ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 78 พบกับเฟ่ยหนานอวี่อีกครั้ง
ขนาดของอ าเภอผิงหยวนนั้นมีพื้นที่ไม่เล็ก และพวกเขาต้อง
เดินทางข้ามอ าเภอไป
เริ่มจากประตูอ าเภอด้านทิศตะวันออกมุ่งหน้าสู่ประตูอ าเภอด้าน
ทิศตะวันตก การเดินทางทั้งหมดจะใช้เวลาประมาณสองชั่วยาม
ระหว่างทาง พวกเจ้าหน้าที่ยังต้องแวะพักเพื่อเตรียมเสบียง เมื่อ
ค านวณเวลาดูแล้ว พวกเขาน่าจะไปถึงประตูทิศตะวันตกในตอนเย็น
การพักค้างคืนในอ าเภอผิงหยวนจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ดังนั้นหลังจากเข้าสู่เขตอ าเภอผิงหยวน เผิงวั่งจึงไม่ได้เร่งรัดให้ทุก
คนรีบร้อนเดินทางอีก
เขาปล่อยให้ทุกคนค่อย ๆ เดินทางและแวะพักซื้อข้าวของตาม
รายทาง
ตระกูลฟางและตระกูลเซี่ยได้รับเงินไปแล้วยี่สิบต าลึง พวกเขาก็
อาศัยจังหวะที่เจ้าหน้าที่แกล้งท าเป็นมองไม่เห็น ซื้อข้าวของเครื่องใช้
ที่จ าเป็นมาบ้าง
แต่พวกเขาก็ไม่กล้าใช้จ่ายมากนัก เพราะหนทางข้างหน้ายังอีก
ยาวไกล เงินที่หามาได้อย่างยากล าบากไม่ควรใช้จนหมดไปอย่าง
รวดเร็ว ควรเก็บไว้ใช้ในยามจ าเป็นจะดีกว่า
ฝ่ายสกุลโม่นั้นค่อนข้างใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย ไม่ต้องพูดถึงเฮ่อจื
อหร่านที่มีเงินทองมากมาย เงินที่สะใภ้สามและสะใภ้สี่ได้รับมาจาก
ครอบครัวนั้นก็มีจ านวนไม่น้อย
เมื่อสะใภ้ทั้งสองเห็นว่าในที่สุดเงินของตัวเองก็ได้ถูกน ามาใช้
พวกนางก็แสดงความกระตือรือร้นเป็นอย่างมาก
ตลอดทางพวกนางซื้อทุกอย่างที่เห็นว่าถูกใจ จนในที่สุดก็ไม่มีที่
ว่างเหลือบนเกวียนไม้ จึงต้องยอมเลิกซื้อของไปอย่างเสียไม่ได้
คนในตระกูลเหอต่างพากันมีสีหน้าเศร้าสร้อย มองคนอื่นจ าจ่าย
ซื้อของกัน พลางรู้สึกอิจฉาอย่างบอกไม่ถูก
ด้วยน ้าใจของพี่สะใภ้ทั้งสอง ท าให้คราวนี้เฮ่อจือหร่านไม่ได้ร่วม
วงไปซื้อของด้วย
จนกระทั่งผ่านร้านขายเครื่องมือช่าง เฮ่อจือหร่านจึงเริ่มสนใจ
ขึ้นมา
นางบอกกับเผิงวั่งว่า “พี่เผิง ข้าขอซื้อเกวียนไม้เพิ่มอีกสักสอง
เล่มได้หรือไม่”
เผิงวั่งรู้ดีว่าเฮ่อจือหร่านต้องการอะไร พวกเขาซื้อของกันมาก
ขึ้นเรื่อย ๆ การขนย้ายจึงไม่สะดวก
อย่างไรก็ตามเขายังคงปฏิเสธ
“น้องสะใภ้ เจ้าอาจจะไม่รู้ อีกไม่กี่วันข้างหน้า พวกเราต้องผ่าน
เส้นทางบนเขาอีกหลายลูก ทั้งบางช่วงยังต้องปีนเขาข้ามไป ถึงตอน
นั้น เกวียนไม้สองเล่มนี้ก็คงเอาไปไม่ได้ ข้าขอแนะน าว่าหากอยาก
ซื้อเกวียนไม้ ก็รอให้พวกเราข้ามเขาลูกนั้นไปก่อนเถอะ”
