ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 446 ลองชิมดูก็จะรู้
ทั้งสองคนมองท้องฟ้า ยังเหลือเวลาอีกมากกว่าจะถึงเวลาพลบ
ค ่า เฮ่อจือหร่านจึงให้โม่จิ่วเยี่ยเก็บใบชาบางส่วนกลับไปด้วย
นางสามารถลองศึกษาวิธีการคั่วชาเพื่อฆ่าเวลาได้
เฮ่อจือหร่านหยิบตะกร้าสะพายหลังออกมาจากพื้นที่มิติ โม่จิ่ว
เยี่ยเก็บใบชาจนเต็มตะกร้า จากนั้นทั้งคู่จึงลงจากเขา
เฮ่อฮูหยินคิดว่าลูกเขยพาบุตรสาวออกไปเดินเล่น ไม่คิดว่าพวก
เขาจะไม่กลับมากระทั่งตอนอาหารกลางวัน นางเป็นห่วงว่าเฮ่อจือห
ร่านจะเกิดเรื่องอะไรหรือไม่ จึงมองออกไปนอกประตูตลอดเวลา
พอเห็นเงาร่างของสามีภรรยาแต่ไกล เฮ่อฮูหยินก็รีบออกไป
ต้อนรับ
“หร่านหร่าน จิ่วเยี่ย พวกเจ้าเข้าเมืองไปหรือ? ท าไมไปนาน
เช่นนี้?”
ขณะเอ่ยเฮ่อฮูหยินยังไม่ลืมจะส ารวจสีหน้าของเฮ่อจือหร่าน
อย่างละเอียด ด้วยเกรงว่านางจะมีปัญหาอะไร
เฮ่อจือหร่านรู้ว่ามารดาเป็นห่วงนางจริง ๆ นางออกไปนานเกินไป
จึงรีบเข้ามาเกาะแขนมารดา
“ท่านแม่ ข้ากับสามีแค่ออกไปเดินเล่น เพลิดเพลินจนลืมเวลา”
ตอนนั้นเองเฮ่อฮูหยินก็สังเกตเห็นตะกร้าที่โม่จิ่วเยี่ยแบกไว้
ด้านหลัง
“พวกเจ้าไปขึ้นเขามาหรือ?”
หลังจากอาศัยอยู่ในหมู่บ้านซีหลิ่งมาสักระยะ เฮ่อฮูหยินก็เข้าใจ
แล้วว่าชาวบ้านที่นี่มักจะแบกตะกร้าแบบนี้ขึ้นเขาไปด้วย
โม่จิ่วเยี่ยวางตะกร้าลง
“ท่านแม่ ข้ากับหร่านหร่านเพียงไปเดินเล่นแล้วบังเอิญเห็นใบชา
ก็เลยเก็บกลับมาบ้าง ถึงได้ท าให้เสียเวลา”
ในฐานะคนจากเมืองหลวง เฮ่อฮูหยินย่อมรู้เกี่ยวกับใบชาเป็น
อย่างดี ในสายตาของนาง ชาดีที่ดื่มในเมืองหลวงล้วนมาจากเขต
ทางใต้ และที่เห็นก็เป็นเพียงชาที่ผ่านการคั่วมาแล้วทั้งสิ้น
แต่นางเห็นโม่จิ่วเยี่ยแบกตะกร้าใส่ใบไม้อะไรบางอย่างที่ไม่รู้จัก
จึงถามด้วยความไม่เชื่อ “หร่านหร่าน จิ่วเยี่ย พวกเจ้าอย่าบอกนะว่า
นี่คือใบชา?”
