ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 477 นี่ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่สกุลโม่ต้องการ
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 477 นี่ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่สกุลโม่ต้องการ
บุตรชายคนอื่น ๆ ของสกุลโม่ก็มีความคิดเห็นตรงกัน เมื่อพี่
ใหญ่เอ่ยความในใจของพวกเขาออกมา พวกเขาก็พากันออกมา
สนับสนุน
“พี่ใหญ่พูดถูกแล้ว ตราบใดที่พวกเราร่วมมือกัน พวกมันมีไปแต่
ไม่มีกลับอย่างแน่นอน”
แต่โม่จิ่วเยี่ยมีความคิดที่ไม่ได้ง่ายดายเหมือนกับที่พี่ชายคนอื่น
ๆ คิด
“คุณชายเฟ่ยสามารถเขียนจดหมายมาเตือนเรื่องนี้ แสดงว่าการ
เคลื่อนไหวของจักรพรรดินีครั้งนี้ไม่ธรรมดา ระหว่างทางที่ถูกเนรเทศ
มายังซีเป่ย ขบวนเนรเทศก็เคยเจอกับการซุ่มโจมตีหลายครั้ง มือ
สังหารที่หนานเหิงส่งมานั้นมีจ านวนอย่างน้อยร้อยคนขึ้นไป”
“ตามที่ข้ารู้มา เหล่าองครักษ์ลับและมือสังหารที่จักรพรรดินีและ
หนานเหิงใช้นั้น ล้วนถูกฝึกฝนโดยตระกูลเซวียอย่างลับ ๆ ครั้งนี้
จักรพรรดินีลงมือ มือสังหารที่ส่งมาย่อมมาจากฝ่ายตระกูลเซวียอย่าง
แน่นอน”
“จากสถานการณ์ครั้งก่อน จ านวนองครักษ์ลับที่ตระกูลเซวีย
ฝึกฝนมาย่อมไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเขาตั้งใจจะท าลายสกุล
โม่ของพวกเรา หากมีการเคลื่อนไหวอีกครั้ง จ านวนคนย่อมไม่น้อย
แน่นอน”
“น้องเก้า แม้ว่าการวิเคราะห์ของเจ้าจะถูกต้องทั้งหมด แต่พวก
เราพี่น้องล้วนเคยรอดชีวิตจากสนามรบมาแล้ว ชีวิตนี้หาต้องกลัว
ผู้ใดกัน?” โม่ชูหานยังคงรู้สึกไม่ยอมรับ เขารู้สึกว่าน้องเก้ากลายเป็น
คนขี้ขลาดไปแล้ว
โม่จิ่วเยี่ยกลายเป็นคนขี้ขลาดจริง ๆ
“พี่แปด ท่านรู้ไหมว่าตอนที่ข่าวการตายของพวกท่านถูกส่งกลับ
มาทีละคนนั้นเป็นอย่างไร? ท่านแม่และพี่สะใภ้แทบจะมีชีวิตไม่ต่าง
จากความตาย ร ่าไห้ทั้งวันทั้งคืน บัดนี้สกุลโม่ของเราผ่านความ
ยากล าบากมานับพันครั้งจนในที่สุดก็ได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อม
ตากัน ข้าไม่อยากให้เหตุการณ์ในอดีตต้องเกิดขึ้นอีก”
“ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้ข้าได้แต่งงานและมีบุตรแล้ว อีกทั้งยังมีท่าน
พ่อท่านแม่ที่ข้าต้องดูแล ชีวิตของข้าไม่ได้เป็นของข้าเพียงผู้เดียวอีก
