ท่านแม่ทัพ ท่านต้องการภรรยาอย่างข้าถึงจะรุ่งเรือง - บทที่ 96 ภูเขาเขาวัว
หลังจากได้ฟังค าพูดของโจวเหล่าปา เฮ่อจือหร่านก็คาดเดาได้
แล้วว่า ที่นี่อาจจะเป็นภูเขาที่เผิงวั่งเคยพูดถึงว่าพวกเขาจะต้องข้าม
ผ่าน
เผิงวั่งเดินเข้ามาหาโม่จิ่วเยี่ยกับเฮ่อจือหร่าน ก่อนอธิบายเพื่อให้
พวกเขาเข้าใจ
“ภูเขาลูกนี้ถูกเรียกว่าภูเขาเขาวัว ยอดเขาสูงสุดมีรูปร่างคล้าย
เขาวัว มันจึงได้ชื่อนี้มาถ้าไม่ใช่เพราะช่วงแรกพวกเราเสียเวลา
เดินทางมากเกินไป ก็คงสามารถเลือกจะเดินอ้อมไปตามเชิงเขาได้
แต่ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ต้องใช้เวลาเดินทางเพิ่มอีกเจ็ดแปดวัน ภูเขานี้
พวกข้าเคยข้ามผ่านมาก่อน ไม่พบสัตว์ป่าขนาดใหญ่อะไร แต่กลับมี
ไก่ป่าและกระต่ายป่าค่อนข้างมาก พวกเราสามารถล่ามันมาท าเป็น
อาหารประทังหิวได้เช่นกัน”
เฮ่อจือหร่านเงยหน้ามองไป เห็นว่าเป็นอย่างที่เผิงวั่งพูดจริง ๆ
จุดที่ยอดเขาสูงสุดมีภูเขาสองยอดซึ่งรูปร่างคล้ายกับเขาวัว ชื่อที่ตั้ง
ให้นั้นช่างเหมาะสมเสียจริง
อีกทั้งภูเขาก็เชื่อมต่อกันทอดยาวไปราวกับจะไม่มีที่สิ้นสุด แม้แต่
ยืนอยู่ตรงเชิงเขาก็ท าให้รู้สึกถึงความยิ่งใหญ่อลังการ
นางสามารถคาดเดาได้ว่าการข้ามเขาไปจากที่นี่ เป็นเรื่องที่ต้อง
ใช้พลังงานมากทีเดียว
ในตอนนี้ คนส่วนใหญ่มองหาที่พักอันเหมาะสมได้แล้ว พวกเขา
ต่างกางกระโจมและนั่งพักผ่อนอยู่ข้างใน
โม่จิ่วเยี่ยเดินมาหาเฮ่อจือหร่าน แล้วชี้ไปยังกระโจมที่เพิ่งกาง
เสร็จ เขากล่าวว่า “เดินทางมาทั้งวันแล้ว เข้าไปพักผ่อนข้างในกัน
เถอะ”
เฮ่อจือหร่านเองก็รู้สึกเหนื่อยอยู่บ้าง จึงตอบรับแล้วเดินตามโม่
จิ่วเยี่ยเข้าไปในกระโจมด้วยกัน
หลังจากพักผ่อนกันครู่หนึ่ง เฮ่อจือหร่านก็ชวนโม่จิ่วเยี่ยขึ้นเขา
ไปส ารวจดูบริเวณโดยรอบ
การที่บอกว่าไปส ารวจนั้น ความจริงแล้วนางคิดว่าคนในสกุลโม่
ล้วนเป็นสตรี จึงอยากหาไม้มาท าเป็นไม้เท้าไว้ใช้ปีนเขาง่าย ๆ ให้
พวกนาง
เผื่อเวลาเจอเส้นทางขึ้นเขาที่เดินล าบาก พวกนางจะได้มี
อุปกรณ์ช่วย
ทั้งสองช่วยกันท าไม้เท้าปีนเขาประมาณสิบอันเสร็จก็น ากลับไป
เมื่อเห็นว่าในมือของทั้งคู่มีของแปลกใหม่มาอีกแล้ว คน
ตระกูลเซี่ยและตระกูลฟางต่างก็พากันถามถึงประโยชน์ของมัน
จากนั้นจึงพากันท าตามบ้าง
หลังจากผ่านค ่าคืนไปอย่างปลอดภัย พอเช้าวันต่อมา ทุกคนก็
ทานอาหารกันอย่างง่าย ๆ เก็บสัมภาระและข้าวของต่าง ๆ เสร็จก็
สะพายไว้บนหลัง ก่อนจะออกเดินทางขึ้นเขาพร้อมกับเหล่าเจ้าหน้าที่
ช่วงแรกยังพอไหว เพราะทุกคนพักผ่อนมาทั้งคืน ร่างกายจึงมี
ก าลังแข็งแรงดี แต่พอเดินไปได้หนึ่งชั่วยามก็เริ่มมีคนเหนื่อยล้ารั้ง
ท้ายเป็นระยะ
โดยเฉพาะคนตระกูลเหอ พวกเขาต้องแบกหรือหามเหอหมิงอยู่
