ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 520 พวกเรามาช่วยท่าน
หลังจากเลี้ยวผ่านมุมหนึ่ง ด้านหน้ามีแสงสว่างริบหรี่ เฮ่อจือห
ร่านเก็บไฟฉายเข้าไปในพื้นที่มิติ
ขณะที่กลิ่นเน่าเหม็นนั้นรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งสองคนก็ปรากฏตัว
ต่อหน้า จักรพรรดิซุ่นอู่
ภายใต้แสงสลัว สามารถมองเห็นห้องสี่เหลี่ยมห้องหนึ่ง
รอบ ๆ ห้องเต็มไปด้วยสิ่งของที่เฮ่อจือหร่านไม่รู้จักชื่อ แต่จาก
รูปร่างของสิ่งของเหล่านั้นสามารถยืนยันได้ว่า ทั้งหมดนี้คือเครื่อง
ทรมานโบราณ
จากเครื่องทรมานเหล่านี้ สามารถตัดสินได้ว่าที่นี่คือสถานที่ที่
จักรพรรดินีตั้งขึ้นเพื่อลงโทษส่วนตัว
ตรงข้ามกับพวกเขา บนไม้กางเขนรูปกากบาท จักรพรรดิซุ่นอู่
สวมเพียงชุดชั้นในเท่านั้น แขนขาถูกมัดไว้แน่นหนา
ที่มุมข้างกายเขา มีร่างไร้วิญญาณอยู่หนึ่งร่าง ไม่ต้องถามก็รู้ว่า
นี่คือร่างของพระพันปีอย่างแน่นอน
ไม่คิดเลยว่าจักรพรรดินีจะโหดร้ายถึงเพียงนี้ ถึงกับไม่ละเว้น
แม้แต่หญิงชราคนหนึ่ง ตอนมีชีวิตอยู่ก็ไม่ปล่อย แม้ตายไปแล้วก็ยัง
ไร้ซึ่งศักดิ์ศรี ต้องรู้ไว้ว่านี่คือพระพันปีแห่งราชวงศ์ต้าซุ่น…
จักรพรรดิซุ่นอู่พยายามเงยหน้าขึ้นอย่างยากล าบาก พยายาม
ไม่ให้เส้นผมที่ยุ่งเหยิงบดบังสายตา
เมื่อมองเห็นชัดว่าผู้มาเยือนล้วนเป็นใบหน้าที่ไม่คุ้นเคย เขาก็
ชะงักไปครู่หนึ่ง
ในขณะที่เขาก าลังจะพูดอะไรบางอย่าง เฮ่อจือหร่านก็ได้หยิบ
เข็มเงินออกมาจากพื้นที่มิติแล้ว
เพราะนางรู้ดีว่าจักรพรรดิซุ่นอู่มีร่างกายที่ไม่สามารถถูกพิษใด ๆ
ได้ การใช้ยาสลบจึงไม่ได้ผลเลย ดังนั้น ก่อนที่จักรพรรดิซุ่นอู่จะทัน
ได้ตอบสนอง เข็มเงินของนางก็ได้แทงลงบนจุดสลบของเขาแล้ว
หลังจากแน่ใจว่าอีกฝ่ายหมดสติแล้ว โม่จิ่วเยี่ยก็รีบเข้าไปแก้
เชือกที่พันธนาการร่างของเขาอย่างรวดเร็ว
ทั้งคู่ประสานงานกันอย่างลงตัว ในขณะที่ร่างของจักรพรรดิซุ่นอู่
ก าลังจะทรุดลงบนพื้น เฮ่อจือหร่านก็โบกมือเล็ก ๆ ของนาง ส่งเขา
เข้าไปในพื้นที่มิติ
เมื่อครู่โม่จิ่วเยี่ยเพียงแค่ท าให้ขันทีที่คอยเฝ้ายามในต าหนัก
บรรทมของจักรพรรดินีสลบไปเพียงไม่กี่คน ในช่วงเวลาวิกฤตเช่นนี้
นางจะไม่ประมาทถึงขนาดปล่อยให้มีคนเฝ้ายามเพียงไม่กี่คน
หากมีคนออกมาเปลี่ยนเวรยามหรือท าธุระอื่นใด แล้วพบว่าทุก
คนถูกท าให้หมดสติไป พวกเขาก็ยากที่จะออกจากที่นี่อย่างเงียบ ๆ
ได้
ยิ่งไปกว่านั้น จุดประสงค์หลักของโม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านที่มา
ที่นี่คืนนี้ก็เพื่อหาที่อยู่ของจักรพรรดิซุ่นอู่ ตอนนี้พวกเขาพบตัวคน
แล้ว จึงไม่จ าเป็นต้องอยู่ที่นี่อีกต่อไป
โม่จิ่วเยี่ยกวาดตามองรอบห้องลับอีกครั้ง เห็นว่าไม่มีร่องรอย
อะไรที่เป็นประโยชน์แล้ว จึงจูงมือเฮ่อจือหร่านออกไปอย่างรวดเร็ว
โชคดีที่พวกเขาเคลื่อนไหวเร็ว ทั้งสองเพิ่งออกจากต าหนัก
บรรทมจักรพรรดินีได้ไม่นาน ก็ได้ยินเสียงตะโกนเรียกคนจากด้าน