ต่อไป”
“ก่อนที่จะท าสิ่งใดที่เสี่ยงอันตราย ข้าต้องค านึงถึงความ
ปลอดภัยเป็นอันดับแรกเสมอ”
“จิ่วเยี่ยพูดถูก สกุลโม่ของเราเคยประสบภัยพิบัติครั้งใหญ่
มาแล้ว บัดนี้ในที่สุดก็ได้กลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน ไม่อาจ
ทนรับการโจมตีใด ๆ ได้อีก เรื่องนี้จ าเป็นต้องวางแผนอย่างรอบคอบ
ห้ามท าอะไรโดยประมาทเด็ดขาด”
ขณะที่โม่ฉิงกล่าว สายตาของเขาก็กวาดมองไปมาระหว่าง
บรรดาบุตรชายแต่ละคน
ดวงตาเช่นนี้คุ้นเคยเหลือเกินส าหรับบุรุษสกุลโม่ เมื่อก่อนบน
สนามรบ เมื่อท่านพ่อนั่งอยู่ในกระโจมเรียกประชุมผู้ใต้บังคับบัญชา
ก็มีสายตาคมกริบเช่นนี้
ในชั่วพริบตา บรรดาบุรุษสกุลโม่ต่างเตรียมพร้อมอย่าง
เคร่งเครียด เข้าสู่บทบาทในทันที่ ราวกับก าลังเตรียมพร้อมบนสนาม
รบเมื่อครั้งนั้น
โม่ฉิงในตอนนี้ก็เข้าสู่บทบาทอย่างเป็นธรรมชาติ
“จิ่วเยี่ย เวลานี้เจ้ามีกลยุทธ์รับมือที่ดีอะไรบ้าง?”
“ท่านพ่อ ไม่ว่าพวกเราจะรับมืออย่างไร สิ่งส าคัญคือต้องรักษา
ความปลอดภัยของคนของเราเอง”
“อืม เจ้าจงบอกวิธีการที่เจ้าคิดมาให้ข้าฟัง”
ในขณะที่ทุกคนก าลังถกเถียงกันอยู่นั้น โม่จิ่วเยี่ยก็ได้คิดหาวิธี
รับมืออย่างรวดเร็ว
“คุณชายเฟ่ยได้รับข่าวมาเจ็ดวันก่อน หากคนของจักรพรรดินี
เริ่มเคลื่อนไหวตั้งแต่ตอนนั้น พวกเขาก็จะใช้เวลาอย่างน้อยเจ็ดวัน
กว่าจะมาถึงซีเป่ย”
“การใช้ระเบิดไม่ใช่เรื่องยากส าหรับพวกอดีตทหารเหล่านั้น
เพียงแค่ชี้แนะเล็กน้อยก็ท าได้แล้ว”
“ข้าวางแผนที่จะใช้เวลาสองสามวันนี้ฝึกพวกเขาให้ใช้ระเบิด”
“แน่นอนว่าระเบิดเป็นสิ่งที่สร้างความวุ่นวายมากเกินไป หากไม่
จ าเป็นก็ไม่ควรใช้ อาจกล่าวได้ว่าระเบิดคือไพ่ตายสุดท้ายของสกุล
โม่ของเรา”
“ข้ายังมีหน้าไม้ยิงต่อเนื่องที่สามารถยิงได้ยี่สิบนัดติดต่อกันเก็บ
ไว้อยู่บ้าง ข้าจะแจกจ่ายหน้าไม้เหล่านี้ให้กับทุกคน”
“นับจากวันนี้ไป อย่างช้าที่สุดเจ็ดวัน ข้าจะจัดการให้
ผู้ใต้บังคับบัญชาน าหน้าไม้และระเบิดไปซุ่มซ่อนตัวตามเส้นทางที่
จ าเป็นต้องผ่านเพื่อไปยังเมืองอวิ่น จะท าให้พวกมันมาแล้วไม่ได้
กลับไปอย่างแน่นอน”
“อืม สิ่งที่จิ่วเยี่ยกล่าวมานั้นมีเหตุผล เราต้องไม่ให้โอกาสพวก
มันเข้าสู่เมืองอวิ่นได้เด็ดขาด” โม่ฉิงเห็นด้วยอย่างยิ่งกับข้อเสนอของ
โม่จิ่วเยี่ย