ส าหรับเฮ่อจือหร่านแล้ว การที่เฮ่อฮูหยินถามเช่นนี้ย่อมไม่ใช่
เรื่องแปลก
ใบชาในต้าซุ่นมีไม่มาก ของหายากย่อมมีค่า ราคาขายของใบ
ชาจึงสูงลิ่ว
ไม่ใช่แค่นั้น ใบชายังต้องผ่านการคั่วจากคนสวนก่อนจะถูกส่งไป
ขายยังที่ต่าง ๆ คนที่ดื่มชาจึงได้เห็นเพียงใบชาที่ผ่านการอบแห้งแล้ว
เท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้น กระบวนการคั่วชาในยุคนี้ยังล้าหลัง ไม่ว่าจะเป็นใบ
ชาชนิดใดเมื่อคั่วออกมาแล้วก็ดูเป็นสีน ้าตาลเข้มทั้งสิ้น กระทั่ง
หลังจากชงแล้วก็ยังมองรูปร่างดั้งเดิมของใบชาไม่ได้
สิ่งที่ส าคัญที่สุดคือเฮ่อจือหร่านเคยถามโม่จิ่วเยี่ยเป็นพิเศษตอน
ที่ให้เขาดื่มชาเถี่ยกวนอิมจนรู้ว่า ในต้าซุ่นไม่มีชารสชาติแบบนี้
ด้วยเหตุนี้เฮ่อฮูหยินจึงคิดว่าพวกเขาเข้าใจผิด น าใบไม้อะไรสัก
อย่างมาท าเป็นชา
“ท่านแม่ ท่านวางใจได้ นี่เป็นใบชาแน่นอน ข้าเคยเห็นในหนังสือ
เล่มหนึ่ง ชาชนิดนี้หายากมากและรสชาติก็ยอดเยี่ยมด้วย รอถึง
พรุ่งนี้ข้าจะลองศึกษาวิธีคั่วดู พอท่านลองชิมดูก็จะรู้เองเจ้าค่ะ”
เฮ่อฮูหยินเห็นบุตรสาวพูดด้วยความกระตือรือร้น จึงไม่อยาก
ท าลายความตื่นเต้นของนาง ได้แต่พยักหน้ารับอย่างขอไปที่
ไม่ว่าสิ่งนี้จะเป็นชาหรือไม่ก็ตาม ขอเพียงแค่บุตรสาวนางมี
ความสุขก็พอแล้ว
วันรุ่งขึ้น โม่จิ่วเยี่ยก็พาเหลียงห่าวและเถาหรานพร้อมกับคนอื่น
ๆ ขึ้นเขาไปจัดเตรียมสถานที่ ส่วนเฮ่อจือหร่านอยู่ที่ห้องครัวในบ้าน
หลังจากนางเก็บใบชาเหล่านั้นกลับมา ก็ได้ซื้อหนังสือเกี่ยวกับ
การคั่วชาจากเถาเป่า
ตอนนี้นางเรียนรู้วิธีคั่วชาขั้นพื้นฐานมาแล้ว ประจวบกับตอนนี้
นางว่างไม่มีอะไรท า จึงตั้งใจจะใช้ใบชาที่เก็บจากบนเขามาฝึกปรือ
ไม่เพียงเท่านั้น เพื่อแผนการที่คิดไว้ เมื่อวานเฮ่อจือหร่านยังปลูก
ต้นกล้าชาจ านวนมากไว้ในพื้นที่มิติอีกด้วย
เมล็ดพันธุ์ต้นชาผลิตมาจากพื้นที่มิติเช่นเดียวกับพืชผลอื่น ๆ
มันไม่เลือกสภาพอากาศและดิน อย่าว่าแต่ปลูกบนเนินเขาที่ผลิตชา
เถี่ยกวนอินเลย แม้แต่ปลูกในดินเค็มก็ไม่ท าให้การเจริญเติบโตของ
มันล่าช้า
หลังจากยุ่งวุ่นวายทั้งวัน เฮ่อจือหร่านก็ท าให้เฮ่อฮูหยินตกตะลึง
ได้ส าเร็จ
“หร่านหร่าน นี่เป็นชาจริง ๆ หรือ?” เฮ่อฮูหยินถือชาที่มีลักษณะ
ด้อยกว่าชาเถี่ยกวนอินที่เฮ่อจือหร่านซื้อจากเถาเป่าเล็กน้อย ดวงตา
เต็มไปด้วยประกายแวววาว
แม้ว่าเฮ่อจือหร่านจะไม่พอใจกับลักษณะของใบชามากนัก แต่
จากรสชาติแล้วสามารถยืนยันได้ว่าชาที่นางคั่วใกล้จะประสบ
ความส าเร็จ เพียงฝึกฝนเพิ่มเติม นางเชื่อว่าจะต้องคั่วชาเถี่ยกวนอิน
ได้เหมือนกับในชาติก่อนอย่างแน่นอน
นางตอบเฮ่อฮูหยินด้วยความยินดีว่า “ท่านแม่ ข้าน่าจะท าส าเร็จ
แล้วเจ้าค่ะ”
พูดจบ นางก็สั่งให้อวี่เอ๋อร์ที่คอยช่วยอยู่ข้าง ๆ ชงชาหลายถ้วย
เพื่อให้ทุกคนได้ลิ้มลอง
ทุกคนที่อยู่ในลานบ้านของเฮ่อจือหร่าน ไม่ว่าจะเป็นหลานเอ๋อร์
อวี่เอ๋อร์ และป้าหลี่ ต่างก็ได้รับน ้าชาคนละถ้วย ไม่แบ่งแยกว่าใครเป็น
นายหรือบ่าว
หลานเอ๋อร์กับอวี่เอ๋อร์เป็นสาวใช้ที่เติบโตมาพร้อมกับองค์หญิงสี่