ใน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าคนในวังที่ถูกท าให้หมดสติถูกพบเข้าแล้ว
หลังจากนี้วังหลวงจะต้องวุ่นวายแน่นอน พวกเขาจ าเป็นต้องหาที่
ซ่อนตัวที่ค่อนข้างปลอดภัย
หลังจากพิจารณาอย่างถี่ถ้วน โม่จิ่วเยี่ยและเฮ่อจือหร่านต่าง
ตัดสินใจไปหลบซ่อนตัวที่ต าหนักเย็นชั่วคราว
ตามที่โม่จิ่วเยี่ยเข้าใจ เนื่องจากตระกูลของจักรพรรดินีมีอิทธิพล
มากและนางเป็นคนขี้หึง ท าให้วังหลังของจักรพรรดิซุ่นอู่มีสตรีไม่
มากนัก
แม้แต่นางสนมที่ท าผิดไม่กี่คน ก็ถูกคนของจักรพรรดินีประหาร
ชีวิตไปแล้ว โดยไม่มีโอกาสแม้แต่จะถูกเนรเทศไปยังต าหนักเย็น
อาจกล่าวได้ว่าตลอดระยะเวลาที่จักรพรรดิซุ่นอู่ครองราชย์มา
ต าหนักเย็นก็เหมือนกับสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง ไม่เคยมีใครถูกส่งไปอยู่ที่นั่น
เลย
ไม่เพียงเท่านั้น ต าแหน่งของต าหนักเย็นยังอยู่ห่างไกลมาก
แม้แต่คนของจักรพรรดินีไปค้นหา ก็คงไม่สามารถค้นพบที่นั่นได้ใน
เวลาอันสั้น หรืออาจถึงขั้นนึกไม่ออกด้วยซ ้าว่ามีสถานที่เช่นนั้นอยู่
เมื่อคิดได้ดังนั้น โม่จิ่วเยี่ยจึงพาเฮ่อจือหร่านหลบหลีกสายตา
ของหน่วยลาดตระเวนไปตลอดทาง จนมาถึงต าหนักเย็นได้อย่าง
ราบรื่น
ในประวัติศาสตร์ ต าหนักเย็นมักจะทรุดโทรมมาก ที่นี่ก็ไม่ใช่
ข้อยกเว้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อไม่มีใครดูแลมาหลายสิบปี หญ้ารก
ขึ้นสูงเท่าตัวคน กลับท าให้พวกเขาซ่อนตัวได้สะดวกยิ่งขึ้น
ทั้งสองเข้าไปในห้องห้องหนึ่ง พอเปิดประตูก็รู้สึกได้ถึงใยแมงมุม
มากมายตรงหน้า
โม่จิ่วเยี่ยดึงหญ้ามาก าหนึ่ง แล้วโบกไปข้างหน้าขณะเดิน
แม้ว่าที่นี่จะค่อนข้างปลอดภัย แต่พวกเขาก็ไม่กล้าท าให้เกิดแสง
สว่างอะไรอย่างไม่ระมัดระวัง
ทั้งสองคนคล าทางไปยังต าแหน่งที่คล้ายกับเตียง ขณะนี้
จักรพรรดิซุ่นอู่ยังคงอยู่ในสภาพหมดสติก็นอนแน่นิ่งอยู่
เฮ่อจือหร่านหยิบเข็มเงินออกมาอีกครั้ง แทงลงบนจุดฝังเข็ม
หลายจุดของเขา ไม่นานจักรพรรดิซุ่นอู่ก็ฟื้นขึ้นมา
จักรพรรดิซุ่นอู่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม จึง
ลุกขึ้นนั่งอย่างระแวดระวัง
แม้ว่าความมืดสนิทจะท าให้การมองเห็นมีอุปสรรค แต่จักรพรรดิ
ซุ่นอู่ก็ยังรู้สึกได้ว่ามีเงาด าสองร่างยืนอยู่ตรงหน้า
“พวกเจ้าเป็นใครกัน?”
ต้องยอมรับว่าแม้จะเป็นจักรพรรดิที่โง่เขลาไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้
สูญเสียอ านาจที่ควรมีไป
เฮ่อจือหร่านรู้ว่าหากโม่จิ่วเยี่ยเอ่ยปาก จักรพรรดิซุ่นอู่จะจ าเสียง
ได้ง่าย ดังนั้นนางจึงรีบพูดขึ้นก่อน
“พวกเรามาช่วยท่าน”
เฮ่อจือหร่านไม่มีความประทับใจที่ดีต่อจักรพรรดิซุ่นอู่ น ้าเสียง
จึงไม่ได้ดีนัก
แม้จักรพรรดิซุ่นอู่จะไม่พอใจกับน ้าเสียงนี้ แต่เขาก็ไม่ได้โง่เขลา
ถึงขนาดไม่รู้ว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่ตนจะมาวางท่า
“ใครเป็นผู้สั่งให้พวกเจ้ามาช่วยเรา?”
