนกว่า
จะหาตัวบิดาพบ แล้วพาพวกเขากลับไปหมู่บ้านซีหลิ่ง หร่านหร่าน
ต้องมีวิธีรักษาแน่นอน
“พี่สาม ท่านอย่าเพิ่งร้อนใจไป พิษของท่านเพิ่งถูกก าจัดออก
อาจจะยังมีฤทธิ์ตกค้างอยู่บ้าง รอดูอีกสักครู่แล้วค่อยว่ากันเถอะ” โม่
จิ่วเยี่ยได้แต่ปลอบประโลมพี่ชายเช่นนี้
ขณะเดียวกัน พวกเหลียงห่าวก็ฟื้นคืนสติ พวกเขามีอาการ
เหมือนกับพี่สาม รู้สึกหมดแรงทั้งตัว แขนขาอ่อนยวบ
ตอนนี้พี่น้องสกุลโม่ได้พบหน้ากันครบทุกคนแล้ว เรื่องเร่งด่วนที่
พวกพี่น้องต้องท าต่อคือการตามหาร่องรอยของบิดา
เพียงแต่พี่ใหญ่กับพี่รองยังไม่ฟื้น ส่วนพี่สามกับพวกเหลียงห่าว
ก็เคลื่อนไหวล าบาก
โม่จิ่วเยี่ยจ าเป็นต้องอยู่รอให้พี่ใหญ่กับพี่รองฟื้นและตรวจสอบ
สถานการณ์ก่อน ค่อยออกไปตามหาบิดา
พี่หกอาจจะออกไปก่อนได้ แต่เขาไม่มีของช่วยชีวิตมากมาย
เหมือนโม่จิ่วเยี่ย หากออกไปแล้วเจอกับอันตราย ไม่เพียงไม่สามารถ
หาตัวบิดาได้ แต่ยังจะกลายเป็นภาระให้พี่น้องคนอื่นด้วย
ดังนั้น ไม่ว่าเขาจะวิตกกังวลในใจมากเพียงใด ก็ไม่ได้เสนอตัวจะ
ออกไปตามหาคนทันที่
ในเมื่อตอนนี้ก็ไม่อาจท าอะไรได้ โม่จิ่วเยี่ยจึงสอบถามเรื่องราว
ของพี่สามและคนอื่น ๆ หลังจากมาถึงชายแดนตะวันตก
“พี่สาม พวกท่านหาที่นี่เจอได้อย่างไร?”
“พวกเราหาที่นี่เจอด้วยความบังเอิญ” น ้าเสียงของพี่สามมี
ความรู้สึกจนปัญญาอยู่บ้าง
เขาหยุดชั่วครู่แล้วพูดต่อ “หลังจากมาถึงชายแดนตะวันตก พวก
ข้าก็ตามหาเบาะแสทุกหนทุกแห่ง หลังจากมาที่นี่เกือบสามเดือน
แทบจะพลิกแผ่นดินชายแดนตะวันตกแล้วแต่กลับไม่พบร่องรอยน่า
สงสัยใด ๆ เลย”
“สุดท้ายเหลือเพียงภูเขาเสี่ยวชิวที่ยังไม่ได้ตรวจสอบ ข้าจึงฝาก
ความหวังสุดท้ายไว้กับที่นี่ คิดว่าถ้าไม่พบเบาะแสใด ๆ ก็จะรีบกลับ
เมืองอวิ่นทันที่ และคิดหาวิธีอื่นร่วมกันต่อ”
“เมื่อพวกเรามาถึงเนินเขาลูกที่หก ก็รู้สึกว่าที่นี่มีบางอย่าง
ผิดปกติ โดยเฉพาะต้นไม้และพุ่มหนามที่แตกต่างจากเนินเขาลูกอื่น
ข้าจึงคิดว่าจะต้องตรวจสอบให้แน่ใจสักครั้ง”
“ใครจะรู้ว่า พวกเราเพิ่งเข้ามาบนเนินเขาลูกที่หกได้ไม่นาน ก็มี
แมงป่องพิษมากมายโผล่มา โชคดีที่เหลียงห่าวซึ่งเดินน าหน้ามีไหว
พริบ รีบเตือนให้ทุกคนให้ใช้วิชาตัวเบากระโดดขึ้นต้นไม้ พวกเราจึง