ตลอดเวลา จึงมักจะเดินตามหลังขบวนอยู่บ่อย ๆ
แม้พวกเจ้าหน้าที่จะใช้แส้หวดข่มขู่ให้พวกเขาเร่งฝีเท้า แต่ก็ไม่
อาจเดินได้เร็วกว่านี้
ด้วยเหตุนี้ เผิงวั่งจึงจ าต้องน าขบวนเดิน ๆ หยุด ๆ
แต่ความเร็วในการเดินทางเช่นนี้ กลับกลายเป็นผลดีต่อโม่จิ่ว
เยี่ย
เขาจึงมักจะอาศัยจังหวะนั้น ล่าสัตว์ตามพุ่มไม้ข้างทางหรือ
สถานที่ต่าง ๆ
ส่วนเฮ่อจือหร่านก็พาสตรีในบ้านออกไปเก็บสมุนไพร
เผิงวั่งเห็นว่าการเดินทางล่าช้าเช่นนี้ ยังมีเรื่องเป็นประโยชน์
มากมาย ความไม่พอใจที่เขามีต่อตระกูลเหอจึงพลอยลดน้อยลงไป
มาก
การเดินทางด าเนินไปอย่างนี้จนกระทั่งถึงยามบ่าย ขบวน
นักโทษก็เข้าสู่ป่าเขาลึก
ต้องยอมรับเลยว่า ที่นี่คืออากาศบริสุทธิ์ที่ธรรมชาติสรรค์สร้าง
ขึ้นอย่างแท้จริง
เมื่อมองลงไปยังเชิงเขาเบื้องล่าง ก็ให้ความรู้สึกราวกับว่าทุกคน
ยืนอยู่บนยอดเขาสูงเสียดฟ้า
จากจุดนี้มองไปรอบ ๆ พลันเห็นทะเลเมฆสุดลูกหูลูกตา ขุนเขา
ลอยเด่นเป็นแนวยาว เทือกเขาอันงดงามทอดตัวคดเคี้ยวชวนให้
ตระการใจ พาให้จิตใจปลอดโปร่งจนหลงลืมความกังวลไปชั่วขณะ
เบื้องหน้าทิวทัศน์ชวนหลงใหลนี้ เฮ่อจือหร่านพลันลืมทุกสิ่ง
อย่าง สัมผัสถึงความเบาสบายที่ธรรมชาติมอบให้
ทว่าขณะที่นางก าลังดื่มด ่ากับบรรยากาศนั้นอยู่ กลับมีเสียงกรีด
ร้องของสตรีดังขึ้นจากเบื้องล่าง
ทุกสายตาหันไปยังต้นเสียง
เป็นร่างของฮูหยินฟางทรุดลงนั่งกองกับพื้น สีหน้าเหยเก
เฮ่อจือหร่านรีบวิ่งเข้าไปหา
“สะใภ้เฮ่อ แม่สามีของข้า นาง นาง นางเหยียบก้อนหิน คะ…คง
จะเท้าพลิกแล้ว” สะใภ้ของตระกูลฟางคว้าแขนเฮ่อจือหร่านไว้ พลาง
เล่าอาการของแม่สามีให้ฟัง
เฮ่อจือหร่านไม่รอช้า นางพับขากางเกงของฮูหยินฟางขึ้นดู
จึงเห็นข้อเท้าที่บวมปูดอย่างชัดเจน ดูแล้วคงไม่ใช่แค่เท้าพลิก
“ท่านป้า ท่านขาหักแล้ว”
เฮ่อจือหร่านเอ่ยขึ้น พลางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ
เพียงเมื่อได้ยินว่าตนเองกระดูกขาหัก น ้าตาของฮูหยินฟางก็
ไหลรินออกมาทันที่
“ทั้งหมดนี้เป็นเพราะข้าเอง จะเดินให้ดีก็ยังท าไม่ได้”
พูดจบ นางก็แอบช าเลืองมองไปทางคนตระกูลเหอ
ในตอนนั้น เหอหมิงก าลังถูกสตรีหลายคนช่วยกันหามอย่าง
ทุลักทุเล มุ่งหน้ามาทางพวกเขา
ฮูหยินฟางไม่อยากเป็นภาระให้คนในครอบครัวเหมือนกับเหอห
มิง ขณะที่ลูกสะใภ้ไม่ได้สนใจตนเอง นางก็หลับตาลง แล้วพลิกตัว
กลิ้งลงไปตามทางลาดชันข้าง ๆ โดยหวังว่ายมบาลจะปรากฏตัวขึ้น
และพาวิญญาณนางไปโดยเร็ว นางจะไม่ยอมเป็นภาระให้ครอบครัว
เด็ดขาด
ไม่มีใครคาดคิดว่าฮูหยินฟางจะคิดสั้นเช่นนี้
เมื่อพวกเขาสังเกตเห็นความผิดปกติ ฮูหยินฟางก็กลิ้งตัวลงไป
ตามทางลาดชันไกลหลายจั้งแล้ว
“ท่านแม่!”
