ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 404 มีเรื่องต้องคุยกัน
“เจ้าช่างกล้า! เจ้ารู้หรือไม่ว่าหัวหน้าของพวกข้าเป็นใคร ถึงยัง
กล้าลงมือรุนแรงเช่นนี้?”
โม่จิ่นเหนียนไม่สนใจว่าพวกเขาเป็นใคร ต่อให้เป็นเทพก็ไม่อาจ
รังแกสกุลโม่ได้
“ข้าไม่สนว่าพวกเจ้าเป็นใคร วันนี้ข้าขอเตือนพวกเจ้าสักค า
หากไม่อยากเจ็บตัวก็รีบไสหัวไป ไม่อย่างนั้น…”
“ไม่อย่างนั้นแล้วท าไม? หากเจ้าท าให้คุณชายรองของพวกข้า
ไม่พอใจ ต่อไปเจ้าก็อย่าหวังว่าจะมีชีวิตอยู่อย่างสงบสุขที่นี่” ไม่ทันที่
โม่จิ่นเหนียนจะพูดจบ นักเลงตัวเล็กก็รีบพูดแทรกขึ้นมาก่อน
น ้าเสียงเต็มไปด้วยการข่มขู่
โม่จิ่วเยี่ยแค่นเสียงเย็นชา พลางเพิ่มแรงบีบที่มือ
“ข้าไม่สนว่าเจ้าเป็นใคร กล้ามาหาเรื่องสกุลโม่ของข้า เจ้าก็อย่า
หวังจะออกไปจากที่นี่ได้อย่างปลอดภัย”
คุณชายรองได้ยินเสียงกระดูกของตัวเองหักอย่างชัดเจน เขาจึง
ร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด “หยุดนะ…ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้…”
โม่จิ่วเยี่ยไม่ได้สะทกสะท้านกับเสียงร้องโหยหวนราวกับหมูก าลัง
ถูกเชือด เขายังคงบีบแขนที่ตนเองบดขยี้ไว้แน่น
“เจ้าเป็นใครกันแน่? มาหาสกุลโม่ท าไม?”
คุณชายรองเจ็บจนน ้าตาแทบไหล เขาตระหนักได้ว่า ชายหนุ่ม
ตรงหน้าเป็นคนที่แข็งแกร่ง ยึดมั่นในคุณธรรม และไม่เกรงกลัวเขา
เลยแม้แต่น้อย
เพื่อไม่ให้ต้องทนทุกข์ทรมานไปมากกว่านี้ เขาจึงปรับน ้าเสียงให้
ดูอ่อนลง แต่ก็ยังแฝงไปด้วยความคุกคาม
“ข้ามาจากเมืองมณฑล เจ้าไปถามที่นั่นดูสิ ไม่มีใครไม่รู้จักข้า
คุณชายรองผู้นี้ ทั้งนักเลงและชนชั้นสูงต่างก็ให้เกียรติข้าทั้งนั้น”
เมืองมณฑล?
ดูก็รู้ว่าเป็นแค่อันธพาลข้างถนน โม่จิ่วเยี่ยนึกไม่ออกเลยว่าเขา
เคยไปมีเรื่องกับใครที่เมืองมณฑล เพราะเขาไม่เคยแม้แต่จะออกไป
จากเมืองอวิ่นด้วยซ ้า
“เจ้ามาหาเรื่องสกุลโม่ท าไม?”
เพื่อให้ชายผู้นี้พูดความจริงออกมา โม่จิ่วเยี่ยจึงเพิ่มแรงบีบขึ้น
อีก
คุณชายรองร้องด้วยความเจ็บปวดไม่หยุด
“โอ๊ย…โอ๊ย…”
ในที่สุดเขาก็ทนไม่ไหว ยอมอ่อนข้อลง
“คุณชาย ไว้ชีวิตข้าด้วย พวกเรามาคุยกันดี ๆ เถอะ พวกเราเป็น
สหายกันได้นะ”
โม่จิ่วเยี่ยไม่อยากเสียเวลาพูดจาอ้อมค้อมกับคนประเภทนี้ จึง
กล่าวอย่างร าคาญ “อย่าพูดมากความ ตอบค าถามของข้ามา”
คุณชายรองมองแววตาเย็นเยียบของโม่จิ่วเยี่ย เหงื่อเย็นผุดขึ้น
เต็มตัวทันที่
เขาเชื่ออย่างไม่ต้องสงสัยเลยว่า ถ้ายังไม่ยอมพูดความจริง
ออกมา เขาอาจจะต้องตายจริง ๆ
“เป็นเถ้าแก่จิน… เถ้าแก่จินขอร้องให้ข้ามาเอาสูตรเนื้อกระต่าย