ไม่ต้องพูดถึงสตรีและทารกน้อยสองคนที่เพิ่งเกิดมาของสกุลโม่
ที่ไม่มีความสามารถในการหลบหนีอันตราย แม้แต่ชาวบ้านใน
หมู่บ้านซีหลิ่งก็เช่นกัน
หากนักฆ่าเหล่านั้นมาถึงที่นี่ สกุลโม่จะต้องต่อสู้อย่างแน่นอน
เมื่อถึงเวลานั้นพวกเขาจะต่อสู้กันอย่างดุเดือด ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่
จะท าร้ายผู้บริสุทธิ์
นี่ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่สกุลโม่ต้องการ
“ตกลงตามนี้ พวกเจ้าพี่น้องจงไปจัดการเรื่องนี้” โม่ฉิงตัดสินใจ
อย่างเด็ดขาด ตามหลักการแล้วเขาอยากให้โม่จิ่วเยี่ยจัดการเรื่องนี้
ทั้งหมด แต่เมื่อพิจารณาว่าเฮ่อจือหร่านและลูกสองคนยังต้องการ
การดูแลจากเขา เขาจึงให้ลูกชายไปจัดการด้วยกัน
แน่นอน เขาเชื่อว่าลูกชายคนอื่น ๆ สามารถท าตามค าสั่งของโม่
จิ่วเยี่ยได้อย่างสมบูรณ์
เมื่อเห็นว่าสกุลโม่เตรียมพร้อมแล้ว เมิ่งไห่หนิงจึงรู้สึกสบายใจ
ขึ้นบ้าง
ขณะที่เขาก าลังเตรียมตัวกล่าวลาและจากไป โม่ฉิงก็เรียกเขาไว้
นี่เป็นครั้งแรกที่พ่อตาเรียกเขาด้วยตนเองนับตั้งแต่เขาแต่งงาน
กับโม่หานเยี่ย
โม่ฉิงโบกมือไล่บรรดาลูกชายให้ออกไปก่อน จากนั้นก็เชิญให้
เมิ่งไห่หนิง นั่งลงข้างตัวเขา
“ตอนนี้เจ้าก็รู้ดีถึงสถานการณ์ของสกุลโม่ มันไม่ได้ราบรื่นอย่าง
ที่เห็นภายนอก สวรรค์ช่างไม่ยุติธรรม แม้แต่วันที่สงบสุขก็ยังไม่ยอม
ประทานให้พวกเรา…”
“เมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเราสกุลโม่ก็ไม่ใช่ลูกมะเขือเทศที่อ่อนนุ่มให้
ใครมาบีบคั้นได้ตามใจชอบ ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ อย่างเบาก็คือ
ต้องต่อต้านคนที่จักรพรรดินีส่งมาอย่างลับ ๆ แต่ความจริงแล้วเต็มไป
ด้วยอันตรายรอบด้าน”
“หานเยี่ยเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของข้า ข้าไม่อยากให้นาง
ต้องพัวพันกับเรื่องใด ตอนนี้นางเป็นสะใภ้สกุลเมิ่งของเจ้าแล้ว ข้า
หวังว่าเจ้าจะพานางออกห่างจากสกุลโม่”
ค าพูดต่อจากนั้น โม่ฉิงไม่ได้เอ่ยออกมา เขารู้ว่าเมิ่งไห่หนิง
สามารถเข้าใจความหมายของเขาได้
เมิ่งไห่หนิงลุกขึ้นยืนอย่างจริงจัง แล้วค านับโม่ฉิง
“ท่านพ่อตา ไห่หนิงไม่ใช่คนขี้ขลาดหวาดกลัวความตาย บัดนี้
ข้าใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับผู้คนในสกุลโม่ ก็ได้ถือว่าตนเองเป็นสมาชิกคน
