ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 392 ท่านพ่อตื่นแล้ว
ตามหลักแล้ว เมื่อตัวกู่ลูกรับรู้ถึงอันตราย มันมักเลือกจะหลบ
ซ่อนลึกเข้าไปในร่างกายของมนุษย์
แต่กู่ลูกตัวนี้กลับแตกต่างออกไป มันเหมือนหนูตัวน้อยที่ตกใจ
กลัว โผล่หัวออกมาแล้วก็กลับเข้าไป ราวกับสูญเสียทิศทาง
แม้ว่าเรื่องนี้จะไม่สามารถอธิบายได้ แต่เมื่อมองจากภายนอก
แล้วก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย
“ท่านพี่ เตรียมขวดกับคีมคีบให้ข้าด้วย”
โม่จิ่วเยี่ยเข้าใจความหมายของภรรยาทันที่ เขาวางส าลีและ
น ้ายาฆ่าเชื้อไว้ด้านข้าง แล้วรีบน าสิ่งของมาอย่างรวดเร็ว
เฮ่อจือหร่านสีหน้าจริงจัง ด้วยความเร็วมือของนาง โอกาสที่จะ
คีบกู่ลูกออกมาจากรูเลือดได้ส าเร็จนั้นมีน้อย นางจึงได้แต่ฝาก
ความหวังไว้กับโม่จิ่วเยี่ย เพราะเขามีวรยุทธ์ การเคลื่อนไหวย่อมเร็ว
กว่านางแน่นอน
“ท่านพี่ ท่านต้องลงมือรวดเร็ว ไม่อย่างนั้นข้าก็ไม่กล้ารับประกัน
ว่ากู่ลูกจะมุดไปที่ไหน”
ต าแหน่งที่อยู่ใกล้หัวใจเช่นนี้ หากกู่ลูกหนีไปทางนั้น ผลที่
ตามมาคงไม่อาจคาดเดา
ถึงแม้จะมีความกังวลเช่นนี้ แต่เฮ่อจือหร่านก็ไม่กล้าพูดออกมา
ในช่วงเวลาที่ส าคัญ นางไม่อยากสร้างแรงกดดันให้กับโม่จิ่วเยี่ย หาก
โม่จิ่วเยี่ยรู้สึกประหม่าเกินไปและท าพลาด ทุกอย่างก็จะไม่คุ้มค่า
โม่จิ่วเยี่ยเม้มริมฝีปาก จ้องมองกู่ลูกที่ยังคงโผล่หัวออกมาอยู่
นาน ก่อนจะสูดหายใจลึก ๆ ราวกับว่าตัดสินใจอะไรบางอย่าง
เขาจับคีมอย่างมั่นคง เฮ่อจือหร่านแทบมองการเคลื่อนไหวของ
เขาไม่ทัน กู่ลูกก็ถูกคีมคีบใส่เข้าไปในขวดแล้ว
กู่ลูกดิ้นรนสุดก าลังไปทางหนึ่งภายในขวดแก้ว
เฮ่อจือหร่านที่ช่างสังเกตพบว่า ไม่ว่าโม่จิ่วเยี่ยจะหมุนขวดแก้ว
ในมือไปทางไหน กู่ลูกก็ยังคงดิ้นรนไปทางโม่จิ่วเยี่ย
พอเห็นท่าทีของกู่ลูกเช่นนี้ เฮ่อจือหร่านก็รู้สึกเหมือนจะเข้าใจ
อะไรบางอย่าง
“ท่านพี่ กู่แม่ที่ควบคุมกู่ลูกตัวนี้อยู่ที่ท่านใช่หรือไม่”
พูดถึงกู่แม่ กู่ที่เขาได้มาจากปรมาจารย์ซือเหมิง โม่จิ่วเยี่ยยังคง
พกติดตัวอยู่
เนื่องจากหนอนกู่ในร่างของบิดายังไม่ได้ถูกก าจัด โม่จิ่วเยี่ยจึง
กังวลว่าหากกู่ที่ควบคุมกู่ลูกไม่ใช่กู่คู่กายของปรมาจารย์ซือเหมิง
หากเขาฆ่ากู่แม่ผิดตัวก็เท่ากับเป็นการฆ่าบิดาของตนเองทางอ้อม
เพื่อเป็นการป้องกัน กู่แม่เหล่านั้นจึงถูกโม่จิ่วเยี่ยเก็บรักษาไว้
อย่างดี ถึงขั้นไม่กล้าให้พวกมันเกิดข้อผิดพลาดใด ๆ
ตอนนี้เมื่อได้เห็นท่าทางของกู่ลูกของบิดา เขาจึงระมัดระวังมาก
ขึ้น
กู่ลูกตัวนี้ก าลังกระวนกระวายจะกลับไปหากู่แม่ หากกู่แม่เกิด