“ไม่จ าเป็นที่ท่านต้องรู้ ข้าเพียงต้องการทราบว่าเกิดอะไรขึ้นใน
วังกันแน่ หากท่านพูดความจริง มันจะเป็นประโยชน์ต่อตัวท่าน”
เฮ่อจือหร่านยังคงไม่สุภาพเช่นเคย ไม่จ าเป็นต้องสุภาพกับจักรพรรดิ
ที่โง่เขลาเช่นนี้
จักรพรรดิซุ่นอู่ไม่สามารถตัดสินได้ว่าทั้งสองคนนี้มีสถานะเช่น
ไร แต่ในใจของเขาก็รู้ดีว่าบางทีนี่อาจเป็นโอกาสเดียวที่จะพลิก
สถานการณ์ได้
“เป็นเพราะเราประมาท จึงถูกนางตัวดีนั่นหลอก”
เขาหยุดไปชั่วครู่ จากนั้นจักรพรรดิซุ่นอู่กล่าวต่อ “หลังจากที่
จักรพรรดินีรับเลี้ยงองค์ชายสี่ไม่นาน เราก็พบว่าองครักษ์รอบตัวเรา
ถูกเปลี่ยนไปทั้งหมด ขณะที่เราก าลังจะเรียกคนมาสอบถาม พวก
องครักษ์เหล่านั้นกลับจับตัวเราไปโดยไม่ฟังค าอธิบายใด ๆ แล้วขัง
เราไว้ในที่มืดมิดไร้แสงสว่าง”
“ท่านไม่รู้หรือว่าถูกขังไว้ที่ใด?” เฮ่อจือหร่านถาม
“เพราะตอนที่เราถูกจับตัวไปใหม่ ๆ เราพยายามร้องขอความ
ช่วยเหลือ พวกนั้นจึงทุบตีเราจนสลบ พอตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็อยู่ในที่ที่
พวกเจ้าช่วยเราออกมาวันนี้แล้ว”
เฮ่อจือหร่านพยักหน้า ส่งสัญญาณให้เขาเล่าต่อ
“ภายหลังถึงได้รู้ว่า คนที่จับตัวเราไปนั้นเป็นคนที่จักรพรรดินีส่ง
มา เราเคยฝันว่าตราแผ่นดินหยกของเราหายไป เรากังวลว่าความ
ฝันจะกลายเป็นจริง จึงได้ซ่อนตราแผ่นดินหยกเอาไว้ โชคดีที่มีความ
ฝันนี้ คนของจักรพรรดินีจึงไม่สามารถหาตราแผ่นดินหยกเจอ ท าให้
เรายังมีชีวิตรอดอยู่ได้”
“ท่านวางใจได้ พวกข้าไม่สนใจตราแผ่นดินหยกของท่านหรอก
ตอนนี้ราชส านักถูกควบคุมโดยอัครเสนาบดีเซวียเกือบทั้งหมดแล้ว
หากท่านต้องการเอาบัลลังก์ต้าซุ่นกลับคืนมา ก็ไม่ควรนั่งรอความ
ตายอีกต่อไป” เฮ่อจือหร่านเตือน
“ตอนนี้เราเกลียดจักรพรรดินีและวงศ์ตระกูลของนางเข้ากระดูก
ด าแล้ว ถ้าสามารถฟื้นฟูอ านาจราชส านักได้ เราจะต้องเฆี่ยนพวกมัน
ให้ตายอย่างทรมานแน่”
“การที่ท่านพูดค าหยาบคายเหล่านี้กับพวกข้าไม่มีความหมาย
อะไร ต้องแสดงการกระท าที่เป็นรูปธรรมออกมาถึงจะใช้ได้” เฮ่อจือห
ร่านพูดด้วยน ้าเสียงดูแคลนเล็กน้อย
เรื่องเช่นนี้ ไม่ใช่ว่าพูดแล้วจะส าเร็จได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
ในตอนนี้ราชส านักทั้งหมดถูกตระกูลเซวียควบคุมไปเกือบครึ่งแล้ว
จะเอากลับคืนมาได้ง่ายเช่นนั้นหรือ?
จักรพรรดิซุ่นอู่ก าหมัดแน่น กัดฟันพูดอย่างแค้นเคือง “ตราบใด
ที่พวกมันไม่ได้ตราแผ่นดินหยก ชาตินี้ก็อย่าหวังจะได้เป็นจักรพรรดิ
แม้ว่าจักรพรรดินีจะรับองค์ทชายสี่เป็นบุตรบุญธรรม แต่หากไม่มีพระ
ราชโองการที่เราประทับตราด้วยตราแผ่นดินหยกก็ไร้ประโยชน์”