พวกนางย่อมเคยเห็นชาดี ๆ ของราชวงศ์ต้าซุ่นมามากมาย
หลานเอ๋อร์เพิ่งเปิดฝาถ้วยชาก็สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ
“ฮูหยินเก้า ชานี้ในความเห็นของหลานเอ๋อร์ เรียกได้ว่าเป็นของ
ชั้นเลิศในบรรดาของชั้นเลิศเจ้าค่ะ แม้แต่ของถวายในวังหลวง เมื่อ
เทียบกับชานี้ก็ยังด้อยกว่าหลายเท่านัก”
เฮ่อจือหร่านรู้ว่าหลานเอ๋อร์เป็นหญิงสาวที่มีวิสัยทัศน์ การที่นาง
สามารถประเมินเช่นนี้ได้ แสดงว่าการค้าใบชาของนางจะต้องท า
ก าไรได้มหาศาลแน่นอน
เฮ่อฮูหยินพยักหน้าไม่หยุด “ไม่นึกเลยว่าในดินแดนแห้งแล้ง
อย่างซีเป่ยจะมีชารสชาติดีเยี่ยมเช่นนี้ได้”
นางไม่มีทางรู้ได้เลยว่าชานี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับแหล่งผลิต
แม้แต่น้อย รสชาติที่ดีนั้นเป็นเพราะวิธีการคั่วของบุตรสาวนางทั้งสิ้น
แต่การที่เฮ่อฮูหยินคิดเช่นนี้ กลับช่วยประหยัดค าอธิบายของ
เฮ่อจือหร่านไปได้
ยามเย็น โม่จิ่วเยี่ยพาคนกลับมาจากบนเขา ทุกอย่างจัดการ
เรียบร้อยแล้ว
เฮ่อจือหร่านไม่สนใจจะถามว่าเขาใช้ข้ออ้างอะไรอธิบายเรื่อง
บ้านเหล่านั้น อย่างไรก็ตาม เมื่อเหลียงห่าวและคนอื่นกลับมา ก็ไม่ได้
สังเกตเห็นอะไรผิดปกติ
อีกทั้งโม่จิ่วเยี่ยยังพาทุกคนเก็บใบชากลับมาอีกด้วย ตอนที่
ภรรยาของเขาก าลังเรียนรู้วิธีคั่วชาในพื้นที่มิติเมื่อคืน เขาก็อยู่ด้วย
เขาคิดว่ากระบวนการที่ซับซ้อนเช่นนี้ ภรรยาคงต้องใช้เวลา
ทดลองไปอีกหลายวัน ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจเก็บใบชามาเพิ่มเพื่อให้
นางได้ฝึกฝน
ไม่คิดว่า ภรรยาของเขาจะเก่งกาจถึงเพียงนั้น แค่หนึ่งวันก็
สามารถคั่วชาได้ส าเร็จ และรสชาติก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าชาเถี่ยกวนอิน
ที่ซื้อจากเถาเป่าเลยแม้แต่น้อย
สิ่งนี้ท าให้โม่จิ่วเยี่ยตระหนักถึงปัญหา
แหล่งรายได้หลักในอนาคตของสกุลโม่นอกจากการท า
เครื่องประดับแล้ว การขายใบชาก็จะกลายเป็นการท าเงินที่สูงสุดด้วย
ความจริงแล้วโม่จิ่วเยี่ยยังประเมินภรรยาของตนต ่าเกินไป
แม้ว่าเฮ่อจือหร่านจะไม่ค่อยกระตือรือร้นเรื่องท าการค้า และไม่มี
หัวทางด้านนี้เหมือนถังหมิงรุ่ย
แต่นางกลับมีความรู้จากอีกพันปีข้างหน้า เพียงแค่จุดนี้ แม้จะไม่
มีหัวการค้าก็ยังสามารถหาเงินได้มหาศาลในยุคโบราณเช่นกัน
อาหารเย็นยังคงไปทานที่เรือนของผู้อาวุโสทั้งสองของสกุลโม่
เช่นเคย มีเพียงเรือนของโม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านเท่านั้นที่เป็น
ข้อยกเว้น
ฮูหยินผู้เฒ่าค านึงว่าเฮ่อฮูหยินเดินทางมาไกลพันลี้เพื่อมาอยู่
เป็นเพื่อนบุตรสาวตอนคลอด อีกทั้งที่บ้านยังมีบุรุษอยู่มากมาย แม้ว่า
สกุลโม่จะไม่มีกฎระเบียบเท่าคนตระกูลใหญ่มากแล้ว แต่เฮ่อฮูหยินก็
ยังปรับตัวเข้ากับวิถีของคนในท้องถิ่นไม่ได้อย่างสมบูรณ์
นางกลัวว่าแม่สะใภ้จะรู้สึกไม่คุ้นเคยกับการทานอาหารเช่นนี้ จึง
ส่งอวี่เอ๋อร์ไปยังเรือนของเฮ่อจือหร่านเพื่อดูแลอาหารสามมื้อทุกวัน
ยามนี้เฮ่อฮูหยินชื่นชอบอาหารที่บ้านของบุตรสาวมากที่สุดแล้ว