รอดพ้นจากอันตรายมาได้”
“หลังจากนั้น ก็เจอกับกบหลากสีสัน โชคดีที่มีผงก ามะถันที่เจ้า
กับน้องสะใภ้เก้าน ามาให้ พวกเราจึงรอดมาได้อีก”
“ข้าสังเกตสภาพแวดล้อมที่สัตว์มีพิษพวกนั้นอาศัยอยู่ ชัดเจนว่า
มันถูกเลี้ยงดูโดยมนุษย์ ดังนั้นข้าจึงยิ่งมั่นใจ ว่าที่นี่มีโอกาสจะเป็น
สถานที่คุมขังท่านพ่อและพี่ชายของพวกเรา”
“เดิมทีคิดว่าต่อไปคงจะมีสัตว์มีพิษคล้าย ๆ กันโผล่มาอีก พวก
ข้าเองก็เตรียมพร้อมตัวป้องกันไว้แล้ว แต่สุดท้ายกลับเจอกับหมอก
พิษ”
“ตอนแรกหมอกพิษไม่ได้หนาแน่นมากนัก คิดว่าแค่พวกเรา
กลั้นหายใจและปิดปากปิดจมูกก็คงไม่มีปัญหา ทว่ายิ่งเดินลึกเข้าไป
พิษก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้น ในสถานการณ์เช่นนี้ พวกข้าคิดจะถอยกลับ
ก็สายเกินไปเสียแล้ว จึงจ าต้องเดินหน้าต่อไป โดยหวังว่าจะสามารถ
หลุดพ้นจากหมอกพิษได้เร็วก่อนที่พิษจะออกฤทธิ์”
“แม้วิธีของพวกข้าจะสามารถควบคุมการสูดดมพิษได้ แต่ก็ยัง
หลีกเลี่ยงไม่ได้ทั้งหมด อีกทั้งเขายังรู้สึกว่าพิษนี้มีกลิ่นคล้ายกับตอน
ที่ตนเองถูกชาวหนานเจียงจับตัวไป ดังนั้นข้าจึงสรุปได้ว่ามันคือ
ยาสลบชนิดหนึ่ง”
“ข้าคิดว่าหากพวกเราสามารถหาแหล่งน ้าได้ก่อนจะหมดสติ
บางทีอาจจะช่วยบรรเทาอาการของพิษได้”
“หลังผ่านหมอกพิษมาและมองเห็นแหล่งน ้าอยู่ข้างหน้า แต่พิษ
แพร่กระจายเร็วเกินไป พวกข้าไม่อาจทนเดินต่อไปจนถึงแหล่งน ้าก็
หมดสติเสียก่อน”
พี่สามยังไม่รู้ว่าหากไม่ใช่เพราะน้องหกและน้องเก้ามาทันเวลา
พวกเขาคงตายด้วยน ้ามือของพี่ใหญ่พี่รองไปแล้ว
โม่จิ่วเยี่ยนึกถึงเรื่องนี้ก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา แต่อันตรายได้ถูก
จัดการไปแล้ว ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะพูดถึงกระบวนการอย่างละเอียด
ดังนั้นจึงไม่ได้พูดถึงมันทันที่
ทันมดนั้น พี่หกซึ่งอยู่ใกล้กับพี่ใหญ่และพี่รองมากที่สุดก็อุทาน
ขึ้นมา
“พี่รอง ท่านตื่นแล้วหรือ?”
พี่สามและพวกเหลียงห่าวก าลังเคลื่อนไหวล าบาก แต่สายตา
ของพวกเขาทั้งหมดต่างจับจ้องไปที่พี่รอง
โม่จิ่วเยี่ยรีบเดินเข้าไปใกล้ ๆ และจ้องมองพี่รองอย่างพินิจ
พิเคราะห์
“พี่รอง ท่านยังจ าข้าได้หรือไม่?”