แท้จริงแล้วเฮ่อจือหร่านไม่รู้เลยว่าเส้นทางนี้จะต้องเดินทางข้าม
เขา
“ถ้าอย่างนั้นก็ท าตามที่พี่เผิงพูดเถอะ”
ในขณะเดียวกัน นางก็ค านึงถึงเรื่องหนึ่ง คือเสบียงอาหารในวัน
ข้างหน้า คงไม่สามารถเติมจนเต็มได้มากเกินไป เพื่อป้องกันไม่ให้
เป็นภาระที่หนักเกินไปในเวลาข้ามภูเขา
ขณะที่เฮ่อจือหรานก าลังวางแผนว่าจะท าอย่างไรต่อไป สายตาก็
เหลือบไปเห็นร้านสุราที่อยู่ไม่ไกลออกไป คุณชายชุยที่ซื้อเนื้อหมา
ป่าตากแห้งจากพวกเขาก าลังยืนอยู่ตรงนั้น และก าลังเชื้อเชิญแขก
อย่างกระตือรือร้นให้เข้าไปข้างใน
เฮ่อจือหรานได้ยินเรื่องจุดประสงค์ของคุณชายชุยที่ซื้อเนื้อหมา
ป่าตากแห้งจ านวนมากไป แน่นอนว่าไม่พ้นเรื่องการจัดงานชุมนุมบท
กวี
คิดว่าวันนี้คนจะเป็นวันจัดงานชุมนุมบทกวีที่กล่าวถึง
นางไม่สนใจเรื่องนี้เท่าไหร่นัก จึงลดหมวกสานลงต ่าอีกครั้ง ไม่
อยากติดต่อกับอีกฝ่ายอีก
ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงที่ไม่ค่อยน่าฟังดังมาจากด้านหน้า
“เฟ่ยหนานอวี่ เจ้าบัณฑิตคนจน วันนั้นเจ้าอาศัยช่วงที่มีคน
ช่วยเหลือ หลอกเอาเงินจากพวกเราไปร้อยต าลึง ยังกล้ามาปรากฏ
ตัวต่อหน้าพวกเราอีกหรือ”
“เฟ่ยหนานอวี่ เจ้าไม่ลองส่องกระจกดูสักหน่อยหรือ ว่าตัวเองมี
ก าพืดอย่างไร นี่เป็นงานชุมนุมบทกวีที่คุณชายชุยจัดขึ้น ไม่ใช่
สถานที่ที่สุนัขหรือแมวจะมาร่วมงานได้”
“รีบไสหัวไป! ไสหัวไปเสีย! ระวังพวกข้าจะไม่เกรงใจเจ้าอีก”
เฮ่อจือหรานมองตามเสียงนั้นไป ยังคงพวกเป็นบัณฑิตกลุ่มเดิม
ที่เจออยู่หน้าร้านขายหนังสือเมื่อหลายวันก่อน
พวกเขาหลายคนก าลังรุมล้อมเฟ่ยหนานอวี่ตรงมุมถนนพลาง
พูดจาดูถูกเหยียดหยาม
แต่เฟ่ยหนานอวี่ยืนตัวตรง ไม่แสดงความเกรงกลัวแม้แต่น้อย
“พวกเราก็เป็นบัณฑิตเหมือนกัน ข้าจะเข้าร่วมงานชุมนุมบทกวี
ไม่ได้เชียวหรือ”
ในขณะเฟ่ยหนานอวี่กล่าว บรรดาบัณฑิตก็ค่อย ๆ เดินเข้ามา
ใกล้
“เจ้าเอาเงินที่รีดไถพวกข้าไปมาเข้าร่วมงานชุมนุมบทกวี ยังมี
หน้ามาพูดว่าตัวเองเป็นบัณฑิตอีกหรือ”
บัณฑิตเหล่านั้นท าท่าเหมือนจะลงมือ
คุณชายชุยได้ยินเสียงดังมาจากทางนี้ จึงรีบวิ่งมาดูว่าเกิดอะไร
ขึ้น
เสียงฮือฮาดังไปทั่ว ผู้คนที่ได้ยินต่างก็แห่กันมาดูเหตุการณ์กัน
หนาตา จนตรอกเล็ก ๆ แห่งนี้ถูกปิดล้อมอย่างรวดเร็ว
ขณะคุณชายชุยมองกลุ่มบัณฑิตหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้า เขาพลัน
เอ่ยถามขึ้นว่า “พวกเจ้า มาสร้างความวุ่นวายในชุมนุมบทกวีของข้า
เช่นนี้ด้วยเรื่องอะไรกัน?”
