ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 519 วันนี้ข้าจะไปพบเขาด้วยตัวเอง
- Home
- ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง
- บทที่ 519 วันนี้ข้าจะไปพบเขาด้วยตัวเอง
ด้วยเหตุนี้ ผู้คนมากมายจึงรู้ว่าตราแผ่นดินหยกของจักรพรรดิ
ซุ่นอู่เก็บไว้ในต าหนักบรรทมของเขา
เมื่อครู่ตอนที่โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่าน ตรวจดูต าหนักบรรทม
ของจักรพรรดิซุ่นอู่ พวกเขาไม่พบร่องรอยของตราแผ่นดินหยก จึง
คิดว่าคงถูกจักรพรรดินีเก็บไปแล้ว
ไม่คาดคิดเลยว่าจักรพรรดิซุ่นอู่จะยังเก็บง าเรื่องนี้ไว้ น่าแปลกที่
ฝ่ายจักรพรรดินีควบคุมราชส านักได้เกือบทั้งหมดแล้ว แต่กลับยังไม่
มีการเคลื่อนไหวขั้นต่อไป
บางทีจักรพรรดินีอาจหงุดหงิดมากขึ้นเพราะหาตราแผ่นดินหยก
ไม่พบเสียที่
เขาก็รู้ว่าเรื่องที่ไม่มีข่าวคราวจากเสี่ยวหลิวนั้น ไม่ใช่ความผิด
ของจางเต๋อฝู “พอเถอะ เจ้าลุกขึ้นได้แล้ว! บอกข้ามาซิว่าเจ้าสืบเรื่อง
ตราแผ่นดินหยกได้ความคืบหน้าอย่างไรบ้าง”
จางเต๋อฝูมีเหงื่อผุดที่หน้าผากอีกครั้ง เขาพูดอย่างหวาดกลัวว่า
“กราบทูล… จักรพรรดินี กระหม่อมไร้ความสามารถ เพื่อข่มขวัญ
องค์จักรพรรดิ กระหม่อมสั่งให้คนพาฉีฉางซุนไป แต่ถึงอย่างนั้นองค์
จักรพรรดิก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะยอมพูดอะไรเลย…”
จักรพรรดินีโกรธจนเส้นเลือดปูดโปน ก าหมัดแน่น
“หึ! ไม่นึกเลยว่าเขาจะอ่อนแอไร้ความสามารถมาทั้งชีวิต แต่พอ
ถึงเวลานี้กลับแข็งแกร่งขึ้นมาได้”
เมื่อกล่าวจบ นางก้าวเดินไปที่ประตูอย่างรวดเร็ว
“วันนี้ข้าจะไปพบเขาด้วยตัวเอง ดูสิว่ากระดูกของเขาแข็งขึ้นมา
ตอนไหน”
จางเต๋อฝูเห็นจักรพรรดินีเดินไปที่ประตู จึงรีบเรียกขันทีหลายคน
ให้ตามไปด้วย
เมื่อเดินมาถึงประตู ก็มีองครักษ์ลับชุดด าปรากฏตัวต่อหน้านาง
องครักษ์ลับคุกเข่าข้างหนึ่ง ยื่นกระดาษให้จักรพรรดินี
“จักรพรรดินี นี่คือสิ่งที่ท่านอัครเสนาบดีเซวียสั่งให้กระหม่อม
น ามาถวาย”
จางเต๋อฝูมีสายตาไวพอที่จะรับจดหมายมา แล้วก้มตัวลงส่ง
จดหมายให้ถึงมือของจักรพรรดินีทันที่
จักรพรรดินีคลี่จดหมายออกอ่านอย่างรวดเร็ว สีหน้าของนางดู
ไม่พอใจอย่างมาก
นางกล่าวกับองครักษ์ลับว่า “เจ้ากลับไปบอกท่านพ่อว่า ข้าจะไป
ถามด้วยตนเองคืนนี้ ไม่ว่าจะใช้วิธีใดก็ตาม ข้าจะต้องถามให้รู้ถึงที่
อยู่ของตราแผ่นดินหยกให้ได้”
องครักษ์ลับค านับแล้วจากไป จักรพรรดินีถูกกลุ่มคนห้อมล้อม
เดินไปยังห้องด้านข้างภายในลานบ้าน
เมื่อมาถึงประตูห้องด้านข้าง ขันทีและนางก านัลหลายคนแยก
ย้ายไปยืนอยู่สองข้างโดยทันที่ จางเต๋อฝูเรียกให้คนอีกไม่กี่คนตาม
จักรพรรดินีเข้าไปด้วยกัน
เมื่อเห็นว่าคณะของจักรพรรดินีเข้าไปในห้องแล้ว โม่จิ่วเยี่ยอุ้ม
เฮ่อจือหร่านสลับต าแหน่งไปอย่างรวดเร็ว
ด้วยวิธีเดียวกันโม่จิ่วเยี่ยค่อย ๆ เลื่อนกระเบื้องแผ่นหนึ่งออกเพื่อ
สอดส่องดูภายในห้อง
ตามหลักแล้ว ห้องนี้ควรจะเป็นที่พักของนางก านัลคนสนิทของ
จักรพรรดินี แต่ที่นี่กลับไม่มีเตียงนอน จากสิ่งของที่กองอยู่ภายใน ดู
เหมือนจะเป็นห้องเก็บของมากกว่า
ไม่คาดคิดว่าจักรพรรดินีจะมีการเตรียมการเช่นนี้ไว้แล้ว ถึงกับ
แอบสร้างห้องลับขึ้นมาใต้จมูกของเขาเลยทีเดียว
นี่ช่างเป็นไปตามค ากล่าวที่ว่า สถานที่ที่อันตรายที่สุดกลับเป็น
สถานที่ที่ปลอดภัยที่สุด
ใครจะคิดว่าสถานที่ที่ควรเป็นที่อยู่อาศัยของข้ารับใช้ กลับ
กลายเป็นทางเข้าของห้องลับ?