หนึ่งของสกุลโม่แล้ว หากสกุลโม่ประสบความยากล าบาก ข้าจะถอย
หนีเพื่อเอาตัวรอดได้อย่างไร”
“หากท าเช่นนั้น ต่อให้ท่านปู่ยังมีชีวิตอยู่ก็คงไม่ให้อภัยข้าแน่”
“ในต ารานักปราชญ์กล่าวไว้ว่า คนเราอาจไร้ความสามารถได้
แต่จะไร้น ้าใจและคุณธรรมไม่ได้ อีกทั้งข้าก็เข้าใจสถานการณ์ของ
สกุลโม่เป็นอย่างดี ตอนที่ทานปู่ของข้ายังมีชีวิตอยู่ ท่านก็เคยถูกคน
สงสัยเช่นกัน…”
คนที่สงสัยนั้น ทั้งสองคนต่างรู้ดีว่าคือจักรพรรดิซุ่นอู่ผู้โง่เขลา
“ท่านพ่อตา เมื่อพูดมาถึงขนาดนี้แล้ว ข้าก็จะบอกความจริง
ทั้งหมด แต่เดิมข้าไม่คิดจะรับราชการ เพราะท่านปู่ของข้าถูกใส่ร้าย
จนต้องตาย ข้าแค่อยากใช้ความพยายามของตัวเองเพื่อล้างมลทิน
ให้ท่านปู่”
“แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาในราชส านัก ข้าได้เห็นทุกอย่างแล้ว
ราชวงศ์ ต้าซุ่นที่มีจักรพรรดิโง่เขลาเช่นนี้ ก็คือฝันร้ายของประชาชน
นั่นเอง ยิ่งไปกว่านั้น ไห่หนิงก็ฝึกวิชายุทธ์มาตั้งแต่เด็ก แม้จะไม่เก่ง
เท่าพี่ชายทั้งหลาย แต่การปกป้องหานเยี่ยก็ไม่ใช่ปัญหา ขอให้ท่าน
เชื่อมั่นในตัวไห่หนิงด้วย ตราบใดที่ข้ายังหายใจอยู่ ข้าจะปกป้อง
หานเยี่ยให้ดี ข้าก็จะร่วมเป็นร่วมตายกับสกุลโม่เช่นกัน”
โม่ฉิงไม่คิดว่าเมิ่งไห่หนิงจะมีท่าทีเช่นนี้ สกุลโม่ตอนนี้ก็เหมือน
น ้าขุ่น ใครก็ตามที่เข้าไปยุ่งเกี่ยวล้วนเสี่ยงต่อภัยพิบัติถึงชีวิต
ในขณะเดียวกัน เขาก็ชื่นชมความซื่อตรงและความกล้าหาญ
ของลูกเขยผู้นี้อย่างยิ่ง
โดยพื้นฐานแล้วเขาไม่ใช่คนที่ชอบพร ่าบ่นวุ่นวาย และยัง
สามารถมองออกได้ว่าท่าทีของเมิ่งไห่หนิงนั้นเด็ดเดี่ยวมาก เมื่อเป็น
เช่นนี้ การพยายามห้ามปรามต่อไปก็เป็นเรื่องไร้ประโยชน์
“แม้ว่าเจ้าจะไม่เต็มใจพาหานเยี่ยหนีไปอยู่อย่างสงบสุขเพียง
ล าพัง ข้าก็ยังหวังว่าพวกเจ้าจะสามารถปกป้องตัวเองได้ดี”
“ท่านพ่อตาวางใจได้ ไห่หนิงเข้าใจแล้ว”
ทั้งสองคนต่างมีความคิดเดียวกัน ไม่จ าเป็นต้องพูดอะไรมาก
ต่างฝ่ายต่างเข้าใจกันโดยไม่ต้องเอ่ยปาก
โม่ฉิงขยับร่างกายเล็กน้อย แล้วกล่าวว่า “ดึกแล้ว เจ้ากลับไป
พักผ่อนเถอะ”
“ขอท่านพ่อตาพักผ่อนแต่หัวค ่าด้วย ไห่หนิงขอตัวลาขอรับ”
เมิ่งไห่หนิงเพิ่งผลักประตูห้องเปิดออก ก็ได้ยินเสียงสุนัขเห่าดัง
มาจากด้านนอก