เมื่ออยู่ต่อหน้าคุณชายชุย พวกบัณฑิตก็ไม่กล้าท าอะไรรุนแรง
กับเฟ่ยหนานอวี่อีก พวกเขารีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้ม กล่าว
ประจบประแจงทันที่
“คุณชายชุย ท่านไม่รู้หรือขอรับ คนคนนี้หลอกเอาเงินพวกเรา
ไปหนึ่งร้อยต าลึง แล้วยังมีหน้ามาที่ชุมนุมบทกวีของท่าน ทั้งยังมา
เพื่อก่อเรื่องอีก แล้วพวกเราจะปล่อยให้เขาเข้าไปได้อย่างไร”
เฟ่ยหนานอวี่โกรธจนสีหน้าแดงก ่า เขาหันไปค านับคุณชายชุย
“คุณชายชุย ข้ามีชื่ออยู่ในบัญชีผู้สอบเป็นบัณฑิตชั้นต้นได้ ขอ
ถามท่านสักค า ข้ามีคุณสมบัติพอที่จะเข้าร่วมชุมนุมบทกวีของท่าน
หรือไม่”
คุณชายชุยตอบอย่างไม่ลังเล “แน่นอน เจ้ามีคุณสมบัติ”
เขาหยุดครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ “แต่เมื่อครู่ได้ยินพวกเขาบอกว่าเจ้า
ประพฤติตัวไม่เหมาะสม หากไม่มีใครแนะน ามา ข้าก็คงไม่อนุญาตให้
เจ้าเข้าร่วมงานเป็นอันขาด”
ในขณะเฟ่ยหนานอวี่ก าลังจะอธิบายอะไรบางอย่างอยู่นั้น ก็เห็น
ร่างของชายหนุ่มชุดขาวถือพัดอยู่ในมือ กระโดดลงมาจากชั้นสองลง
มาอย่างแผ่วเบาระหว่างคุณชายชุยและเฟ่ยหนานอวี่
หนานฉีไม่ได้ปิดบังตัวตน
“ถ้าข้าแนะน าชายผู้นี้ให้เข้าร่วมงานด้วยตัวเอง คุณชายชุยคิด
ว่าจะเป็นไปได้หรือไม่”
คุณชายชุยเห็นหนานฉีก็รีบคุกเข่าลงตรงหน้าเขา
“ท่านอ๋องหนานฉี ท่านท าให้กระหม่อมรู้สึกอับอายยิ่งนัก หาก
ท่านอ๋องต้องการพาผู้ใดเข้าร่วมงานชุมนุมบทกวีก็ไม่จ าเป็นต้อง
แนะน าตัวเขาให้เสียเวลา”
หนานฉียิ้มพอใจ เขามองเฟ่ยหนานอวี่อย่างอ่อนโยน “ไปกัน
เถอะ เจ้าตามข้ามาที่ห้องรับรองชั้นสอง”
พริบตาที่หนานฉีปรากฏตัว สีหน้าของเฟ่ยหนานอวี่ก็เปลี่ยนไป
เล็กเล็กน้อย ทว่าก็กลับมาเป็นปกติอย่างรวดเร็ว
แต่ท่าทางเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเขาถูกเฮ่อจือหร่านและโม่จิ่วเยี่ยที่
อยู่ไม่ไกลเห็นเข้าอย่างชัดเจน
เช่นเดียวกับเฮ่อจือหร่าน เมื่อโม่จิ่วเยี่ยได้ยินชื่อของเฟ่ยหนา
นอวี่ เขาก็จดจ่ออยู่กับทุกสิ่งทุกอย่างที่นี่ จนกระทั่งหนานฉีปรากฏ
ตัว เขาก็เชื่อค าพูดของเฮ่อจือหร่านอย่างสนิทใจ
เฟ่ยหนานอวี่ยืนนิ่งอย่างสง่าผ่าเผย ก่อนจะประสานมือคารวะ
หนานฉี “เรียนท่านอ๋อง กระหม่อมเฟ่ยหนานอวี่ ขอบพระทัยในความ
เมตตาครั้งนี้”
กล่าวจบ เฟ่ยหนานอวี่ก็เดินตามหนานฉีเข้าไปในโรงเตี๊ยม ทิ้ง
ให้บัณฑิตกลุ่มนั้นยืนตะลึงงัน พวกเขาไม่คาดฝันว่าเฟ่ยหนานอวี่จะ
ได้รับความสนใจจากท่านอ๋องเช่นนี้
พวกเขานึกกลัวว่าหากเฟ่ยหนานอวี่บังอาจใส่ความพวกเขาต่อ
หน้าท่านอ๋อง ไม่เพียงแต่พวกเขาจะต้องพบจุดจบ กระทั่งครอบครัว
ของพวกเขาก็อาจจะต้องพลอยรับเคราะห์ไปด้วย
เฟ่ยหนานอวี่เดินตามท่านอ๋องเข้าไปในโรงเตี๊ยม สายตาของทุก
คนต่างจับจ้องด้วยความหวาดหวั่น ไม่มีใครสนใจคนกลุ่มเหล่านั้น
อีกต่อไป
เผิงวั่งเห็นฝูงชนเริ่มสลายตัว จึงสั่งให้พานักโทษเดินหน้าต่อ
เมื่อผ่านพ้นเขตชานตัวอ าเภอ เผิงวั่งก็เดินเข้าไปหาเฮ่อจือหร่าน
และโม่จิ่วเยี่ย “น้องสะใภ้ ดูเหมือนว่าคนที่เจ้าช่วยไว้คงไม่ใช่คน
ธรรมดา เขาน่าจะมีอะไรบางอย่าง ถึงได้ไปถูกใจท่านอ๋องเข้า”
เฮ่อจือหร่านรู้ดีว่าเผิงวั่งก าลังหยั่งเชิงนางอยู่
“พี่เผิงพูดล้อเล่นเกินไปแล้ว ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าเขารู้จักกับองค์
ชายหนานฉี ตอนนั้นเพียงแต่เห็นคนหมู่มากก าลังรังแกคนคนหนึ่งจึง
ทนดูไม่ได้เท่านั้นเอง”