จักรพรรดินีส่งสัญญาณด้วยสายตาไปยังจางเต๋อฝู จางเต๋อฝูจึง
รีบเดินไปยังต าแหน่งลึกสุดของห้อง
ที่นั่นมีชั้นไม้เก่า ๆ ที่วางของมากมาย เห็นจางเต๋อฝูยื่นมือผ่าน
ของที่กองอยู่ คล าหาอยู่ด้านใน ไม่นานชั้นไม้ก็เริ่มเคลื่อนไหวไปใน
ทิศทางหนึ่ง
เมื่อชั้นไม้เคลื่อนออก ขันทีคนหนึ่งรีบถือตะเกียงน ้ามันเดิน
น าหน้าไป ตามด้วยจักรพรรดินีและจางเต๋อฝูเดินตามเข้าไปทีละคน
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะจางเต๋อฝูกดปุ่มอะไรในห้องลับอีกหรือไม่
หลังจากที่กลุ่มคนเดินเข้าไป ชั้นไม้ก็กลับคืนสู่ต าแหน่งเดิมอย่าง
รวดเร็ว
จากมุมที่พวกเขาเข้าไป สามารถสรุปได้ว่าห้องลับถูกสร้างอยู่ใต้
ดิน โม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่านแม้จะเปลี่ยนมุมมองก็ไม่สามารถ
สังเกตเห็นสถานการณ์ภายในได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกเขายังไม่อยากท าให้เกิดความวุ่นวาย
ก่อนที่จะเข้าใจสถานการณ์มากขึ้น ดังนั้นสิ่งที่พวกเขาท าได้ตอนนี้
คือรอให้กลุ่มของจักรพรรดินีออกมาเท่านั้น
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะจักรพรรดินีเข้าไปในห้องลับแล้วสอบถามเรื่อง
ตราแผ่นดินหยกไม่ราบรื่นหรือไม่ เพียงไม่นาน ชั้นไม้ก็เปิดออก
จักรพรรดินีน ากลุ่มคนเดินออกมาด้วยความโกรธ
จางเต๋อฝูหดคอเหมือนนกกระทาน้อย ก้มหน้าเดินตามหลังนาง
ไม่กล้าพูดอะไรแม้แต่ค าเดียว
เหล่าข้ารับใช้ไม่ได้พูดอะไร จึงไม่มีใครสนทนากับจักรพรรดินี
ดังนั้น เฮ่อจือหร่านกับโม่จิ่วเยี่ย จึงเห็นจักรพรรดินีกลับไปยังต าหนัก
บรรทมด้วยท่าทางโกรธเคืองและไม่พูดอะไรเลย
ทั้งสองกลับไปสังเกตการณ์บนหลังคาต าหนักอีกครั้ง
จักรพรรดินีประทับนั่งบนที่ประทับหลักเป็นเวลานานโดยไม่เอ่ย
ปากพูด ราวกับก าลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
จนกระทั่งเวลาผ่านไปเกือบหนึ่งเค่อ จางเต๋อฝูจึงรวบรวมความ
กล้าเตือนว่า “ฝ่าบาท ดึกดื่นมากแล้ว ต่อให้มีเรื่องใหญ่โตเพียงใด
ท่านก็ไม่ควรละเลยการพักผ่อน ด้วยว่าสุขภาพของท่านส าคัญที่สุด”
จักรพรรดินียกมือขึ้นนวดขมับ ไม่เอ่ยอะไร แล้วลุกขึ้นให้จางเต๋อ
ฝูพยุงไปพักผ่อน
เมื่อนางหยุดพักเช่นนี้ จะเห็นได้ว่าบรรดาข้ารับใช้ในต าหนัก
บรรทมทั้งหมดต่างผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด
จักรพรรดินีไปพักผ่อนแล้ว ที่นี่ย่อมไม่มีสิ่งใดให้สังเกตการณ์ต่อ
ทั้งสองจึงเคลื่อนตัวไปใกล้ห้องทางเข้าห้องลับอย่างเงียบ ๆ