เรื่องขึ้นมา เขาเกรงว่ากู่ลูกนี้อาจจะฆ่าตัวตายอยู่ในร่างของท่านพ่อ
ได้
ในขณะเดียวกัน โม่จิ่วเยี่ยก็นึกสงสัยขึ้นมาอีกเรื่อง
นั่นคือ เขายึดขวดหกใบที่มีกู่แม่มาจากปรมาจารย์ซือเหมิง และ
เขามั่นใจว่าในขวดเหล่านั้นล้วนมีกู่แม่ที่มีชีวิตอยู่
บัดนี้กู่ลูกของท่านพ่อ พี่ใหญ่ และพี่รองถูกน าออกมาหมดแล้ว
เขาจึงสามารถระบุได้ว่ากู่แม่สามตัวนี้เป็นตัวไหนที่ควบคุมพวกเขา
ปกติแล้ว กู่ลูกที่เกิดจากกู่หุ่นเชิด หากยังไม่ได้พบร่างที่จะอาศัย
กู่แม่กับกู่ลูกจะอยู่ด้วยกัน
หมายความว่า ในขวดกระเบื้องหนึ่งใบ อาจจะมีกู่แม่และกู่ลูกที่คู่
กัน
ส่วนกู่แม่อีกสามตัวที่เหลือ โม่จิ่วเยี่ยยืนยันได้ว่าในแต่ละขวดมีกู่
แม่เพียงตัวเดียว
ส่วนกู่ลูกของพวกมันจะถูกปรมาจารย์ซือเหมิงใส่ไว้ที่ใครยังเป็น
ปริศนา
หากไม่เป็นเช่นนั้น หลังจากบิดาและพี่ชายของเขาถอนพิษ
หนอนกู่ส าเร็จ โม่จิ่วเยี่ยก็สามารถเผาพวกแมลงพิษน่ารังเกียจที่ท า
ร้ายผู้คนเหล่านี้ให้ตายในคราวเดียวแล้ว
บัดนี้ เมื่อคิดว่ากู่แม่ทั้งสามตัวอาจยังควบคุมใครอยู่ เขาจึงเก็บ
ความคิดนั้นไว้ชั่วคราว
อย่างไรก็ตาม กู่แม่ทั้งสามตัวที่ควบคุมบิดา พี่ใหญ่และพี่รองนั้น
ไม่อาจปล่อยไว้ได้
ขณะที่โม่จิ่วเยี่ยก าลังคิดถึงเรื่องเหล่านี้ เขาก็ช่วยท าความ
สะอาดบาดแผลของบิดาอีกครั้งจนเรียบร้อยแล้ว
แม้บาดแผลจะลึก แต่ก็ไม่ได้ใหญ่มาก ไม่จ าเป็นต้องเย็บแผล แค่
ทายาและพันแผลก็พอ
หลังจัดการเรื่องเหล่านี้เสร็จแล้ว ไม่ต้องรอให้เฮ่อจือหร่านพูด
อะไร โม่จิ่วเยี่ยก็ออกไปนอกห้องพยาบาลทันที่ และเผาหนอนกู่ที่ไร้
ประโยชน์เหล่านั้นให้ตาย
สิ่งที่เป็นอันตรายต่อผู้คนเช่นนี้ ควรจะหายไปจากโลกใบนี้
เฮ่อจือหร่านวางแผนไว้ว่าจะช่วยโม่ฉิงถอนพิษก่อน และรอให้
ร่างกายฟื้นตัวบ้างถึงค่อยน าหนอนกู่ออกมา
ไม่คิดว่ากู่ลูกตัวนี้จะร้อนใจอยากไปเกิดใหม่ ถึงกับโผล่หัว
ออกมาเอง
หลังจากช่วยตรวจร่างกายโม่ฉิงอย่างคร่าว ๆ แล้ว เฮ่อจือหรา
นพบว่านี่เป็นเรื่องดี
แม้ร่างกายของโม่ฉิงจะไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น แต่ก็ไม่ได้แย่ลง
เช่นกัน
อาจกล่าวได้ว่ากู่ลูกตัวนั้นช่วยได้มาก ท าให้โม่ฉิงไม่ต้องทน
ทุกข์กับการผ่าตัดถึงครั้งที่สองเพื่อถอนพิษทั้งหมด
ตอนนี้สัญญาณชีพของโม่ฉิงยังคงเป็นปกติ แต่ร่างกายของเขา
อ่อนแอลงมาก แต่สมองไม่ได้รับผลกระทบกระเทือนอะไร
นางคาดว่าฤทธิ์ยาสลบคงจะหมดในอีกสองชั่วโมง ระหว่างนี้
เฮ่อจือหร่านจึงให้เลือดและสารอาหารกับเขา
เมื่อใกล้ถึงเวลาที่คาดว่าโม่ฉิงอาจจะตื่น เฮ่อจือหร่านก็พาพวก
เขาพ่อลูกออกมาจากพื้นที่มิติ
