ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 56 คุณรู้จักคนคนนั้นหรือไม่
เพื่อให้ร้านค้าที่เพิ่งเปิดใหม่มีสินค้าที่หลากหลายมากขึ้น เฮ่อจื
อหร่านจึงสุ่มเลือกภาพวาดและเครื่องประดับบางชิ้น แล้ววางขายไว้
ในร้าน
เช่นเดียวกัน สินค้าที่เลือกเหล่านี้หายไปในพริบตาหลังจากที่กด
เลือกเสร็จ
เฮ่อจือหร่านไม่ได้กังวลใจมาก เพราะเถาเป่านี้แตกต่างจากที่
นางเคยรู้จักในชาติก่อนโดยสิ้นเชิง มันสามารถประเมินราคาและ
อัปโหลดรูปภาพได้อัตโนมัติ การวางขายสินค้าไว้ล่วงหน้าจึงไม่ใช่
เรื่องแปลก
หลังจากวุ่นวายอยู่ประมาณหนึ่งชั่วยาม เฮ่อจือหร่านก็อัปโหลด
สินค้าได้ส าเร็จถึงยี่สิบชิ้น
สินค้าที่ประมูลค่ามากที่สุดคือภาพวาดของบุคคลที่มีชื่อเสียงคน
หนึ่ง ระบบประเมินราคาไว้ที่หนึ่งล้านถึงหนึ่งล้านสามแสนหยวน
ส่วนของถูกที่สุดคือปิ่นปักผมเงินชิ้นหนึ่ง ราคาตั้งไว้ที่หนึ่งหมื่น
ห้าพันหยวน
ส าหรับแอบเถาเป่า ราคาสินค้าของเฮ่อจือหร่านถือว่าค่อนข้าง
สูง นางจึงไม่คาดหวังว่ายอดขายจะสูงมากนัก
ขอเพียงน าเงินมาให้นางใช้เป็นตัวกันชนได้บ้างก็พอ ถึงอย่างไร
ในพื้นที่มิติของนางมีทองค าและอัญมณีมล ้าค่ามากมาย
ตราบใดที่สามารถรักษาความสัมพันธ์กับเจ้าหน้าที่เหล่านั้นให้
ได้ดี ก็มีโอกาสเพิ่มเสบียงได้ตลอดเวลา
การวางขายสินค้าในร้านถือเป็นเรื่องใหญ่ที่เฮ่อจือหร่านท า
ส าเร็จแล้ว
ตั้งแต่ทะลุมิติมาที่นี่ มันเป็นครั้งแรกที่นางอยู่ในพื้นที่มิตินาน
ขนาดนี้
หลังมองนาฬิกาแขวนผนัง ตอนนี้ก็เป็นเวลาสองทุ่มครึ่งแล้ว
นางคิดว่าอีกสักพักโม่จิ่วเยี่ยคงจะกลับมา เฮ่อจือหร่านจึงไป
ห้องน ้า
นางทดลองเปิดก๊อก น ้าพุ่งออกมาทันที่ ทั้งยังเป็นน ้าอุ่นอีกด้วย
นับแต่ออกมาจากเมืองหลวง ระหว่างทางนางต้องเร่ร่อนไปมา ทั่ว
ร่างกายล้วนเต็มไปด้วยคราบฝุ่นละออง
เฮ่อจือหร่านตัดสินใจว่าจะอาบน ้าช าระร่างกายให้สะอาดก่อน
ออกไป
นางรีบถอดเสื้อผ้าที่มีรอยปะออก โยนเข้าเครื่องซักผ้าอัตโนมัติ
อย่างไม่ใส่ใจ จากนั้นก็อาบน ้าอุ่นอย่างเพลิดเพลิน
ความรู้สึกที่ห่างหายไปนานท าให้ร่างกายและจิตใจของนางผ่อน
คลายอย่างน่าประหลาด เมื่อฟองสบู่สีขาวไหลตามลงท่อระบายน ้าไป
เงียบ ๆ ก็เหมือนกับน าพาความไม่สบายใจของนางตลอดทั้งวันนี้ไป
ด้วย
เฮ่อจือหร่านกลัวว่าเวลาที่คาดการณ์เกี่ยวกับโม่จิ่วเยี่ยอาจ
เปลี่ยนแปลง จึงไม่กล้าเสียเวลาอยู่ที่นี่ต่อนานเกินไป
หลังจากอาบน ้าอย่างรวดเร็วแล้ว นางก็ห่อตัวด้วยผ้าเช็ดตัวจาก
ชาติก่อนแล้วเดินออกจากห้องน ้า
นางหาเครื่องเป่าผมแล้วเป่าผมให้แห้ง
ตอนนั้นเอง เครื่องซักผ้าก็ส่งสัญญาณเตือนว่าซักเสร็จแล้ว
เฮ่อจือหร่านน าเสื้อผ้าที่ยังมีความชื้นอยู่บ้างออกมา และใช้
เครื่องเป่าผมเป่าให้มันแห้งมากที่สุด
จากนั้นนางก็รีบสวมใส่แล้วออกจากพื้นที่มิติ