ผัดเปรี้ยวหวานจากสกุลโม่”
แม้โม่จิ่วเยี่ยจะไม่รู้ว่าเถ้าแก่จินคือใคร แต่เมื่อได้ยินว่าเกี่ยวข้อง
กับเนื้อกระต่ายผัดเปรี้ยวหวาน เขาก็เข้าใจในใจแล้ว
คงหนีไม่พ้นเรื่องที่ถังหมิงรุ่ยใช้เนื้อกระต่ายผัดเปรี้ยวหวาน ท า
ให้กิจการโรงเตี๊ยมเติบโต จนส่งผลกระทบกับโรงเตี๊ยมอื่น
แม้จะเป็นเช่นนั้น เขาก็ไม่รู้สึกเห็นใจเถ้าแก่จินแม้แต่น้อย
การค้าขายต่างก็ต้องพึ่งพาความสามารถ การใช้วิธีสกปรกแบบ
นี้หลังจากที่ตัวเองพ่ายแพ้ ไม่ใช่สิ่งที่คนดีจะท า
โม่จิ่วเยี่ยเข้าใจสถานการณ์โดยรวมแล้ว จึงสั่งให้พวกเถาหราน
มัดตัวพวกนักเลงเหล่านี้ทั้งหมด แล้วโยนไว้ที่เชิงเขา
เฮ่อจือหร่านคิดจะแอบตามหลังพวกโม่จิ่วเยี่ยมาดูสถานการณ์
แต่น่าเสียดายที่ฮูหยินผู้เฒ่า ไม่ยอมให้นางออกไปไหนเลย นางจึงได้
แต่รออยู่ในลานบ้านของพ่อแม่สามีอย่างกระวนกระวาย
โม่จิ่วเยี่ยกลัวว่าบิดามารดาและเฮ่อจือหร่านจะกังวล หลังจาก
จัดการกับพวกนักเลงแล้ว เขาจึงกลับไปอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้น
เมื่อได้ยินว่าคนพวกนั้นมาเอาสูตรเนื้อกระต่ายผัดเปรี้ยวหวาน
เฮ่อจือหร่านจึงตระหนักว่าต่อไปครอบครัวของนางอาจต้องเผชิญกับ
สถานการณ์เช่นนี้อีก
เนื้อกระต่ายผัดเปรี้ยวหวานเป็นเพียงการค้าที่เพิ่งเริ่มต้น ต่อไป
สกุลโม่จะพัฒนาการค้าอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าพวกเขาจะไม่กลัว
ใครหน้าไหน แต่การถูกคนจับตามองแบบนี้อยู่เสมอก็ท าให้รู้สึก
ร าคาญจริง ๆ
เฮ่อจือหร่านรู้สึกว่าเรื่องนี้จ าเป็นต้องพูดคุยกับถังหมิงรุ่ยสัก
หน่อย เพื่อไม่ให้แหล่งที่มาของวัตถุดิบของสกุลโม่รั่วไหลออกไปอีก
ขณะที่นางก าลังคิดเรื่องนี้อยู่ เหลียงห่าวก็พาถังหมิงรุ่ยมาแล้ว
ตอนที่เขาไปถึงเรือนตระกูลถังก็เจอถังหมิงรุ่ยพอดี อีกฝ่ายก็
ก าลังจะออกจากบ้าน หลังจากที่อธิบายสถานการณ์ให้ฟังแล้ว ทั้ง
สองคนก็รีบกลับมาหมู่บ้านซีหลิ่งทันที่
เพียงแค่เดินมาถึงเชิงเขา พวกเขาก็พบว่ามีบางอย่างผิดปกติ
โดยเฉพาะคุณชายรองคนนั้น ถังหมิงรุ่ยรู้จักเขา
คุณชายรองเห็นถังหมิงรุ่ยก็เหมือนเห็นคนช่วยชีวิต แม้พวกเขา
ยังอยู่ห่างกันมาก แต่ก็ยังตะโกนเสียงดังว่า “เถ้าแก่ถัง เถ้าแก่ถัง ช่วย
ข้าด้วย…”
ถังหมิงรุ่ยรู้สึกงุนงงเล็กน้อย
เขากับคุณชายรองคนนี้ก็แค่รู้จักกันเท่านั้น ไม่ได้มี
ความสัมพันธ์พิเศษอะไร
ค าโบราณกล่าวไว้ มังกรที่แข็งแกร่งก็ไม่อาจกดข่มงูเจ้าถิ่นได้
ถังหมิงรุ่ยเคยส่งคนไปติดต่อการค้ากับคนผู้นี้เพื่อให้กิจการของตน
ด าเนินไปอย่างราบรื่น
แต่ก็เป็นแค่ลูกน้องของเขาเท่านั้นที่ไปพบคุณชายรอง
“เหตุใดคุณชายรองจึงมาอยู่ที่นี่?”