โม่เจียเฉิงยังไม่ได้ลืมตาขึ้นมาเต็มที่ เขาเพียงขยับนิ้วมือ
เล็กน้อยเท่านั้น พี่หกจึงคิดว่าเขาตื่นแล้ว
เขากลับมามีสติ รู้สึกสับสนมึนงง ราวกับเพิ่งได้รับการโจมตี
อย่างหนัก
เมื่อได้ยินเสียงเรียกที่คุ้นหูดังมา เขาก็พยายามลืมตา
โม่เจียเฉิงพึมพ าเบา ๆ “น้องหก?”
โม่จิ่นเหนียนเห็นพี่รองจ าตนเองได้ ก็พยักหน้าแรง ๆ ด้วยความ
ตื่นเต้น “พี่รอง ข้าคือจิ่นเหนียน ท่านคงทรมานมามากแล้ว”
โม่จิ่วเยี่ยก็เข้าไปใกล้ “พี่รอง ท่านจ าได้หรือไม่ว่าข้าเป็นใคร?”
สายตาของพี่รองเคลื่อนไหวเล็กน้อย ทอดมองโม่จิ่วเยี่ย
“เจ้าคือน้องเก้าใช่หรือไม่?”
ตอนที่เขาเกิดเรื่อง โม่จิ่วเยี่ยยังเป็นเพียงเด็กหนุ่มอายุสิบกว่าปี
บัดนี้เติบโตเป็นชายหนุ่มร่างก าย าหล่อเหลา การที่พี่รองมองเขาแล้ว
รู้สึกสงสัยบ้างก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
“พี่รอง เป็นข้าเอง ข้าคือโม่จิ่วเยี่ย”
ตอนนี้สมองของพี่รองรู้สึกว่าท างานช้าลง
คนตรงหน้าเขาเหมือนน้องเก้าจริง ๆ แต่กลับมีร่องรอยของความ
ทุกข์ยากมากกว่าที่เขาจ าได้
“เจ้าเป็นน้องเก้าจริง ๆ หรือ?”
เมื่อถูกสงสัย โม่จิ่วเยี่ยไม่รู้สึกแปลกใจแม้แต่น้อย นับตั้งแต่ครั้ง
สุดท้ายที่เขาได้พบกับพี่รอง เวลาก็ผ่านไปกว่าห้าปีแล้ว
“พี่รอง ข้าคือโม่จิ่วเยี่ย ตอนนี้ข้าอายุยี่สิบสองแล้ว”
“เจ้าพูดอะไร?” พี่รองยิ่งงุนงงมากขึ้น
ขณะโม่จิ่วเยี่ยก าลังจะอธิบายอย่างง่าย ๆ ฝ่ายพี่ใหญ่ก็มีความ
เคลื่อนไหว
“พี่รอง เดี๋ยวข้าจะอธิบายให้ท่านฟังอีกที”
ระหว่างที่พูด โม่จิ่วเยี่ยและพี่หกก็มาหน้าแผ่นหินของพี่ใหญ่แล้ว
พี่หกจับมือพี่ใหญ่ไว้ เรียกเบา ๆ ว่า “พี่ใหญ่…พี่ใหญ่…ข้าคือจิ่น
เหนียน”
โม่จิ่วเยี่ยก็เช่นกัน เขายืนอยู่ตรงหน้าพี่ใหญ่และเรียกหา
เหมือนโม่จวินรุ่ยจะมีอาการดีกว่าพี่รองอยู่บ้าง ขณะถูกเรียก
เขาก็ลุกขึ้นนั่งด้วยความช่วยเหลือจากน้องหก
“น้องหก น้องเก้า ข้าเป็นอะไรไป”
เขารู้สึกไม่เชื่อเหมือนกันตอนเห็นโม่จิ่วเยี่ย แต่เมื่อครู่ตอนเขายัง
งุนงงอยู่ เหมือนจะได้ยินน้องเก้าบอกว่าตัวเองอายุยี่สิบสองแล้ว อีก
ทั้งดูจากหน้าตาของคนตรงหน้า เขาก็ยืนยันได้ว่าคนผู้นี้คือน้องเก้า
อย่างไม่ต้องสงสัย
ส่วนน้องหกยิ่งไม่ต้องพูดถึง เขายังคงเหมือนเดิม เพียงแต่ดูโต
ขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น
……………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………