ตอนนี้ผ่านยามจื่อ*[1]ไปแล้ว ทว่าโม่จิ่วเยี่ยยังไม่กลับมา
เฮ่อจือหร่านคิดว่าพรุ่งนี้ยังต้องเดินทางต่อ เพื่อเป็นการรักษา
พลังงาน นางจึงนอนลงบนเตียงเตรียมจะพักผ่อน
แต่เพราะในใจยังมีความกังวล การจะหลับลงให้ได้นั้นยากมาก
ในที่สุดเฮ่อจือหร่านก็ได้แต่หลับตา
เวลาผ่านไปทีละนิด นางลองมองนาฬิกาแขวนในพื้นที่มิติ เข็ม
บอกเวลาตีสองกว่าแล้ว
โม่จิ่วเยี่ยยังไม่ได้กลับมาอีก
เฮ่อจือหร่านรู้สึกกระวนกระวายใจอยู่บ้าง
นางกลัวว่าโม่จิ่วเยี่ยอาจเกิดเหตุไม่คาดฝันในช่วงเวลาเช่นนี้ ถ้า
เป็นแบบนั้นจริง ทุกอย่างที่นางท ามาก็จะสูญเปล่า
น่าเสียดายที่ในเวลาแบบนี้ สิ่งเดียวที่นางท าได้คือการรอคอย
เมื่อมองไปที่กระดาษติดหน้าต่างฝั่งตรงข้าม ก็เริ่มเห็นแสงสว่าง
อย่างเลือนราง
ด้านนอกยังคงมีเสียงไก่ขันดังขึ้นเป็นระยะ ๆ
เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า ตอนนี้ใกล้จะสว่างแล้ว
เฮ่อจือหร่านยิ่งรู้สึกไม่สบายใจมากขึ้น กระทั่งคิดจะออกไปตาม
หาชายหนุุ่มหลายครั้ง
แต่หลังคิดถึงความสามารถของโม่จิ่วเยี่ยที่ยอดเยี่ยมขนาดนั้น
คงจะไม่มีอันตรายอะไร นางจึงต้องอดกลั้นเอาไว้
ในขณะที่ใจก าลังร้อนรนอย่างถึงที่สุด ทันใดนั้นประตูห้องพักก็
ถูกผลักเปิดออก
ร่างสูงใหญ่ที่นางคิดห่วงมาทั้งคืนปรากฏขึ้นในสายตาของเฮ่อจื
อหร่าน
สีหน้าของโม่จิ่วเยี่ยดูเคร่งเครียดมาก เฮ่อจือหร่านเดาว่าเขาต้อง
ไปได้ข้อมูลที่มีประโยชน์บางอย่างมาแน่ ๆ
“ทุกอย่างราบรื่นดีหรือไม่”
โม่จิ่วเยี่ยพยักหน้า แล้วนั่งลงที่ขอบเตียง
“ราบรื่นมาก ข้าคิดว่าคนที่จะมาปิดปากคงไม่มาแล้ว แต่ขณะ
ก าลังจะกลับมา เป้าหมายก็โผล่มาในที่สุด มีคนสองคนเดินเข้ามา
หลังจากพวกเขาจัดการกับหลี่หู่แล้ว ข้าก็ติดตามพวกเขาไปจนถึง
ลานบ้านแห่งหนึ่ง และเห็นกับตาว่าขันทีที่หลี่หู่พูดถึงนั้นเป็นใคร”
เฮ่อจือหร่านถามตาโต “ท่านรู้จักคนคนนั้นหรือ”
แววตาของโม่จิ่วเยี่ยดูลึกล ้ายิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันเฮ่อจือหร่าน
ก็สังเกตเห็นว่าเขาดูคล้ายจะสิ้นหวังเล็กน้อย
“ข้าคุ้นเคยกับคนคนนั้นเป็นอย่างดี เขาคือขันทีหลี่ลู่ที่คอยรับใช้
องค์ชายสามมาตั้งแต่เด็ก”
เมื่อได้ยินโม่จิ่วเยี่ยพูดถึงองค์ชายสาม เฮ่อจือหร่านก็ประหลาด
ใจมาก
ในประวัติศาสตร์ที่นางเข้าใจ มันบันทึกไว้ว่าองค์ชายสาม
หนานฉีคือจักรพรรดิองค์ต่อไปของราชวงศ์ต้าซุ่น
ผู้ที่ล้างแค้นให้โม่จิ่วเยี่ยและสร้างชื่อเสียงให้คนรุ่นหลังได้ระลึก
ถึงก็คือเขา
หากบันทึกในประวัติศาสตร์ไม่มีผิดพลาด หนานฉีน่าจะปฏิบัติ
ต่อโม่จิ่วเยี่ยเป็นอย่างดี แต่ท าไมเขาถึงท าเช่นนี้ได้
เฮ่อจือหร่านคิดหนักจนหัวสมองแทบระเบิด แต่นางก็ยังคิดไม่
ออก
และจากการกระท าของหลี่หู่ เขาอาศัยเรื่องที่ใส่ร้ายโจวเหล่าปา