หลังจากจัดให้โม่ฉิงนอนพักอยู่ในรถม้า เขาก็ฟื้นขึ้นมา
การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโม่ฉิงในยามนี้คือแขนของ
เขาไม่ได้แกว่งไปมาเหมือนก าลังเผากระดาษเงินกระดาษทองอีก
ต่อไปแล้ว
โม่จิ่วเยี่ยรีบเข้าไปใกล้ทันที่
“ท่านพ่อ”
เปลือกตาของโม่ฉิงหนักอึ้ง เขาเพียงแค่ลืมตาขึ้นมาเล็กน้อย
แสงสว่างภายในรถม้าไม่ค่อยดีนัก อีกทั้งเขาก็ไม่ได้พบโม่จิ่วเยี่ย
มาหลายปีแล้ว
ภาพจ าของโม่จิ่วเยี่ยจึงหยุดอยู่ในช่วงที่เขายังเด็ก ดังนั้น เมื่อได้
เห็นใบหน้าหล่อเหลาที่ขยายใหญ่ตรงหน้า โม่ฉิงจึงชะงักไปชั่วครู่
โม่จิ่วเยี่ยแค่มองท่าทางของบิดาก็รู้ว่าอีกฝ่ายอาจจ าเขาไม่ได้
“ท่านพ่อ ข้าคือจิ่วเยี่ย ท่านมองข้าดี ๆ สิ”
“เจ้าบอกว่า เจ้าคือโม่จิ่วเยี่ย?” น ้าเสียงของโม่ฉิงเบาจนน่า
สงสารและยังแหบพร่าอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ทั้งโม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านต่างได้ยินค าพูดของ
เขาชัดเจน
น ้าตาของโม่จิ่วเยี่ยเอ่อคลอ เขาพยักหน้าอย่างยากล าบาก
“ท่านพ่อ ข้าคือโม่จิ่วเยี่ย พวกเราไม่ได้พบกันมาแปดปีแล้ว”
เมื่อแปดปีก่อน โม่จิ่วเยี่ยยังเป็นเพียงเด็กหนุ่มอายุสิบสามปี ไม่
แปลกที่โม่ฉิงจะจ าเขาไม่ได้
เพื่อให้น้องสะใภ้เก้าสามารถตั้งสมาธิปรุงยาแก้พิษได้อย่างสบาย
ใจ เหล่าพี่ชายที่อยู่นอกรถม้าจึงไม่ยอมห่างไปจากรถม้า ทว่าก็ไม่
กล้ารบกวน
ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงได้ยินบทสนทนาระหว่างโม่จิ่วเยี่ยกับบิดา
ได้อย่างชัดเจน
พี่ใหญ่รีบเปิดประตูรถม้าอย่างใจร้อน
“น้องเก้า ท่านพ่อฟื้นขึ้นมาแล้วใช่หรือไม่?”
เมื่อเห็นสีหน้าของบิดาที่ยังดูไม่อยากเชื่อนัก โม่จิ่วเยี่ยเห็นพี่
ใหญ่มาก็ราวกับเห็นดาวแห่งความหวัง
“พี่ใหญ่ ท่านพ่อตื่นแล้ว แต่เขาจ าข้าไม่ได้ ท่านรีบมาอธิบายให้
ท่านพ่อฟังหน่อย ข้าคือโม่จิ่วเยี่ย”
ตอนนี้พี่ใหญ่ไม่มีใจจะฟังค าพูดที่เหลือของโม่จิ่วเยี่ย ในสมอง
ของเขามีเพียงค าว่า ‘ท่านพ่อตื่นแล้ว’ เท่านั้น ส่วนที่เหลือเขาไม่
สนใจทันที่
“ท่านพ่อ ท่านตื่นแล้วหรือ?”
ส าหรับโม่จวินรุ่ยแล้ว โม่ฉิงยังคงจ าเขาได้ แม้ว่าพ่อลูกจะไม่ได้
พบกันมาหลายปี แต่ตอนนั้นโม่จวินรุ่ยเป็นผู้ใหญ่แล้ว แม้ว่า
รูปลักษณ์จะเปลี่ยนไปบ้าง ก็ไม่ได้เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนเหมือนโม่จิ่ว
เยี่ยที่เปลี่ยนจากเด็กหนุ่มเป็นผู้ใหญ่
“จวิน…จวินรุ่ย…”
โม่ฉิงพูดอย่างยากล าบาก บุคคลตรงหน้ามีหน้าตาเหมือน
บุตรชายคนโตของเขา แต่ดูซูบผอมกว่าคนในความทรงจ าของเขา
มาก