คุณชายรองเห็นถังหมิงรุ่ยเอ่ยปากทักทาย จึงรีบกล่าวว่า “ข้ามา
ท าธุระที่นี่ แต่กลับถูกพวกเขาจับตัวเพราะเข้าใจผิดว่าเป็นคนร้าย
หากเถ้าแก่ถังช่วยข้า ต่อไปในเมืองนี้ ท่านก็จะเป็นเจ้านายของข้า”
พอได้ยินแบบนั้น อดีตทหารของสกุลโม่ที่รับผิดชอบดูแลคน
เหล่านี้ก็ก้าวเข้ามาเตะเขาอย่างแรง
“ต่อหน้าพวกข้า เจ้ายังกล้าพูดจาเหลวไหล ดูท่าเจ้าคงไม่เข็ด
หลาบจริง ๆ”
เหลียงห่าวเห็นพวกอดีตทหารก าลังเตะคุณชายรองผู้นี้ ก็รู้ได้
ทันทีว่าคนพวกนี้ต้องมาหาเรื่องสกุลโม่แน่นอน
ไม่อย่างนั้น ด้วยนิสัยที่ไม่ชอบมีเรื่องมีราวของสกุลโม่ พวกเขา
คงไม่มัดคนพวกนี้แล้วโยนทิ้งไว้ที่นี่โดยไร้สาเหตุ
เพื่อไม่ให้ถังหมิงรุ่ยเข้าใจผิด เหลียงห่าวจึงรีบแนะน าว่า
“คุณชายถัง คนผู้นี้ก็เหมือนกับข้า ล้วนเป็นพี่น้องที่ดีที่คอยติดตาม
สกุลโม่”
หลังจากได้ฟังค าอธิบายของเหลียงห่าว แม้ถังหมิงรุ่ยจะไม่รู้ว่า
เกิดอะไรขึ้น แต่ก็สามารถยืนยันได้หนึ่งอย่าง ว่าคุณชายรองคงไปหา
เรื่องกับสกุลโม่เข้าแล้ว
เขาแต่เดิมก็เป็นพวกเดียวกับสกุลโม่ หลังจากเข้าใจ
สถานการณ์แล้วจะเป็นไปได้อย่างไรที่จะไปช่วยคุณชายรองคนนั้น?
ดังนั้น เขาจึงไม่ได้สนใจคุณชายรอง เดินตามหลังเหลียงห่าวไป
ยังเรือนของผู้อาวุโสสกุลโม่พร้อมกัน
เฮ่อจือหร่านไม่คิดว่าถังหมิงรุ่ยจะมาถึงเร็วเพียงนี้
เนื่องจากนางเพิ่งได้ยินถึงจุดประสงค์ที่คนพวกนั้นมาหาคนสกุล
โม่ ตอนนี้จึงยังรู้สึกไม่พอใจอยู่บ้าง พอเห็นถังหมิงรุ่ยมาท่าทีของนาง
จึงไม่ค่อยดีนัก
“คุณชายถัง พวกคนที่เชิงเขาล้วนมาสร้างปัญหาให้คนสกุลโม่
เพราะกิจการของท่าน เรื่องนี้ท่านคิดว่าควรจัดการอย่างไร?”
สกุลโม่ในยามนี้เป็นเพียงสามัญชน แม้ว่าพวกคุณชายรองจะมา
ด้วยเจตนาที่ไม่ดี พวกเขาก็ไม่สามารถลงโทษคนได้เอง
หากถังหมิงรุ่ยสามารถแก้ไขปัญหาได้จะดีที่สุด แต่ถ้าไม่ได้ ก็
ต้องส่งตัวให้ทางการ
ถังหมิงรุ่ยเพิ่งรู้ว่าคุณชายรองพาคนมาสร้างปัญหาให้คนสกุลโม่
แต่เขาเพียงไม่เข้าใจว่าท าไมเรื่องนี้ถึงได้เกี่ยวข้องกับตัวเขาด้วย
“พี่สะใภ้เก้าหมายความว่าอย่างไร?”
“คนพวกนั้นถูกเถ้าแก่จินจากเมืองมณฑลส่งมา พวกเขามาที่
สกุลโม่ของข้าเพื่อเอาสูตรเนื้อกระต่ายผัดเปรี้ยวหวาน”
“ท่านว่าอย่างไรนะ?” เมื่อได้ยินเฮ่อจือหร่านพูดเช่นนั้น ถังหมิง
รุ่ยก็อุทานออกมา
ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะเกิดขึ้นเพราะเขาจริง ๆ
อีกทั้งเขาก็รู้จักเถ้าแก่จินผู้นั้นด้วย อีกฝ่ายคือเจ้าของโรงเตี๊ยมที่
ใหญ่ที่สุดในเมืองมณฑล ก่อนที่เขาจะเปิดโรงเตี๊ยมของตัวเอง
การค้าเนื้อกระต่ายผัดเปรี้ยวหวานก็ยังคงร่วมมือกับเถ้าแก่จินมาโดย
ตลอด
ไม่คิดเลยว่า เพื่อเนื้อกระต่ายผัดเปรี้ยวหวาน พวกเขาถึงกับบุก มาหาสกุลโม แถมยังใช้วิธีสกปรกแบบนี้