เพื่อกล่าวหาว่านางจะหลบหนีนั้นเข้าใจได้ เพราะเขาท าไปเพื่อแก้
แค้นให้หลี่โหรวเอ๋อร์
แต่หากข้อกล่าวหาว่านางคิดหลบหนีเป็นความจริงคนสกุลโม่ก็
จะมีโทษผิดหนักขึ้น และอาจถูกเจ้าหน้าที่รายงานไปยังราชส านัก
เพื่อเพิ่มโทษให้สกุลโม่อีกด้วย
นี่แสดงให้เห็นว่าหลี่หู่ไม่ได้มีเจตนาดีกับทุกคนในสกุลโม่เลยจริง
ๆ
หากไม่มีค าสั่งจากผู้ที่อยู่เบื้องหลัง เฮ่อจือหร่านไม่เชื่อว่าหลี่หู่จะ
สามารถท าได้ถึงขั้นนี้
“ท่านกับองค์ชายสามมีเรื่องบาดหมางกันหรือ”
เมื่อถูกถามถึงความสัมพันธ์กับองค์ชายสาม โม่จิ่วเยี่ยก็อธิบาย
ด้วยน ้าเสียงเรียบนิ่ง
“พวกเราเกิดวันเดียวกัน ตั้งแต่เด็กข้าก็ถูกองค์จักรพรรดิทรง
เลือกให้ไปเป็นองครักษ์ส่วนพระองค์ของเขา ก่อนอายุสิบหกก็พูดได้
ว่านอกจากตอนนอนแล้ว พวกเราก็แทบจะอยู่ด้วยกันตลอดเวลา
ความสัมพันธ์ของพวกเรานั้นถือว่าแน่นแฟ้นมาก ทุกคนรวมถึง
จักรพรรดิซุ่นอู่ต่างก็คิดว่าในอนาคตข้าจะกลายเป็นก าลังส าคัญให้
องค์ชายสามได้ขึ้นครองราชย์”
เมื่อได้ยินดังนั้น เฮ่อจือหร่านก็ยิ่งมึนงงหนักเข้าไปใหญ่
“ความสัมพันธ์ของพวกท่านดีขนาดนี้ เหตุใดเขาถึงยังส่งคนมา
ขัดขวางท่านอีกเล่า”
“หลังจากที่ข้าตามสองคนนั้นไปถึงลานบ้านหลังนั้น ก็ลอบฟัง
บทสนทนาของพวกเขาแล้ว ตามที่หลี่ลู่พูดมา สาเหตุเป็นเพราะข้ารู้
เรื่องของหนานฉีมากเกินไป พวกเขากลัวว่าข้าจะน ามันไปเปิดเผย
จึงส่งสายลับมาแฝงตัวอยู่ในหน่วยเจ้าหน้าที่ แต่ไม่คิดว่าหลี่หู่จะ
ท าลายความตั้งใจเดิมของพวกเขาเพราะหลี่โหรวเอ๋อร์ จากการคอย
จับตามองจึงกลายเป็นลงมือลับหลัง”
ส าหรับสิ่งที่โม่จิ่วเยี่ยเล่ามาทั้งหมดนี้ เฮ่อจือหร่านไม่ได้เชื่อไป
เสียทั้งหมด
ในเมื่อพวกเขามีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น หนานฉีควรจะไว้ใจ
โม่จิ่วเยี่ยสิ เขาไม่จ าเป็นต้องส่งคนมาสอดแนมด้วยซ ้า เขาควรให้
ความช่วยเหลือบ้าง แบบนี้ต่างหากจึงจะสมเหตุสมผล
แต่ดูจากบันทึกในประวัติศาสตร์แล้ว เฮ่อจือหร่านไม่ได้ตั้งใจจะ
ประเมินหนานฉี เพียงแค่อยากบอกความคิดของตัวเองออกมาให้เขา
รู้
“ก่อนที่จวนฮู่กั๋วกงจะถูกรื้อค้น หนานฉีไม่น่าไม่ได้ยินเรื่องราว
อะไรเลย เขาเคยส่งคนมาบอกข่าวท่านบ้างหรือไม่”
โม่จิ่วเยี่ยส่ายหน้าอย่างหนักแน่น “ไม่เคยเลย”
“หากไม่สามารถบอกข่าวท่านล่วงหน้าได้ ก็ถือว่าเขาคงมี
เหตุผลบางอย่างที่พูดไม่ได้ ด้วยความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่าง
ท่านกับเขา เมื่อจวนฮู่กั๋วกงประสบเคราะห์กรรมครั้งใหญ่ ตามหลัก
แล้ว เขาควรจะช่วยท่านจัดการกับทหารพวกนั้นสักหน่อย แต่ผล
ปรากฏว่า เขาไม่เพียงจะไม่ท าอะไร ตรงกันข้าม กลับยังส่งสายลับมา
สอดแนมท่านอีก”
“ท่านคิดว่าจุดประสงค์ที่หนานฉีท าเช่นนี้คืออะไร”
[1] ยามจื่อ : เวลา 23.00 – 24.59 น.