“ฮูหยินฟาง เจ้าจะท าอะไรน่ะ!”
“ท่านแม่…ไม่นะ…”
คนตระกูลฟางต่างวิ่งไล่ตามฮูหยินฟางไป
แต่น่าเศร้า บนภูเขาสูงชันเช่นนี้ หากพลาดพลั้งก้าวล้มลงไป ก็
คงมีสภาพไม่ต่างอะไรกับฮูหยินฟาง
ด้วยเหตุนี้ แม้คนตระกูลฟางจะวิ่งไล่ตามไปแล้ว แต่ก็ตาม
ความเร็วของฮูหยินฟางที่กลิ้งตกลงไปไม่ได้
จังหวะที่ทุกคนมองร่างฮูหยินฟางกลิ้งไกลออกไป พวกเขาก็แทบ
จะหมดหวัง
ทันใดนั้น กลับเห็นว่าร่างของฮูหยินฟางที่ก าลังกลิ้งลงไปพลัน
หยุดลง เป็นโม่จิ่วเยี่ยที่ยืนอย่างมั่นคงอยู่หน้าต้นไม้ใหญ่ และตอนนี้
เขาคว้าตัวนางเอาไว้ได้แล้ว
คนตระกูลฟางต่างถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะค่อย ๆ
เดินไปยังทิศทางของพวกเขา
ในที่สุด ทุกคนก็ช่วยกันพาตัวฮูหยินฟางกลับมาได้อย่าง
ปลอดภัย
โชคดีที่ฮูหยินฟางมีเพียงแผลถลอกตามร่างกาย นอกเหนือจาก
นั้นทุกอย่างล้วนปลอดภัยดี
เมื่อฮูหยินฟางเห็นแววตาเป็นกังวลของญาติพี่น้อง น ้าตานางจึง
ไหลรินออกมาอีกครั้ง
“พวกเจ้าจะทรมานตัวเองไปท าไม! พวกเราตระกูลฟางก าลังแย่
อยู่แล้ว จะปล่อยให้ข้าเป็นภาระท าไม…ฮือ ๆ…”
ฟางฉวนโจวเห็นดังนั้น น ้าตาเขาก็ไหล
เขารู้แก่ใจดีว่าภรรยาของเขาท าแบบนี้ก็เพื่อให้พวกเขาเดินทาง
ได้โดยไม่ต้องมีภาระ แต่เรื่องแบบนี้เขาไม่มีทางยอมรับได้
“พวกเรามีลูกชายด้วยกันตั้งสามคน แล้วยังมีตาเฒ่าอย่างข้าอีก
พวกเราสี่คนพ่อลูกจะช่วยกันพาเจ้าไป นี่จะยังเรียกว่าเป็นภาระได้
อย่างไร เจ้าอย่าได้คิดแบบนี้อีกนะ”
“ใช่แล้วท่านแม่ พวกเรายังมีแรง จะผลัดกันแบกท่านไปก็ไม่เห็น
จะเป็นภาระ”
“ท่านแม่ สะใภ้อย่างข้าก็ดูแลท่านได้ ท่านอย่าคิดแบบนี้อีกเลย”
ฮูหยินฟางเห็นคนในครอบครัวเป็นห่วงตนเช่นนี้ จึงยิ่งกลั้นน ้าตา
ไว้ไม่อยู่
ยามนั้นเผิงวั่งก็รีบเดินมาถึง ทันทีที่ได้ยินว่าฮูหยินฟางขาหักซ ้า
ยังคิดสั้นจะฆ่าตัวตายอีก
การเผชิญหน้ากับนักโทษเช่นนี้ พาให้เผิงวั่งทั้งโกรธทั้งปวดหัว
ดังนั้น น ้าเสียงของเขาจึงเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
“ฮูหยินฟาง หากท่านกล้าปลิดชีพตนเอง ท าลายกฎเกณฑ์ของ
ข้า หลังจากท่านตาย ข้าจะสั่งให้คนเฆี่ยนตีครอบครัวของท่านทุกวัน
รับรองได้ว่าพวกเขาจะต้องอยู่อย่างทรมานจนตายทั้งเป็น!”
ค าพูดนี้ส่งผลต่อฮูหยินฟางยิ่งกว่าค าปลอบโยนของตระกูลฟาง
เสียอีก
ฮูหยินฟางชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบรับปากทันที่
“ท่านเจ้าหน้าที่ ท่านอย่าได้ท าร้ายลูก ๆ ของข้าเลยนะ ข้าขอ
สัญญาว่าจะไม่คิดสั้นอีกแล้ว”
ตอนนี้นางรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาแล้ว ด้วยกลัวว่าหากตนเองตาย
ไปจริง ๆ ครอบครัวจะต้องพลอยรับเคราะห์ไปด้วย