ที่นั่นยังคงมีขันทีสองคนคอยเฝ้ายาม อีกทั้งพวกเขาเพิ่ง
สังเกตเห็นว่า ห้องนี้มีห้องอยู่สองข้าง ไม่มีหน้าต่างด้านข้างเลย หาก
ต้องการเข้าไปก็มีเพียงประตูหน้าเท่านั้นที่เป็นทางผ่าน
ขันทีสองคนที่รับผิดชอบเฝ้ายามนั้นจัดการไม่ยากนัก แต่ที่อื่น
ยังมีคนรับผิดชอบลาดตระเวนอีกหลายคน เพียงแค่จัดการพวกเขา
สองคนนั้นไม่เพียงพอ
เฮ่อจือหร่านนึกขึ้นได้ จึงหยิบยาสลบหลายห่อจากพื้นที่มิติส่งให้
โม่จิ่วเยี่ย
โม่จิ่วเยี่ยรับยาสลบมา ร่างกายก็หายวับไปจากสายตาของเฮ่อจื
อหร่านอย่างรวดเร็ว
เฮ่อจือหร่านมองลงไปด้านล่าง โม่จิ่วเยี่ยได้ท าให้นางก านัล
หลายคนที่อยู่หน้าประตูห้องบรรทมของจักรพรรดินีสลบไปแล้ว
จากนั้นก็มาถึงหน้าประตูห้องลับ ท าให้ขันทีสองคนสลบไปอีกครั้ง
หลังจากรับรู้สภาพแวดล้อมรอบข้างแล้ว ไม่พบความผิดปกติใด
ๆ โม่จิ่วเยี่ยจึงพาเฮ่อจือหร่านเข้าไปในห้องที่ซ่อนห้องลับเอาไว้
โม่จิ่วเยี่ยจ าวิธีการของจางเต๋อฝูเมื่อครู่ได้อย่างแม่นย า เขาจึงหา
ต าแหน่ง ปุ่มเปิดห้องลับได้ทันที่ กดปุ่มอย่างแรง ประตูห้องลับก็เปิด
ออก
เป็นไปตามที่พวกเขาสังเกตไว้จริง ๆ ทางเข้าเป็นอุโมงค์ใต้ดิน
ด้านในมืดสนิท
เฮ่อจือหร่านหยิบไฟฉายออกมา ส่องสว่างบริเวณโดยรอบ
ทางเดินกว้างกว่าที่คิดไว้เล็กน้อย ข้างล่างเป็นขั้นบันได
ทั้งสองคนคล าทางลงไปประมาณสิบเมตร
กลิ่นเน่าเหม็นที่ท าให้คนรู้สึกคลื่นไส้แพร่กระจายออกมาในทันที่
จากนั้นก็มีเสียงแหบแห้งและไร้เรี่ยวแรงดังขึ้น
“อย่างไร? เราบอกเจ้าชัดเจนแล้วว่าเรายอมตายดีกว่าบอกเจ้า
ว่าตราแผ่นดินหยกอยู่ที่ไหน เจ้าไม่ต้องมาอีกแล้ว”
นี่คือเสียงของจักรพรรดิซุ่นอู่ ซึ่งคุ้นเคยเป็นอย่างดีส าหรับโม่จิ่ว
เยี่ย
ในใจของเขาพลันเกิดความเกลียดชังขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ
หากไม่ใช่เพราะยังมีสติหลงเหลืออยู่บ้าง โม่จิ่วเยี่ยคงอยากจะตัด
หัวของเขาในตอนนี้เสียเลย
แม้เฮ่อจือหร่านจะไม่คุ้นเคยกับจักรพรรดิซุ่นอู่ แต่เมื่อนึกถึง
ชะตากรรมของสกุลโม่ นางก็รู้สึกเกลียดชังขึ้นมาในใจอย่างบอกไม่
ถูก
เพียงแต่เมื่อเทียบกับความเกลียดชังที่โม่จิ่วเยี่ยมีต่อเขา มันก็ยัง
น้อยกว่าอยู่บ้าง
นางสามารถรู้สึกได้ว่าร่างกายของโม่จิ่วเยี่ยแข็งเกร็ง เพื่อ
ป้องกันไม่ให้เขาท าอะไรหุนหันพลันแล่น นางจึงรีบบีบมือใหญ่ของ
เขาเบา ๆ
โม่จิ่วเยี่ยจับมือนางกลับ พลางส่ายหน้าให้นาง เป็นการบอกว่า
เขาไม่เป็นไร